Masukเห็นพ่อที่เป็นเจ้าอาวาสเคร่งครัดเพียงให้อยู่ในศีลในธรรมไร้เงามารดามาสั่งสอนเลี้ยงดูเพราะท่านเสียหลังคลอดลูกชายคนเดียว
พ่อรักแม่มากมิยอมหาเมียใหม่ทั้งที่คุณปู่มียศฐาบรรดาศักดิ์จักเลือกสาวงามเพียบพร้อมมาให้กี่คนก็ย่อมได้ แต่บิดากลับเลือกหนทางละกิเลศปลงทางโลกแทนการหาแม่ใหม่มาเลี้ยงดูลูกชาย ปู่ก็ขัดมิได้เพราะมาทางสายธรรมจึงมอบผืนดินแห่งนี้ให้สร้างวัด พ่อกลายเป็นเจ้าอาวาสเลี้ยงลูกแบบเด็กวัดติดดิน ปู่ก็พาเข้าวังแนะนำตัวไว้เผื่อรับราชการรับใช้แผ่นดิน ลูกหลานเพียงคนเดียวจึงมีนิสัยเจ้ายศเจ้าอย่างและซุกซนเกเรในคนคนเดียว "เพราะไอ้ฝาหรั่งฌ็องนั่นคนเดียวทำข้าโดนทำโทษอีกแล้ว!" หนุ่มเลือดร้อนกระฟัดกระเฟียดเดินเข้าป่าพร้อมสหายที่เป็นทั้งเด็กวัดและเด็กวังไปยังกระท่อมกลางป่าที่ที่โดนลงโทษให้ท่องหนังสือตั้งแต่เด็ก ยามฟ้าสว่างไม่น่ากลัวเท่าใดนักแต่ยามค่ำวังเวงเสียจนขนลุกขนพอง "พี่ดินใยพวกข้าต้องมานั่งท่องคำอาราธนาศีลกับพี่ด้วยเนี่ยนี่มันป่าช้ายามค่ำหนามิใช่งานวัดจักชวนมาใยกันเล่า" เจ้าแดงลูกหลานบ้านติดวัดเอ่ยขึ้นพลางลูบขนแขนที่ลุกชันตลอดเวลาแม้บ้านจะติดรั้ววัดก็ยังตาขาวเดินเบียดเพื่อนเป็นกลุ่มก้อน "เอาน่านั่งท่องไปข้าจักฟัง เพลาหลวงพ่อท่านถามข้าจึงจักตอบได้" หัวโจกเดินลึกไปยังกระท่อมกลางป่ายามแอบหลวงพ่อร่ำสุราท่านจักหาไม่เจอ ความเป็นคนอยู่กับวัดกับเมรุช่วยสัปเปร่อฝังศพเผาศพมีคาถาอาคมเฉกเช่นชายชาติทหารทั่วไปจึงไม่กลัวภูตผีในป่าที่วิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็กแห่งนี้ "กินแรงชะมัด.. " ลิ่วล้อบ่นอุบแต่ก็อ่านภาษาบาลีให้คนพี่ฟังจนเย็นย่ำเริ่มค่ำลง "เอ้อ~พี่ดินวันนี้ที่บ้านฝาหรั่งฝั่งคะนู้นมีงานกระไรสักอย่างข้าเห็นท่านหมื่นพันแสนเข้าไปยังมิกลับออกมาได้ยินเสียงแว่วๆ" เจ้าเมฆลูกสมุนอีกคนทำท่านึกขึ้นได้ "ใครจักไปรู้วะ" ดินไม่มีทีท่าสนใจนอนเกลือกลิ้งบนพื้นท่ามกลางเสียงท่องหนังสือธรรมมะ "ไปดูกันไหมพี่?" คนท่องหนังสือเสนอเพราะขี้เกียจเต็มทน "นั่นสิท่าทางน่าสนุกนะมีเพลงแปลกๆ ต้องเป็นวัฒนธรรมของฝาหรั่งที่เราไม่เคยเห็นเป็นแน่" "หรือไม่ก็พิธีกรรมของฝาหรั่ง...ฝาหรั่งเล่นของ!" "เห้ย! นั่นสิที่มันทำกูตัวแข็งอาจจะเป็นเพราะพิธีกรรมบางอย่างก็ได้" พสุธาผุดลุกขึ้นสนใจขึ้นทันที "อะไรแข็งนะพี่?" ลูกสมุนไต่ถามด้วยความงงงวย "เออช่างเหอะ ไอ้จ้อยดูต้นทาง ไอ้แดง ไอ้เมฆ มากับกู " หัวหน้าก๊วนเดินนำหน้าลูกน้องออกจากป่าช้ามาก็ค่ำมืดพอดี "พวกมันจัดงานกันหน้าศาลาริมน้ำหนาพี่ดิน" "จะไปยากอะไรมึงเกิดริมคลองก็ดำน้ำสิวะ" "หาาา!" .. สามชายฉกรรจ์ลัดเลาะริมตลิ่งมายังที่มืดมิดดำผุดดำว่ายข้ามฝั่งมาใกล้ศาลาที่มีชายร่างหนาหัวทองตาฟ้าจุดตะเกียงดื่มน้ำเมาพูดคุยกันท่าทางเคร่งขรึมคนสามคนลอยคอพูดกันเบาๆ เมื่อคนพี่อยากเข้าใกล้ศาลาที่สุดแต่น้องๆ กลับขลาดกลัวเกินกว่าจะกล้าเข้าใกล้ "พี่ดินกระผมมิกล้าเข้าไปใกล้ ถ้ามันจับได้เราจักโดนถ่วงน้ำหรือไม่?" "ผมด้วยขอรับ" สองลูกสมุนพ่วงตำแหน่งสหายคนสนิทเกาะขอบตลิ่งแน่นเมื่อข้ามฟากมาได้ เรือนศาลาริมน้ำฝรั่งเศสอยู่ห่างออกไปไม่ไกลแต่ไม่มีใครอาสาเข้าใกล้ไปด้วยกันสักคน "ไอ้พวกปอดแหกกูเอง!" บุ๋งงง~ ร่างหนาขาแขนยาวดำผุดดำว่ายคลองแห่งนี้มาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์แม้แต่ศาลาเรือนนี้ก็เคยข้ามฟากมาเล่นบ่อยครั้งก่อนจะตกไปเป็นที่พักพิงชาวฝรั่งเศสเพราะตนประลองพ่ายแพ้ ใต้ศาลายามน้ำลงไม่ท่วมใต้ถุนศาลามีใบหน้าคมเข้มผุดโผล่ออกมาทันได้ยินบางอย่างเข้าพอดิบพอดี "ของที่เราหาอยู่ในวัดฝั่งตรงข้ามนั่นอย่างที่คาดข้าได้ยินคนในวังชั้นในคุยกันว่าเสนาหลวงเอามันมาไว้ในรูปปั้นพญาครุฑในเมรุที่กำลังสร้าง ไม่มีใครเข้าไปได้นอกจากคนในวัดนั้น" 'ในที่สุดก็ดำน้ำมาโผล่ใต้ศาลาริมน้ำของไอ้พวกฝาหรั่งตาน้ำข้าวจนได้ ดีนะที่น้ำไม่ขึ้น มาพอดีกับที่ได้ยินว่ามันพูดบางอย่าง..อะไรวะ? ดีนะที่มีคนไทยคนนึงพวกมันจึงพูดภาษาไทยกัน เสียงที่จำได้ดีก็ไอ้สามตัวที่มีเรื่องกันวันนี้โดยเฉพาะไอ้บ้าเชรี ' "ท่านถึงให้เรามาประจำการที่ตรงข้ามวัดนี่สินะ" 'เสียงมันไอ้เชรีมันกำลังพูดถึงใคร ได้กลิ่นเหล้าโชยมากับกลิ่นหอมเหล้าฝาหรั่ง ' "อืม .. แล้วเราจะเข้าไปนำออกมาได้เยี่ยงไรเรามิได้นับถือศาสนาพุทธเราเป็นคริสต์ " เสียงมึนเมาพูดเสียงยานคางเริ่มฟังยากกว่าเดิม "ตีสนิทกับคนฝั่งนั้นดีหรือไม่?" ใครบางคนชี้ไปที่ฝั่งตรงข้าม "ฝั่งนั้นน่ะมีเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเชรีอยู่ได้ข่าวว่ามีเรื่องกันตลอดใช่หรือไม่เชรี?" เสียงชาวฝรั่งเศสเสนอหนทางขึ้น อึ่กก กึ่ก..ชายหนุ่มยกไวน์ขึ้นจิบกลืนลงคออย่างยากลำบากเมื่อนึกถึงใครบางคนที่อยู่อีกฝั่ง "ก็ครับ..เขาก็แค่..นักเลงหัวไม้" หน้าขาวเชิดนิ่งไม่ยี่หระกับสิ่งรอบตัวเสียงกลั้วยิ้มเยาะทำคนใต้ศาลากัดฟันกรอด ''เจ้าคือเจ้าชายองค์เล็กฝีมือดีที่สุดก็รับงานนี้ไปแล้วกัน" รุ่นพี่ทหารมึนเมาได้ทีจึงพูดออกมาเสียงดังได้ยินชัดแจ๋ว "..ขอรับ" 'ไอ้ชิบหาย..พวกมึงเป็นใครกันแน่วะ? เข้ามาในสยามเพราะกงการใด? อะไรอยู่ในเมรุเช่นนั้นหรือ..' ฟุ่บบบ .. บุ๋งงง ร่างหนาค่อยๆ มุดลงน้ำตามเดิมเมื่อฟังเรื่องราวสำคัญจบลง สิ่งที่ได้ยินคืนนั้นไม่ใช่เรื่องปกติฝาหรั่งมีแผนการบางอย่างฟังดูมิน่าไว้ใจ คืนนั้นทั้งคืนดินกลับไปนอนกระสับกระส่ายคิดถึงหน้าขาวดวงตาสีฟ้าใบหน้าเย่อหยิ่งจอมอวดดีทีแรกคิดว่าไม่น่าไว้ใจแต่เอาเข้าจริงชาวฝรั่งเศสกลุ่มนั้นจงใจมาอยู่ตรงข้ามวัดของตระกูลตนอย่างจงใจ มันรู้ว่าจักชนะ..มันเตรียมการมาตั้งแต่แรกเตรียมข้อเสนอมาตั้งแต่แรก! "เป็นฝาหรั่งจักข้ามมาวัดไทยกระไรโบสถ์ก็สร้างเสร็จแล้วนี่!" ร่างใหญ่หนายืนถอดเสื้ออวดศักดาคาความเข้มขรึมของรอยสักอักระทั่วร่างท่อนแขนกำยำกอดอกขวางทหารต่างชาติตัวขาวพูดจาแปลกประหลาด "ข้าจักมาทำความเคารพหลวงพ่อคง" "อุแหม่! อยู่กงนั้นมากี่แรมวันกันหนอพึ่งมาโผล่ทายทักคราแรกอยากได้ฝั่งคะโน้นบอกไม่อยากมาวัดพออยากหาผลประโยชน์แล้วอยากรู้จักขึ้นมาทันควันเชียวคนฝาหรั่งนี่มัน..หน้าด้านเสียจริง" ร่างทึนถึกลอบสังเกตแขกเมืองหัวทองฝั่งตรงข้ามนับตั้งแต่คืนนั้นที่ได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเข้า คนถนัดใช้กำลังแม้มีไหวพริบไม่มากนักยังรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินมาไม่สู้ดีนัก และเป็นไปตามคาดวันรุ่งขึ้นเรือพายเล็กฝั่งตรงข้ามพร้อมคนคุ้นหน้าคุ้นตาก็โผล่มาขึ้นท่าเรือวัดชาวพุทธศาสนิกชน "เจ้ามีธุระจักต้องทำก็ไปเถิดข้าได้ยินมาว่าพุทธศาสนิกชนมีกฎห้ามทำกริยาไม่เหมาะสมไม่มีการกระทำรุนแรงไม่ต้องห่วงข้าว่าจักได้รับอันตรายดอก" เสียงแว่วชายชาวฝรั่งเอื้อนเอ่ยกับฝีพายสองคนที่มาส่งท่าทางจักมีธุระประปรังถึงยอมปล่อยคุณชายฌ็องเข้าวัดมาเพียงลำพังแล้วพายเรือลับตาไป..เงาดำค่อยๆ จางหายไป เพื่อนทั้งสามยืนเหม่อลอยนิ่งค้างราวกับไม่รับรู้สิ่งใด เอสเม่ออกจากอ้อมกอดแน่นไม่ได้เพราะทำพันธะต่อกันและมันต้องสมบูรณ์ด้วยการนำสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนถิ่นของมัน"..กลับไปกินข้าวกัน"ดวงหน้าน่ารักเหม่อลอยไร้การต่อต้านพยักหน้าหงึกหงักราวกับตุ๊กตา ดวงตาสีอ่อนเลื่อนลอยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ที่ยืนนิ่งราวกับคนหลับไหลแม้ยังลืมตาอยู่ร่างเล็กลอยหวือขึ้นจากพื้นจากการโอบอุ้มของคนรักก้าวเดินกลับไปยังท่าเรือที่เดิมเรือแจวลำเดิมที่พ่อเคยพาแม่พายข้ามวัดข้ามโบสถ์มันยังคงเป็นลำเดียวกับที่พายให้เอสเม่นั่งเอสเม่ถูกพากลับมายังฝั่งวัดโดยที่ไม่มีใครมาขัดขวางจากการเตรียมพร้อมรับมือมาตลอด ที่คาดการณ์ไว้เมื่อรู้ว่าโกเมนของตระกูลอยู่ที่ไหนคนของตระกูลฌ็องจะรีบโผล่มาขัดขวางทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างขึ้นเมื่อเหตุการณ์หลังร่วมรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเอสเม่ราวกับเส้นผมบังภูเขาเอสเม่ที่เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยตรงข้ามคือกุญแจปลดล็อคเรื่องทุกอย่างที่ตามหาความจริงมานานดังเช่นที่พูดกับแม่ของเอสเม่และนี่คือความรักไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเด็ดขาดนำพาร่างคนรักกับอัญมณีสีแดงกลับมาทำพิธี
เอี๊ยดด!!ด้วยความเร่งรีบเจมส์ขับรถเข้ามาจอดในรั้วโรงเรียนรวมกลุ่มกันเดินไปส่งเพื่อนที่บ้านพักแค่เพียงเห็นหน้าลูกคนเป็นแม่ก็จ้องร่างเล็กของลูกชายด้วยสายตาคมกริบใบหน้าเชิดหยิ่งนิ่งดุจนางพญาทำเอาเพื่อนไม่กล้าเข้าใกล้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อลูกชายเดินมาหาใกล้ๆ ร่องรอยบางอย่างประกฎให้เห็นนอกร่มผ้าและคนสูงวัยก็รู้ดีว่านั่นคือร่องรอยอะไร"ลูกมีแฟนเหรอเอสเม่?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกผิดกับการตวาดแรงเช่นเมื่อครู่ สายตาทิ่มแทงกดข่มบางอย่างมองเข้ามานัยน์ตาคู่สวยราวกับตอกย้ำความผิดที่คนเป็นลูกรับปากไว้ก่อนมาที่นี่"...ค ครับ""แม่บอกว่ายังไง? ห้ามมีแฟนที่นี่ไม่ใช่เหรอเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาอยู่แต่ลูกรับปากเองว่าจะไม่มีความสัมพันธ์เเบบนี้กับใคร ฝ่าฝืนคำมั่นที่รับปากแม่ลูกจะต้องกลับฝรั่งเศสโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น!""แต่..แม่ครับ""กลับเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เชื่อแม่ตอนนี้แม่จะทำให้ลูกไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลยขึ้นรถ!""แม่เดี๋ยว ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมกับอีแค่มีแฟนจะอะไรนักหนาผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะ""ถ้าลูกอยู่ทุกคนจะเดือดร้อนกันหมดแม่บอกให้ขึ้นรถ!""แม่ใจเย็นๆ ก่อนทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นแม่ทำเหมือนมี
..วันต่อมา"เอสเม่ เอสเม่โว้ย มึงจะกลับบ้านกลับช่องบ้างไหมครับหรือจะย้ายจากเรียนมหาลัยมาเรียนวัดเลยไหม~"สามเพื่อนสนิทเดินทางมาที่วัดยกก๊วนเมื่อเกิดเรื่องใหญ่โตอีกครั้งแล้วเพื่อนหายไปกับสัปเหร่อหนุ่มหล่อที่วัดนานข้ามวันต้องเข้ามาเรียกกันถึงหน้าบ้านสัปเหร่อที่ตั้งห่างจากเมรุไม่มากนักบรรยากาศรอบบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังใหญ่เย็นยะเยือกเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ บ้านทรงไทยยกสูงยามกลางวันยังน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้ไม่อยากนึกสภาพยามค่ำคืนที่คงวังเวงหวีดหวิวไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาในอาณาเขตนี้แน่ไม่รู้ว่าเพื่อนของตนกล้าเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้นานนับวันคืนอย่างไรเพื่อนๆ รู้ว่าระหว่างสองคนนี้มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดามันชัดเจนจนคนโง่ยังมองออกคิดว่าสายตาของทั้งคู่ที่มองกันมันลึกซึ้งมากเพียงใดทั้งสองมองจ้องกันไปมาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีไว้มองคนอื่นหรือที่เรียกว่าไม่ได้มีสายตาไว้มองผู้ใดมันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ระหว่างแหกปากเรียกชื่อเพื่อนก็มีบางคนโผล่มาหน้าบันไดชานบ้าน"มีอะไร?""อุ้ย!มึงผัวมาๆๆ ไอ้เบ้กมึงถามดิกูไม่กล้าคุยกับผัวเพื่อน มันน่ากลัว "โซลกับเจมส์หลบหลังเบ้กก้าที่ตัวเล็กกว่าดันหลังเพื่
จุ๊บบบจ๊วบบบบบ กึ่ดดดอืมมมมมม~คนน้องร้องครางคนพี่ขานรับในลำคอปากหยักยังคงกัดหัวนมเล็กแต่มือทั้งสองเคลื่อนลงต่ำมากอบกุมก้อนขาวนุ่มเนินเนื้อแก้มก้นนุ่มบีบเค้นขยำอย่างเพลิดเพลิน"ให้พี่เข้าไป..ข้างใน" ปฐพีเอ่ยเสียงพร่าเอสเม่นั่งตักกอดคอแน่นซบใบหน้าเนียนกับลำคอหนาสีเข้มหอบหายใจกระชั้นแรงยามร่องรักถูกแหวกอ้าเบียดแท่งร้อนดุนดันปากทางคับแคบ"อ่ะ..ม มันเจ็บ พี่ดินมันใหญ่มันไม่ไหว แฮ่กก!"ร่องแคบเต้นตุบตับเพียงถูกทักทายด้วยแท่งร้อนส่วนหัวดุนดันแหวกร่องเล็กเข้าไปยังส่วนสงวนปิดสนิทสองมือหนาแหวกแก้มก้นสลับขยำให้ร่างสั่นเทาผ่อนคลายกึด..กึ่ดดด!อึ่กกก อื๊อออออ!แท่งร้อนแหวกผ่านรูรักทีละชั้นทะลวงกายเล็กยืดหยุ่นกลืนกินแท่งรักอันใหญ่เข้าลึกขึ้นกึ้กก!สุดลำสุดทางปลายเท้าเล็กจิกเข้าหากันแน่นฝ่ามือสากบีบคลำขาเล็กให้ผ่อนคลาย มือหนึ่งเกลี่ยปลายผมทัดหูขาวจูบปลอบเบาๆลำรักถูกรัดแน่นบีบรัดเป็นจังหวะสุขสมมัวเมาหลงไหลไปกับกามารมณ์ที่พึ่งเริ่มต้นขึ้น แววตาหยาดเยิ้มสองคู่จ้องมองกันในห้วงความลุ่มหลงราวกับตกลงในภวังค์หุบเหวลึก"ดีไหม.." ปากหยักเอ่ยชิดริมฝีปากเล็กกดปลายจมูกฝังแก้มนวลเชิญชวนเสียง"ด ดี ดีที่สุดเ
"กอดทำไม..น่าสมเพชมากเลยหรือไง?" "อยากกอด...อยากกอดผมไหม?" "พูดบ้าอะไรของนาย" "ผมคิดว่ามันจะจบลงด้วยดีถ้าเราทำมันด้วยกัน" "หึ หึ ตัวเล็กเท่าลูกหมาอวดดีนัก" "ปฐพีผมชอบคุณ..ชอบคุณจริงๆ" "...พูดบ้าอะไร? ..ฉันไม่ใช่" "คุณจะเป็นอะไรผมก็รัก..ผมรักไปแล้ว..มันรู้สึกตั้งแต่แรกเจอยิ่งนานวันยิ่งชัดเเล้วผมก็เป็นลูกครึ่งฝรั่งผมไม่ถือ ผมกลัวว่าถ้าไม่ได้บอกรักแล้วไม่รู้จะได้บอกอีกไหมชีวิตมันไม่แน่นอนนี่คุณสอนผมเอง.." "ฉัน..กลัว..กลัวมาตลอดกลัวจะเป็นเหมือนพ่อ" "ผมรักคุณไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรผมก็จะรักคุณต่อให้ตายจากกันความรักที่เกิดขึ้นกับคุณจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตผม..คุณ..รักผมไหม?" "....อืม" พรึ่บบบ ตึ่กๆๆๆ "ค คุณ คุณดินจะไปไหนครับ ขึ้นบ้านไปทำไม?" สัปเหร่อเจ้าบ้านจับข้อมือเล็กข้างที่มีสร้อยเหมือนกันดึงร่างเล็กให้เดินขึ้นเรือนไม้มาด้วยกัน "ฉุดไง" "หาา?" คำตอบคุณสัปเหร่อสุดหล่อทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยงรู้ตัวอีกทีคุณพี่ก็ปิดประตูบ้านลงกลอนเสียแล้ว โดนแน่!! "สมัยก่อนเขาก็ฉุดกันทั้งนั้นพ่อฉันก็ฉุดแม่เข้าป่าช้าเหมือนกันถึงได้มีลูกเป็นลูกครึ่งแบบนี้ไง" เจ้า
"..."อีกจิตวิญญาณตระกูลคงคาวนารามล่วงลับไปแล้วจากไปเช่นหลายๆ คนที่ถูกความรักทำร้ายดวงจิตนั้นไปสู่สุขคติคืนร่างเล็กที่แสนจะแข็งแกร่งของเอสเม่ที่ตอบรับช่วยเหลือคนตระกูลคงคาวนารามอย่างดี ไม่เคยต่อต้านเลยสักครั้งทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่นจะหวาดกลัวหลบเลี่ยงการสิงสู่ร่างที่ทำอันตรายกายหยาบได้หัวทุยผมสีเทานอนหนุนตักแกร่งบนแคร่ใต้ร่มไม้ข้าบ้านสัปเหร่อระหว่างรอไฟมอดเพื่อเก็บกระดูกของอารยา ไม่รู้ว่าก้มมองหน้าขาวซีดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เส้นผมยุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตาหลับไหลตั้งแต่การเผาร่างอารยาเสร็จสิ้น ปลายนิ้วสากยกขึ้นเกลี่ยปรอยผมสีเทาปรกหน้าเล็กที่ตกอยู่ในห้วงนิทราขนตาแพนุ่มขยับยุกยิกเล็กน้อยเมื่อถูกก่อกวนแต่ก็หลับลงเช่นเดิม ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองคนที่บังเอิญไปเจอกันฝั่งคะนู้นเพราะมีข่าวเรื่องอัญมณีสีแดงเดินทางกลับมาที่ไทยแล้วแต่ก็หาไม่เจอ เจอแต่ไอ้ตัวขาวบนตักแต่ข้อมูลใหม่ที่ได้คือมันอยู่ที่ “ฌ็อง มารีอา” ใครกันนามสกุลเดียวกับ..แม่"หิว..หิวจัง""ตื่นมากี่ครั้งก็หิวทุกครั้งเป็นบ้าอะไร?""ด ดิน..นี่พี่มานอนข้างเมรุอีกแล้วเหรอ?""อยากตื่นมาในเมรุหรือเปล่าล่ะ..ของกินข้างตัวนั่นกินซะเอามาจากงานศพให้เ







