ログイン“คุณโจวฆ่าผมเถอะ ผมขอแค่คุณรับปาก…ปล่อยลูกสาวผมไป มีก้าไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย”
“ถ้าคุณพ่อตาย! มีก้าก็จะตายไปกับคุณพ่อ!”
ทั้งที่ปืนจอหน้าผากคนเป็นพ่อ ส่วนลูกโดนบีบคอจนเกือบตาย แต่พ่อลูกก็มีความทะนงตนในตัวเอง
วัฒนายังไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ลูกชายมันทำ คนของอาชาไชยคนอื่นมีส่วนรู้เห็นด้วย คิดว่าตายคนเดียวแล้วเรื่องมันจะจบง่ายหรือไง!
“อะ ไอ้ อึกกก สะ สารเลว อือออ” ธรรมิกาไม่ได้ด่าคนที่กำลังบีบคอเธออยู่ แต่หญิงสาวด่าวาดิมต่างหาก
ดวงตากลมโตที่แสนจะดื้อรั้นและอวดดียังคงมองเขาไม่ละสายตา ส่วนปากเธอก็ทำงานอย่างหนัก
มุมปากของวาดิมยกสูงขึ้น เขามองลูกน้องตัวเองที่กำลังบีบลำคอลูกสาวสุดที่รักของวัฒนา
มาเฟียหนุ่มนึกสนุกจึงยกมือขึ้นคล้ายจะห้าม ลูกน้องเขาก็คลายแรงบีบที่ลำคอเธอ ก่อนที่วาดิมจะกระดิกนิ้วอีกครั้ง และครั้งนี้ธรรมิกาดวงตาเหลือกลาน จนเมื่อเธอจะขาดใจเขาจึงสั่งให้พอ
วัฒนาก้มลงไปขอร้องเอาศีรษะกระแทกรองเท้าวาดิม มาเฟียหนุ่มจ้องมองคนรุ่นพ่อที่กำลังยุ่มย่ามกับรองเท้าของเขาอย่างไม่ชอบใจนัก แต่ก็ไม่ได้ยกปลายเท้าหนีแต่อย่างใด
“ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง ฮึกกก คุณโจว ผม…”
วัฒนายอมสละได้ทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรี ขอแค่วาดิมปล่อยลูกสาวและคนของเขาไป
“คุณพ่อ! คุณพ่อไม่ใช่คนแบบนั้น! แกฆ่าฉันสิ! อะ ไอ้สารเลว!”
ปัง!!!
ยังไม่ทันที่ธรรมิกาจะพูดจบประโยคดี วาดิมก็ลั่นไกปืนยิงเข้าที่ต้นแขนข้างหนึ่งของวัฒนา และก้มลงไปลากคอเจ้าพ่อใหญ่พากันไปเอาปืนจ่อขมับต่อหน้าลูกสาวตนเอง
“ต่อให้พ่อเธอตาย...ฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอตายมีก้า เธอต้องอยู่ไปอีกร้อยปีเลยแหละ แม้แต่วิญญาณฉันก็จะไม่ปล่อยทั้งเธอและพ่อเธอไป!!”
ธรรมิการู้จักเส้นทางสายนี้ดี เธอก็ลูกสาวมาเฟียคนหนึ่ง หญิงสาวจึงเชื่อคำพูดของวาดิมว่าเขาจะทำเช่นนั้นจริง ๆ
หากเราอยู่ใต้อาณัติคนมีอำนาจ และเมื่อเขาเป็นเจ้าชีวิต ต่อให้เราอยากจะหนีด้วยความตายก็ไม่อาจหนีได้อย่างเช่นบิดาของเธอ
ธรรมิกาสบตาผู้เป็นพ่อก่อนจะปลดปล่อยน้ำตาของความพ่ายแพ้ให้ไหลรินลงมา
“มีก้า…ขอโทษคุณโจวซะ คุณโจวเป็นเจ้านายพ่อ พูดกับท่านดี ๆ ให้ท่านเมตตา มีก้าของพ่อเป็นเด็กฉลาด” ทั้งที่กระบอกปืนจ่อขมับแต่บิดาก็ยังยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้เธอ
หัวใจของธรรมิกาสุดแสนจะรวดร้าว เพียงแค่พริบตาเดียวทุกอย่างก็แทบล่มสลายหายไปด้วยฝีมือของงูเห่าที่บิดาเธอชุบเลี้ยง
“ฮึกกก” ธรรมิกายกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนสารเลวตรงหน้า
ไม่มีประโยชน์ที่จะตีเหล็กตอนที่มันยังไม่ร้อน
ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องร้องไห้เสียน้ำตา
“คนที่สั่งให้ไปลอบฆ่าคุณไม่ใช่คุณพ่อ…คนที่ทำให้ธุรกิจตระกูลเราต้องแปดเปื้อนไม่ใช่อาชาไชยของฉัน สิ่งที่คุณคิดมันผิดและต่อให้คุณฆ่าท่านคุณก็ไม่มีทางได้อะไรจากเรื่องนี้”
น้ำเสียงแหบแห้งนั้นเอ่ยพูดออกมา วาดิมทำแค่เพียงมองคนพูดด้วยสายตาที่ยังคงเจือไปด้วยความกรุ่นโกรธ
วาดิมเริ่มสนใจคำพูดของคนอวดดีมากขึ้น เขากระดิกนิ้วเรียกลูกน้องให้มาลากคอวัฒนาไปที่อื่นและแถมด้วยการเอาผ้าปิดปากปิดตาเหมือนที่ทำกับคนเป็นลูกสาวในตอนแรก
“ถ้าคุณจะฆ่าล้างตระกูลเราจริง คุณคงไม่มาที่นี่ด้วยตัวเองหรอก คุณโจวเลือดบรรพบุรุษของฉันจะไม่มีวันแปดเปื้อนเรื่องเลวทรามเช่นเดียวกับตระกูลโจว ถ้าเราจะล่มก็ต้องล่มไปด้วยกัน ถ้าเราจะดีก็ต้องดีไปด้วยกัน เราไม่คิดจะแยกออกไปเพราะอาชาไชยไม่มีวันเอาชนะตระกูลโจวอันยิ่งใหญ่ของคุณได้”
“แล้วฉันต้องฆ่าเธอหรือไง?” เหมือนว่าวาดิมไม่ได้ฟังในสิ่งที่ธรรมิกาพูด
“สิ่งที่คุณคิดมันผิด…ผิดไปหมด” ไม่มีใครเคยบอกเขาว่าสิ่งที่คิดนั่นมันผิด มาเฟียหนุ่มมองรอยแผลบนใบหน้าของหญิงสาว เขารู้สึกว่าเลือดของเธอสีมันสดกว่าที่เคยเห็น
หญิงสาวปวดร้าวไปทั้งใบหน้า แม้แต่ขยับปากจะพูดใบหน้าทุกส่วนก็เหมือนจะปริแตก
“ฉันรู้ความลับของมัน...และฉันจะบอกคุณ”
ธรรมิกาไม่ได้พูดไปเรื่อย แต่เธอรู้จริง ๆ ว่าที่ผ่านมาพี่ชายบุญธรรมของเธอติดต่อใครบ้าง มีเพื่อนคนไหนบ้าง ไม่ใช่อะไรแต่เป็นเพราะเธอไม่ไว้ใจเขาตั้งแต่แรก
“รู้แบบนี้แสดงว่ารวมหัวกับมันหรือเปล่า?” น้ำเสียงของวาดิมแฝงความเคร่งขรึม สายตายังจับจ้องเธอคล้ายจับผิดตลอดเวลา
“ถ้าฉันรวมหัวกับมันคุณคงไม่เห็นฉันตรงนี้แล้ว คุณโจวเรามาพูดกันอย่างมีเหตุผล…อาชาไชยไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำ เรามีศักดิ์ศรีและไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย”
หยดเลือดของบรรพบุรุษมีค่าเกินกว่าที่เราจะทำลาย บิดาเธอสอนมาแบบไหน ธรรมิกาก็จะยึดมั่นถือมั่นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
“แล้วไอ้เมสันมันไม่ได้ใช้อาชาไชยหรือไง…”
เรื่องนั้นธรรมิกาจะเถียงยังไงเพราะไอ้พี่ชายนอกรีตของเธอใช้นามสกุลเดียวกับเธอจริง ๆ
*************
ชีวิตนางเอกจะเริ่มเข้าสู่ละครคุณธรรมแล้วนะคะ
ขอสปอยว่าคู่นี้เขารักกันเหมือนกาสะลองซ้องปีบค่ะ!
ตอนพิเศษ 3 สุดท้ายบ่อน้ำหลังบ้านก็ไม่ได้ถม เหตุเพราะเหล่าเด็ก ๆ สัญญากับนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลโจวว่าจะไม่ไปเล่นซนตรงนั้น ส่วนปลาในบ่อก็จะไม่ตกปล่อยให้มันอยู่กันตามธรรมชาติหากเจิงเจิงอยากจะกินปลาก็ไม่ต้องไปลงมือตกเอง ป๊ะป๊าจะให้คนไปขนที่ตลาดปลาและลูกอยากจะย่างกี่ตัวก็ย่าง“ถ้ามีก้าจะโกรธก็โกรธฉันน่ะถูกแล้ว ฉันหละหลวมไปเองอย่าโกรธลูก ๆ เลย ไอ้เจิงมันก็เด็กปากเปราะไปเรื่อย ส่วนจินจินก็รักน้องออกรับแทน” เรื่องทั้งหมดจบที่วาดิมออกรับความผิดแทนลูก“ถ้ามีก้าไม่หายโกรธ...งั้นคืนนี้ฉันคุกเข่าให้แล้วกันนะ อยากจะให้คุกเข่านานเท่าไหร่ก็ได้”วาดิมมองใบหน้ากลมเกลี้ยงแม้จะมีริ้วรอยตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงสวยสดสมฐานะนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลโจวชุดกี่เพ้าคอจีนแบบเต็มยศ ผมยาวสลวยถูกมัดรวบเป็นมวยต่ำ ใบหน้าตกแต่งอย่างสวยจัด ในมือถือพัดขนนกสีแดงเพียงแค่ธรรมิกานั่งเคาะพัดกับฝ่ามือและตวัดสายตาดุ ๆ มองเขา วาดิมก็เหมือนจะแดดิ้นทุกครั้งไปวาดิมโจวกลัวเมียจะแย่...ธรรมิกาหันไปมองหน้าคนที่โน้มกายหยาบมาทำเสียงแผ่ว ๆ หยอกเย้าเธออยู่ในทีไม่วายมาแค่เสียง แต่ฝ่ามือหนาลูบสะโพกเธอเล่น แม้ใบหน้าคมคายเรียบนิ่ง แต่แววตาแพรวพร
ตอนพิเศษ 2 ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่คนในตระกูลโจวคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เด็กชายวัยห้าขวบกับเด็กหญิงวัยแปดขวบนั่งพับเพียบตระกองก้มหน้าก้มตาอยู่กลางห้องโถงของบ้านด้านหลังมีบริวารเพื่อนพ้องพี่น้องมากกว่าสิบคน แต่ละคนมีอายุไล่เรียงกับเจ้าเด็กแสบสองคนนั่น และทั้งหมดนั่งเรียงแถวก้มหน้าหลบสายตาเช่นเดียวกันกับลูกพี่ใช่…จินโจวและเจิงโจว เป็นลูกพี่ของเด็กพวกนั้น!“แม่บอกกี่รอบแล้วเรื่องตกปลา…”เสียงของมารดาทำให้ขนคอของเจิงเจิงลุกชัน เด็กชายเงยหน้าขึ้นไปสบตามารดาก่อนจะก้มหน้าลงแล้วเม้มขยี้ริมฝีปาก“มามี๊ไม่ได้ห้ามเรื่องตกปลาค่ะ แต่ห้ามไม่ให้พวกเราเล่นน้ำ” น้ำเสียงเล็กแผ่วเอ่ยออกอธิบายออกมาไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก“แล้วตกปลาบนบกรึ!” เด็กหญิงเริ่มตัวแข็งค่อย ๆ ช้อนสายตาขึ้นมองไปทางบิดา วาดิมโจวลอบระบายลมหายใจ ใบหน้าคมคายหล่อเหลายังคงเรียบนิ่งตามลักษณะนิสัยของเขา“ตกในน้ำสิครับมามี๊ แต่ว่าพวกเราใส่ชูชีพที่ลุงเอียนซื้อมาให้ครบถ้วนเลยครับ!” เด็กชายเจิงโจวเห็นว่าพี่สาวจนมุมแล้วเขาก็สอดแทรกหาทางออกในทันทีซึ่งทางออกนั่นบิดาได้ยินแล้วถึงกับยกมือขึ้นคลึงขมับ และเมื่อวาดิมปรายสายตาไปทางภรรยา แน่นอนว่าธรรมิกามอ
ตอนพิเศษ 1 เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวที่ดังมาจากชั้นล่างทันทีที่คนเป็นแม่เปิดประตูห้องนอนออกมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบ้านมีแขกธรรมิกาพาร่างอุ้ยอ้ายเดินมาชะโงกหน้ามาเมียงมองจากชั้นบน แค่เห็นเสี้ยวหน้าของคนที่มาหาสามี แม้จะไม่เจอกันมาเป็นปี ธรรมิกาก็จำได้ว่าผู้ชายคนนั้นคือครูซ เพื่อนสนิทของวาดิมคนที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลที่ประเทศไทยธรรมิกาเดินย่ำเท้าลงบันไดแค่ขั้นแรก ร่างสูงของสามีก็ลุกขึ้นและเดินขึ้นมาหาทันทีเมื่อถึงตัวเธอมือหนาของเขาส่งมาให้เธอจับ คุณแม่ท้องโตยกยิ้มออกมาก่อนจะวางมือลงไปบนมืออันแสนจะอบอุ่นของสามี“ทำไมไม่เรียกเด็กมาเป็นเพื่อน” “ให้เด็กเก็บชุดเล็ก ๆ ของน้องจินจะเอาไปให้หลานแม่บ้าน ได้ยินเสียงดังข้างล่างเลยเดินออกมาดู”พูดจบธรรมิกาก็สาดสายตามองไปทางด้านหลังของสามี ครูซเห็นเธอก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย แต่สำหรับธรรมิกาแล้วเธอไม่คิดว่าตัวเองจะต้องญาติดีกับผู้ชายใจดำคนนี้อีก“งั้นตามสบายเถอะค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักมีก้าจะมีแขก” แขกคนที่ว่าทำให้มาเฟียหนุ่มเม้มริมฝีปาก“คุณรีบพาเพื่อนคุณกลับไป...” คนท้องพูดเบา ๆ ให้ได้ยินกันสองคนก่อนจะกวักมือเรียกลูกสาวที่นั่งอยู่บนตักครูซให้
บทส่งท้ายข่าวน่ายินดีของตระกูลโจวคือธรรมิกาได้ตั้งครรภ์ลูกคนที่สองสมใจพ่อของเขา ที่นับเดือนนับวันว่าเมื่อไหร่ลูกจะมาเกิดเพราะตั้งแต่จัดวันเกิดน้องจินครบสามขวบไปธรรมิกาก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ลูกก็ยังไม่มาสักที กว่าคนนี้จะมาคนเป็นพ่อแม่ก็ลุ้นแทบแย่ วาดิมถึงกับนอนเอามือก่ายหน้าผากทุกวัน เขาคิดว่าตัวเองมีปัญหาเสียแล้ว เมื่อสำเร็จสมความปรารถนามาเฟียใหญ่ก็ตระเวนแก้บนตามศาลเจ้ากับซินอี๋เรียกได้ว่าทั้งอาทิตย์อยู่ไม่ติดบ้านเลยส่วนคนท้องอ่อนสำหรับท้องนี้ซมยิ่งกว่าตอนท้องน้องจินเพราะแพ้ท้องหนักมากกินอะไรก็ไม่ได้เพราะออกปากหมดก็ยังดีที่มีครอบครัวและสามีแถมยังมีลูกสาวตัวเล็กที่ตอนนี้รับบทเป็นพี่ของน้องรอเลี้ยงน้องเต็มที่“มามี้ขา ถ้าน้องเกิดมาแล้วจินขอเอาน้องไปนอนด้วยได้ไหม ไปนอนในห้องเจ้าหญิงของจิน นอนคนเดียวเหง๊า ๆ อะค่ะ”พี่สาวสามขวบเหงาเป็นแล้ว ธรรมิกาที่กำลังยกยาดมจ่อจมูก อดจะยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ เธอรับแรงโถมรัดจากลูกสาวตัวอวบอ้วนที่มานอนซุกวางใบหน้ากลมเกลี้ยงอยู่บนเนินอกอวบอิ่ม“ได้สิคะ น้องจินอยากพาน้องไปนอนด้วยเมื่อไหร่ก็ได้มามี้อนุญาตแต่ไม่ใช่อุ้มหนีไปนะคะ ต้องบอกผู้ใหญ่ก่อน
บทที่ 75 อยากมีลูกเพิ่มเสียงฝีเท้าตุบตับดังมาจากหน้าห้องนอนทำเอาคนเป็นพ่อแม่ที่นอนกอดก่ายกันอยู่ผละออกจากกันแทบไม่ทันธรรมิกาคว้าเสื้อผ้าที่โดนถอดกระจัดกระจายบนเตียงนอนรวบมาอย่างเร่งรีบและรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำส่วนวาดิมหยัดกายลุกขึ้นสวมใส่กางเกงอย่างรวดเร็ว เขาหันมาจัดผ้าปูที่นอนอย่างลวก ๆ เมื่อมันเรียบร้อยดีแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกตั้งแต่เป็นพ่อแม่ หูเรียกได้ว่าความรู้สึกเร็วกว่าเดิมเป็นไหน ๆ อะไรนิดหน่อยก็รู้แล้วและยิ่งเวลาทำอะไรพิสดารกันแบบนี้ด้วยแล้ว รีบได้ก็ต้องรีบเพราะลูกสาวเห็นยังเด็กอยู่แต่ก็หูตาไวเหลือเกินตึง ๆๆๆๆ ยังไม่ทันขาดคำเสียงทุบประตูห้องนอนก็ดังขึ้น คนเป็นพ่อรีบสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วกำปั้นน้อยของเจ้าก้อนแป้งบรรจงทุบประตูห้องนอนเสียงดังโดยไม่สนใจพี่เลี้ยงที่ยอบกายนั่งลงและบอกว่าภายในห้องไม่มีใครอยู่ แต่เด็กน้อยไม่เชื่อ“ป๊าาา ป๊ะป๊าาาา ยูหนายจ๊ะ” เสียงเล็ก ๆ เรียกบิดาชัดถ้อยชัดคำกว่าคำอื่น กำปั้นกลม ๆ บรรจงทุบประตูห้องนอนบานใหญ่อย่างขะมักเขม้นไม่ยอมแพ้แม้แรงจะน้อยนิดและเจ็บมือเพียงใดก็อดทน จินจินต้องการให้ประตูเปิดออก!ร่างอวบอ้วนในชุดกระโปรงสีฟ้าคราม ทรงผม
บทที่ 74 Anniversary NC+++#สองปีผ่านไปร่างเล็กบอบบางของคนเป็นภรรยากำลังโน้มตัวลงมาใช้ปลายจมูกโด่งเล็กของเธอคลอเคลียปลายจมูกโด่งสันของเขาก่อนจะจับข้อมือของมาเฟียหนุ่มไปพันธนาการรัดด้วยเนกไทสีแดงเข้มและผูกยึดติดไว้บนหัวเตียง“มีก้า”“ชอบมัดดีนักโดนบ้างจะได้รู้สึก”“มัดมือมันจะไปพออะไรมัดขาไปด้วยเลยสิ”หัวใจของคนพูดเต้นระรัวราวกับตีกลอง ก่อนจะจ้องมองคนเป็นภรรยาใช้ใบหน้าซุกลงมาตรงขาข้างหนึ่งและกดริมฝีปากเล็ก ๆ จูบลงไปบนท่อนเอ็นที่พองโตคับมือเธอ“มีก้า...ทำไมวันนี้พาตื่นเต้นจัง”“Happy Wedding Anniversary”จบคำพูดของเธอใจของเขากระเด็นกระดอนออกนอกอกไปเรียบร้อย มือข้างหนึ่งที่ถูกพันธนาการพยายามขยับออกจากเนกไทที่มัดไว้และเอามาวางลงบนศีรษะทุยของคนที่กำลังอ้าปากกลืนกินตัวตนใหญ่โตของเขาอยู่วาดิมใช้สายตารุ่มร้อนจ้องมองเรียวปากที่อ้ากว้างและพยายามขบเม้มตวัดปลายลิ้นละเลงเลียเส้นเสียวด้านหลังก่อนจะใช้ฟันขบส่วนหัวและดูดมันแรง ๆ อีกครั้งร่างหนาสะท้านสั่นไหวสองขาสั่นเกร็ง มาเฟียหนุ่มผ่อนลมหายใจขาดห้วงออกมาตามแรงจังหวะที่เธอกลืนกินตัวตนของเขา บางตอนที่เธอยัดมันเข้าไปในลำคอจนเกิดเสียงค่อกแค่ก วาดิมย
บทที่ 32 พบปะครอบครัวยังไม่ทันที่วาดิมจะพาเธอไปพบครอบครัวอย่างที่บอกไว้ บรรดาครอบครัวของเขาก็พากันมาหาที่บ้านแล้วตอนที่รู้ธรรมิกาชุลมุนวุ่นวายกับตัวเองมาก ในขณะที่นอนฝันหวานอยู่เธอพุ่งลุกจากเตียงนอนแทบไม่ทัน“ฉันบอกเธอแล้วเมื่อคืนว่าตอนเช้าป๊าจะมาทานข้าวที่บ้าน ทำไมตื่นสาย” วาดิมพูดกับเธอในขณะที่
บทที่ 31 พันธสัญญาฉบับใหม่เรื่องราวที่ธรรมิการู้มาทำให้ตั้งแต่ที่ร้านอาหารจนถึงบ้านตระกูลโจว หญิงสาวก็พูดน้อยลงในทันทีวาดิมรู้ว่าเธอสงสัยแต่มันไม่ใช่หน้าที่เขาที่ต้องอธิบาย มาเฟียหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองต้องพูดหรือทำอะไรให้ธรรมิกาเข้าใจเขาเมื่อกลับถึงบ้านพวกแม่บ้านก็ช่วยกันยกข้าวของเธอไปเก็บ รวมถึงต
บทที่ 29 สวรรค์...ความเย็นชื้นของเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างเล็กที่นอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มขยับกายเบียดซุกเข้าหาไออุ่น ท่อนแขนเรียวยกขึ้นโอบกอดสิ่งที่ตัวเองสัมผัสโดนดวงตาคมตวัดมองสิ่งมีชีวิตที่พยายามเอาใบหน้าเบียดซุกสะโพกของเขา ริมฝีปากอวบอิ่มเผยออ้าออกเผยให้เห็นฟันซี่หน้า เส้นผมดำขลับกระเซอะกระเซิงปิ
บทที่ 27 เกมที่ตั้งใจเล่นครั้งนี้เป็นการทานอาหารมื้อแรกที่เราจะพูดคุยกันอย่างดี คราวนี้วาดิมไม่ต้องคีบอาหารมาเผื่อเธอแล้ว แต่ธรรมิกากลับเป็นคนเอาใจเขาไปเสียทุกอย่าง ชายหนุ่มเพียงแค่นั่งรับประทานอาหารไปเงียบ ๆ รอการปรนนิบัติจากเธอ“มีก้าไม่รู้ว่าคุณโจวชอบทานอะไรบ้าง แต่ป้าจูบอกว่าคุณเป็นคนทานง่าย”







