Masukเสกสรรยื่นเงินให้ลุงขับสามล้อพอหันกลับมาก็ต้องตกใจ ภรรยากับลูกเดินถือกระเป๋าตามกันมา โดยมีแม่ยายเดินขนาบข้าง
“ยุกับลูกจะไปไหน”
“ฉันกับลูกจะไปอยู่บ้านแม่ค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ แต่ในใจเขารู้ว่าเธอกำลังโกรธ ผู้หญิงคนนี้เมื่อโกรธจนถึงขีดสุดเธอเลือกที่จะเงียบมากกว่าโวยวาย
“แล้วพี่จะอยู่กับใคร”
“ถุย แล้วพี่จะอยู่ใคร” แม่ยายว่าเสียงเย้ยหยัน “ถามออกมาได้… ทำไม เมียใหม่เขาเฉดหัวส่งกลับมาหรือไง ถึงได้กลับมาทำตาละห้อยใส่เมียแบบนี้”
“ฉันไม่ได้หนีตามใครทั้งนั้นแหละแม่”
“แล้วเงินล่ะ เงินหายไปไหน”
เสกสรรมองดูลูกชายลูกสาวด้วยความสงสาร เขาไม่อยากให้ลูกต้องมาได้ยินความเลวของพ่อเลย
“ไข่เจียว ไข่ตุ๋น อยู่กับพ่อนะ ถ้าเราสองคนทิ้งพ่อไป แล้วพ่อจะอยู่กับใคร” เสกสรรพูดออกมาจากใจจริง ในเมื่อเขาย้อนกลับมาอยู่ในร่างนี้แล้ว มีลูกมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนแล้วยังจะให้เขาอยู่คนเดียวอีกหรือ เขาคงไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น
ลูกทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารพ่อจับใจ “แม่คะ หนูจะอยู่กับพ่อค่ะ” ทั้งที่ในใจก็คิดถึงแม่ แต่ตอนนี้เธอสงสารพ่อมากกว่า
“ผมก็จะอยู่กับพ่อครับ” เสกสรรมองเด็กทั้งสองแล้วก็ยิ่งหลงรัก พวกเขาช่างเหมือนผ้าขาวเสียจริง รู้ว่าพ่อโมโหร้าย รู้ว่าพ่อชอบตบตีแม่และเขาทั้งสอง แต่พวกเขาก็ยังรักพ่อเสมอ
ยุพารู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย ถ้าจะให้ทิ้งลูกไว้กับสามีเธอก็ทำไม่ได้ ถ้าจะพาไปอยู่บ้านแม่ลูกก็คงร้องไห้ไม่หยุด “แม่คะ”
“ถ้าแกอยากจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็เชิญอยู่กับมันต่อไป และอย่ามาร้องไห้ฟูมฟายให้ฉันกับพ่อแกเห็นอีก”
“แล้วฉันจะลองคิดดูอีกครั้งค่ะแม่”
“เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย” ว่าจบผู้เป็นแม่ก็หันมามองลูกเขยด้วยสายตาเกลียดชัง แต่ในเมื่อลูกสาวเลือกแล้วเธอก็ตัดสินใจแทนไม่ได้ ลูกไม่รักดี เจ็บแล้วไม่เคยจำไม่รู้จะยอมให้มันย่ำยีไปอีกนานแค่ไหน จากนั้นก็สะบัดหน้าเดินออกไป ใจจริงเธอก็อยากด่าลูกเขยมากกว่านี้ แต่ลูกเขยคนนี้มันเป็นคนก้าวร้าวไม่เคยเห็นหัวใคร แม้แต่พ่อตากับแม่ยายมันก็เคยวิ่งเอามีดไล่ฟันมาแล้ว วันนี้มันทำเป็นสงบปากสงบคำเพื่อให้เมียเห็นใจเท่านั้น
ให้หลังแม่ยายเสกสรรเดินเข้าไปใกล้ภรรยาหมายจะช่วยถือของกลับเข้าบ้าน แต่เธอกลับเบี่ยงมือหลบ เขาจึงเดินไปช่วยลูกทั้งสองถือของกลับขึ้นบ้าน
ไข่เจียวแหงนหน้ามองพ่อ “พ่อไปไหนมาแต่เช้าเหรอคะ”
ผู้เป็นพ่ออึกอักก่อนจะตอบลูกออกไป “พ่อ พ่อไปบ้านเพื่อนมา”
ยุพาวางของไว้แล้วเดินเข้าครัวด้วยท่าทางโรยแรง เสกสรรมองตามด้วยสายตาห่วงหาอาทรแล้วพูดกับลูก “ไข่เจียวกับไข่ตุ๋นนั่งเล่นอยู่ตรงนี้ก่อนนะ พ่อจะไปช่วยแม่ทำอาหาร” น้อยครั้งที่เสกสรรคนก่อนจะหยิบจับงานบ้านงานเรือน แต่เสกสรรคนใหม่อยู่คนเดียวมาเป็นสิบกว่าปี แน่นอนเขาย่อมทำเป็นทุกอย่าง แม้วิถีชีวิตในยุคนี้จะโบราณไปสักนิด อีกทั้งชีวิตในชาติที่ผ่านมาเขาเติบโตในตัวจังหวัด ไม่ใช่ในเขตชนบทเหมือนตอนนี้
เขายืนนิ่งมองภรรยาจากด้านหลัง นี่สินะสัตว์สองเท้าที่เขาจะได้รับเลี้ยง เขายินดีที่จะลี้ยงดูลูกกับภรรยาแต่ตอนนี้เขาไม่มีเงินสักบาท เขาจะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้อย่างไร แถมเงินเก็บที่มีอยู่ เจ้าของร่างนี้ก็เอาไปให้ผู้หญิงคนนั้นหมดแล้ว ป่านนี้พวกมันคงเอาไปถลุงเล่นกันอย่างสบายใจ
จังหวะนั้นยุพาหันกลับมาพอดี
ทั้งสองสานสบตากัน
เสกสรรเห็นเพียงความว่างเปล่าในดวงตาของภรรยา
“เข้ามาทำไม”
“เธอไปพักเถอะ พี่จะทำเอง” ถึงแม้เขาจะไม่ถนัดกับการทำครัวด้วยเตาฟืนเตาถ่าน แต่ความสามารถของเสกสรรทั้งสองคนก็ได้หลอมรวมเข้าด้วยกันแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เจ้าของร่างนี้ทำเป็น เขาก็ต้องทำเป็นด้วย อาจจะไม่ชำนาญเท่าคนเดิมแต่ก็ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันไป
ยุพาได้ยินแค่นั้นก็เดินออกจากห้องครัวทันที ถึงจะแปลกใจกับสายตาและท่าทางที่อ่อนโยนลงมากของสามี แต่เธอก็ไม่อยากคุยกับเขา ความโกรธเกลียดยังมีอยู่เต็มอก แต่ผู้ชายคนนี้เวลาทำผิดเขาย่อมรู้จักเอาตัวรอด โกหก ตอแหล กะล่อน ปลิ้นปล้อน รวมอยู่ในสามีเธอคนเดียว เธอทะเลาะกับเขามานับครั้งไม่ถ้วน คราวนี้เธอจะดูเขาแสดงละครต่อไปเรื่อย ๆ เธออยากรู้ว่าเขาจะสรรหาคำไหนมาแก้ตัว และในเมื่อไม่มีเงินแล้ว เขาจะแก้ปัญหาให้ครอบครัวอย่างไร ถ้าเขาบังคับให้เธอขายสมบัติที่พ่อแม่แบ่งให้อีก ก็คงถึงเวลาแล้วที่ต้องแยกทางใครทางมัน
เสกสรรก่อไฟทำข้าวต้มเพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้แช่ข้าวสารเหนียวไว้ เพราะเขาไม่คิดว่าจะได้กลับมากินข้าวที่บ้านหลังนี้อีก ส่วนภรรยาหลังจากกินข้าวกินยาแล้วก็คงหลับไปเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ
ก่อไฟตั้งหม้อเสร็จจึงเดินไปเปิดดูตู้เย็นเครื่องเก่า ๆ ยังดีที่ยังมีปลาทูอยู่หนึ่งเข่งและไข่สดอีกห้าฟอง ในเข่งนั้นมีปลาทูตัวเล็ก ๆ อยู่สามตัว
เขาตอกไข่ใส่ข้าวต้มสี่ฟองโดยไม่ให้ไข่แดงแตก จากนั้นก็ทอดปลาทูต่อ เสร็จแล้วจึงยกหม้อข้าวต้มออกไปด้านนอก
“ไข่เจียวไข่ตุ๋นไปล้างมือมากินข้าวเร็วลูก”
“ทุกครั้งไม่เห็นต้องล้างนี่ครับ” ไข่ตุ๋นแค่สงสัย
เสกสรรอึ้งไปพักหนึ่งจึงพูดต่อ “มือเราไปจับอะไรมามากมาย ต่อไปนี้ทุกครั้งที่หยิบของกินเข้าปากลูกต้องล้างมือ” ก่อนหน้าเสกสรรปล่อยปละละเลยลูกทั้งสอง ต่อไปนี้เขาจะเลี้ยงลูกให้ดี
สามแม่ลูกยังงงกับสิ่งที่เขาพูด เพราะคำพูดคำจาของเสกสรรต่างไปจากคนเดิมค่อนข้างมาก แต่ลูกทั้งสองก็ทำตามอย่างไม่อิดออด เขาเดินกลับไปยกถาดอาหารที่มีถ้วย ช้อน และจานปลาทูออกมาอีกครั้ง ภรรยาก็ปูเสื่อรอเรียบร้อยแล้ว
เขาตักข้าวต้มใส่ถ้วยสี่ใบพร้อมกับไข่คนละหนึ่งฟอง “พ่อทำข้าวต้มน่ากินจังค่ะ”
“ถ้างั้นก็กินเยอะ ๆ” ในสายตาเขาลูกทั้งสองยังดูผอมไปสักหน่อย เขาสัญญาว่าจะหาอาหารดี ๆ มาขุนให้พวกเขาทั้งสามอ้วนท้วนมากขึ้นกว่านี้
ทั้งสี่กินอาหารด้วยกันด้วยบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายกว่าทุกวันที่เคยกินข้าวด้วยกัน ลูกทั้งสองก็ลดความกลัวลงไปมาก ยุพาสังเกตว่าสามีของเธอแสดงละครเก่งมากกว่าทุกครั้ง เพราะถ้าเธอไม่รู้จักนิสัยเขาดีกว่าใคร ก็คงคิดว่าเขาทำออกมาจากใจจริง แต่สำหรับเธอพอแล้วกับผู้ชายคนนี้ ที่ยอมกลับมาอยู่บ้านเดียวกันครั้งนี้ก็เพื่อลูกเท่านั้น
“เขาจะตายไหมพี่” น้ำเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย “ไม่ตายหรอก” “แล้วเราจะเอายังไงกับเขาดี” “เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ขณะนั้นวิญญาณของเสกสรรได้ออกจากร่างไปแล้ว เขาเดินเข้าไปกระชากแขนกุลชาอย่างแรง แต่ยิ่งไขว่คว้าร่างนั้นเท่าไรเขากลับสัมผัสเธอไม่ได้เลย ในเวลาต่อมาเมื่อเห็นพศินลากร่างเขาออกไป เขาจึงตระหนักได้ทันทีว่าเขาได้ตายไปแล้ว เขาเสียใจที่กุลชาทำกับเขาเช่นนี้ หลอกเอาเงินกับเขาไปให้ผู้ชายคนอื่น แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทกับเขาอีก คืนนั้นเสกสรรนั่งร้องไห้เฝ้าร่างของตัวเองที่นอนแน่นิ่งอยู่ในป่ารกจนถึงเช้า พยายามเข้าไปสิงร่างเดิมของตัวเองเป็นร้อยเป็นพันรอบแต่เขาก็ไม่สามารถกลับไปเป็นคนได้อีก เขาต้องยอมรับความตายครั้งนี้อย่างนั้นหรือ หลังจากนั้นวิญญาณของเสกสรรก็ล่องลอยกลับไปที่บ้านของตัวเอง แต่ก็พบว่าภรรยากับลูกไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว เขาจึงตามเธอไปที่บ้านแม่ยาย พอไปถึง ทันใดนั้นณดลน้องชายของยุพาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “พี่ยุ ๆ” “มีอะไร” “พี่เสกตายแล้ว” “ฮะ!” เสียงยุพาดูตกใจแต่แววตา
เช้าวันต่อมาข่าวที่ภรรยาของพศินวิ่งไล่ฟันสามีกับชู้รักอย่างกุลชาก็ดังไปทั้งหมู่บ้าน พศินได้รับบาดเจ็บสาหัส แถมเมียยังขู่ว่าจะขอหย่า ส่วนกุลชาวิ่งหนีไปได้แต่ก็หนีไปในสภาพที่ดูไม่ได้เช่นกัน และเธอคงไม่กล้ากลับมาที่หมู่บ้านนี้อีก เพราะผู้คนในหมู่บ้านนี้รู้เช่นเห็นชาติของเธอหมดแล้ว และถ้ากลับมาอีกบุญชูเมียของพศินคงเอากุลชาถึงตาย แม่และพี่สาวของยุพามาหาที่บ้านแต่เช้า ยุพากำลังรดน้ำผักอยู่ข้างบ้านพอดี “แกรู้เรื่องยัยกุลหรือยัง” แสงเดือนเป็นห่วงลูกสาว กลัวว่าเสกสรรจะไปร่วมทำไม่ดีกับพศินด้วยจึงรีบมาหาที่บ้าน “กุลเขาทำไมเหรอคะแม่” ยุพายังทำหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน “ก็มันแอบไปนอนกับไอ้ศินอยู่เถียงนานอกบ้านนี่เอง เมียไอ้ศินมันไปเจอ ไล่ฟันกันจนต้องไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาล” “อ้อ เหรอคะ” “แล้วนี่น้าเสกไปไหน ไปดูไอ้ศินมันเหรอ” นีราถามน้องสาว “เปล่า พี่เสกทำอาหารอยู่ข้างบนค่ะ” “ไอ้เสกทำอาหาร แกรดน้ำผัก?” “อือฮึ ทำไมเหรอคะ เขาก็ทำอาหารทุกวันนะ ไม่เห็นแปลกตรงไหน” น้ำเสียงติดอวดสามีนิด ๆ
กุลชาเดินลับ ๆ ล่อ ๆ ออกมาจากที่ซ่อนเมื่อรู้ว่ามีคนนำเสกสรรมาไว้บนเถียงนาให้เธอเชือดแล้ว เธอย่องขึ้นไปบนเถียงนาอันมืดมิดอย่างเงียบ ๆ ดีแล้วที่คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด จากนั้นเปลื้องผ้าของตัวเองออกแล้วไปจัดการกับคนที่นอนนิ่งอยู่ กุลชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทั้งหมดเธอกับผู้ชายคนนั้นซดข้าวต้มรอบดึกด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย เพราะต่างคนก็ต่างเมา ไม่สนใจว่าอากาศรอบตัวจะเย็นเฉียบสักแค่ไหน แวบแรกกุลชารู้สึกคุ้นเคยกับเพลงรักและเสียงครางของผู้ชายคนนี้มาก แต่เมื่ออยู่ในห้วงอารมณ์นั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว เธอปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามท่วงทำนองผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงภรรยาของพศินที่เดินมากับไกรเลิศเอ่ยเสียงดังด้วยความโกรธจัด “ไหน ไอ้ผัวตัวดีของกูมันอยู่ที่ไหน” ถึงมองเห็นใบหน้าไม่ชัดแต่ก็รู้ว่าหน้าของเธอคงแดงก่ำเสียงนั้นทำให้สองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียถึงกับชะงัก“เมียพี่มา” พศินเอ่ยเสียงแหบ ลำคอแห้งผาก ไก่โต้งที่กำลังชูคอแข็งขึงหดตัวอ่อนยวบลงอย่างรวดเร็วทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกใจ จะถามหาเหตุผลที่พวกเขามานอนอยู่ที่นี่ด้วยกันได้อย่างไรก็คงไม่ทันแล้วมือข้างหนึ่งถือไฟฉาย มืออีกข้างถ
เสกสรรกลับมาจากนา รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วยุพาจึงเดินเข้าไปคุยด้วย “วันนี้กุลมาหาฉันที่บ้าน” คิ้วดกดำขมวดเข้าหากันทันที “มาทำไม” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้หญิงอย่างกุลชาดี อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายจึงไม่อยากใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้เมื่อไรเธอจะหยุด “เขามาบอกฉันว่า พี่เป็นคนเอาเงินสี่หมื่นนั้นให้เขา” ยุพาสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดต่อ “ฉันอยากรู้ว่าเรื่องราววันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ด้วยความโกรธบวกกับความเกลียดและกลัวเขาวันนั้นเธอจึงไม่อยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น เสกสรรมองภรรยาด้วยแววตาเป็นกังวล เขาห่วงความรู้สึกของภรรยามากกว่า “สัญญากับพี่ก่อนสิว่าเธอจะไม่เกลียดพี่” เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นเพื่อรอคำตอบ แววตาเว้าวอน พอภรรยาพนักหน้ามุมปากจึงคลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ “วันนั้นหลังจากพี่วางยานอนหลับเธอกับลูกแล้ว พี่ก็ขโมยเงินที่อยู่ใต้ที่นอนเธอไปทั้งหมด แล้วให้ไอ้วุธไปส่งที่ศาลารอรถทางเข้าหมู่บ้าน” เขาเว้นวรรคเพื่อหายใจ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับมือภรรยาไว้ ใช้หัวแม่มือคลึงกลางฝ่ามือเธอเบา ๆ “ตอนไปถึงพี่ไม่เจอกุล เ
ดวงตาทั้งคู่สานสบกันในห้องนอนที่มองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเพียงเลือนราง ยุพายิ้มออกมาได้เมื่อรู้ว่าเขายังปกติดีทุกอย่าง “เบา ๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” เธอกระซิบเสียงแผ่ว อา! เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในห้องนี้มีลูกอยู่ด้วย “จะพยายาม” สิ้นคำเขาจึงทำไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง ทั้งสองกดข่มเสียงเอาไว้ให้ลึกถึงก้นบึ้ง ยุพารู้สึกพึงพอใจกับบทรักของเขาครั้งนี้เป็นอย่างมาก เขานุ่มนวล ทะนุถนอมเธอ ไม่เหมือนเสกสรรคนก่อน ในตอนเช้าเสกสรรตื่นขึ้นมาก่อนภรรยา เขานอนมองหน้าเธอแล้วยิ้มละมุน จากที่คิดว่าจะให้ภรรยาสอนแต่เขากลับทำเองทุกกระบวนท่า เขายื่นปากไปจุมพิตริมฝีปากภรรยา ค้างไว้เช่นนั้นหลายอึดใจ ถอนปากออกมาอย่างเสียดาย แล้วตัดสินใจลุกขึ้นไปนึ่งข้าว เพิ่งรู้ว่าการมีเมียมันดีอย่างนี้นี่เอง เขาไม่น่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงสองเดือนเลย หลายวันมานี้เสกสรรตื่นแต่เช้าเพื่อไปใส่ปุ๋ยและไถกลบมันสำปะหลัง ตอนสายเขาจะกลับมากินข้าวเช้าที่บ้าน เขาทำอย่างนี้ทุกวันพอแดดจัดจะได้พักผ่อน ช่วงบ่ายสามสี่โมงเย็นค่อยออกไปทำงานอีกครั้งพร้อมลูกกับภรรยา กุลช
กุลชาเดินกลับมาทำงานด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด พอเสกสรรกลับมาทำงานตามเดิม พศินจึงเดินมาหากุลชา “เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงเบา และทำทีปลูกมันสำปะหลังไปด้วยราวกับว่าไม่ได้คุยกัน “เมียกับลูกเขาตามไปเจอฉันก่อน เซ็งเลยเกือบจะมีเงินใช้อยู่แล้วเชียว” เหตุผลที่กุลชาชอบทำตัวแบบนี้คือหนึ่งเธอได้เงิน สองคือเธอได้โปรยเสน่ห์ของตัวเองไปด้วย เธออยากให้ผู้ชายทุกคนมาลุ่มหลงเธอ “เดี๋ยวนี้ดูมันไม่ค่อยห่างลูกห่างเมียเลย” พศินบ่นอุบอิบ หรือเสกสรรจะเข็ดหลาบกับเรื่องผู้หญิงจริง ๆ “แล้วเราจะทำยังไงดี” “ดูมันไปก่อน” เขาเชื่อว่าเสือร้ายอย่างไอ้เสกไม่มีวันสิ้นลายแน่ ศราวุธที่คอยสังเกตสองคนนี้ตั้งแต่ต้นจึงเกิดความสงสัย เหตุใดพศินกับกุลชาถึงได้สนิทสนมกันเกินควร เวลาผ่านไปจนถึงตอนเย็น ก่อนกลับบ้านศราวุธรอให้คนงานคนอื่นกลับบ้านไปก่อนจากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปคุยกับเสกสรร “กูว่าไอ้ศินกับกุลสนิทกันแปลก ๆ ว่ะ มึงคิดเหมือนกูไหม” “อือ ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน” รถกระบะคันที่พศินขับมาเขาก็รู้สึกคุ้นตานัก ความจริงวันนี้พศินไม่ต้องมาช่วย
หญิงวัยกลางคนเดินขึ้นมาบนบ้านลูกสาวเมื่อทราบข่าวว่าลูกเขยหนีไปกับหญิงอื่น “ยุ” แสงเดือนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่สายแล้วแต่ลูกสาวยังไม่ตื่นถึงแม้ลูกสาวจะป่วยแต่ยุพาก็ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ เธอเปิดมุ้งเข้าไปก็พบว่าสามแม่ลูกยังนอนหลับสนิท แสงเดือนเอามือเขย่าร่างลูกสาว “ยุ ตื่นได้แล้ว ผัวแกหนีไปกับนังกุล
เสกสรรวาดขาขึ้นซ้อนรถมอเตอร์ไซด์เพื่อน จากนั้นศราวุธก็ขับรถออกไปยังถนนกลางหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ ศราวุธจอดรถเมื่อมาถึงศาลารอรถหน้าทางเข้าหมู่บ้าน “ให้กูอยู่เป็นเพื่อนไหม” ตอนนี้ก็มืดมากแล้ว “ไม่ต้อง อีกหน่อยกุลก็คงจะมา” ท
ดวงตะวันกำลังจะตกดินทอแสงสีแดงประกายแสดลอดผ่านออกมาจากปลายไม้มองเห็นเพียงริบหรี่ นี่คงเกือบจะหกโมงเย็นแล้วกระมังแต่ยังไร้วี่แววของสามีที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงสายของวัน ภายในบ้านไม้ยกสูงกลางเก่ากลางใหม่ มีหญิงสาววัยยี่สิบหกปีกำลังนอนซมเพราะพิษไข้มานานกว่าสองสัปดาห์ ห่างออกไปเล็กน้อยมีเด็กชายกับเด็
เสกสรรนั่งพนมมือ ปากกำลังจะแย้มถามสิ่งที่ตนต้องการรู้แต่หลวงตากลับพูดขึ้นมาก่อน “โยมจะได้สัตว์สองเท้าในคราวเดียวกันถึงสามตัว เพศเมียสองเพศผู้หนึ่ง” “สัตว์สองเท้า” เสกสรรพึมพำออกมาเสียงแผ่ว สัตว์สองเท้าถ้าไม่ใช่เป็ดไก่สำหรับเขาก็คงเป็นคน เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่เขลาที่จะแปลความหมา







