LOGINหญิงวัยกลางคนเดินขึ้นมาบนบ้านลูกสาวเมื่อทราบข่าวว่าลูกเขยหนีไปกับหญิงอื่น “ยุ” แสงเดือนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่สายแล้วแต่ลูกสาวยังไม่ตื่นถึงแม้ลูกสาวจะป่วยแต่ยุพาก็ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ เธอเปิดมุ้งเข้าไปก็พบว่าสามแม่ลูกยังนอนหลับสนิท แสงเดือนเอามือเขย่าร่างลูกสาว “ยุ ตื่นได้แล้ว ผัวแกหนีไปกับนังกุลแล้วแกรู้เรื่องกับเขาไหมเนี่ย”
“หือ แม่ว่าอะไรนะ” ยุพาเอ่ยเสียงยานคาง ยกมือขึ้นกุมศีรษะเพราะความมึนงง
“ไอ้เสกมันหนีไปกับนังกุลเมื่อคืน”
“ฮะ!” เธอมีสีหน้าตกใจ เมื่อคืนหลังจากกินยาแล้วเธอก็หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว
“แล้วทำไมพากันนอนตื่นสายขนาดนี้ ดูสิไข่เจียวกับไข่ตุ๋นก็พลอยตื่นสายไปด้วย ปกติตื่นตั้งแต่ตีห้าไม่ใช่เหรอ”
“นั่นน่ะสิ ฉันรู้สึกมึนหัวจัง ปวดหัวด้วยค่ะ”
แสงเดือนเอื้อมมือไปแตะหน้าผากและลำตัวของลูกก็พบว่ายังมีไอร้อนแผ่ออกมา “นี่แกได้กินยาบ้างไหมเนี่ย ทำไมยังมีไข้อยู่เลย”
“กินค่ะแต่มันก็ยังไม่หายสักที”
“ฉันว่าแกไปหาหมอเถอะ”
“ค่ะ ฉันว่าจะไปวันนี้แหละแม่” พูดจบยุพาจึงเคลื่อนตัวลงจากที่นอน อาการของเธอเหมือนคนกินยานอนหลับแล้วฤทธิ์ยายังไม่หมดดี พอดึงถุงผ้าใต้ที่นอนออกมาก็พบว่ามีแต่ความว่างเปล่า
ดวงตาเธอเบิกโพลงด้วยความตกใจ หัวใจพลันสลดวูบเมื่อรู้ว่าสามีขโมยเงินไปด้วย ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกตัวเลยทั้งที่เงินอยู่ใต้ที่นอนแท้ ๆ หรือว่า…
เขาต้องเอายานอนหลับให้เธอกินแน่ ๆ
ไอ้เลวระยำ! เธอสบถคำหยาบในใจ
ยุพาหลับตาลงเพื่อระงับสติอารมณ์ ทั้งโกรธทั้งเกลียดสามีตัวเอง ไม่สร้างไม่ว่า แต่กลับทำลายเธอกับลูกด้วย ผู้ชายอะไรจะเลวได้ขนาดนี้
“มีอะไร”
ยุพาลืมตาที่มีน้ำใส ๆ รื้นขึ้นมา “พี่เสกขโมยเงินฉันไปหมดเลยค่ะ”
“กี่บาท”
“สี่หมื่น”
“สี่หมื่น?” แสงเดือนพูดขึ้นด้วยความตกใจ “ไอ้เลว หนีไปกับชู้ไม่พอ ซ้ำยังขโมยเงินเมียไปอีก ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามันดี”
น้ำใส ๆ ไหลรินออกมาจากสองดวงตา เงินส่วนนี้เป็นเงินที่เหลือจากการขายที่ดินที่สามีตัวดีรบเร้าให้เธอขายสมบัติของพ่อแม่ไปเกือบห้าไร่ เธอวางแผนไว้ว่าจะเก็บไว้ใช้นาน ๆ แต่เขากลับมาขโมยไปเสียก่อน เธอไม่ได้เสียดายหากเขาจะหนีไปกับหญิงอื่น แต่ไม่ใช่เอาเงินเธอไปจุนเจือผู้หญิงคนนั้นด้วย
“เก็บเสื้อผ้า แล้วย้ายไปอยู่กับฉัน” มือข้างหนึ่งจับแขนลูกสาว มืออีกข้างเตรียมจะเปิดมุ้ง
แต่ยุพากลับยื้อแขนแม่ไว้ “แม่คะ”
“ไม่ต้องมารีรอแล้ว”
“แล้วบ้านหลังนี้ล่ะคะ”
“ก็ทิ้งมันไว้แบบนี้” อย่างไรบ้านหลังนี้ก็เป็นชื่อของเสกสรร ลูกสาวจะขายก็คงไม่ได้ แสงเดือนหันไปปลุกหลานทั้งสอง “ไข่เจียว ไข่ตุ๋น ตื่นเร็วลูก”
เด็กสองคนงัวเงียทำเหมือนไม่อยากตื่น “ทำไมยายมาแต่เช้าจังเลยครับ”
เห็นอาการของลูก ยุพาก็เข้าใจทันทีว่าลูกทั้งสองก็โดนวางยานอนหลับเช่นกัน ผู้ชายคนนี้มันช่างเลวได้ใจจริง ๆ
“ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันเถอะ แล้วเก็บเสื้อผ้าไปอยู่บ้านยาย”
“ทำไมต้องไปอยู่บ้านยายด้วยคะ” น้ำเสียงขี้เกียจที่เอ่ยถามนั้นคือไข่เจียว
“ก็เพราะพ่อแกสองคนหนีไปมีเมียใหม่แล้วน่ะสิ” แสงเดือนพูดขึ้นด้วยความโมโห ไม่ห่วงเมียไม่ว่า แต่นี่แม้แต่ลูกมันก็ไม่เอา
“ไม่จริงใช่ไหมคะแม่ พ่อไม่ได้มีเมียใหม่ใช่ไหมคะ” ไข่เจียวถามแม่พลางน้ำตาไหลอาบแก้ม เมื่อวานพ่อยังกลับมาทำกับข้าวให้กินอยู่เลย วันนี้พ่อจะหนีไปมีเมียใหม่ได้อย่างไร
“ทำไมจะไม่จริง” ผู้เป็นยายพูดขึ้นเสียงดัง
“แม่คะ” ยุพาส่งเสียงปรามแม่ เพราะไม่อยากให้ลูกรับรู้เรื่องนี้ ยุพาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ลูกอย่างอ่อนโยน ทุกครั้งที่คิดว่าจะเลิกกับสามีเธอก็อดใจหายไม่ได้ ใจหายที่ต้องทนเห็นลูกร้องไห้ที่เห็นพ่อแม่แยกทางกัน แต่ครั้งนี้พ่อของพวกเขาไม่อยู่แล้วคงไม่ยากที่เธอจะหาข้ออ้างมาบอกกับลูกถึงสาเหตุที่เขาไม่อยู่แล้ว
“ถ้างั้นก็รีบเก็บของ” ว่าจบแสงเดือนก็ลุกเดินออกจากมุ้ง แล้วช่วยลูกสาวเก็บของที่จำเป็นกลับไปด้วย อย่างอื่นค่อยให้ลูกชายคนเล็กเอารถอีแต๋นมาช่วยขนย้าย ครั้งนี้ยุพาคงเลิกกับสามีคนนี้ได้สักที
สามล้อเครื่องจอดตรงหน้าบ้านที่มีรั้วไม้กั้นอยู่ “รอแป๊บนึงนะลุง” เสกสรรบอกกับคนขับสามล้อประจำหมู่บ้านแล้วเร่งฝีเท้าเข้าไปเอาเงินกับภรรยา เขาเดินมาได้เกือบครึ่งทางเจอลุงขับสามล้อรับจ้างที่จะออกไปทำงานพอดี จึงเรียกให้ลุงมาส่ง
“เออ”
พอจะก้าวขาขึ้นบันได ก็เจอแม่ยายเดินลงมาพอดี ด้านหลังมีภรรยากับลูกทั้งสองเดินตามมาด้วย แวบแรกที่มองเห็นหน้าลูกกับภรรยาเขาก็เกิดความรู้สึกผูกพันกับพวกเขาขึ้นมาทันดี มองเห็นดวงตากลมโตใสแป๋วของลูกทั้งสองแล้วหัวใจก็พลันวูบโหวง ลูกทั้งสองน่ารักขนาดนี้ทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้กล้าทิ้ง สายตาเหลือบมองไปยังภรรยาที่สองมือหิ้วของพะรุงพะรัง ก็ยิ่งให้ความรู้สึกสงสารจับใจ ร่างกายเธอผอม ใบหน้าซีดเซียวจนไร้สีเลือด ความงามที่เคยมีจากภาพความทรงจำในอดีตไม่มีหลงเหลือ แววตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความโกรธแค้น
เขาเข้าใจ เข้าใจเป็นอย่างดีกับเรื่องที่เธอเจอมาในอดีต
สียงไข่ตุ๋นดังขึ้นทำให้เขาตื่นจากภวังค์ “พ่อ พ่อไม่ได้หนีไปกับเมียใหม่ใช่ไหมครับ”
เสกสรรทำหน้าเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่ได้ตอบคำถามลูกในตอนนั้น “ยุ พี่ขอเงินสักยี่สิบบาทก่อนสิ จะเอาไปจ่ายค่าสามล้อ”
จบคำเสียงแม่ยายก็ดังขึ้นทันที “เอาเงินเมียไปให้ผู้หญิงหมดแล้วยังมีหน้ากลับมาขอเงินเมียเป็นค่ารถอีก…สารเลว” ถึงจะเกรงลูกเขยอยู่บ้างแต่ครั้งนี้มันเหลืออดจริง ๆ
ถึงยุพาจะโกรธมากแค่ไหนแต่ก็ยอมยื่นเงินยี่สิบบาทให้สามี ตอนนี้เธอมีเงินติดตัวไม่ถึงสามร้อยบาท
“เขาจะตายไหมพี่” น้ำเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย “ไม่ตายหรอก” “แล้วเราจะเอายังไงกับเขาดี” “เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ขณะนั้นวิญญาณของเสกสรรได้ออกจากร่างไปแล้ว เขาเดินเข้าไปกระชากแขนกุลชาอย่างแรง แต่ยิ่งไขว่คว้าร่างนั้นเท่าไรเขากลับสัมผัสเธอไม่ได้เลย ในเวลาต่อมาเมื่อเห็นพศินลากร่างเขาออกไป เขาจึงตระหนักได้ทันทีว่าเขาได้ตายไปแล้ว เขาเสียใจที่กุลชาทำกับเขาเช่นนี้ หลอกเอาเงินกับเขาไปให้ผู้ชายคนอื่น แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทกับเขาอีก คืนนั้นเสกสรรนั่งร้องไห้เฝ้าร่างของตัวเองที่นอนแน่นิ่งอยู่ในป่ารกจนถึงเช้า พยายามเข้าไปสิงร่างเดิมของตัวเองเป็นร้อยเป็นพันรอบแต่เขาก็ไม่สามารถกลับไปเป็นคนได้อีก เขาต้องยอมรับความตายครั้งนี้อย่างนั้นหรือ หลังจากนั้นวิญญาณของเสกสรรก็ล่องลอยกลับไปที่บ้านของตัวเอง แต่ก็พบว่าภรรยากับลูกไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว เขาจึงตามเธอไปที่บ้านแม่ยาย พอไปถึง ทันใดนั้นณดลน้องชายของยุพาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “พี่ยุ ๆ” “มีอะไร” “พี่เสกตายแล้ว” “ฮะ!” เสียงยุพาดูตกใจแต่แววตา
เช้าวันต่อมาข่าวที่ภรรยาของพศินวิ่งไล่ฟันสามีกับชู้รักอย่างกุลชาก็ดังไปทั้งหมู่บ้าน พศินได้รับบาดเจ็บสาหัส แถมเมียยังขู่ว่าจะขอหย่า ส่วนกุลชาวิ่งหนีไปได้แต่ก็หนีไปในสภาพที่ดูไม่ได้เช่นกัน และเธอคงไม่กล้ากลับมาที่หมู่บ้านนี้อีก เพราะผู้คนในหมู่บ้านนี้รู้เช่นเห็นชาติของเธอหมดแล้ว และถ้ากลับมาอีกบุญชูเมียของพศินคงเอากุลชาถึงตาย แม่และพี่สาวของยุพามาหาที่บ้านแต่เช้า ยุพากำลังรดน้ำผักอยู่ข้างบ้านพอดี “แกรู้เรื่องยัยกุลหรือยัง” แสงเดือนเป็นห่วงลูกสาว กลัวว่าเสกสรรจะไปร่วมทำไม่ดีกับพศินด้วยจึงรีบมาหาที่บ้าน “กุลเขาทำไมเหรอคะแม่” ยุพายังทำหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน “ก็มันแอบไปนอนกับไอ้ศินอยู่เถียงนานอกบ้านนี่เอง เมียไอ้ศินมันไปเจอ ไล่ฟันกันจนต้องไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาล” “อ้อ เหรอคะ” “แล้วนี่น้าเสกไปไหน ไปดูไอ้ศินมันเหรอ” นีราถามน้องสาว “เปล่า พี่เสกทำอาหารอยู่ข้างบนค่ะ” “ไอ้เสกทำอาหาร แกรดน้ำผัก?” “อือฮึ ทำไมเหรอคะ เขาก็ทำอาหารทุกวันนะ ไม่เห็นแปลกตรงไหน” น้ำเสียงติดอวดสามีนิด ๆ
กุลชาเดินลับ ๆ ล่อ ๆ ออกมาจากที่ซ่อนเมื่อรู้ว่ามีคนนำเสกสรรมาไว้บนเถียงนาให้เธอเชือดแล้ว เธอย่องขึ้นไปบนเถียงนาอันมืดมิดอย่างเงียบ ๆ ดีแล้วที่คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด จากนั้นเปลื้องผ้าของตัวเองออกแล้วไปจัดการกับคนที่นอนนิ่งอยู่ กุลชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทั้งหมดเธอกับผู้ชายคนนั้นซดข้าวต้มรอบดึกด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย เพราะต่างคนก็ต่างเมา ไม่สนใจว่าอากาศรอบตัวจะเย็นเฉียบสักแค่ไหน แวบแรกกุลชารู้สึกคุ้นเคยกับเพลงรักและเสียงครางของผู้ชายคนนี้มาก แต่เมื่ออยู่ในห้วงอารมณ์นั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว เธอปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามท่วงทำนองผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงภรรยาของพศินที่เดินมากับไกรเลิศเอ่ยเสียงดังด้วยความโกรธจัด “ไหน ไอ้ผัวตัวดีของกูมันอยู่ที่ไหน” ถึงมองเห็นใบหน้าไม่ชัดแต่ก็รู้ว่าหน้าของเธอคงแดงก่ำเสียงนั้นทำให้สองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียถึงกับชะงัก“เมียพี่มา” พศินเอ่ยเสียงแหบ ลำคอแห้งผาก ไก่โต้งที่กำลังชูคอแข็งขึงหดตัวอ่อนยวบลงอย่างรวดเร็วทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกใจ จะถามหาเหตุผลที่พวกเขามานอนอยู่ที่นี่ด้วยกันได้อย่างไรก็คงไม่ทันแล้วมือข้างหนึ่งถือไฟฉาย มืออีกข้างถ
เสกสรรกลับมาจากนา รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วยุพาจึงเดินเข้าไปคุยด้วย “วันนี้กุลมาหาฉันที่บ้าน” คิ้วดกดำขมวดเข้าหากันทันที “มาทำไม” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้หญิงอย่างกุลชาดี อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายจึงไม่อยากใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้เมื่อไรเธอจะหยุด “เขามาบอกฉันว่า พี่เป็นคนเอาเงินสี่หมื่นนั้นให้เขา” ยุพาสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดต่อ “ฉันอยากรู้ว่าเรื่องราววันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ด้วยความโกรธบวกกับความเกลียดและกลัวเขาวันนั้นเธอจึงไม่อยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น เสกสรรมองภรรยาด้วยแววตาเป็นกังวล เขาห่วงความรู้สึกของภรรยามากกว่า “สัญญากับพี่ก่อนสิว่าเธอจะไม่เกลียดพี่” เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นเพื่อรอคำตอบ แววตาเว้าวอน พอภรรยาพนักหน้ามุมปากจึงคลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ “วันนั้นหลังจากพี่วางยานอนหลับเธอกับลูกแล้ว พี่ก็ขโมยเงินที่อยู่ใต้ที่นอนเธอไปทั้งหมด แล้วให้ไอ้วุธไปส่งที่ศาลารอรถทางเข้าหมู่บ้าน” เขาเว้นวรรคเพื่อหายใจ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับมือภรรยาไว้ ใช้หัวแม่มือคลึงกลางฝ่ามือเธอเบา ๆ “ตอนไปถึงพี่ไม่เจอกุล เ
ดวงตาทั้งคู่สานสบกันในห้องนอนที่มองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเพียงเลือนราง ยุพายิ้มออกมาได้เมื่อรู้ว่าเขายังปกติดีทุกอย่าง “เบา ๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” เธอกระซิบเสียงแผ่ว อา! เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในห้องนี้มีลูกอยู่ด้วย “จะพยายาม” สิ้นคำเขาจึงทำไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง ทั้งสองกดข่มเสียงเอาไว้ให้ลึกถึงก้นบึ้ง ยุพารู้สึกพึงพอใจกับบทรักของเขาครั้งนี้เป็นอย่างมาก เขานุ่มนวล ทะนุถนอมเธอ ไม่เหมือนเสกสรรคนก่อน ในตอนเช้าเสกสรรตื่นขึ้นมาก่อนภรรยา เขานอนมองหน้าเธอแล้วยิ้มละมุน จากที่คิดว่าจะให้ภรรยาสอนแต่เขากลับทำเองทุกกระบวนท่า เขายื่นปากไปจุมพิตริมฝีปากภรรยา ค้างไว้เช่นนั้นหลายอึดใจ ถอนปากออกมาอย่างเสียดาย แล้วตัดสินใจลุกขึ้นไปนึ่งข้าว เพิ่งรู้ว่าการมีเมียมันดีอย่างนี้นี่เอง เขาไม่น่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงสองเดือนเลย หลายวันมานี้เสกสรรตื่นแต่เช้าเพื่อไปใส่ปุ๋ยและไถกลบมันสำปะหลัง ตอนสายเขาจะกลับมากินข้าวเช้าที่บ้าน เขาทำอย่างนี้ทุกวันพอแดดจัดจะได้พักผ่อน ช่วงบ่ายสามสี่โมงเย็นค่อยออกไปทำงานอีกครั้งพร้อมลูกกับภรรยา กุลช
กุลชาเดินกลับมาทำงานด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด พอเสกสรรกลับมาทำงานตามเดิม พศินจึงเดินมาหากุลชา “เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงเบา และทำทีปลูกมันสำปะหลังไปด้วยราวกับว่าไม่ได้คุยกัน “เมียกับลูกเขาตามไปเจอฉันก่อน เซ็งเลยเกือบจะมีเงินใช้อยู่แล้วเชียว” เหตุผลที่กุลชาชอบทำตัวแบบนี้คือหนึ่งเธอได้เงิน สองคือเธอได้โปรยเสน่ห์ของตัวเองไปด้วย เธออยากให้ผู้ชายทุกคนมาลุ่มหลงเธอ “เดี๋ยวนี้ดูมันไม่ค่อยห่างลูกห่างเมียเลย” พศินบ่นอุบอิบ หรือเสกสรรจะเข็ดหลาบกับเรื่องผู้หญิงจริง ๆ “แล้วเราจะทำยังไงดี” “ดูมันไปก่อน” เขาเชื่อว่าเสือร้ายอย่างไอ้เสกไม่มีวันสิ้นลายแน่ ศราวุธที่คอยสังเกตสองคนนี้ตั้งแต่ต้นจึงเกิดความสงสัย เหตุใดพศินกับกุลชาถึงได้สนิทสนมกันเกินควร เวลาผ่านไปจนถึงตอนเย็น ก่อนกลับบ้านศราวุธรอให้คนงานคนอื่นกลับบ้านไปก่อนจากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปคุยกับเสกสรร “กูว่าไอ้ศินกับกุลสนิทกันแปลก ๆ ว่ะ มึงคิดเหมือนกูไหม” “อือ ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน” รถกระบะคันที่พศินขับมาเขาก็รู้สึกคุ้นตานัก ความจริงวันนี้พศินไม่ต้องมาช่วย
เสกสรรยื่นเงินให้ลุงขับสามล้อพอหันกลับมาก็ต้องตกใจ ภรรยากับลูกเดินถือกระเป๋าตามกันมา โดยมีแม่ยายเดินขนาบข้าง “ยุกับลูกจะไปไหน” “ฉันกับลูกจะไปอยู่บ้านแม่ค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ แต่ในใจเขารู้ว่าเธอกำลังโกรธ ผู้หญิงคนนี้เมื่อโกรธจนถึงขีดสุดเธอเลือกที่จะเงียบมากกว่าโวยวาย
เสกสรรวาดขาขึ้นซ้อนรถมอเตอร์ไซด์เพื่อน จากนั้นศราวุธก็ขับรถออกไปยังถนนกลางหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ ศราวุธจอดรถเมื่อมาถึงศาลารอรถหน้าทางเข้าหมู่บ้าน “ให้กูอยู่เป็นเพื่อนไหม” ตอนนี้ก็มืดมากแล้ว “ไม่ต้อง อีกหน่อยกุลก็คงจะมา” ท
ดวงตะวันกำลังจะตกดินทอแสงสีแดงประกายแสดลอดผ่านออกมาจากปลายไม้มองเห็นเพียงริบหรี่ นี่คงเกือบจะหกโมงเย็นแล้วกระมังแต่ยังไร้วี่แววของสามีที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงสายของวัน ภายในบ้านไม้ยกสูงกลางเก่ากลางใหม่ มีหญิงสาววัยยี่สิบหกปีกำลังนอนซมเพราะพิษไข้มานานกว่าสองสัปดาห์ ห่างออกไปเล็กน้อยมีเด็กชายกับเด็
สายลมหนาวพัดผ่านเข้ามาเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ แต่ทว่าชายหนุ่มเจ้าของเขียงเนื้อที่มีน้ำหนักกว่าร้อยห้าสิบกิโลกรัมจะไม่สะทกสะท้านกับลมหนาวเท่าไรนักแม้อุณหภูมิต่ำสุดของวันจะติดลบก็ตามหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่เขากลับขี้เกียจลุกจากเตียงนอนเอาดื้อ ๆ ดวงตาคมเข้มเลื่อนลอยกวาดมองไปทั่วห้องนอนขนาดใ







