LOGIN“หักคะแนนความคล่องแคล่วดีไหมเนี่ย....แต่หน้าพี่ ตอนเขินแล้วก้มหน้าหลบแบบนี้ ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ”
คำพูดแหย่เล่นของเพลิงยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟให้ใบหน้าของเจสสิก้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีก เธอรีบเปิดน้ำใส่มือล้างฟองแล้วถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว พยายามตั้งสติและปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
“ใครเขินกัน! ฉันแค่รีบจะได้รีบไปพักผ่อนต่างหาก” เธอเชิดหน้าตอบ เสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้มผิดจังหวะที่ยังไม่ยอมสงบลง
“เหรอครับ....” เพลิงยิ้มกวน ๆ พลางยักคิ้วรับจานใบสุดท้ายไปล้างน้ำเปล่าจนสะอาด แล้ววางบนชั้นพักจานอย่างคล่องแคล่วง เขาเช็ดมือกับผ้าแห้ง ก่อนจะหมุนตัวมาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกนิด ทิ้งระยะห่างไว้พอให้เจสสิก้ารู้สึกถึงความกดดันอย่างที่เธอควบคุมไม่ได้ “แต่แก้มพี่แดงนะ”
“เพลิง! เลิกล้อฉันได้แล้ว” เจสสิก้าถลึงตาใส่ แต่ก็ทำได้แค่ยื่นมือไปดันอกเขาเบา ๆ ให้ขยับออกไป “ขอบคุณสำหรับมื้อเย็น....แล้วก็ฝันดีนะ”
เธอบอกปัดรวดเดียวจบก่อนจะรีบหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ทิ้งให้เพลิงยืนมองตามหลังไปพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางพึมพำกับตัวเองในความเงียบ
“ฝันดีเหมือนกันครับ....เจ้าหนี้ของผม”
เจสสิก้าปิดประตูห้องนอนลงเบา ๆ ก่อนจะทิ้งแผ่นหลังพิงกับบานประตู ปล่อยให้ความเงียบภายในห้องช่วยฉุดสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา เธอยกสองมือขึ้นกุมแก้มที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจในอกยังคงเต้นระทึกไม่ยอมสงบลงง่าย ๆ
“บ้าจริง....เสียอาการขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย!” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดพลางเดินตรงไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ มือก่ายหน้าผากมองเพดานห้องด้วยสายตาว่างเปล่า
“เจสสิก้า....เธอจะมาเสียการควบคุมเพราะเด็กกวนประสาทอย่างเพลิงไม่ได้นะ!”
เธอเอ็ดตัวเองในใจ นึกถึงสายตาคมกริบกับรอยยิ้มมุมปากของเขาตอนอยู่หน้าอ่างล้างจานแล้วก็ต้องยกหมอนขึ้นมาปิดหน้า ร้องอู้อี้ออกมาด้วยความหมั่นไส้และทำตัวไม่ถูก คืนนี้เธอนอนพลิกตัวไปมาอยู่นานหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่อาจข่มตาหลับได้เลย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอยอมปล่อยให้ผู้ชายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันแบบนี้
สำหรับเจสสิก้าแล้ว คอนโดมีเนียมห้องนี้ไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน แต่มันคือพื้นที่ส่วนตัวและเซฟโซนเพียงแห่งเดียวของเธอ เป็นสถานที่อันแสนสงบที่เธอใช้หลีกหนีความวุ่นวาย ความกดดัน และเป็นที่พักยามที่ต้องทะเลาะกับแม่จนหัวเสีย การที่มีใครอีกคนก้าวข้ามเส้นพื้นที่ปลอดภัยตรงนี้ แถมยังเป็นคนที่ทำให้กัวใจของเธอปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ มันเลยยิ่งทำให้เธอรู้สึกสับสนและว้าวุ่นใจมากกว่าครั้งไหน ๆ
“นายเพลิงนะนายเพลิง....เข้ามาอยู่ในคอนโดฉันไม่พอ ยังบุกรุกพื้นที่ในหัวฉันอีก!” เจสสิก้าถอนหายใจ พลิกตัวหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง มองแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองหลวง พยายามตั้งจิตภาวนาให้ตัวเองหลับลงได้เสียทีในคืนที่หัวใจไม่ยอมฟังคำสั่ง
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านมาในห้องนอน เจสสิก้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงีย หลังจากคืนที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะหัวใจเจ้ากรรมไม่ยอมสงบเธอลุกขึ้นจัดแต่งทรงผมหลวม ๆ ก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องนอน กลิ่นหอมของไข่ดาวและเบคอนลอยเตะจมูกอีกครั้ง ภาพตรงหน้าทำเอาเธอชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงของเพลิงในชุดลำลอง สวมผ้ากันเปื้อนผูกเอวอย่างเรียบร้อย กำลังยืนตั้งอกตั้งใจทอดขนมปังและจัดจานอาหารเช้าอยู่อย่างคล่องแคล่ว แสงแดดเช้าตกกระทบโครงหน้าคมสันของเขาจนดูเหมือนภาพวาด
“ตื่นแล้วเหรอครับพี่? ไปล้างหน้าล้างตาเร็วอาหารเช้าสุดพิเศษพร้อมเสิร์ฟแล้ว!” เพลิงหันมาระบายยิ้มสดใส จสสิก้ามองภาพนั้นพลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความมั่นใจและเกราะป้องกันของตัวเองคืนมา คืนนี้ที่ว้าวุ่นใจทำให้เธอตัดสินใจบางอย่างได้
“เพลิง...” เจสสิก้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะเดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“หืม? ว่าไงครับ” เพลิงวางจานอาหารเช้าลงบนโต๊ะพลางเลิกคิ้วมองเธอ
“ตอนเย็นวันนี้....เตรียมตัวให้พร้อมนะ ฉันจะพานายไปหาคุณแม่” เธอสบตาเขาตรง ๆ เพลิงชะงักมือที่กำลังถือตะหลิว นัยน์ตามฉายแววงุนงง
“ไปหาคุณแม่เหรอ? ไปทำไมอะ?”
“ไปประกาศให้คุณแม่รู้....” เจสสิก้าเว้นจังหวะเล็กน้อย เชิดหน้าขึ้นนิด ๆ เพื่อกลบความประหม่าของตัวเอง “ว่าเราสองคนกำลังคบหาดูใจกันอยู่”
คำพูดนั้นทำเอาเพลิงถึงกับอึ้งนิ่งไปหลายวินาที ตะหลิวใยมือแทบหลุดความกวนประสาทและความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เลิ่กลั่กและเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
“เร็วไปไหมพี่? เดี๋ยวเจสสิก้า ผมเพิ่งมาอยู่กับพี่เมื่อวานเองนะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ แล้ว....แล้วผมต้องทำตัวยังไงบ้างเนี่ย?” เพลิงติดอ่างขึ้นมาทันที เขารีบวางตะหลิวลงแล้วยกมือขึ้นเกาท้ายทอย ท่าทางประหม่าสุดขีดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“หักคะแนนความคล่องแคล่วดีไหมเนี่ย....แต่หน้าพี่ ตอนเขินแล้วก้มหน้าหลบแบบนี้ ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ”คำพูดแหย่เล่นของเพลิงยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟให้ใบหน้าของเจสสิก้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีก เธอรีบเปิดน้ำใส่มือล้างฟองแล้วถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว พยายามตั้งสติและปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด“ใครเขินกัน! ฉันแค่รีบจะได้รีบไปพักผ่อนต่างหาก” เธอเชิดหน้าตอบ เสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้มผิดจังหวะที่ยังไม่ยอมสงบลง“เหรอครับ....” เพลิงยิ้มกวน ๆ พลางยักคิ้วรับจานใบสุดท้ายไปล้างน้ำเปล่าจนสะอาด แล้ววางบนชั้นพักจานอย่างคล่องแคล่วง เขาเช็ดมือกับผ้าแห้ง ก่อนจะหมุนตัวมาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกนิด ทิ้งระยะห่างไว้พอให้เจสสิก้ารู้สึกถึงความกดดันอย่างที่เธอควบคุมไม่ได้ “แต่แก้มพี่แดงนะ”“เพลิง! เลิกล้อฉันได้แล้ว” เจสสิก้าถลึงตาใส่ แต่ก็ทำได้แค่ยื่นมือไปดันอกเขาเบา ๆ ให้ขยับออกไป “ขอบคุณสำหรับมื้อเย็น....แล้วก็ฝันดีนะ”เธอบอกปัดรวดเดียวจบก่อนจะรีบหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ทิ้งให้เพลิงยืนมองตามหลังไปพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางพึมพำกับตัวเองในความเงียบ“ฝันดีเหมือนกันครับ..
เสียงประตูลูกบิดหมุนแผ่วเบาก่อนที่เจสสิก้าจะค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยมาปะทะจมูก ชวนให้ท้องร้องอย่างห้ามไม่ได้ทั้งที่เธอกลับมาพร้อมความเหนื่อยล้า สายตาคู่สวยสะดุดเข้ากับร่างสูงของเพลิงที่นอนฟุบหลับอยู่บนโซฟา ใบหน้ายามหลับของเขาดูสงบและไร้เดียงสาผิดกับลุคกวน ๆ ในเวลาปกติ บนโต๊ะมีอาหารสามสี่อย่างถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ แม้ว่าหน้าตาจะดูไม่เนี๊ยบเท่าเชฟระดับมืออาชีพ แต่ความหอมและปริมาณที่จัดเต็มก็ทำให้หญิงสาวถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจ‘ไม่น่าเชื่อเลยนะ.... ผู้ชายกวนประสาทอย่างนาย จะมีมุมใส่ใจแบบนี้ด้วย’เธอคิดในใจพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูที่ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา เจสสิก้าก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ รอยยิ้มยังไม่ทันหุบลงเสียงขยับตัวจากโซฟาก็ดังขึ้น เพลิงค่อย ๆ ยันตัวขึ้นมา นวดขมับเบา ๆ ประบสายตาสู้แสงไฟ ก่อนจะหันมาสับตากับเธอ“อ้าว....กลับมาแล้วเหรอครับ” เพลิงพึมพำงัวเงีย ก่อนจะไล่สายตามองจานอาหารบนโต๊ะ แล้วหันมาส่งยิ้มทรงเสน่ห์พลางยักคิ้วให้เธอ“ตกใจล่ะสิ? สามีอย่างเพลิง ชัยสวัสดิ์ซะอย่าง ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วกลิ่นหอมจนต้องอึ้งเลยใช่ไหมล่ะ รู้ไว้เลยนะว่าพี่กำลังจะได้กินฝีมือของสุดยอด
หลังจากออกจากบริษัทของเจสสิก้า พายุก็บึ่งรถตรงกลับบ้านทันทีด้วยความหงุดหงิด และก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ รถยนต์ส่วนตัวของเพลิงจอดอยู่หน้าบ้าน น้องชายตัวดีกำลังง่วนอยู่กับการทำอะไรบางอย่างอยู่ในห้องนอนชั้นบนของบ้านหลังใหญ่ บิดาของพวกเขายังไม่กลับจากญี่ปุ่น หากรู้เรื่องของเพลิงกับเจสสิก้าจะต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนพายุผลักประตูห้องนอนของเพลิงออกอย่างแรงภาพที่เห็นตรงหน้าคือเพลิงกำลังเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวลงในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยของน้องชายไม่ได้มีแววประหลาดใจเลยสักนิดกับการปรากฏตัวอบ่างกะทันหันของพี่ชาย“มึงกำลังทำอะไรวะเพลิง?” พายุถามเสียงเข้ม เดินตรงเข้าไปกอดอกยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียง“เก็บของครับ” เพลิงตอบสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง มือหนายังคงพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบใหญ่อย่างเป็นระเบียบ“กูเห็นว่ามึงเก็บของ แต่ที่กูถามว่ามึงจะเก็บของย้ายไปไหน อย่าบอกนะว่ามึงจะย้ายไปอยู่กับเจสสิก้า?” พายุเริ่มขึ้นเสียงเมื่อเห็นท่าทีเย็นชาของน้องชายเพลิงชะงักมือไปครู่หนึ่งก่อนจะจัดของต่อด้วยท่าทางสงบ “ครับ...ผมจะย้ายไปอยู่กับพี่เจส เจ้าหนี้คนสวยของผม”“มึงบ้าไปแล้วเหรอว
ในเวลาต่อมาเสียงประตูห้องทำงานของเจสสิก้าก็ถูกผลักออกมาโดยไม่มีการเคาะบอกกล่าว ร่างสูงใหญ่ของพายุเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เขาหยุดยืนอยู่หน้าตรงทำงาน กวาดสายตามองเพื่อนสนิทสาวที่กำลังนั่งตรวจเอกสารด้วยท่าทีนิ่งสงบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต“เจส....นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? กูเพิ่งได้ยินข่าวว่ามึงตกลงคบกันไอ้เพลิง.....ไอ้เพลิงเนี่ยนะ?” พายุเปิดประเด็นทันที เสียงของเขาหนักแน่นด้วยความงงงวยเจสสิก้าเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารอย่างช้า ๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ไร้ร่องรอยของความหวั่นไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นกับน้องชายของพายุเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เธอเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างทรงอำนาจ ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ ส่งให้เพื่อนสนิท“ข่าวไวดีนี่ มันแปลกตรงไหนวะ?” เธอตอบเสียงเรียบ“แปลกตรงไหนเหรอ? แปลกทุกตรงเลยล่ะ มึงคือเจสสิก้าประธานบริษัทที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่า ผู้ชายระดับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจใหญ่โตรอจีบมึงเป็นแถว แต่มึงปฏิเสธหมด แล้วจู่ ๆ มาคบเด็กอย่างไอ้เพลิงเนี่ยนะ? ตนอย่างมึงเนี่ยนะจะมาเอาเด็ก?” พายุแค่งหัวเราะ ยกมือขึ้นกุมขมับอย่างไม่เชื่อสายตาพายุมองเจสสิก้าอย่างพิจารณา ค้นหาควา
ยังไม่ทันที่เนเน่จะพูดจบ เสียงก้าวหนักแน่นและมั่นคงก็ดังมาจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ที่พวกเธอกำลังพูดถึงก็ปรากฏตัวขึ้น เพลิงเดินเข้ามาในออฟฟิศตามเวลานัดไว้เป๊ะ เสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกแน่น นัยนต์ตาคมกริบของเขาจ้องตรงมายังเจสสิก้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ ทว่าแฝงความกดดันอันมหาศาล“ผมมาตามนัด” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเพลิงเอ่ยขึ้น ตัดผ่านความเงียบในห้อง เจสสิก้าเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ สายตามองประสานกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะพยักหน้าให้เลขาสาวเบา ๆ“ขอบใจมากเนเน่ เธอออกไปก่อนเถอะ”เนเน่หันไปมองเพลิงที เจสสิก้าที ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง แต่จำต้องก้มหัวรับคำสั่งแล้วค่อย ๆ ถอยออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและรังสีความตึงเครียดที่อบอวลอยู่ระหว่างคนสองคน เมื่อร่างสัญญาฉบับสำคัญวางอยู่ตรงหน้าของเพลิงพอดี เพลิงมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมามองใบหน้าสวยคมของเจสสิก้า เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ฟังเคล้ายเยาะเย้ยตัวเองมากกว่าอย่างอื่นก่อนจะสาวเท้าเข้ามานั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่รอให้เจ้าของห้องเชื้อเชิญ“พี่เตรียมทุกอย่างไว้พ
เพลิงจ้องมองใบหน้าสวยคมของเจสสิก้านิ่ง คิดไม่ถึงว่าข้อเสนอจากลูกหนี้และเจ้าหนี้จะตาลปัตรออกมาในรูปแบบนี้ ชายหนุ่มแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย“เหอะ.....นี่พี่กำลังสิ้นคิดหรือกำลังเล่นสนุกอะไรอยู่กันแน่ คุณเจสสิก้า? คนอย่างพี่เนี่ยนะอยากจะแต่งงานกับผม”“ฉันไม่ได้เล่นสนุกและฉันก็สติดีทุกอย่าง ฉันมีเหตุผลของฉันที่ต้องหาใครสักคนมาแต่งงานด้วยให้ไวที่สุด และนาย....ก็คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้” เจสสิก้าสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่นมั่นและแรงอารมณ์บางอย่างที่ซ่อนอยู่“หา? เหมาะสม? ตรงไหนไม่ทราบครับ?” เพลิงถามกลับทันควัน“ตรงที่นายติดหนี้ฉันสามสิบล้าน และนายไม่มีทางเลือกอื่นไงล่ะ” เจสสิก้าตอบตรง ๆ อย่างไม่รักษาน้ำใจ “ว่าไง....จะยอมเป็นสามีในนามของฉันเพื่อล้างหนี้สามสิบล้าน หรือจะดื้อดึงหาเงินที่ไม่มีวันหาได้ทัน แล้วรอโดนฉันฟ้องจนไม่เหลืออะไรเลย?”เพลิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเจสสิก้าคล้ายกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของเธอ ความเงียบระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ยังคงอึกทึกไปด้วยเสียงเพลง“ฟ้องงั้นเหรอ? คุณเจสสิก้าครับ พี่ก็รู้ว่าถ้าฟ้







