LOGINเสียงประตูลูกบิดหมุนแผ่วเบาก่อนที่เจสสิก้าจะค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยมาปะทะจมูก ชวนให้ท้องร้องอย่างห้ามไม่ได้ทั้งที่เธอกลับมาพร้อมความเหนื่อยล้า สายตาคู่สวยสะดุดเข้ากับร่างสูงของเพลิงที่นอนฟุบหลับอยู่บนโซฟา ใบหน้ายามหลับของเขาดูสงบและไร้เดียงสาผิดกับลุคกวน ๆ ในเวลาปกติ บนโต๊ะมีอาหารสามสี่อย่างถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ แม้ว่าหน้าตาจะดูไม่เนี๊ยบเท่าเชฟระดับมืออาชีพ แต่ความหอมและปริมาณที่จัดเต็มก็ทำให้หญิงสาวถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจ
‘ไม่น่าเชื่อเลยนะ.... ผู้ชายกวนประสาทอย่างนาย จะมีมุมใส่ใจแบบนี้ด้วย’
เธอคิดในใจพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูที่ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา เจสสิก้าก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ รอยยิ้มยังไม่ทันหุบลงเสียงขยับตัวจากโซฟาก็ดังขึ้น เพลิงค่อย ๆ ยันตัวขึ้นมา นวดขมับเบา ๆ ประบสายตาสู้แสงไฟ ก่อนจะหันมาสับตากับเธอ
“อ้าว....กลับมาแล้วเหรอครับ” เพลิงพึมพำงัวเงีย ก่อนจะไล่สายตามองจานอาหารบนโต๊ะ แล้วหันมาส่งยิ้มทรงเสน่ห์พลางยักคิ้วให้เธอ
“ตกใจล่ะสิ? สามีอย่างเพลิง ชัยสวัสดิ์ซะอย่าง ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วกลิ่นหอมจนต้องอึ้งเลยใช่ไหมล่ะ รู้ไว้เลยนะว่าพี่กำลังจะได้กินฝีมือของสุดยอดเชฟที่ไม่ได้หาตัวจับกันได้ง่าย ๆ” เขาลุกขึ้นยืน ยืดอกพร้อมส่งสายตาท้าทาย “ยืนอึ้งทำไมล่ะครับคุณเจสสิก้า รีบไปล้างมือแล้วมาลิ้มรสอาหารมื้อเย็นที่ผมตั้งใจเนรมิตให้ได้แล้ว!”
เจสสิก้าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความยักคิ้วยืดอกของคนตรงหน้า ความอุ่นวาบในใจเมื่อครู่หายวับไปเปลี่ยนเป็นความเอ็นดูผสมความหมั่นไส้แทน เธอส่ายหัวน้อย ๆ ก่อนจะเดินไปวางกระเป๋าบนโต๊ะข้างโซฟา
“ยกตัวเองยาวขนาดนี้ ลืมไปหรือเปล่าว่าตอนฉันเดินเข้ามา สุดยอดเชฟยังนอนหลับน้ำลายไหลอยู่บนโซฟาอยู่เลย” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แต่สายตาก็ยังคงกาดมองจานอาหารบนโต๊ะไม่ห่าง
“เขาเรียกว่าใช้พลังงานขั้นสูงต่างหาก! คนระดับเทวะทำอาหารมันต้องใส่จิตวิญญาณลงไป พอทำเสร็จร่างกายมันก็เลยต้องการการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังงาน นิดหน่อยน่า....แต่รับรองว่ารสชาติไม่ดร็อปแน่นอน” เพลิงรีบแย้งทันควัน พลางเดินตามหลังเธอไปที่อ่างล้างมืออย่างเนียน ๆ
เจสสิก้าล้างมือเสร็จก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มองเพลิงที่ยังคงทำหน้าตาภาคภูมิใจไม่เลิก
“โอเค ๆ ยอมแพ้ในความมั่นใจของนายเลย งั้นคุณสุดยอดเชฟจะกรุณาตักข้าวให้ผู้หญิงหิวโซคนนี้ได้หรือยังคะ?” เธอยิ้มกว้างก่อนจะดึงเก้าอี้ออกมานั่งลง
“จัดให้ตามคำขอครับผม!”
เพลิงรีบกุลีกุจอตักข้าวสวยร้อน ๆ ใส่จานให้เธอด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามส่งสานตากระตือรือร้นและคาดหวังแบบปิดไม่มิด
“ลองชิมถ้วยนี้ก่อนเลย ต้มยำกุ้งสูตรสะท้านฟ้า ผมตั้งใจทำสุดฝีมือ ชิมแล้วบอกตามตรงเลยนะว่าอร่อยที่สุดในชีวิตพี่หรือเปล่า”
เจสสิกร้าใช้ช้อนตักต้มยำขึ้นมาชิมช้า ๆ โดยมีสายตาคูคมของเพลิงจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวแบบไม่ละสายตาไปไหน รสชาติเข้มข้น กลมกล่อมและเปรี้ยวเผ็ดกำลังพอดี ทำให้เจสสิก้าเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ ความอร่อยเกินคาดทำให้อาหารมื้อนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงหัวเราะและคุยโวโอ้อวดของเพลิงที่สร้างบรรยากาศให้อบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด เมื่อตักอาหารคำสุดท้ายเสร็จ เจสสิก้าก็ลุกขึ้นเตรียมเก็บจาน
“อร่อยมากเลย....มื้อนี้ถือว่าสอบผ่าน งั้นฉันล้างจานเองนายไปพักเถอะ”
“ได้ไงล่ะ ระดับเพลิงไม่เคยทิ้งงานกลางคัน ไปช่วยกันล้างนี่แหละจะได้เสร็จไว ๆ” เพลิงยกจานที่เหลือเดินตามเธอไปที่อ่างล้างจานทันที
พื้นที่ตรงอ่างล้างจานไม่ได้กว้างขวางนัก เมื่อร่างสูงของเพลิงเข้ามาแทรกตัวยืนข้าง ๆ กลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นสบู่จากตัวเขาก็ลอยแตะจมูกเธอ เจสสิก้ารับหน้าที่ถูน้ำยาล้างจาน ส่วนเพลิงเป็นคนรับจานไปเปิดน้ำเปล่าล้างออก
“ส่งจานมาสิครับ” เพลิงพูดพลางยื่นมือไปรับจานใบใหญ่
ทว่าในจังหวะที่เจสสิก้ากำลังส่งจานให้ ปลายนิ้วเรียวเล็กกลับพลาดไปสัมผัสกับหลังมือของเขาเข้าจัง ๆ ความเย็นของน้ำกับความอบอุ่นขากฝ่ามือหนาทำให้อารมณ์สะดุด เพลิงหมุนตัวกลับมามอง ขณะที่เจสสิก้าก็เงยหน้าขึ้นมาพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว สายตาคมกริบของเพลิงจ้องมองลงมา นัยน์ตาฉายแวววูบไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเป่ารดเบา ๆ ที่หน้าผากของเธอ
ตึกตัก....ตึกตัก.....
หัวใจของเจสสิก้าเต้นระรัวราวกับว่าจะทะลุออกมานอกอก ความอุ่นวาบแล่นปราดไปทั่วเรือนร่างจนแก้มทั้งสองข้างเริ่มร้อนผ่าว เธอพยายามเก็บอาการสุดฤทธิ์ เม้มริมฝีปากแน่นพร้อมกับรีบชักมือกลับและเบือนสายตาหลบไปมองฟองน้ำยาล้างจานในอ่างแทน
“โทษที มือมันลื่นน่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่ในอกยังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
เพลิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบา ๆ
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวระอุขึ้นมาบนใบหน้าขนแก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ความรู้สึกบกเบียดของริมฝีปากหนาและรสสัมผัสชื้อแฉะของเพลิงยังคงติดแน่น ไม่ว่าจะพยายามเช็ดออกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจลบเลือนความทรงจำนั้นได้เลย“คนฉวยโอกาส.....ไอ้บ้าเอ๊ย!”เจสสิก้าสบถพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่สับสนและโกรธกรุ่น เธอเดินไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงการกระทำอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ได้เพียงแค่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอเท่านั้น แต่ยังถือดีรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่สงวนที่เธอไม่เคยยินยอมให้ใครได้เฉียดใกล้ ผ่านปราการชิ้นน้อยยังคงทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้!”เธอก่นด่าเขาในความเงียบ เสียงลมหายใจถี่รวนค่อย ๆ ปรับระดับลง แต่น้ำตาแห่งความกรุ่นโกรธและความอับอายกลับเอ่อคลอที่หน่วยตา เจสสิก้าซุกหน้าลงกับหมอนใบโต พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคายและสายตาเร่าร้อนของเพลิงออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สัมผัสที่เขารุกล้ำของสงวนของเธอกลับยิ่
“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัสเจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะ
“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด“ปกป
“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคน
“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหากลับกลายเป็นความดูดดื่มลึกซึ้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานแทบเป็นเนื้อเดียว ร่างบางของเจสสิก้าเปลอบิดเกร็งก่อนจะปล่อยให้อารมณ์พาไป มือเรียวละจากอุปกรณ์ทำแผลขึ้นปทาบบนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจูบดูดื่มหวานซาบซ่าดังแผ่วอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เพลิงกดจูบเน้นย้ำซ้ำ ๆ ราวกับจะซึบซับความหวานนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าความเจ็บแปลบจากแผลที่แตกอยู่มุมปากทำให้เพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ เขามองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซับสีเลือด และริมฝีปากที่เจ่อขึ้นจากการกระทำของเขา เพลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของเจสสิก้าด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างจับใจ แต่ก็ต้องจำใจผละเว้นระยะห่างออกมา สายตาของชายหนุ่มมีความเสียดายอย่างปกปิดไม่มิด ที่ต้องยับยั่งชั่งใจไว้เพียงเท่านี้หญิงสาวปรับลมหายใจที่ยังคงติดขัดให้กลับมาราบรื่นดังเดิม รอยยิ้มพราวเสน่ห์จุดประกายขึ้นบนใบหน้าเนียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่า เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม แต่กลับยืดตัวขึ้นนั่งตรงอย่างสง่างาม สายตาคมสวยทอดมองเพลิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอย่างพิจารณา“ทำไ







