Masuk
เมื่อเลิกเรียนสองสาวคู่ซี้ก็ชวนกันไปกินข้าวกันรดาภรณ์จูงมือฉัตรวี เดินตรงเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยนัก เมื่อเดินเข้ามาในร้านอาหารสองสาวยังไม่ทันได้นั่ง ก็บังเอิญเจอกับญาติผู้ใหญ่ของรดาภรณ์ สองสาวเลี่ยงไม่ได้ที่จะทักทายตามมารยาท รดาภรณ์จึงจูงมือฉัตรวีเข้าไปทักทาย "สวัสดีค่ะคุณอา"รดาภรณ์ทักขึ้นเมื่อเห็นหนุ่มใหญ่ร่างสูงโปร่ง แต่งตัวภูมิฐานเดินเข้ามาในร้าน "หวัดดีรดา "เขาเอ่ยเสียงทุ้มฟังดูรื่นหูพร้อมรอยยิ้มอ่อน "นี่ฉัตรวี...เพื่อนรดาเองค่ะ"รดาภรณ์แนะนำเพื่อนสนิทให้รู้จักกับคุณอา เมื่อบังเอิญมาทานข้าวแล้วเจอกัน ฉัตรวีเงยขึ้นมองหน้าชายวัยกลางคนที่เพื่อนเรียกคุณอาช้าๆ ดูแล้วผู้ชายคนนี้ไม่น่าจะถึงสี่สิบอย่างมากก็คงอายุมากกว่าพวกเธอแค่ไม่กี่สิบปี หน้าตาคมคายหล่อเหลาเอาการทีเดียวเสียงทุ้มละมุนหู "สวัสดีค่ะ...คุณอา"ฉัตรวีเอ่ยออกมาแบบไม่เต็มเสียงนัก เธอไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ แค่เหลือบมองครู่หนึ่งแล้วก้มหน้าลง แต่ก็ทันได้เห็นความหล่อเหลาคมเข้มบนใบหน้านั้น ก่อนจะก้มหน้าลงมองที่มือตัวเอง "หวัดดี...ไว้เจอกันนะอามีนัดสำคัญ ต้องไปก่อน"ตรีภพเอ่ยขึ้นพร้อมขอตัว เขามีนัดกับลูกค้าที่ร้านอาหารแห่งนี้ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว จึงทักทายพวกเธอตามมารยาทเท่านั้นแล้วขอตัวไปทำธุระต่อ หลังจากวันนั้นฉัตรวีก็ไม่เคยเจอกับคุณอาของรดาภรณ์อีกเลย จนเธอเรียนจบผ่านไปเกือบสองปีฉัตรวีได้ไปสมัครงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นรดาภรณ์ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทั้งคู่จึงต้องแยกกันฉัตรวีต้องไปสมัครงานตามลำพัง "โชคดีนะที่ได้งานที่นี่...ไม่งั้นคงแย่แน่"ฉัตรวีบ่นกับตัวเองเธอหางานมาหลายที่ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าเธอไม่มีประสบการณ์ แต่ที่บริษัทนี้กลับบอกเธอว่าประสบการณ์หาได้ แค่ไม่เลือกงานขยันซื่อสัตย์และอดทนก็พอ สัมภาษณ์งานเสร็จเธอก็ตรงไปที่ห้องเช่าเลยเพราะมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก ยังไม่ทันได้เรียกรถกลับเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น "ตื๊ด...ตื๊ด..ตื๊ด"หญิงสาวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมารับก็ได้ยินเสียงต้นสายดังขึ้นเหมือนกำลังตกใจ เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจ "พี่แย่แล้ว!...พ่อ พ่อโดนรถชน!" หนุ่มน้อยปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจเขาเองก็เพิ่งรู้ข่าวจากแม่ ตอนนี้พ่ออยู่ที่โรงพยาบาลในห้องฉุกเฉินเป็นตายเท่ากัน ฉัตรวีวางสายก็รีบเรียกแท็กซี่ไปที่โรงพยาบาลทันที เมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็เจอน้องกับแม่นั่งรอที่หน้าห้องฉุกเฉิน ส่วนพ่อของเธอหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ไม่นานนักหมอก็เดินออกมา "พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ต้องผ่าตัดด่วน"คุณหมอบอกญาติคนไข้แล้วให้แม่ของเธอเซ็นเอกสารบางอย่าง แล้วเรียกให้ญาติเข้าไปฟังรายละเอียดที่ห้องทำงาน "อาการของคุณผาสุขไม่น่าเป็นห่วง พ้นวิกฤติไปแล้วเหลือแค่ผ่าตัด แต่ญาติต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดไว้ด้วยนะครับ ราวๆ หนึ่งแสนเก้าหมื่นบาท"คุณหมอยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้ฉัตรวี "ถ้าอ่านเข้าใจแล้วก็เซ็นเถอะครับ ผมจะจองผ่าตัดให้เร็วที่สุดมันจะเป็นผลดีกับผู้บาดเจ็บครับ" เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแม่กับน้องก็กลับบ้าน ส่วนฉัตรวีเธอยิ่งกลุ้มใจหนักกว่าใครๆ ตอนนี้ต้องหาเงินค่าผ่าตัดให้พ่อ ฐานะทางบ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไรพ่อขับวินมอไซด์ส่วนแม่ทำขนมขายอยู่หน้าปากซอย ส่วนน้องชายยังเรียนอยู่ปีหนึ่งเธอเองก็เพิ่งเรียนจบ "เพื่อนๆ ฉันอยากหางานพิเศษ ขอเงินดีๆ นะต้องใช้เงินด่วน" ฉัตรวีส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มให้เพื่อนแนะนำงานให้ส่วนใหญ่ เพื่อนสนิทหลายคนก็ไม่ได้ฐานะดีต้องทำงานและเรียนไปด้วย "งานดีได้เงินเยอะน่ะเหรอ...ก็มีนะฉัตรแต่...."เพื่อนสาวส่งข้อความมาแค่นั้น ยังไม่ทันได้รู้เรื่องกดออกจากแชท "อะไรของมันนะ อยู่ๆ ก็ออกจากแชทเฉยเลย"เพื่อนคนหนึ่งส่งข้อความมา "งั้นฉันไปแล้วนะ ทิ้งข้อความไว้แล้วกันถ้ามีงานเงินดีน่ะ" ฉัตรวีบอกเพื่อนๆ ในกลุ่มแล้วก็ออกจากแชทเช่นกัน ไม่ถึงห้านาทีบัวชมพูก็โทรเข้าฉัตรวีเดาไว้ไม่ผิดต้องเป็นเรื่องงานแน่ แต่บัวชมพูอาจคุยในแชทไม่ได้จึงออกจากแชท เพื่อคุยกับเธอส่วนตัว "งานอะไรหรือบัว...ฉันรู้ว่าเธอลำบากจะคุยในกลุ่ม"ฉัตรวีพูดขึ้นอย่างรู้ทัน "คือเฮียเจ้าของร้านฉัน อยากได้เด็กเสริฟหน้าใหม่น่ะอาทิตย์หน้าจะมีแขกวีไอพีมาที่ร้าน"บัวชมพูพูดตามความจริงลูกค้าคนสำคัญมา เฮียเจ้าของร้านจึงอยากได้เด็กสาววัยใสมาไว้บริการ ดูแลแขกวีไอพียิ่งสะอาดยิ่งดี "อืมฉันเข้าใจความหมายของเธอนะบัว ขอบใจนะที่หางานให้ ฉันรับงานนี้เงินค่าผ่าตัดของพ่อยังต้องหาอีกเยอะเลย" ฉัตรวีเอ่ยอย่างหนักใจ "เธอลองดูก่อนนะฉัตร งานแบบนี้ได้ทิปหนักเธออาจโชคดีก็ได้นะถ้าเจอลูกค้าใจดี" บัวชมพูเอ่ยให้กำลังใจเพื่อนเพราะงานแบบนี้ ทำให้เธอมีเงินได้เรียนมหาลัยเหมือนคนอื่นๆ ถึงจะไม่มีเกียรติแต่เธอก็เรียนจบเหมือนเพื่อนคนอื่น เช้าวันต่อมาฉัตรวีก็ได้เริ่มงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเธอเริ่มต้นแค่เด็กฝึกงานระดับล่าง แต่เงินเดินก็ถือว่าได้เยอะ พอเลิกงานฉัตรวีก็ไปทำงานพิเศษที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านเดียวกันกับบัวชมพูเพื่อนของเธอทำอยู่ ห้อง vip... ฉัตรวีเดินเข้ามาพร้อมกับเหล้าขวดหนึ่งซึ่งแพงกว่าค่าตัวเธอเสียอีก เธอเสริฟเหล้าให้แขกวีไอพีเหล่านั้นอย่างสุภาพ ผ่านไปเกือบชั่วโมงผู้คนเหล่านั้นเริ่มเมาได้ที่ มีผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องวีไอพีในขณะที่คนอื่นเริ่มเมากันหมดแล้ว "อ้าวภพ...มาๆ นั่ง มาสายตลอดเลยนะเพื่อน"ชายหนุ่มวัยกลางคนชวนเพื่อนนั่ง ครั้งนี้เพื่อนเก่าสมัยเรียนมารวมตัวกันเกือบครบ ตรีภพปฎิเสธไม่ได้จึงจำใจต้องมาร่วมด้วย เพื่อนๆ ของเขาแต่งงานกันไปเกือบหมดแล้วเหลือเพียงไม่กี่คน และยังมีตรีภพอีกคนที่ยังโสดสนิทอายุสามสิบแปดแล้วยังไม่มีแม้กระทั่งแฟน เพื่อนๆ ของเขาจึงถือโอกาสนี้หาผู้หญิงมาปรนนิบัติเขา ยอมวางยาปลุกเซ็กลงในแก้วเหล้าของตรีภพ "มาช้านะมึง...ดื่มเหล้าแก้วนี้ให้หมดนะถือว่าเป็นการลงโทษที่มึงมาช้า" ยศกรเอ่ยขึ้นพร้อมยกแก้วเหล้าส่งให้เพื่อน แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย "เฮ้สาวๆ ...มาๆ นั่งกับเฮียเขาหน่อย" ภูฤทธิ์เรียกสาวๆ ที่เตรียมไว้เข้ามาในห้อง แล้วบอกสาวสวยสองสามคนเข้าไปดูแลตรีภพ ตรีภพยกเหล้าแก้วนั้นขึ้นดื่มจนหมดแก้ว แต่เขากลับปฎิเสธสาวสวยพวกนั้นไล่ให้พวกเธอออกไปห่างๆ เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา เขาไม่เคยแตะต้องผู้หญิงเลยสักครั้งตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย จนทุกวันนี้เขาก็ยังไม่เคยคบกับผู้หญิงคนไหนเลย "เอาน่าภพ...สนุกบ้างคลายเคลียดมั่งเถอะ มาๆ น้องมาดูแลเฮียเขาหน่อย"ผ่านไปไม่ถึงห้านาทียาก็เริ่มออกฤทธิ์ ตรีภพไล่สาวสวยเหล่านั้นอีกครั้ง เมื่อพวกเธอเริ่มเข้ามาวุ่นวายกับเขา สายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยกเหล้าเข้ามาเพิ่ม เป็นรอบที่สองเขาลุกขึ้นเดินเข้าไปคว้าข้อมือเรียวไว้ เมื่อเธอจัดวางขวดเหล้าเหล่านั้นลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว "โอ๊ยยย.."หญิงสาวร้องเสียงดังด้วยความเจ็บเมื่อถูกมือใหญ่รวบที่ข้อมือเธอแรงๆ
ตรีเพ็ชรกลับมาถึงบ้านเขานั่งลงที่โถงกลางบ้านคิดถึงใบหน้า บ้องแบ๊วของเด็กหญิงตัวน้อยแล้วยิ้ม ดวงตากลมโตขนตางอนยาวคิ้วดำหนา แก้มป่องจมูกโด่งรั้นปากเล็กจิ้มลิ้ม น่าเอ็นดูใบหน้าของเด็กคนนั้นคุ้นตาเขามากๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนพลันสายตาของเขาก็ไปสดุดกับรูปตั้งโต๊ะ ภาพของเขาตอนเด็กๆ ทำให้ตรีเพ็ชรนึกออกว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเหมือนใคร ที่แท้เด็กน้อยวัยสี่ขวบคนนั้นก็เหมือนเขาตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยน"เด็กคนนั้น...ทำไมถึงหน้าเหมือนเราตอนเด็กขนาดนี้นะ" เขาบ่นพึมพรำกับตัวเองสายตายังคงจ้องอยู่ที่รูปใบนั้นรู้สึกสงสัย อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นเสียดายที่เขาไม่ได้ แอบถ่ายรูปเด็กคนนั้นมา เขารินเหล้าลงแก้วแล้วยกขึ้นดื่ม หยิบบัตรกดเงินสดใบนั้นขึ้นมาดู"รินนา วัฒนศิริไพศาล ตระกูลดังแห่งภาคตะวันออกงั้นหรือ..เธอเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าสัววิชัยนะ"ตรีเพ็ชรไปธนาคารเช็คบัตรเงินสดใบนั้นมา และรู้แล้วว่าใครคือผู้ถือบัตรใบนั้น ผู้หญิงที่เขาตามหาเกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่ของภาคตะวันออก แสดงว่าเธอคงไม่ธรรมดาแน่ๆ"รินนา...เธอเข้าหาฉันเพื่ออะไรกันแน่นะ" ชายหนุ่มยังคิดไม่ตกมาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ช่วงนี้ทำให้เขาเครียดมากจริงๆ เสีย
เรื่องของฉัตรวีกับลูกๆทางตระกูลศิลารินทร์ ยอมรับเธออย่างไร้ข้อกังขา ชีวิตที่สงบสุขเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ตรีภพเอาใจใส่ครอบครัวหาเวลาอยู่กับลูกๆมากขึ้น ส่วนคุณปทุมทิพย์เธอเข้าใจว่าความรัก ที่แท้จริงคืออะไรใช้ชีวิตที่เหลือกับลูกหลานอย่างมีความสุข ไม่บีบบังคับหรือฝืนใจลูกชายทั้งสองคนปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตตามใจเลิกก้าวก่าย อยู่บ้านช่วยลูกชายคนเล็กดูหลานๆอย่างมีความสุข ส่วนฉัตรวีเรื่องงานเธอราบรื่นไม่มีคนมาคอยกวนใจเหมือนแต่ก่อน พิพิมพ์กับทัศนีย์หายเข้ากลีบเมฆหายหน้าไปเลยเวลาเดินเร็วมากนาคินพยายามสร้างครอบครัว กับรดาภรณ์ ด้วยธุรกิจเล็กๆจนทางบ้านของเธอยอมรับนาคิน และได้แต่งงานใช้ชีวิตด้วยกันทางด้านตรีเพ็ชรเขาก็ยังเหมือนเดิม ผ่านมาห้าปีแล้วเขายังสงสัยบัตรเงินสดใบนั้น มันทำให้เขาคิดไม่ตกเรื่องเมื่อห้าปีก่อน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เอาเงินเขาไปสักบาทแถมยังทิ้งบัตรเงินสด ที่มีเงินถึงห้าแสนบาทไว้ให้เขาตรีเพ็ชรนั่งอยู่โต๊ะทำงานมองบัตรในมือใบนั้นอยู่พักใหญ่ เขาจำได้แค่ว่าอยู่ในห้องวีไอพีกับเด็กเสิร์ฟที่ชื่อรินนา เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคิดขึ้นได้ "ตรวจสอบ...ผู้หญิงที่ชื่อรินนา ต้องมีประวัติเธอแน่"
การสัมนาครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ดีในช่วงเช้า พอพักกลางวันพิพิมพ์ก็รีบให้ทัศนีย์ไปที่ห้องของฉัตรวี เพื่อเอากล้องจิ๋วที่พวกเธอแอบไปติดไว้ในห้อง พิพิมพ์โล่งใจไม่น้อยที่กล้องนั้นยังอยู่ที่เดิม รีบทำลายหลักฐานทิ้งทันทีกลัวมีคลิปหลุดออกไป เธอกับทัศนีย์คงไม่มีหน้าอยู่ที่บริษัทต่อแน่ถึงช่วงบ่ายทุกคนเข้าร่วมประชุมสัมนาตามปกติ ทัศนีย์เป็นคงเปิดเสนอผลิตภัณฑ์ที่เธอเพิ่งออกแบบใหม่ให้กับบริษัทของสุชาติ เลยทำตัวอย่างคร่าวๆมาเสนอให้ดูทุกคนจ้องไปที่จอขนาดใหญ่หน้าบอร์ดการประชุม ซึ่งมีผู้คนมากหน้าหลายตาตัวแทนหลายบริษัทที่เข้าร่วม ที่ผ่านมาผลงานของทัศนีย์ค่อนข้างโดดเด่นเป็นที่น่าชื่นชม มาตลอดหลายปี เธอทำชื่อเสียงเป็นหน้าเป็นตา ให้บริษัทไว้ไม่น้อยภาพที่ปรากฎขึ้นบนจอขนาดใหญ่นั้นคือ...ภาพที่ทัศนีย์กำลังนัวเนียอยู่กับสุชาติบนเตียง แถมยังมีภาพที่พิพิมพ์เปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกหมด เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าเดินเข้าไปในห้องน้ำ ด้วยท่าทางร้อนรุ่มว้าวุ่นใจลูบไล้ตัวเองอย่างวาบหวิว ทุกคนในที่ประชุมถึงกับตาค้าง มองดูคลิปเหล่านั้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ"ปิด...ปิดเดี๋ยวนี้นะ"เสียงเล็กแหลมดังขึ้นอย่างสติแตก ไม่คิดว่
สุชาตินัวเนียอยู่บนเตียงกับทัศนีย์อย่างเมามันส์เขาเริ่มใช้ ความดิบเถื่อนออกมาทีละน้อยลำเอ็นสีเนื้อเข้มขนาดใหญ่ถูกดึงออกจากร่องเสียวของเธอ"พลวด"เขาจับเอ็นสีเนื้อขึ้นมาอีกครั้งถูไถที่เม็ดเสียวของเธอแรงๆ เสียงร้องเล็กแหลมของเธอเขาชอบมาก ทำให้เธอเสียวสะท้านทำอะไรไม่ได้เมื่อข้อมือถูกตรึงไว้ ด้วยกุญแจมือยิ่งทำให้เขามีอารมณ์เพิ่มขึ้น"ขึ้นขย่มฉัน"เขาเอ่ยเสียงเข้มปลดกุญแจมือให้เธอ ล้มตัวนอนลงที่เตียงใหญ่แทนหญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย จับท่อนลำขนาดใหญ่สอดเสียดเข้ารูสวาทของตัวเอง ขยับเอวคอดบิดไปมาก่อนจะเริ่มกระดกก้นงอนขึ้นลง กระแทกจนสุดโคนเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้อง"โอวววส์..อูยย เสียว เสียวมาก" สุชาติเด้งเอวสอบกระแทกสวนรับ เมื่อทัศนีย์เด้งก้นกลมลงมารัวเร็วทำให้เขาพอใจไม่น้อย สองมือหนายังคงบีบเคล้นอยู่กับสองเต้าใหญ่ไม่วางมือ นิ้วสากสกิดที่หัวนมเธอแรงๆทำให้เธอครางกระเส่า ทุกลีลาท่วงท่าสุชาติจัดหนักจัดเต็มเขายังทำรอยแดงเขียวเป็นจ้ำ ไว้เต็มตัวผิวขาวเนียนของทัศนีย์นั้นตอนนี้ดูไม่ได้เลย ตามเนินอกมีรอยฟันหลายที่เขาตั้งใจทำกับเธอร่างท้วมเดินเข้าไปในห้องน้ำเมื่อเอากับทัศนีย์เสร็จเขายืนฉี่อยู่ ได้ยินเ
เวลาผ่านไปยิ่งนานวันเข้าพิพิมพ์ก็ยิ่งเล่นแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อรู้ว่าคุณปทุมทิพย์ ถอนตัวออกไม่หนุนหลังเธอแล้วจึงวางแผนเมื่อรู้ว่าฉัตรวี ต้องไปสัมนาที่หัวหินเดิมทีฉัตรวีก็ไม่ได้อยากไปเพราะต้องไปค้างคืน พอเล่าเรื่องงานให้ตรีภพฟังแล้วเขากลับสนับสนุนให้เธอไป ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์พอดีเขาจะพาเด็กๆตามเธอไป พอดีมีบ้านพักตากอากาศที่หัวหินอยู่จะถือโอกาสนี้ พาลูกทั้งสองของเขาไปเที่ยวด้วยเธอจึงตกลงฉัตรวีเดินทางไปพร้อมรถตู้บริษัทกับเพื่อนร่วมงานในแผนกหลายคน และการมาสัมนาครั้งนี้ก็มีพิะิพิมพ์ร่วมทางไปด้วย ทำให้การเดินทางมีสีสันไม่น้อยเพราะเธอพูดจาแดกดันกระทบกระทั่ง ฉัตรวีตลอดทางแต่เธอพยายามไม่สนใจจนกระทั่งมาถึงที่พักพิพิมพ์กระซิบกระซาบกับทัศนีย์งานเลี้ยงคืนนี้ เธอต้องการให้ฉัตรวีอับอายเธอยื่นซองสีขาวใสให้ทัศนีย์ ก่อนจะแยกกันไปดูห้องพักของตัวเองงานเลี้ยงเริ่มขึ้นสองทุ่มตรงคนเริ่มทยอยกันมา ไม่ใช่แค่บริษัทที่ฉัตรวีที่มาสัมนาแต่มีอีกหลายบริษัทที่เป็นคู่ค้าก็มาร่วมด้วย จึงมีทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จักปะปนกันไป หนึ่งในนั้นก็มีสุชาติมาร่วมงานสัมนานี้ด้วยฉัตรวีใส่ชุดเดรสสีดำแขนกุดยาวเลยเข่ามองดูเรียบร้
เมื่อพ่อแม่ของรดาภรณ์ยอมรับนาคินแล้วเขาก็เข้าออกบ้านของเธอได้อย่างสบายใจ พร้อมพาเจ้าแฝดอลันกับอันนามาเที่ยวเล่นบ่อยๆรดาภรณ์เล่าให้พ่อกับแม่เธอฟัง ว่าเจ้าแฝดคือหลานแท้ๆของพวกเขาเป็นลูกของตรีภพกับฉัตรวีทำให้พ่อกับแม่ของรดาภรณ์ยิ่งรักและเอ็นดูเด็กทั้งสองคนมาก ถึงกับไปรับมานอนค้างที่บ้านเป็นบางสัปดาห์ และชวนให้คุณปทุมทิพย์มาจิบชาที่บ้านเมื่อรับเด็กแฝดมา"แม่คะ...หนูอยากบอกคุณย่าทิพย์เรื่องของเจ้าแฝด"อยู่ๆรดาภรณ์ก็พูดขึ้นเผื่อว่าคุณย่าทิพย์ของเธอ ได้รู้ว่าเด็กทั้งสองคนเป็นหลานแท้ๆจะเปลี่ยนใจ รับฉัตรวีเป็นสะใภ้จากใจจริงเพราะเห็นแก่หน้าหลานๆ"เรื่องนี้แม่เองก็อยากบอกใจจะขาดเหมือนกันลูก แต่ย่าทิพย์ของลูกจะยอมรับหนูฉัตรหรือเปล่าล่ะ" หญิงชราเองก็คิดถึงเรื่องนี้เช่นกันเพราะคุณปทุมทิพย์ เธอปักใจและชอบพิพิมพ์ขนาดลูกชายตัวเองยังไม่ฟัง แล้วใครจะห้ามเธอได้"เราก็ยุให้คุณย่าทิพย์เอาเส้นผมของเจ้าแฝดไปตรวจDNAเลยดีหรืือเปล่าล่ะคะ ผลออกมาค่อยว่ากัน"รดาภรณ์ ออกความเห็นทำแบบนี้มันจะง่ายขึ้นสรุปทำตามแผนของรดาภรณ์ผู้เป็นแม่รีบจัดแจง โทรไปชวนคุณปทุมทิพย์ช่วงนี้เธอกำลังเครียดหลายเรื่อง เธอตกลงมานั่งจิบชายามบ่
"อ๊ะ...ขะ คุณอา"ฉัตรวีขยับถอยออกห่างผลักอกเขาออกเต็มเเรง เมื่อเบิกตาทั้งสองข้างมองจนชัดแล้วว่าเป็นเขาตรีภพ คุณอาที่เธอยอมค้างคืนด้วยเพื่อแลกกับเงินค่าผ่าตัดของพ่อเธอ "เธอเป็นอะไรหรือเปล่า"เขาเอ่ยหลังจากปล่อยข้อมือเธอแล้ว "ไม่เป็นไรค่ะคุณอา...ขอโทษนะคะที่ซุ่มซ่ามไปชนคุณอาเข้า"ฉัตรวีเอ่ยขอโทษที่ชน
"นี่ๆ ...พวกเธอว่าท่านประธานหล่อไหม ได้ยินว่ายังโสดอยู่นะโครตหล่อเลยอ่ะ"พิมรี่สาวสวยตัวเก็งของแผนกพูดขึ้นพร้อมทำท่าจริตจะก้าน อย่างออกรสออกชาติทั้งๆที่เป็นเวลางาน"หล่อสิ...ทั้งล่ำทั้งสูงขาก็ยาวอยากมีบุญจัง ได้ปีนขึ้นเตียงท่านประธานคงฟินน่าดู"คำพูดที่สองสาวคุยกันฉัตรวีได้ยินทั้งหมดเธอเองก็เผลอคิด
"อ่อ...อย่าลืมกินยาคุมฉุกเฉินล่ะ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ป้องกัน ฉันไม่ค่อยได้ยุ่งกับผู้หญิงเลยไม่ได้เตรียมของพวกนี้ไว้"เขาเอ่ยอย่างจริงจังฟังดูน่าเชื่อถือ ยิ่งดูมีเสน่ห์น้ำเสียงอบอุ่นฟังละมุนหูแบบหาฟังที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว "ขอบคุณค่ะคุณอา"เธอรับเช็คใบนั้นมาไม่กล้าสบตาเขารู้สึกอับอายไม่น้อย เมื่อคิดถึงภา
"เบาๆหน่อยสิภพ แกชอบแบบนี้ก็ไม่บอก"ยศกรเอ่ยแซวเพื่อน พร้อมห้ามเพื่อนไม่ให้ทำรุนแรงกับเธอ"พาฉันออกจากที่นี่ที"ตรีภพดึงฉัตรวีมานั่งที่ตักแล้วกระซิบที่ข้างหูเธอ เป็นการขอร้องเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกวางยา เขาไม่ต้องการอยู่ที่นี่ต่ออยากออกไปให้เร็วที่สุด"เธออยากได้อะไร...ก็ได้ทั้งนั้น"ฉัตรวีรับปากเขาพยักห







