แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: นรกสร้าง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-10 01:09:52

"คาเยนมึงเป็นอะไรวะสามวันดีสี่วันโทรมมึงฉีดวัคซีนครบหรือเปล่า ติดไวรัสแปลกๆ อะไรมั้ย? ไปหาหมอดูสักหน่อยดีกว่านะกูว่า"

"กูโอเค ขอบใจมึงนะเซมิที่เป็นห่วง"

ใช่..อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกลับมาอีกแล้ว แม้จะไม่มีแผลที่ถูกกัดก็ตาม

พอเจอหน้าเด็กวิเวียนก็ดีขึ้นแต่พอมีธุระไม่ได้ออกภาคสนามด้วยกันก็แย่ลง ร่างกายเหมือนมีปุ่มปิดเปิดสวิตซ์ไม่เสถียรเอาเสียเลย

ไอ้จะเรียกมันมาคุยเหมือนวันนั้นก็กลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยไปทำอะไรแบบนั้นกันอีก ทุกวันนี้ตอนเจอกันก็แทบเข้าหน้ากันไม่ติดแต่ก็อยากอยู่ใกล้ เพราะมันรู้สึกดีรู้สึกมีแรง..ไม่ไหวแล้ว ลองคุยกับมันดูสักหน่อยดีกว่า

คาเยนยกโทรศัพท์กดปุ่มโทรออกแล้วแนบหู

ตื้ดดดดด ตื้ดดดด

"ครับ.." เสียงยานคางปลายสายตอบกลับมาคล้ายคนกำลังจะหลับทั้งที่พึ่งจะทุ่มกว่าทำให้ดวงตาคมกริบหันไปมองนาฬิกาเพื่อความเเน่ใจว่าไม่ดึกเกินไปจนดูเป็นการรบกวนปลายสาย

"ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น เหมือนคนจะหลับนี่ยังไม่สองทุ่มเลยนะ"

"ผมเพลีย..ง่วง..อยากนอน"

"ทำไมตอนทำงานด้วยกันต้องหลบหน้าด้วยอย่าบอกนะว่าคิดถึงเรื่องวันนั้น?"

"ก็...ไม่ได้คิดแต่มันจำได้ว่าเคยทำอะไรแบบนั้นด้วยกันหลับตายังเห็นเลย..บางครั้งหลับแล้วยังฝันถึง แปลกเนอะ"

"ตอนห่างกันรู้สึกมั้ยว่ามันหมดเเรง?" คาเยนเดินถอดชุดทำงานเดินไปดื่มน้ำหน้าตู้เย็นความรู้สึกแย่ก่อนหน้านี้เบาบางลงแค่ได้ยินเสียงอีกฝ่าย

"ผมหมดแรงตลอดเเหละตัวผมผอมแห้งขนาดนี้"เสียงงึมงำบ่นมาตามสายทำให้เผลอยกยิ้มขึ้นมา

"ก็รู้ว่าตัวผอมทำไมไม่กินให้มันเยอะๆ หน่อยกินข้าวเหมือนแมวดมผักผลไม้ก็ไม่กินโตมาได้ยังไงตั้งสามสิบปี"

"ลุงจะบ่นผมทำไมเนี่ย ว่าแต่โทรมามีอะไร?"

"ฉันว่าเรา...มาเจอกันอีกครั้งมั้ย?"

คำพูดที่ไม่ถนัดอ้อมค้อมบอกกับปลายสายทำให้อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะอ้อมแอ้มตอบกลับมา

"ไม่เอากลัวเป็นเหมือนคืนนั้นแล้วยิ่งมองหน้ากันไม่ติด" เสียงปลายสายตื่นตกใจเล็กน้อยก่อนจะเเผ่วลงในประโยคท้าย

"แล้วถ้าสมมุติว่าการเจอกันของเราทำให้อาการอ่อนเพลียบรรเทาได้มึงจะว่ายังไง?"

"ผม..ไม่รู้แต่ผมไม่ไปหาลุง!" คนเด็กกว่ายืนยันหนักแน่นแต่ปลายสายก็สวนกลับมาทันควัน

"บ้านมึงอยู่ไหน?"

.....ครึ่งชั่วโมงต่อมา

"ลุงมาจริงๆ เหรอเนี่ย กล้าออกมาได้ไงไอ้นั่นตุงกางเกงขนาดนั้น!" วิเวียนเดินมาเปิดประตูบ้านชี้ไปที่เป้ากางเกงคนตัวโตหน้าแดงก่ำ

"กูอยากรู้ว่าเรื่องที่กูคิดมันจะจริงหรือเปล่าก็ต้องพิสูจน์มั้ยวะ แล้วนี่มึงอยู่กับใครพ่อแม่ไปไหน?"

"พ่อเสียแล้วรูปแขวนอยู่นั่น ส่วนแม่เป็นพยาบาลทหารถูกส่งไปช่วยเขตเหนือหลายเดือนแล้วยังไม่กลับ"

คาเยนมองรูปบนฝาผนังแล้วมองหน้าวิเวียน หน้าผากย่นขึ้นท่าทางครุ่นคิดบางอย่าง

"ทำไมทำหน้าแบบนั้นผมกับพ่อแม่หน้าไม่เหมือนกันเหรอ?" วิเวียนเอ่ยถามขึ้นเมื่อคนอายุมากกว่ามองรูปเเล้วเงียบไป

"พ่อมึง..หน้าคุ้นๆ นะเหมือนเคยเห็นที่ไหน"

"พ่อผมเป็นนักวิจัยในเครือองค์กรความมั่นคงอย่าบอกนะว่าแม้แต่พ่อผมคุณก็หาเรื่องมาแล้ว!"

"ไม่รู้สิอาจจะเป็นไปได้มั้ง"

"คุณนี่เป็นคนยังไงอายุปูนนี้แล้วมีเรื่องกับชาวบ้านไปทั่วจะได้แก่ตายมั้ย?"

"ปากดีได้แล้วสินะตอนโทรหาเหมือนจะตาย นี่มึงอ้อนให้กูมาหาหรือเปล่าเนี่ย?" คาเยนสาวเท้าเข้าหาร่างเล็กกว่าอย่างหยอกล้อ

"อ้อนสะกดยังไงครับ คนอย่างผมเนี่ยนะจะอ้อนให้ลุงมาหา บอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบคนแก่!"

เเขนเรียวยันอกหนาไม่ให้เข้าใกล้แต่ใบหน้าแดงไปถึงใบหู

"กูว่าใช่" คาเยนพูดออกมาเสียงจริงจัง

ห๊ะ!..อะไรวะจู่ๆ ก็บอกว่าใช่พูดจาอะไรไม่รู้เรื่องเลย"

จุ๊บบบ

มือหนาวางรูปหัวหน้าครอบครัวลงคว้าหลังคอร่างสูงมาประกบจูบดูดดื่ม

"เป็นไงมึงว่าใช่มั้ย?" ปากหยักผละออกมาเอ่ยถามใบหน้าชิดติดกันแม้จะถูกมือคนน้องยันหน้าอกไว้เพราะความตกใจ

''ใช่บ้าอะไรแล้วลุงมาจูบผมทำไม?"

ใบหน้าแดงเรื่อเม้มริมฝีปากล่างเบียงสานตาหลบความปรารถนาบางอย่างของอีกคน

"กูบอกมึงก่อนหน้านี้แล้วใช่มั้ยว่าเราห่างกันแล้วอาการจะไม่ดี"

''..." วิเวียนนิ่งเงียบใช้ความคิดย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาตามคำบอกคนอายุมากกว่า

 

"แล้วมึงดูเราตอนนี้สิ..แค่เจอมึงกูก็รู้สึกหายใจคล่องแล้ว แม่งไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อหรือมึงว่าไง?"

''มันก็... มีแรงจริงๆ นั่นแหละ''วิเวียนพยักหน้าน้อยๆ อาการอยากนอนตลอดเวลากลับกลายเป็นสดชื่นขึ้นเมื่อได้ใกล้ร่างตรงหน้า

''ลอง..เอากันมั้ย? ตอนที่รู้สึกตัวนี่แหละ กูอยากรู้ว่าเชื้อในตัวเรามันเป็นยังไง ทำไมตอนห่างกันมันแปลกๆ แต่พอใกล้กัน...เอากันแล้วทำไมเเข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ" น้ำเสียงจริงจังแน่วแน่ตรงไปตรงมาทำเอาคนเด็กกว่าอ้าปากค้างอึ้งเพราะถูกชวนทำเรื่องอย่างว่าโดยคนแก่ขี่บ่น

"ลุงพล่ามอะไรเนี่ยจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง?" วิเวียนตอบเสียงอึกอักแม้จะถูกรวบเอวเข้าหาร่างหนา

''นั่นน่ะสิมันจะเป็นไปได้ยังไง..มึงต้องช่วยกูพิสูจน์" เจ้าหน้าที่ยศสูงดูจริงจังกับการมาเจอกันครั้งนี้มากเสียจนวิเวียนรู้สึกคล้ายกับเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องช่วยกันทำ

"...''

''ลองแตะตัวกูสิ"

"...ลุง"

"หรือมึงยังทึ่มไม่รู้สึกอีก?"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 39

    การเดินทางที่แสนยาวไกลของหกหนุ่ม จากเรื่องหาคู่กลับกลายเป็นเรื่องการพจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตไม่ต่างจากได้ท่องโลกโลกกว้างด้วยตนเองแทบทุกวันวิเวียนกับคาเยนมักจะได้รับโทรศัพท์จากลูกๆ ที่แย่งกันพูดว่าไปเจออะไรมาบรรดาซอมบี้ตัวโตไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอ้อนพ่อกับแม่ได้ทุกวัน พอเจออะไรแปลกใหม่ก็มักจะส่งไปให้ดู บางอย่างก็สวยงามแต่มีพิษ บางอย่างก็ดูธรรมดาแต่อร่อย ทำให้ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคให้ครอบครัวยังคงอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นทุกอย่างเเปลกใหม่ สนุกสนาน สมบุกสมบันไม่มีสักครั้งที่ทั้งหกแยกจากกันความลำบากตลอดการเดินทางไม่ทำให้บรรดาพี่น้องทะเลาะกันแต่กลับทำให้รักและเข้าใจกันมากขึ้นจนกระทั่งต้องเดินทางลงสู่ทิศใต้ที่ค่อนข้างลำบากไม่สามารถโทรหาพ่อแม่ได้บ่อยเช่นเคย"นี่เราหาเมียจะทั่วประเทศแล้วนะมันไปหลบอยู่ไหนวะไอ้สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าเมียเนี่ยกูรู้สึกว่าตัวกูเริ่มจะเหี่ยวแห้งอ่อนแรงแล้วนะเว้ย! กูต้องการเมีย! กู อยาก มี เมียยยยย!!!"วีว่าชักดิ้นชักงอราวกับเด็กน้อยบนรถที่แล่นลงสู่เมืองที่เต็มไปด้วยท้องทะเลเลาะริมหาดทรายไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมายผั่วะ!!!ๆๆๆๆๆเนื่องจากทำตัวปัญญาอ่อนจึงโดนโบ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 38

    คาเยนส่ายหัวขำในลำคอก่อนจะพูดคำถัดมาให้บรรดาลูกชายจอมห่ามหน้าแดงกันทั้งแถบ อะไรเอ่ยบอกรักด้วยการไม่พูดคำว่ารัก.... (พ่อไง!!) "ไม่ดีที่ไม่อยู่ตอนเมียคลอด อยากเห็นพวกนายตอนตัวเท่านิ้วก้อยคงจะน่ารักกว่านี้เยอะ" "หู้ย~น่ารงน่ารักอะไรขนลุก!" วีว่าทำท่าลูบแขนแต่ก็ยิ้มกว้างออกมา "พอเห็นพวกนายแข็งแรงโตเป็นหนุ่มปากดีได้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่า นี่มันดีเอ็นเอพ่อกับแม่มันชัดๆ" "ตอนหนุ่มลุงห้าวเหรอ?" คาเรนถามขึ้นบ้างเพราะพ่อนั้นดูใจเย็นเเละเย็นชาสุดขีด แต่กลับบอกว่าลูกนิสัยเหมือนตนทำให้ลูกๆ นึกภาพไม่ออกว่าตอนหนุ่มพ่อเป็นแบบไหน "อืม~ อาจจะแบบนั้น คนทำแต่งานพ่อแม่ตายหมดเพื่อนน้อยไม่มีลูกเมียมันก็เลยขี้หงุดหงิดไปหน่อย" "ตอนเจอเเม่แล้วนิสัยดีขึ้นมั้ย?" วีแก้นชอบฟังพ่อพูดถึงแม่จึงถามขึ้นมาอีก "หึ หึ หึ ..เหมือนเดิม แม่พวกนายบ่นหนวกหูบ่อยๆ" "กูรู้แล้วว่าไอ้คามิวเหมือนใคร?" "เออกูก็รู้พวกเราแฝดหกนะเว้ย!" ในระหว่างที่ทั้งหกทำท่าจะกัดกันคนเป็นพ่อมองนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินลูบหัวฝ่าลูกทั้งหกออกมาหน้าประตู พร้อมกับพูดด้วยใบหน้านิ่ง มองหน้าลูกทุกคนแล้วกลับออกไป "พ่อรักพวกลูกนะ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 37

    ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นทั้งที่ทำงาน ที่กินที่นอน เหมือนรังผึ้งที่มีหลากหลายห้องหลากหลายกิจกรรมในตึกสูงกลางเมือง บ้านที่มีครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่และรองรับการถือกำเนิดของบรรดาซอมบี้ได้อีกมากมาย "อ้าว? มานั่งหน้ามึนอะไรกันตรงนี้ดึกแล้วยังไม่นอน" คุณพ่อลูกห้องเดินเข้ามาในห้องของลูกๆที่มีห้องโถงตรงกลางและมีห้องส่วนตัวของใครของมันเรียงรายบรรดาซอมบี้หนุ่มยังนั่งเล่นเกมส์ทำกิจกรรมอยู่เต็มลานห้องโถง "นอนไม่หลับ แล้วลุงอ้ะมาทำไม?" หนึ่งในหกพี่น้องหน้าเหมือนถามขึ้นเมื่อคนเป็นพ่อเปิดประตู้เข้ามาด้วยสีน้าเรียบเฉยมานั่งไขว่ห้างแหมะบนโซฟามองกองซอมบี้ตัวใหญ่ๆ บนพื้นที่นั่งนอนเล่นเกมส์กินขนมไม่ต่างจากเด็กน้อย "แม่พวกนายให้มาดูเห็นเงียบๆ ไม่เห็นไปวอแวห้องนู้น " "จะไปได้ไงล่ะทำอะไรกันก็ไม่รู้ลูกเต้าโตเป็นควายกันหมดแล้ว" วีว่าบ่นอุบก้มหน้ามองเกมส์ในมือถือแต่ใบหูกลับเเดงเถือก "รู้ได้ไงไม่ได้กระเตงกันมาทำข้างนอกสักหน่อย" ห้องก็เก็บเสียงแถมยังลอคจากด้านในอัตโนมัติด้วย ตัวพ่อซอมบี้ยกยิ้มมุมปากมองเด็กเกเรที่แม้จะพูดออกมาตรงๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาแสนแพรวพราวของคนเป็นพ่อได้ บ่งบอกว่าคนตัวโตยังเหนือชั้นกว่ามา

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 36

    "ไม่เจอกันนานเป็นซอมบี้เต็มตัวแล้วดูดีขึ้นนี่"เสียงกลั้วหัวเราะของคนด้านหลังเอ่ยทักร่างกำยำในชุดสูทสุภาพทำให้คนถูกทักหันกลับมาทางต้นเสียงใบหน้านิ่งขรืมเย็นชาไร้แววของคาเยนคนหัวร้อนเอาแต่ใจคนก่อนให้เห็นเพื่อนที่เคยสนิทในวัยห้าสิบกว่าปีกลับมาเผชิญหน้ากันครั้งแรกในศาลกลางอันศักดิสิทธิ์หลังจากหารล่มสลายของมนุษย์สายพันธุ์เดิมแล้วเกิดก่อตั้งศูนย์รวมมนุษย์สายพันธุ์ผสมขึ้นบรรดาผู้มีฝีมือในการช่วยเหลือประเทศถูกเชิญให้มารับตำแหน่งอันทรงเกียรติเพื่อความอยู่รอดและคว่มสงบสุขสืบไป"แต่นายยังเหมือนเดิม..."คาเยนตอบกลับสั้นๆ ไม่ขยายความหมายว่าไอะไรที่เหมือนเดิม"ไม่มีอะไรเหมืนเดิมหรอกครับคุณคาเยน...เราก็ด้วย เมื่อก่อนไม่ว่าผมจะเก่งหรือทำงานหนักแค่ไหนก็ได้เป็นแค่ลูกน้องคุณ แต่ตอนนี้ผมดูจะเหนือกว่าผู้คนเลือกคนที่เก่งไม่ได้เลือกคนจากเส้นสายอีกต่อไป"เซมิยืนตัวตรงอกผายราวกลับตัวกำลังพองโตให้ดูเหนือกว่าจากความไว้วางใจของผู้คน"ยินดีด้วยก็แล้วกันที่มีโอกาสได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าให้คุ้มกับที่เมื่อก่อนจะเหยียบย่ำคนอื่นมาแทบตายแต่ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ""หึ่!!"สายตาเชือดเฉือนจ้องกันพักใหญ่กว่าจะแยกย้ายกันกลั

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 35

    "มันเข้าไปแล้วครับ"เฮนรี่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศัตรูฝั่งตรงข้ามเดินเข้าไปในที่ประชุมใหญ่''ถ้าไอ้ชั่วเซมิไปเจอพ่อเราจะเป็นยังไงนะ?"คามิวจินตนาการไม่ออกว่าผู้ใหญ่ที่เคยเกลียดกันจะแสดงออกยังไง"แม่ก็บอกอยู่ว่าข้างในทำอะไรไม่ได้ แต่มึงดูนั่นสิไอ้เตี้ยลูกรักของมันซนชิบหาย มันกี่ขวบกันถึงเดินกินไอติมเล่นน้ำพุ ซุ่มซ่ามแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกบ่อน้ำพุตายห่า"วีแก้นมองร่างเล็กแสนซนเดินเลาะขอบอ่างลานน้ำพุมีพวกพี่มันนั่งมองเพราะวิ่งตามมันจนเหนื่อย''แกล้งมันกันมั้ยหมั่นไส้!""คุณๆ อย่าเลยครับถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อจะเดือดร้อนนะครับ!"ชายสูงวัยตักเตือนด้วยความเป็นห่วง"นิดเดียวแค่นิดเดียวจริงๆ ครับลุงเฮนรี่"วีว่าชูนิ้วก้อยขึ้นมีความหมายว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น"พวกคุณจะทำอะไรครับ?""ดูน้ำพุตรงนั้นสิสวยดีนะพวกมึงว่ามั้ยนึกถึงน้ำที่บ้านเกิดเลย"วีว่ายิ้มใก้คนสูงวัยเป็นคำตอบก่อนจะหันมาขยิบตาให้กันราวกับคุยผ่านกระแสจิตได้"สี่คนไปล่อพี่ๆ มันคนหนึ่งดูต้นทาง มาโอน้อยออกกันใครชนะได้ไปผลักมันลงบ่อน้ำพุ่สีๆ หอมๆ นั่น""คุณหนู!!ไม่ได้นะครับ" เฮนรี่พยายามห้ามแต่เด็กทั้งหกนั้นดื้อกว่าตอนอยู่กับแม่เป็นไหนๆ"มึงไปดมมาเหรอ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 34

    ทางการขอความร่วมมือทุกองค์กรที่มีศักยภาพในการทำวิจัยวัคซีนเพื่อมวลมนุษยชาติ โครงการของผู้นำสูงสุดกึ่งบังคับให้หลายหน่วยงานต่างภูมิภาคเข้าประชุมหารือร่วมกันเพื่อรวบรวมสานสัมพันธ์คนในประเทศให้กลับมาสามัคคีแน่นแฟ้นอีกครั้งอยู่มาวันหนึ่งประกาศฉบับนี้ก็ออกมาให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความสงบสุขของผู้คนทั้งลูกครึ่งคนซอมบี้และทุกสายพันธุ์ที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้เป็นเหมือนการร่างกฎหมายครั้งใหญ่ในรอบสิบปีก่อนการล่มสลายของมนุษยชาติทันทีที่ทุกคนได้รับทราบมีการออกมาโต้แย้งส่งข้อกังขาไปถึงท่านผู้นำว่าไม่ควรจะอยู่รวมกันเพราะแต่ละสายพันธุ์แต่ละหน่วยมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมากเกินไปแต่ท่านผู้นำมองว่าเพื่อลดการปะทะและความขัดแย้งในภายภาคหน้าถ้าไม่รวมกันวันนี้วันข้างหน้าต้องมีการรบราครั้งใหญ่เกิดขึ้นจนอาจจะกลายเป็นสงครามได้"สรุปคือทุกคนต้องร่วมเข้าหารือกันในที่ประชุมใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้านี้เหรอครับ?"เด็กหนุ่มทั้งหกที่ต้องถอดเสื้อเดินไปเดินมาในสภาพอากาศร้อนของเมืองกรุงถามผู้เป็นแม่ขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่เห็นประกาศจากทางการออกข่าวอึกทึกครึกโครมไปทั่วประ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status