INICIAR SESIÓNนี่มันเหี้ยอะไรเนี่ย ...
พวกเราเก็บกวาดห้อง อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้วจึงอออกมานั่งดูวีดีโอที่อัดความยาวได้แบบไร้ขีดจำกัดด้วยกัน ใบหน้าหลังเห็นคลิปตั้งแต่ล้มทับกันบนโซฟาเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าจะบรรยายความรู้สึกได้ออกมาเป็นคำพูดได้... ร่างต่างขนาดที่นั่งข้างกันตัวแข็งทื่อคล้ายวิญญาณหลุดลอยไปกับลมที่พัดผ่านหน้าไปวูบหนึ่ง... ฟิ้ววววว ใบหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ ..... ยิ่งดูก็ยิ่งอ้าปากค้าง ตาเหลือกกับความผาดโผนของคนในคลิป ไม่อยากจะเชื่อว่ามีท่าร่วมรักแบบนี้อยู่บนโลก...ช่างสรรหามาทำ... หรือความจริงเป็นคนจังไรทั้งคู่กันนะ? ยังดีที่ไฟในห้องกระพริบปิดๆ เปิดๆ ไม่อย่างนั้งคงได้ช็อกยิ่งกว่านี้ ภาพคนสองคนคล่อมขี่กอดรัดร่างเปลือยเปล่าจูบกันอย่างดูดดื่มทำให้ทั้งคู่ขยับออกห่างกันโดยอัตโนมัติทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังนั่งชิดติดกัน เหมือนดูหนังโป๊ทั่วไป แต่เป็นภาคพิเศษแบบที่ลงไปเล่นได้เอง นักแสดงหน้าคุ้นชนิดที่แค่หันไปหาคนข้างๆ ก็จะเห็นคนเดียวกันกับในจอ มือขาวของวิเวียนควานเอายาดมมาสูดเข้าปอดลึกๆ เพื่อบรรเทาอาการอยากวูบของตนเอง คาเยนขมวดคิ้วทำหน้าย่นเอามือกุมหัวดึงผมตนเองแรงๆ พยายามเปิดปิดกรอไปข้างหน้าหลายรอบ สิบนาทีก็แล้ว ครึ่งชั่วโมงจนถึงเช้า คนสองคนในคลิปแทบไม่หยุดทำกัน ถึงว่าละพอได้ปลดปล่อยมากขนาดนั้นไอ้ที่เคยเเข็งค้ำขามาตลอดถึงได้อ่อนลง "ดีนะกูเป็นฝ่ายแทงถ้าโดนมึงเอากูคงกัดลิ้นตาย ทำตั้งหลายชั่วโมงไม่รู้สึกรู้สากันได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ เหล้าก็ไม่ได้แดก...กูหน้ามืดไปเอามึงได้ยังไง?" คาเยนพับจอโน้ตบุ๊กลงสบถออกมาหลังจากนั่งสังเกตุบางอย่างในคลิปพักใหญ่ "ลุงถามผมยังว่าผมอยากให้ลุงเอามั้ย? ของลุงใหญ่ชิบ ไม่รู้ว่าตอนปวดอึมันจะไหลออกมาเองเลยมั้ย...บานหมดแล้วกู" วิเวียนก้มมองหว่างขาตัวเองไม่มีอาการแข็งขัดของอวัยวะเพศและไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ แม้ภาพแสนจะหวาดเสียวที่ดูก่อนหน้านั้นชวนจิตนาการไปถึงเรื่องสยองได้ "ผลข้างเคียงของไวรัสเหรอ? กูลองรีรันดูแล้วแผลพวกเราที่ถูกกัดมันค่อยๆ หายไปทุกครั้งที่เราแตก จนไม่เหลือรอย นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรวะน่ากลัวชิบหาย!" คาเยนก้มลงมองข้างเอวของตัวเองที่เนียนกลายเป็นเนื้อเดียวภายในชั่วข้ามคืนก็ยังไม่อาจเชื่อสายตาได้ "ผมจำกลิ่นคาวนั้นได้ พอสูดมากเข้าก็มึนเบลอวูบไปเลย" "ตอนนี้ยังได้กลิ่นนั้นอยู่มั้ย?" ''ตอนนี้ไม่รู้ แผลไม่มีแล้วก็น่าจะไม่ได้กลิ่นแล้วมั้ง" "มึงถือมั้ยเรื่อง... มีอะไรกันตอนไม่รู้สึกตัวกูไม่ได้ตั้งใจข่มเหงมึง...ขอโทษด้วยแล้วกันถ้ามึงคิดว่ามึงเสียหายก็เรียกร้องมาได้เลย กูกล้าทำก็กล้ารับผิดชอบอยู่แล้ว" คาเยนหันไปมองร่างข้างๆ ที่งงงวยไม่แพ้กันใบหน้าซื่อๆ เซ่อๆ มองสบตาเข้าด้วยกันแววตาใสบริสุทธิ์ คนเด็กกว่าอมยิ้มส่ายหัวเบาๆ "ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลุงจะมีมุมแบบนี้แบบคนอื่นเขา นึกว่าจะเป็นคนแก่บ้าอำนาจเอาแต่ใจตัวเองซะอีก" คำพูดจิกกัดเช่นทุกครั้งที่เจอพูดออกมาด้วยท่าทีสบายกว่าที่คิด คาเยนไม่เคยรู้เลยว่าวิเวียนจะมองโลกแง่ดีได้ถึงเพียงนี้ คิดว่าจะโวยวายให้ปวดหัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก "กูเป็นเจ้าหน้าที่ทรงคุณค่าแห่งปีนะหัดตามข่าววงในบ้าง" ฝ่ามือหนาผลักหัวทุยเบาๆ ทำเอาอีกคนแยกเขี้ยวขู่ใส่ "แล้วจะเอายังไงต่อผมไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้สักอย่าง นี่มันเวรกรรมอะไรของผมวะเนี่ยจู่ๆ ก็ถูกกัด ถูกกัดแล้วยังถูกรุกล้ำเอกราชอีก ไหนๆ จะเสียซิงทำไมต้องเป็นคนแก่กว่าตั้งสิบปีด้วยเนี่ย แถมยังขี้บ่น ปากมาก วัยทอง ไม่มีตัวเลือกเลยยัดเยียดสุดๆ โฮฮฮฮฮฮฮ" คาเยนกรอกตามองบนถอนหายใจออกมาเฮือก ที่คิดว่ามันโลกสวยขอถอนคำพูดยังทันมั้ย? ผั่วะ!! "กูก็ไม่อยากได้มึง ไม่ต้องมาคร่ำครวญ มีแรงทำนั่นทำนี่แล้วก็กลับไปทำงาน ชาวบ้านรอวัคซีนตาเหลือกไปแล้วมั้ง!" คาเยนผลักหัวเล็กจนผมกระเจิง "ฮือออ ลุงฟันเด็กแล้วทิ้งผมจะฟ้องหัวหน้าให้เบื้องบนสอบสวนลุง'' มือขาวเรียวลูบผมป้อยๆ แสร้งทำท่าร้องไห้จนคาเยนเผลออมยิ้มให้กับความติ๊งต๊อง แม้จะผ่านเรื่องหนักหนามาด้วยกันก็ยังทำให้หัวเราะได้ช่างเป็นคนที่เรียบง่ายเสียจริง "เชิญมึงไปฟ้องเลยกูมีหลักฐานเป็นคลิปที่มึงขึ้นขี่กูสองที แหกขาให้กูเอาสองที ร้องให้กูกระแทกแรงๆ สองที" คาเยนจิ้มนิ้วลงบนขมับของวิเวียนเพื่อบอกเป็นนัยๆ ว่าอย่ามาแหยมกับพี่ "โห...เยอะขนาดนั้นเลย" วิเวียนห่อไหล่ตัวลีบเป็นการยกธงขาว "เออ~" คาเยนตอบสั้นๆ ด้วยเสียงดังฟังชัด "ไปก็ได้ถือว่าผลัดกันฟัน ลุงอย่ามาติดใจผมนะผมไม่ชอบคนแก่" วิเวียนลุกขึ้นยืนเตรียมตัวออกไปจากห้องสมรภูมิรักเมื่อวานเพราะไม่รู้จะอยู่ทำไมไหนๆ ก็ไม่ตายแล้ว "หนวกหู!" เจ้าของห้องที่ผ่อนคลายเมื่อครู่กลับเข้าสู่โหมดดุดันกับการถูกเรียกว่าแก่ "ไปแล่ว~" วิเวียนเห็นท่าไม่ดีจึงหมุนตัวกลับจะเดินออกจากห้อง ตึ้งง!! "อูยย" ขาเรียวเดินเตะโต๊ะกลางเข้าอย่างจังเสียงร้องโอดครวญดังลั่น "เดินไม่ดูตามาตาเรือเป็นอะไรมั้ย?" เสียงดุดันอ่อนลงเมื่อเห็นคนตัวเล็กทำท่าเจ็บปวด "เจ็บดิถามได้!" วิเวียนขมวดคิ้วย่นหน้าให้เจ้าของห้องที่ทำท่าดุจนตัวเองลนลานชนโต๊ะ "โต๊ะกูน่ะเป็นอะไรมั้ยถ้ามันบิ่นนะมึงเตรียมซื้อมาคืนกูด้วยราคาไม่ใช่จะถูก~" แต่คำถามต่อมาก็ทำให้วิเวียนต้องยืนเท้าเอวกัดฟันกรอด แม่ง กวนตีน "ตาแก่ขี้งก บ้าที่สุด" ร่างบางสะบัดหน้าหันกลับไปทางประตูเดินดุ่มๆ ออกไปทันที "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้อ่อนเล่นกับใครไม่เล่น" ทันทีที่ร่างบางลับตาไป เจ้าของห้องยังคงยิ้มค้างพูดกับตัวเองเบาๆ "ที่บอกว่าจำอะไรไม่ได้ตอนเอากัน...กูพูดไม่จริง..กูแค่ไม่อยากบอกมึงว่ากูรู้สึกดี" สายตาคมหลุบต่ำเหลือบมองเบื้องล่างที่เอวของตนแล้วลูบเบาๆ มันยังคงรู้สึกเหมือนมีแผลอยู่แค่มันไม่มีร่องรอยให้เห็นเท่านั้น มันหายไปจริงๆ หรือมัน...ฝังเข้าไปในอณูร่างกายแล้วกันแน่? .....การเดินทางที่แสนยาวไกลของหกหนุ่ม จากเรื่องหาคู่กลับกลายเป็นเรื่องการพจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตไม่ต่างจากได้ท่องโลกโลกกว้างด้วยตนเองแทบทุกวันวิเวียนกับคาเยนมักจะได้รับโทรศัพท์จากลูกๆ ที่แย่งกันพูดว่าไปเจออะไรมาบรรดาซอมบี้ตัวโตไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอ้อนพ่อกับแม่ได้ทุกวัน พอเจออะไรแปลกใหม่ก็มักจะส่งไปให้ดู บางอย่างก็สวยงามแต่มีพิษ บางอย่างก็ดูธรรมดาแต่อร่อย ทำให้ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคให้ครอบครัวยังคงอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นทุกอย่างเเปลกใหม่ สนุกสนาน สมบุกสมบันไม่มีสักครั้งที่ทั้งหกแยกจากกันความลำบากตลอดการเดินทางไม่ทำให้บรรดาพี่น้องทะเลาะกันแต่กลับทำให้รักและเข้าใจกันมากขึ้นจนกระทั่งต้องเดินทางลงสู่ทิศใต้ที่ค่อนข้างลำบากไม่สามารถโทรหาพ่อแม่ได้บ่อยเช่นเคย"นี่เราหาเมียจะทั่วประเทศแล้วนะมันไปหลบอยู่ไหนวะไอ้สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าเมียเนี่ยกูรู้สึกว่าตัวกูเริ่มจะเหี่ยวแห้งอ่อนแรงแล้วนะเว้ย! กูต้องการเมีย! กู อยาก มี เมียยยยย!!!"วีว่าชักดิ้นชักงอราวกับเด็กน้อยบนรถที่แล่นลงสู่เมืองที่เต็มไปด้วยท้องทะเลเลาะริมหาดทรายไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมายผั่วะ!!!ๆๆๆๆๆเนื่องจากทำตัวปัญญาอ่อนจึงโดนโบ
คาเยนส่ายหัวขำในลำคอก่อนจะพูดคำถัดมาให้บรรดาลูกชายจอมห่ามหน้าแดงกันทั้งแถบ อะไรเอ่ยบอกรักด้วยการไม่พูดคำว่ารัก.... (พ่อไง!!) "ไม่ดีที่ไม่อยู่ตอนเมียคลอด อยากเห็นพวกนายตอนตัวเท่านิ้วก้อยคงจะน่ารักกว่านี้เยอะ" "หู้ย~น่ารงน่ารักอะไรขนลุก!" วีว่าทำท่าลูบแขนแต่ก็ยิ้มกว้างออกมา "พอเห็นพวกนายแข็งแรงโตเป็นหนุ่มปากดีได้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่า นี่มันดีเอ็นเอพ่อกับแม่มันชัดๆ" "ตอนหนุ่มลุงห้าวเหรอ?" คาเรนถามขึ้นบ้างเพราะพ่อนั้นดูใจเย็นเเละเย็นชาสุดขีด แต่กลับบอกว่าลูกนิสัยเหมือนตนทำให้ลูกๆ นึกภาพไม่ออกว่าตอนหนุ่มพ่อเป็นแบบไหน "อืม~ อาจจะแบบนั้น คนทำแต่งานพ่อแม่ตายหมดเพื่อนน้อยไม่มีลูกเมียมันก็เลยขี้หงุดหงิดไปหน่อย" "ตอนเจอเเม่แล้วนิสัยดีขึ้นมั้ย?" วีแก้นชอบฟังพ่อพูดถึงแม่จึงถามขึ้นมาอีก "หึ หึ หึ ..เหมือนเดิม แม่พวกนายบ่นหนวกหูบ่อยๆ" "กูรู้แล้วว่าไอ้คามิวเหมือนใคร?" "เออกูก็รู้พวกเราแฝดหกนะเว้ย!" ในระหว่างที่ทั้งหกทำท่าจะกัดกันคนเป็นพ่อมองนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินลูบหัวฝ่าลูกทั้งหกออกมาหน้าประตู พร้อมกับพูดด้วยใบหน้านิ่ง มองหน้าลูกทุกคนแล้วกลับออกไป "พ่อรักพวกลูกนะ
ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นทั้งที่ทำงาน ที่กินที่นอน เหมือนรังผึ้งที่มีหลากหลายห้องหลากหลายกิจกรรมในตึกสูงกลางเมือง บ้านที่มีครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่และรองรับการถือกำเนิดของบรรดาซอมบี้ได้อีกมากมาย "อ้าว? มานั่งหน้ามึนอะไรกันตรงนี้ดึกแล้วยังไม่นอน" คุณพ่อลูกห้องเดินเข้ามาในห้องของลูกๆที่มีห้องโถงตรงกลางและมีห้องส่วนตัวของใครของมันเรียงรายบรรดาซอมบี้หนุ่มยังนั่งเล่นเกมส์ทำกิจกรรมอยู่เต็มลานห้องโถง "นอนไม่หลับ แล้วลุงอ้ะมาทำไม?" หนึ่งในหกพี่น้องหน้าเหมือนถามขึ้นเมื่อคนเป็นพ่อเปิดประตู้เข้ามาด้วยสีน้าเรียบเฉยมานั่งไขว่ห้างแหมะบนโซฟามองกองซอมบี้ตัวใหญ่ๆ บนพื้นที่นั่งนอนเล่นเกมส์กินขนมไม่ต่างจากเด็กน้อย "แม่พวกนายให้มาดูเห็นเงียบๆ ไม่เห็นไปวอแวห้องนู้น " "จะไปได้ไงล่ะทำอะไรกันก็ไม่รู้ลูกเต้าโตเป็นควายกันหมดแล้ว" วีว่าบ่นอุบก้มหน้ามองเกมส์ในมือถือแต่ใบหูกลับเเดงเถือก "รู้ได้ไงไม่ได้กระเตงกันมาทำข้างนอกสักหน่อย" ห้องก็เก็บเสียงแถมยังลอคจากด้านในอัตโนมัติด้วย ตัวพ่อซอมบี้ยกยิ้มมุมปากมองเด็กเกเรที่แม้จะพูดออกมาตรงๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาแสนแพรวพราวของคนเป็นพ่อได้ บ่งบอกว่าคนตัวโตยังเหนือชั้นกว่ามา
"ไม่เจอกันนานเป็นซอมบี้เต็มตัวแล้วดูดีขึ้นนี่"เสียงกลั้วหัวเราะของคนด้านหลังเอ่ยทักร่างกำยำในชุดสูทสุภาพทำให้คนถูกทักหันกลับมาทางต้นเสียงใบหน้านิ่งขรืมเย็นชาไร้แววของคาเยนคนหัวร้อนเอาแต่ใจคนก่อนให้เห็นเพื่อนที่เคยสนิทในวัยห้าสิบกว่าปีกลับมาเผชิญหน้ากันครั้งแรกในศาลกลางอันศักดิสิทธิ์หลังจากหารล่มสลายของมนุษย์สายพันธุ์เดิมแล้วเกิดก่อตั้งศูนย์รวมมนุษย์สายพันธุ์ผสมขึ้นบรรดาผู้มีฝีมือในการช่วยเหลือประเทศถูกเชิญให้มารับตำแหน่งอันทรงเกียรติเพื่อความอยู่รอดและคว่มสงบสุขสืบไป"แต่นายยังเหมือนเดิม..."คาเยนตอบกลับสั้นๆ ไม่ขยายความหมายว่าไอะไรที่เหมือนเดิม"ไม่มีอะไรเหมืนเดิมหรอกครับคุณคาเยน...เราก็ด้วย เมื่อก่อนไม่ว่าผมจะเก่งหรือทำงานหนักแค่ไหนก็ได้เป็นแค่ลูกน้องคุณ แต่ตอนนี้ผมดูจะเหนือกว่าผู้คนเลือกคนที่เก่งไม่ได้เลือกคนจากเส้นสายอีกต่อไป"เซมิยืนตัวตรงอกผายราวกลับตัวกำลังพองโตให้ดูเหนือกว่าจากความไว้วางใจของผู้คน"ยินดีด้วยก็แล้วกันที่มีโอกาสได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าให้คุ้มกับที่เมื่อก่อนจะเหยียบย่ำคนอื่นมาแทบตายแต่ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ""หึ่!!"สายตาเชือดเฉือนจ้องกันพักใหญ่กว่าจะแยกย้ายกันกลั
"มันเข้าไปแล้วครับ"เฮนรี่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศัตรูฝั่งตรงข้ามเดินเข้าไปในที่ประชุมใหญ่''ถ้าไอ้ชั่วเซมิไปเจอพ่อเราจะเป็นยังไงนะ?"คามิวจินตนาการไม่ออกว่าผู้ใหญ่ที่เคยเกลียดกันจะแสดงออกยังไง"แม่ก็บอกอยู่ว่าข้างในทำอะไรไม่ได้ แต่มึงดูนั่นสิไอ้เตี้ยลูกรักของมันซนชิบหาย มันกี่ขวบกันถึงเดินกินไอติมเล่นน้ำพุ ซุ่มซ่ามแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกบ่อน้ำพุตายห่า"วีแก้นมองร่างเล็กแสนซนเดินเลาะขอบอ่างลานน้ำพุมีพวกพี่มันนั่งมองเพราะวิ่งตามมันจนเหนื่อย''แกล้งมันกันมั้ยหมั่นไส้!""คุณๆ อย่าเลยครับถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อจะเดือดร้อนนะครับ!"ชายสูงวัยตักเตือนด้วยความเป็นห่วง"นิดเดียวแค่นิดเดียวจริงๆ ครับลุงเฮนรี่"วีว่าชูนิ้วก้อยขึ้นมีความหมายว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น"พวกคุณจะทำอะไรครับ?""ดูน้ำพุตรงนั้นสิสวยดีนะพวกมึงว่ามั้ยนึกถึงน้ำที่บ้านเกิดเลย"วีว่ายิ้มใก้คนสูงวัยเป็นคำตอบก่อนจะหันมาขยิบตาให้กันราวกับคุยผ่านกระแสจิตได้"สี่คนไปล่อพี่ๆ มันคนหนึ่งดูต้นทาง มาโอน้อยออกกันใครชนะได้ไปผลักมันลงบ่อน้ำพุ่สีๆ หอมๆ นั่น""คุณหนู!!ไม่ได้นะครับ" เฮนรี่พยายามห้ามแต่เด็กทั้งหกนั้นดื้อกว่าตอนอยู่กับแม่เป็นไหนๆ"มึงไปดมมาเหรอ
ทางการขอความร่วมมือทุกองค์กรที่มีศักยภาพในการทำวิจัยวัคซีนเพื่อมวลมนุษยชาติ โครงการของผู้นำสูงสุดกึ่งบังคับให้หลายหน่วยงานต่างภูมิภาคเข้าประชุมหารือร่วมกันเพื่อรวบรวมสานสัมพันธ์คนในประเทศให้กลับมาสามัคคีแน่นแฟ้นอีกครั้งอยู่มาวันหนึ่งประกาศฉบับนี้ก็ออกมาให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความสงบสุขของผู้คนทั้งลูกครึ่งคนซอมบี้และทุกสายพันธุ์ที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้เป็นเหมือนการร่างกฎหมายครั้งใหญ่ในรอบสิบปีก่อนการล่มสลายของมนุษยชาติทันทีที่ทุกคนได้รับทราบมีการออกมาโต้แย้งส่งข้อกังขาไปถึงท่านผู้นำว่าไม่ควรจะอยู่รวมกันเพราะแต่ละสายพันธุ์แต่ละหน่วยมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมากเกินไปแต่ท่านผู้นำมองว่าเพื่อลดการปะทะและความขัดแย้งในภายภาคหน้าถ้าไม่รวมกันวันนี้วันข้างหน้าต้องมีการรบราครั้งใหญ่เกิดขึ้นจนอาจจะกลายเป็นสงครามได้"สรุปคือทุกคนต้องร่วมเข้าหารือกันในที่ประชุมใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้านี้เหรอครับ?"เด็กหนุ่มทั้งหกที่ต้องถอดเสื้อเดินไปเดินมาในสภาพอากาศร้อนของเมืองกรุงถามผู้เป็นแม่ขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่เห็นประกาศจากทางการออกข่าวอึกทึกครึกโครมไปทั่วประ



![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



