LOGINความจริงของเรื่องนี้คือเหวินเหยานั้นได้บุกเข้ามาหาเสี่ยวโม่ในช่วงเวลาที่มิเหมาะมิควร ตอนนี้เป็นยามฉู่ (丑时) ที่ดึกสงัดแล้ว คนธรรมดาคงหลับตานอนกันไปหลายตื่น หากแต่เพราะซุ่มเสียงอันไพเราะของกู่ฉินหน้าโรงเตี๊ยม ที่ทำให้เหวินเหยาอยากจะเร่งดำเนินภารกิจให้แล้วเสร็จ แล้วก็นับว่าเป็นโชคดีของนางเพราะดันมาทันเวลาที่เสี่ยวโม่กำลังต้องการตัวช่วยอยู่พอดี
.
นางเริ่มกวาดสายตาอ่านข้อความพรรณนาในสมุดสะกดใจวสันต์ ทั้ง ๆ ที่เสี่ยวโม่ก็พยายามจะขัดขวางแต่ก็มิเป็นผล เขาคงจะเกิดความอับอายขึ้นในกมลสันดาน แล้วก็อยากจะเก็บความเขินอายไว้เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า จนกระทั่งเรียวตาเฉี่ยวคู่นั้นหยุดการอ่านลงโดยฉับพลัน!
.
"ท่านเข้าใจแล้วใช่หรือไม่พี่สาว! ท่านเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าเขียนต่อไปมิไหว! ข้ามิรู้ว่าจะเขียนบันทึกแห่งรักนี้ต่อไปทำไม! , หึ.. , หึ.. , ฮือ..อ..อ.อ! , ฮือ..อ..อ..อ!"
.
ถึงประโยคนี้น้ำตาลูกผู้ชายก็เริ่มหลั่งไหลเมื่อตอนกลางดึก ยามฉู่ (丑时) หรือ ยามจื่อ (子时) ก็คงมิต่างกัน ลองคนเราเสียใจขอแค่ได้ร้องออกมาก็ถือว่าเป็นการช่วยระบายแล้ว
.
"โถ.. เสี่ยวโม่ผู้น่าสงสาร"
แม่นางเหวินถึงกับหลุดโพล่งคำสุดเห็นใจนี้ออกมา นางผินหน้าไปมองเขาสลับกับการวางสมุดสะกดใจวสันต์ที่ตัวเองเป็นคนมอบให้ลงคืนที่เดิม ประหนึ่งว่ามันมิสำคัญอีกต่อไปแล้ว
.
ครู่สั้นดังกล่าวทำให้นางเข้าถึงสัจธรรมความจริง รู้ซึ้งแล้วว่าเหตุใดด้ายทอวิญญาณของเสี่ยวโม่ถึงเย็นเฉียบราวกับคนที่จิตหลุดออกจากร่าง นั่นก็เพราะเขาเพิ่งจะกล้ำกลืนบันทึกสิ่งที่น่าเวทนาสงสารที่สุดลงสมุดไป กระดาษยังเปียกอยู่เลย หมึกพู่กันเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาเป็นวง ๆ ดำพรืดจนเขียนต่อไปมิได้
.
"ความรักของข้ากับคุณหนูคงเป็นไปมิได้แล้ว.. ข้าจะทำเช่นไรต่อไปดีพี่สาว.. , หึ! , ฮือ ๆ , ฮือ ๆ ทีแรกข้าก็มิอยากร้องหรอกข้าปาดน้ำตาจนแห้งหมดแล้ว แต่พอท่านมาข้าก็ร้องออกมาอีก.. ไหนท่านเคยบอกว่าท่านจะช่วยข้าไง.. , ฮือ ๆ , ฮือ ๆ , ฮือ ๆ "
.
"......."
เหวินเหยามิพูดอะไรสักคำได้แต่ก้มหน้ากดต่ำ
.
พลางเดินสวนเข้ามาจูงมือเสี่ยวโม่ออกมานั่งคุยกันที่ม้าหินด้านนอก ลมราตรีโหยหวนเช่นนี้เหมาะเหลือเกินสำหรับการนั่งลงปรับความเข้าใจให้ตรงกัน เพราะเสี่ยวโม่ยังมีโอกาสเยว่เอ๋อยังมิปิดประตู และเหวินเหยาจะเป็นผู้สร้างสถานการณ์ให้คนคู่นี้ได้เปิดใจคุยกันตรง ๆ ให้ได้
.
ข้อความในสมุดบันทึกที่เสี่ยวโม่เขียนระบุเอาไว้ว่า เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนทั้งเขาและเยว่เอ๋อได้ทำกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกันมากมาย เจ้าตัวดูมีความสุขมากแม้จะรู้ดีว่านายน้อยมิได้คิดอะไรเกินเลยนอกจากความเป็นเพื่อน แต่เขาก็เลือกที่จะมองข้ามไป เขาอยากจะอยู่กับนางแบบนี้ทุกวัน เขาชอบฟังเสียงหัวเราะของนาง แล้วก็จะมีความสุขมาก ๆ ตอนที่เยว่เอ๋อแสดงความเป็นห่วงเป็นใยบ่าวรับใช้อย่างเขา
.
กิจการค้าขายขนส่งบะหมี่เป็นไปได้ด้วยดี และพวกเขาเหมือนจะเป็นคู่หูคู่มือที่รู้ใจ คนหนึ่งเป็นมืออีกคนเป็นเท้า ถ้าคนหนึ่งเป็นหูอีกคนก็จะเป็นดวงตา จนจังหวะหนึ่งเสี่ยวโม่ก็เริ่มคิดว่าตัวเองอาจจะมีความหวัง เยว่เอ๋อหันมายิ้มให้เขาด้วยซ้ำเมื่อครั้งที่เขาแอบจับมือเธอตอนช่วยเธอถือปิ่นโต นางยังถามเขาเลยว่า "มือนางนุ่มไหม จับนาน ๆ ก็ได้นะถ้าไม่เหนียวบะหมี่" แค่นั้นใจของเสี่ยวโม่ก็เต้นรัวเป็นกลองแล้ว
.
มีช็อตหวาน ๆ แบบนี้เกิดขึ้นระหว่างเขากับนางตลอดสัปดาห์หลัง จนกระทั่งมาถึงวันนี้ในยามไฮ่ (亥时) ทุกอย่างก็พังทลายลง! หลังเสี่ยวโม่พยายามจะนำอาหารว่างของเจ้านกอ้วนเสี่ยวผ่างขึ้นไปเปลี่ยนให้ กรงของมันถูกย้ายขึ้นไปแขวนบนห้องนอนส่วนตัว และด้วยความเจตนาดีบ่าวรับใช้อย่างเขายังเตรียมชาอุ่น ๆ กับขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือขึ้นไปให้เยว่เอ๋อด้วยเพื่อสร้างความประทับใจ
.
แต่เดชะบุญ! ก็เหมือนกับที่เรา ๆ รู้และพอจะเดาได้ ว่าชายหนุ่มไปมิถึงหน้าห้องของนางด้วยซ้ำ แค่ย่างเท้าขึ้นบันได้มาเขาก็เริ่มได้ยินเสียงเสียว! เสียงกระเส่าเร่าร้อน! เสียงครางที่ร้องหาแกนแข็งของใครสักคนก็ได้! ไม่ว่าจะเป็นเซียวจวินเหยียน หรือ เซียวจวิ้นอวี่ เงาดำวูบวาบใต้ช่องประตูไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนข้างในกำลังเปลือยล่อนจ้อน เยว่เอ๋อใช้แม้กระทั่งแผ่นหลังกระแทกผนัง เสียงต๊าบ ๆ ๆ ! เนื้อ ๆ เน้น ๆ! โขยกโครม ๆ จนผนังไม้กระเพื่อมตามไปหมด!
.
หนักสุดคงจะเป็นช่วงที่เธอเสร็จ เธอครางเสียงดังมากและมันบาดเข้าไปถึงขั้วหัวใจเขา เพราะนางร้องเรียกชื่อของชายทุกคนที่เขารู้จักแต่มิมีชื่อของเขาเลย!
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
อาหารเช้าจากโรงเตี๊ยมถูกเสี่ยวเอ้อยกขึ้นมาบริการอย่างเป็นมิตร เหวินเหยาชักจะอยู่ที่นี่นานจนพ่อหนุ่มผู้นี้เริ่มจะจับทางสำรับเฉพาะตัวของนางได้ หนึ่งคือหมั่นโถว (馒头) อุ่น ๆ จำนวน 2 ลูก สำหรับชาวยุทธแล้วเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญ อะไรที่ทานเร็วได้ อิ่มได้นาน ถือเป็นเรื่องดี สองคือผักดอง (咸菜) รสเปรี้ยว เหวินเ
จากระยะห่างประมาณ 10 ปู้ ที่ไกลพอจะทำให้เหวินเหยาปลอดภัย นางยืนดูเหตุการณ์จากตรงนี้ด้วยความอำมหิต! นางมองเห็นเปลวไฟที่ค่อย ๆ โหมไหม้ขี้นเรื่อย ๆ จากบนหลังคา พวกมันกำลังเริ่มลุกลามไปยังส่วนต่าง ๆ จากบนลงล่าง โดยมีห้องของคุณชายเซียวอยู่บนชั้นลอย แถมยังเป็นห้องที่มีสุราดีกรีสูงราดรดเอาไว้จนทั่ว.มิแน
ห้องสลัวทึมเทาถูกทิ้งไว้เช่นนั้น คุณชายเซียวก็เช่นกันเพราะแกก็ถูกเหวินเหยาทิ้งให้นอนแก้ผ้าเหงา ๆ อยู่บนเตียง เจอวิชานวดอันเคลิบเคลิ้ม ผนวกรวมกับท่วงท่าที่ก็อปปี้มาจากแม่นางคนรักเก่า ต่อให้ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยตลอดชีวิต บางทีคุณชายก็อาจจะยอมก็ได้ เพราะการที่ต้องตื่นมาแล้วพบว่าคนที่เคยรัก กลับกลายมาเป็
จะเรียกว่าเป็นการใช้งานแบบผิดวิธีก็ว่าได้ สำหรับหน้ากากหนังมนุษย์ไอเท็มสุดเลอค่าที่มีไว้ใช้สำหรับแปลงโฉมใบหน้า หากยังจำกันได้เมื่อครั้งกรณีของคุณชายเซียวจวินเหยียน (ผู้พี่) กับเหตุการณ์ดักปล้นรถม้ากลางค่ายกลใบไผ่ ครั้งนั้นเหวินเหยาก็เกือบจะตัดสินใจใช้มันไปทีหนึ่งแล้ว แต่ก็ห้ามใจเอาไว้ เพราะมันแพง!







