LOGINริมฝีปากกระจับยอมละออกอย่างเสียดายเพราะลมหายใจของดาเนียเริ่มติดขัด เสียงลมหายใจพ่นเข้าออกจนทำให้ทรวงอกในห่อผ้าขนหนูผืนสีขาวตัวสั้นยุบย่อเพื่อสูดเอาออกซิเจนเข้าไป
"จะฆ่าเนียเหรอคะ" ดวงหน้าที่มีแต่รอยขีดข่วนเอ็ดเสียงใส เด็กนี่คิดว่าจูบจะทำให้ตายหรือไงกัน
"มีใครเขาจูบกันแล้วตายบ้าง เด็กน้อยจริง ๆ " สุริยะส่ายหน้าหลุดยิ้มกับท่าทางติงต๊องของดาเนีย
"ก็จูบกับเฮียแซ็คนั่นแหละ" นัยน์ตาหวานคมตวัดมาแล้วกดตัวของดาเนียให้นอนลง "จะ..จะทำอะไรคะ" มือยันแผงอกในเชิ้ตขาวไม่ให้ก้มลงมาประชิดกับอกของเธอ
"จูบกับเฮียมีแต่จะคราง" ดาเนียผงะสายตาเลิ่กลั่ก
"ไม่คราง" เธอเถียงกลับ เธอจะไม่ยอมครางเหมือนผู้หญิงพวกนั้นของเขาเด็ดขาด คิดทีไรก็โมโหและหัวร้อนไปหมด
"ได้เดี๋ยวเฮียจะทำให้ครางดัง ๆ เลย" สิ้นเสียงผ้าขนหนผืนสั้นก็ถูกกระตุกออก ริมฝีปากดุระดมจูบไปทั่วผิวกายไล่ตั้งแต่ลำคอและเลื้อยต่ำลงมา
"หยุดนะคะ.....อย่า" ที่เธอร้องอ้อนวอนเขาเพราะไม่อยากให้เขาเห็นบาดแผลที่ขาของเธอต่างหาก แผลนูนคีลอยด์นั่นที่โดนไม้ที่มีประตูฝังตีลงมาซ้ำ ๆ และครูดกับขาของเธอจนเกิดแผลฉกรรจ์ใหญ่ที่เกือบทำให้เธอเป็นบาดทะยักตายในวัยสิบเจ็ดปี
สุริยะระดมจูบลงมาเลื่อยจนถึงช่วงอกอิ่มแต่เขาข้ามผ่านมันไปเขาอยากใช้จูบนี้รักษาบาดแผลทางกายและใจให้ดาเนียอย่างนุ่มนวลที่สุด ทว่าเมื่อใบหน้าของเขาไล่ต่ำลงมาถึงขาอ่อนขาวผ่องขางหนึ่งที่มีรอยแผลนูนใหญ่ เขาผงะเล็กน้อยแต่กลับไม่ได้รังเกียจอะไรกลับรู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงตรงหน้าจนอธิบายเป็นความรู้สึกไม่ได้
เพราะมันเป็นอย่างที่ไอ้เรนบอกเขาสูญเสียคนรัก แต่ดาเนียสูญเสียจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ไป มันแตกสลายเพราะคนเลวกลุ่มนั้น ดาเนียยกมือขึ้นปิดหน้าของตนกลัวว่าเขาไม่ชอบ กลัวเขาจะขยะแขยงและเธอก็รู้สึกอายจนไม่อาจ มองดูใบหน้าของเขาที่กำลังพรมจูบไปตามเนื้อตัวของเธอ
"ยังไงเนียก็ยังสวยเหมือนเดิม" เขากระซิบและจูบลงมาที่แผลนูนข้างขา ดาเนียยกมือออกยอมสบตาอย่างตกตะลึง หยัดกายขึ้นเล็กน้อยส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้เขาด้วยความครึ้มอกครึ้มใจ
"เนียสวยจริงเหรอคะ" เธอถามย้ำให้แน่ใจ
"สวยสิ สวยมาก อย่าดูถูกตัวเองนะคนดี" เขาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้วรั้งหัวไหล่กลมกลึงเข้าไปหา กระชับกอดเธอเพื่อให้กำลังใจและจูบซับลงมาบนไหปลาร้าสวยเพื่อย้ำเตือนว่าเขาไม่ได้รังเกียจเธอ "เฮียขอโทษที่เคยทำร้ายจิตใจเนีย" กระซิบบอกแล้วลูบไล้แผ่นหลังเนียนไปมา
"เนียยกโทษให้ค่ะ" เรียวปากอิ่มจรดลงมาบนแก้มสีออกแทนของเขา "จะกินเนียก็ได้นะคะ.....เอ่อคือยังไงดีล่ะเนียไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรแบบนี้...."
"เฮียกินดุนะ"
"อ๊ะ~" แผ่นหลังเล็กถูกดันเข้ามาให้รองรับชิวหาที่แหย่ลงมาเขี่ยยอดถันสีชมพู เพียงแค่ถูกกระตุ้นเล็กน้อยตุ่มไตในป้านกลมสีสวยก็ดุนดันชูชันขึ้นมา ปากกระจับงับและออกแรงดูดจนแก้มตอบ
เสียงตะโบมดูดหน้าอกของดาเนียยิ่งดังขึ้นทุกครั้งเมื่อเธอร้องครางเสียว
"อ๊าาา....ฮึ้มเฮียแซ็ค" นิ้วมือทั้งสิบแทรกตัวเข้าไปในเรือนผมดกดำแล้วขยุ้มไปมาด้วยความเสียวซ่าน ยามที่เขาลงน้ำหนักลงมาที่่หน้าอก ตัวของเธอมันก็แอ่นรับแรงปะทะจากเรียวปากดุของเขาอยู่เรื่อย "เฮียแซ็ค..เนียมึนหัว" เสียงหวานที่ค่อย ๆ แผ่วเบาลงทำให้สุริยะต้องผละออกจากการลิ้มรสทรวงอกขนาดน่ารักพอดีมือ
"ร่างกายเนียยังไม่พร้อม...ไม่เป็นไรนอนพักก่อนเถอะ" ดาเนียที่รู้สึกตาลายและปวดที่หัวตึ้บ ๆ เอนหัวลงไปบนหมอนมือน้อยคว้าจับมือของสุริยะเอาไว้แน่น เขาเหลือบมองมือของเธอแล้วเป็นฝ่ายกุมมือเธอแทนถกผ้าขึ้นมาคลุมกายที่บอบช้ำด้วยความห่วง
"ฝันดีค่ะ"
"ฝันดีครับ"
ใบหน้าอ่อนล้าปิดเปลือกตาลงและหลับสนิทภายในไม่กี่นาที วงแขนใหญ่สอดเข้าไปใต้ลำคอออกแรงดึงให้ดาเนียเข้ามาซุกแนบชิดอกของเขา
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขารู้สึกว่าต้องการเธอถึงเพียงนี้ หรือเป็นเพราะตั้งแต่ที่ดาเนียตามตื๊อเขา พยายามทุกอย่างกระทั่งนั่งเซ็นและตรวจเอกสารกองโต ส่วนเขาก็เอาแต่ไปสำราญกับผู้หญิงไม่เลือกหน้า และยังจะปากหมาใส่เธอสารพัด พอนึกย้อนการกระทำชั่วของตนเอง เขาก็รู้สึกเจ็บกระดองใจขึ้นมา ที่ตัวเองไม่คิดให้เร็วกว่านี้ ถ้าเขารู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ ดาเนียคงจะมาอยู่ในความดูแลของเขาตั้งนานแล้ว ป่านนี้เธอคงเป็นผู้หญิงของเขาโดยสมบูรณ์
คงไม่ต้องมาเผชิญเรื่องร้ายตัวคนเดียว และคงไม่ต้องถูกใครรังแก
แสงของดวงตะวันสาดส่องแยงตาทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าหยัดตัวขึ้นมาช้า ๆ เพื่อรับแสงตะวัน ดาเนียมองหาสุริยะแต่เขากลับไม่อยู่แล้ว หญิงสาวนั่งขบคิดว่าเมื่อวานเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ปวดแผลที่หน้าผาก จึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น
ดาเนียสวมใส่เสื้อครอปเอวลอยและกางเกงวอร์มออกมาจากห้องนอน ขณะที่กำลังเปิดตู้เย็นที่โล่งโจ้งปราศจากของกิน ใครบางคนก็เปิดประตูเข้ามา และได้ยินเสียงถุงก็อปแก็ปดังมาจากห้องรับแขก เหมือนกับว่าแขกที่เข้ามาในห้องเธอซื้อของมามากมาย
ใบหน้าที่แจ่มใสขึ้นเล็กน้อยชะโงกเข้าไปดูต้นเสียงและพบกับแผ่นหลังกว้างที่กำลังบรรจงถอดปิ่นโตออกมาทีละชั้น ทีแท้ปิ่นโตลึกลับกับโน้ตนั่นก็เป็นฝีมือของเฮียแซ็คนี่เอง
"เฮียรู้ว่าหิวแล้ว มากินสิ" เขารู้ได้ไงว่าเธอแอบดูอยู่ ช่างเป็นคนประสาทหูประตาไวเสียจริง
"เอ่อ..ค่ะงั้นเนียไม่เกรงใจแล้วนะคะ" คนที่ตัวเล็กเพียงแค่อกของเขาซอยเท้าเข้าไปนั่งจุ้มปุ๊กลงบนเก้าอี้แล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวขาหมูกลิ่นหอมใส่ปากอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมเบิกกว้างตะลึงกับรสชาตินุ่มลิ้นของเนื้อหมู
"อร่อยไหม" พ่อบ้านเฉพาะกิจของเธอทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามและเจาะนมเปรี้ยวขวดโตส่งให้เธอดื่ม พร้อมกับถาดผลไม้ และขนมตาลกับของกินอีกมากมายที่ประเคนมาให้เธอแบบชุดใหญ่
นี่เฮียแซ็คเห็นเธอเป็นปีศาจหมูหรือยังไงกัน ใครมันจะไปกินของพวกนี้ได้หมดในครั้งเดียว
"อร่อยค่ะ เฮียแซ็คไม่กินเหรอคะ" ถามตาปริบ ๆ แล้วตักข้าวขาหมูใส่ปากจนเม็ดข้าวเปื้อนติดอยู่ที่แก้ม
จะกี่ปีดาเนียจอมแก่นก็ยังกินมูมมามเลอะเทอะเหมือนเด็กอนุบาลไม่เคยเปลี่ยน แต่นั่นแหละมันก็เป็นสีสันที่ทำให้เขาจดจำเธอได้ต่างจากผู้หญิงทุกคน ขนาดพริมพลอยเองยังไม่มีคาแล็กเตอร์ที่พิเศษแบบนี้เหมือนกับดาเนียเลย
"ข้าวติดแก้ม" เขายิ้มแล้วเกลี่ยเม็ดข้าวออกจากพวงแก้มใสที่มีรอยเล็บข่วน ยิ่งเห็นแผลพวกนี้ทีไรใจเขามันก็เดือดดาลขึ้นมาทุกที มันน่าโมโหจนเขาไม่สามารถกระเดือกอะไรได้ลง
"อ้ามมมค่ะ กินเร็วไม่งั้นเนียโกรธนะ" องุ่นเขียวในมือของดาเนียถูกยื่นมาตรงหน้าของสุริยะ ถึงเขาจะไม่อยากกินแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเธออีกเป็นครั้งที่สอง เขาต้องยอมรับว่า เขาโคตรเข็ดที่ซื่อบื้อและงี่เง่าปล่อยให้เด็กสาวคนนี้จากเขาไปถึงสามปีเต็ม
สนามบินซุสอายุ 23 ปีเตรียมบินไปเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกาชายหนุ่มสูงยาวเข่าดีกระดิกเท้าชะเง้อมองหาเด็กสาวจอมจุ้นซาลาเปาที่โทรบอกว่ากำลังจะถึง แต่รอเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่โผล่หน้ามาสักที จนน้องสาวน้องชายอีกสามคนที่มาส่งแห่กันกลับบ้านไปพร้อมกับคุณอรุณฉายหมดแล้ว ยัยปุกเปาก็ยังไม่ถึง"รออีกหน่อยน่าเดี๋ยวก็มา" ดาเนียตบบ่าลูกชาย"แกดูอาลัยอาวรณ์จังนะเจ้าซุส อย่าบอกนะว่า...รักน้องอ่ะ" สุริยะปรี่เข้ามาเอาแขนคล้องคอลูกชายแล้วเริ่มเปิดประเด็น"รักอะไรครับพ่อ ยัยเปาไม่ใช่สเป็คผม ก็แค่กลัวยัยนั่นร้องไห้ขี้มูกโป่งเฉย ๆ เดี๋ยวจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่รอ" รีบปฏิเสธ"เฮียยยย....แฮ่ก ๆ" ซาลาเปาในชุดนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งวิ่งหอบเข้ามาหาซุส สุริยะ และดาเนีย ด้านหลังมีพนาธีร์ กับเหมียวเดินตามมาส่งด้วย"ไปลาเฮียซุสสิเปา" แม่เหมียวดันหลังลูกสาวที่เหงื่อแตกเต็มหน้าพวกพ่อแม่ก็เลยปล่อยให้ลูก ๆ ได้มีเวลาบอกลากันเป็นการส่วนตัว"เอ้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดซะ เหงื่อเต็มเลย" ควักผ้าเช็ดหน้าส่งให้ซาลาเปาที่หน้าแดงระเรื่อ"เช็ดให้หน่อยสิคะ" อ้อนไม่เคยเปลี่ยน"ไม่ใช่เด็กแล้วนะ โตเป็นสาวแล้วเช็ดเองดิ" บอกปัดสะบัดหน้าหนี"เปา
ณ วัดป่าแห่งหนึ่งซุสวัยหกขวบตัวใหญ่สูงที่สุดในชั้นเรียนอนุบาลสามเดินทางมาพร้อมพ่อกับแม่ อาป่าและอาเหมียวรวมทั้งยัยกระปุกเปาตั้งฉ่ายวัยสองขวบที่ในชุดเอี๊ยมยีนส์เด็กสวมหมวกลายดอกไม้สีหวาน"ปี้ซุ๊ดเหวน้าม" ซาลาเปาวิ่งตามเยาะแยะ ตะโกนไล่หลังว่าหิวน้ำแต่ซุสรีบสับขาหนีไม่สนใจ สาวน้อยเปาท้อนั่งจุ้มปุ๊กลงกับพื้น หน้าแดงระเรื่อเพราะอุณหภูมิของแดดเมืองไทยที่ร้อนตับแล่บเด็กชายหยุดกึกเท้าสะเอวถอนหายใจเดินกลับไปหาและส่งกระติกน้ำที่คอให้ดูด "กินน้ำซะอย่ามางอแง" ซาลาเปาเบะปากเตรียมแผดเสียง "เงียบนะ ถ้าร้องจะทิ้งจริงด้วย" ซุสจิกตาขวางใส่ทำให้มือน้อยรีบอุดปากแล้วดูดน้ำในกระติกของคนพี่อย่างกระหาย"จายย้าย" ว่าแล้วทำแก้มป่องดูดน้ำจนเหลือเพียงครึ่งกระติก"พร้อมยังอ่ะ" เร่งให้เปาลุกขึ้นเพราะพ่อกับแม่เดินไปถึงกุฏิเจ้าอาวาสแล้ว"ฉับมือ ฉับมือปาว" มืออ้วนกลมของซาลาเปายื่นไปหาเด็กชายที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมยื่นมือให้จับแต่โดยดี เพราะกลัวจะโดนพ่อกับแม่เอ็ดเข้าอีกที่ไม่ดูแลน้อง ทั้งที่เขาก็มีน้องสาวแท้ ๆ อีกคน แต่แม่กลับเอาเดย์ซีไปฝากให้อาเรนกับอาลินเลี้ยง แล้วหนีบยัยปุกเปานี่มาแทนซุสเดินจับมืออ้วนของน้อ
บ้านเทพเจ้าซุสวันเสาร์อาทิตย์นี้ดาเนียไม่ได้ออกไปดูที่ร้านเพราะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนผิดปกติจึงนอนตื่นสาย โชคดีที่มีสามีน่ารักแบบเฮียแซ็คและลูกชายแสนแก่นแก้วแบบซุสที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำอาหารเช้าให้แม่ตั้งแต่เช้าตรู่ สองพ่อลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านช่อง ซักผ้า และออกไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกันอย่างกระตือรือร้น โดยไม่มีการปลุกเรียกหรือรบกวนแม่ให้รำคาญใจโฮ่ง!!โฮ่ง!!เสียงเห่าของสุรีย์ดังก้องขณะวิ่งไล่กวดสองพ่อลูก เจ้าสุนัขลาบราดอร์สีดำสนิทรีบคาบฟุตบอลหนีแล้ววางแหมะที่เท้าของดาเนีย หญิงสาวที่มีท่าทางอิดโรยอ่อนล้าจึงโน้มตัวลงไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยที่กลายเป็นหมาหนุ่มหล่อเหลาตัวใหญ่"เนียเล่นไม่ไหวหรอกสุ วันนี้เหนื่อยยังไงก็ไม่รู้" เธอบ่นแล้วหยิบขนมหมาส่งให้เจ้าหมาลาบราดอร์สีดำพร้อมกับลูบไล่ขนสลวยของมันอย่างเพลิดเพลินใจ"เหนื่อยเหรอที่รัก เนียจะป่วยหรือเปล่า" คนที่ได้ยินว่าภรรยาบ่นว่าเหนื่อยรีบรุดเดินเข้ามาดู ทั้งที่ใบหน้าชุ่มเหงื่อพลางหยิบผ้าเย็นมาซับทำความสะอาด จากนั้นจึงส่งผ้าอีกผืนให้ลูกชายที่เหงื่อโชกพอกัน"แม่เนียเป็นอะไรครับพ่อ" ถามพ่อที่กำลังนั่งจินตนาการไปไกลว่าอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแบบนี้หรือว่าบ
"อ้ามเก่งมากเลยลูก" ดาเนียที่อยากมีลูกสาวใจจะขาดแต่หลังจากรอบก่อนที่วางแผนจะมีทายาทคนที่สองก็ล่วงเลยมาเกือบสามปีพอดี สรุปยังไม่ได้ปั๊มลูกกับเฮียแซ็คอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เลยทำได้แต่นั่งป้อนอาหารบดให้กับซาลาเปาลูกสาวของพี่ป่าและเหมียว ซุสที่เล่นเตะฟุตบอลกับสุรีย์และดงดิบจนเหนื่อยจึงเดินมาหาแม่ในบ้าน"แม่จ๋าซุสหิว" ลูกชายนั่งลงข้างแม่มองหน้าที่กำลังส่งตาแป๋วลุกวาวมาให้ เด็กชายหันซ้ายหันขวาไม่เข้าใจว่าน้องมองหน้าตนทำไมจึงได้จ้องกลับอย่างไม่ยอม ซาลาเปาอ้าปากรับข้าวบดจากอาดาเนีย ดวงตาก็จับจ้องไปยังพี่ซุสไม่หยุด"ซุสไปตักข้าวผัดกินสิลูกแม่ครอบฝาชีไว้ตรงโน้นน่ะ แม่ป้อนข้าวเปาก่อน" บอกลูกชายให้หากินเอาเอง"แล้วทำไมต้องป้อนยัยกระปุกเปานี่ ทำไมไม่หากินเอง" อิจฉาทำท่าทางขึงขัง"น้องยังช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ เดี๋ยวซุสมีน้องก็เข้าใจเองแหละจ้ะ" คุณแม่พูดให้ลูกชายเข้าใจ ซุสลงจากเก้าอี้เดินกระแทกเท้าปึ้งปั้งไปตักข้าวกินเอง สายตาคอยลอบมองซาลาเปาตลอดเวลา"แอ้แอ้" ซาลาเปาชี้มือไปที่ซุส ดาเนียหลุดขำ"ทำไมคะเฮียซุสของแม่หล่อใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวแม่จองพี่ซุสไว้ให้เปานะดีไหมลูก" คุณแม่หยอกล้อเล่นกับซาลาเปาวัยหนึ่ง
แม่ลูกสองคนวิ่งโต้คลื่นอยู่หน้าชายหาดส่วนตัวของโรงแรม ดาเนียในชุดทูพีชสองชิ้นสีน้ำเงินตัดรับกับผิวขาวเหมือนน้ำนมหัวเราะร่าเริงกวักน้ำใส่ซุสที่อายุครบสองขวบกับอีกสามเดือน หลังจากที่พักฟื้นและเน้นทำงานที่บ้านแทนก็เพิ่งจะได้มีเวลามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สุริยะที่นั่งอ่านหนังสือเรื่อง Bad Apollo หนังสือนิยายของตนเอง ฉีกยิ้มกว้างไปยังดวงหน้าสดใสของภรรยาและลูกชาย"เฮียคะซุสหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ" ชะโงกหน้าเข้ามาหาสามีที่กำลังอ่านนิยายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ติดอันดับขายดีในเว็บอเมซอน"คร้าบบ" จูงมือภรรยาและลูกชายขึ้นฝั่งไปด้วยกัน"อร่อยมากเลยคร้าบ" ซุสพูดชัดถ้อยชัดคำจิ้มกุ้งชุปแป้งทอดเคี้ยวเสียงดังกรุบกรอบและส่งให้พ่อกับแม่กัดคนละคำ "กินเร็วครับ กุ้งอร่อยมาก" ชื่นชมไม่หยุดปาก"อึ้มจริงด้วยลูก" พ่อยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วยกับรสชาติที่แสนอร่อย"พ่อพ่อซุสอยากได้แบบนั้นค้าบ" ยิ้มตาหยีชี้นิ้วไปยังอีกครอบครัวที่มีเด็กหญิงเด็กชายนั่งล้อมเต็มโต๊ะ"ซุสอยากได้น้องเหรอ" คนเป็นพ่อสบโอกาสยิ้มกริ่มเหล่มองคุณแม่ที่กำลังนั่งเป่าปากเพราะยำหอยนางรมที่สั่งมาเผ็ดมาก"หืม...พ่อลูกวางแผนอะไรกันอีกคะ" หรี
ทุกคนกรูกันมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดคุยกับสุริยะที่ทำแผลบริเวณหัวไหล่เสร็จเรียบร้อยไม่ยอมนอนพักหรือแอดมิทดูอาการ เพราะเขาบอกว่าตนเองไหวและต้องการนั่งเฝ้าภรรยาที่หน้าห้องผ่าตัดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย ชายหนุ่มกำลังนั่งกุมขมับสองข้ามก้มหน้ามองพื้น ตัวของเขาอาบเปื้อนเลือดของดาเนีย บ่ากว้างสองข้างกระตุกวูบไหวหัวใจของเขาโหวงเหวงไร้ทิศทาง สมองขาวโพลนไปหมด ภาพที่ดาเนียถูกยิงยังติดตา ภาพที่เธอบอกว่ารักเขานั้นติดตรึงในโสต เสียงลั่นไกปืนกึกก้องดังสนั่นจนทำให้จิตใจว้าวุ่นไปหมดฝีเท้าของผู้กล้าเดินเข้ามาหาเขา เสียงเตาะแตะของรองเท้าเด็กนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ได้สำเร็จ ใบหน้าอาบชุ่มน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย"ผ่อจ๋า" เสียงแหบแห้งวิ่งโผเข้ามาสวมกอดพ่อ"ซุส...ฮึก" รวบกอดลูกจมมิดสะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้"เนียยูหน่าย" ถามแล้วกอบกุมหน้าพ่อให้ตอบคำถาม"แม่ไม่สบายครับ" เกลี่ยแก้มขาวแล้วกอดตัวลูกชายอีกครั้ง"ไอ้แซ็คกินน้ำกินท่าก่อน" พิรุณส่งผ้าเย็น น้ำและนมให้เพื่อนรักกับหลานชาย "เดี๋ยวกูให้ลินดูแลซุสเอง มึงจะอยู่โรงพยาบาลก็อยู่ไป กูจะอยู่เป็นเพื่อน มึงเชื่อมือไอ้เอลเถ







