LOGINจังหวัดอุตรดิตถ์
บ้านปูนสองชั้นขนาดห้าห้องนอนหลังขนาดกลางห่างจากแม่แม่น้ำน่านประมาณห้าสิบเมตรของนายกำพล พิชัยสงคราม ลูกชายคนเล็กนายฉลอง เสี่ยใหญ่เจ้าของท่าทรายรายใหญ่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพี่ชายหนึ่งคน นายยอดชาย พิชัยสงคราม เป็นผู้รับช่วงต่อกิจการของครอบครัวที่กำพลไม่มีสิทธิ์เพราะเลือกออกมาสร้างครอบครัวกับโสภีภรรยาโดยพ่อให้เงินมาก้อนหนึ่งและแบ่งที่ให้สามสิบไร่เขาก็ปลูกผลไม้และเอามาลงทุนขายวัสดุก่อสร้างแบ่งส่วนหนึ่งสร้างโกดังเก็นสินค้าซึ่งกิจการก็ไปได้ดีและยังอยู่ติดกับท่าทรายของพ่อมีเขตรั้วปูนกั้นเป็นแนวยาวลงไปถึงแม่น้ำน่านและอีกฝั่งไกลออกไปก็มีรั้วกั้นติดกับบ้านของนายวุฒิพงษ์เพื่อนรุ่นพี่สมัยเรียนและสนิทกันดีคอยช่วยเหลือเขามาตลอด
“วันนี้พี่หินจะไปช่วยพี่พุดหาเสียงเหรอคะ” โสภีถามสามีเพราะเมื่อวานนายวุฒิพงษ์ เพื่อนรุ่นพี่ของสามีมาหาและชวนไปหาเสียงซึ่งพวกเขาก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดและวุฒิพงษ์ก็เป็นส.ส. มาสองสมัยและเป็นส.ส.น้ำดีช่วยเหลือชาวบ้านอย่างจริงใจ
“จ้ะโสภี พี่ว่าจะไปช่วยพี่พุดหาเสียงโค้งสุดท้ายสักสี่ห้าวันน่ะ เห็นว่าวันเสาร์นี้ท่านหัวหน้าพรรคจะมาช่วยหาเสียงและมีผู้สมัครส.ส.ในพรรคหลายคนมาปราศรัยที่สนากีฬาด้วยนะ” กำพลตอบภรรยาเพราะพุฒิพงษ์จะส่งงานมาให้เขาจัดหาอุปกรณ์การก่อสร้างในจังหวัดที่ได้งบประมาณมาสร้างสถานที่ต่างๆเพื่อความเจริญในจังหวัดซึ่งมูลค่าแต่ละปีก็มากพอสมควรและพุฒิพงษ์ไม่เคยเรียกร้องหาผลประโยชน์จากเขาขนาดเขามอบของขวัญเป็นทองหนักสิบบาทให้ยังโดนด่าเลยบอกว่าถ้าจะคบกันเป็นพี่เป็นน้องกันก็อย่าทำแบบนี้เพราะตัวเขาทำงานเพื่อประชาชนไม่ได้หวังผลประโยชน์ที่มีอยู่เขาก็กินใช้ชาตินี้ไม่หมดแล้ว ตระกูลของพุฒิพงษ์มีโรงแรมหรูสุดในอุตรดิตถ์และรีสอร์ทใกล้เขื่อนสิริกิต์และยังมีร้านอาหารในเขื่อนและริมแม่น้ำน่านที่ลูกชายเป็นผู้ดูแลส่วนลูกสาวบริหารโรงแรมรีสอร์ททั้งหมด
“รอให้น้ำน่านกลับมาก่อนแล้วฉันจะไปช่วยอีกคนนะพี่” โสภีบอกสามีเธอถือว่าพุฒิพงษ์มีบุญคุณกับครอบครัวของเธอมากกว่าพี่ชายของสามีและพี่สะใภ้รวมถึงย่าของลูกที่ไม่ชอบเธอเพราะฐานะยากจนไม่เหมาะสมกับลูกชายเล็กของเสี่ยใหญ่ที่พ่อแม่ตั้งความหวังไว้เยอะสุดท้ายก็เลือกลูกแม่ค้าขายข้าวแกงในตลาดมาเป็นเมียแทนที่จะเลือกลูกสาวของเสี่ยโรงสีข้าวรายใหญ่ของจังหวัดแต่เสี่ยฉลองเข้าใจลูกชายที่เลือกความรักมากกว่าความเหมาะสมเพราะเขาไม่ได้สนใจเรื่องฐานะของลูกสะใภ้เหมือนภรรยาจึงเลือกให้ทุนลูกชายคนเล็กไปตั้งตัวสุดท้ายกิจการขายอุปกรณ์การก่อสร้างเครื่องใช้ในครัวเรือนก็ไปได้ดี ทั้งสองมีลูกสองคน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อ วีรินทร์ พิชัยสงคราม หรือ น้ำน่าน วัย20ปีเรียนมหาวิทยาลัยปีสองที่กรุงเทพ คนเล็กเป็นผู้ชายชื่อ วรายุ พิชัยสงคราม หรือ เขื่อน วัย 18ปีเรียนมัยยมปีสุดท้ายและกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองไทยเดียวกับพี่สาว
“ดีจ้ะโสภี พี่พุดช่วยเรามาเยอะสิ่งไหนช่วยได้ก็ช่วยตามกำลัง” สองสามีภรรยาคุยกันอยู่ที่หินอ่อนหน้าบ้านก็มีรถกอล์ฟของเสี่ยฉลองขับเข้าจอดใกล้ๆ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ /สวัสดีครับพ่อ”
“เออ,หวัดดีแม่โสภี พ่อหิน แล้วนี่ตายายของเจ้าน้ำน่านไม่อยู่หรือ” เสี่ยฉลองทักลูกสะใภ้กับลูกชายก็ถามหาตายายของหลานสาวที่อยู่กับลูกสาวลูกเขย
“แม่ช่วยเด็กทำอาหารในครัวค่ะ ส่วนพ่อน่าจะไปดูไก่ของแกค่ะ” โสภีตอบพ่อสามีเบาๆถึงบ้านจะอยู่ห่างกันสองร้อยห้าสิบเมตรมีรั้วกั้นไม่มีประตูเชื่อมหากันทางเข้าออกจึงอยู่หน้าถนนใหญ่เข้าร้านขายวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ครัวเรือนครบวงจรทางเดียวตามที่คุณนายวันนีย์ต้องการและสั่งห้ามไม่ให้ลูกสะใภ้มาเหยียบบ้านยกเว้นลูกชายแล้วหลังจากที่โสภีมีลูกก็ดีขึ้นยอมรับหลานที่กำลังโตและไม่พูดแขวะเหมือนเมื่อก่อนยกเว้นภัคจิราที่ยังไม่ชอบโสภีที่แย่งกำพลไปเธอก็เลยแต่งงานกับยอดชายมีลูกด้วยกันสองคน
“งั้นพ่อก็มทันกินข้าวฝีมือยายล้อมน่ะสิ” เสี่ยฉลองพูดแล้วก็นั่งลงข้างลูกชายแล้วถอนหายใจ
“ทันค่ะคุณพ่อ งั้นฉันไปช่วยแม่จัดอาหารเช้าก่อนนะคะ” โสภีบอกพ่อสามีแล้วปล่อยให้สองพ่อลูกคุยกัน
เสี่ยฉลองมองตามหลังลูกสะใภ้ที่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากของลูกชายแล้วยิ้ม กำพลเลือกเมียด้วยความรักจึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขช่วยกันทำมาหากินมีเงินมีทองด้วยน้ำพักนำ้แรงของพวกเขาแต่โสภีก็ยังสงบเสงี่ยมไม่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนลูกสะใภ้คนโตที่ทุกอย่างต้องหรูหราหมาเห่าจนเขาคิดว่ามันเยอะไปและยังถ่ายทอดให้หลานสาวอีกทำให้เขาหนักใจ
“เป็นอะไรครับพ่อ” กำพลถามพ่อที่ครุ่นคิดจนคิ้วขมวดชนกัน
“ไม่มีอะไรพ่อแค่คิดว่าแกตัดสินใจเลือกคู่ชีวิตได้ดี พ่อคิดไม่ผิดที่ให้แกออกมาตั้งตัวเองหากอยู่ด้วยกันบ้านคงร้อนเป็นไฟเพราะต่างคนก็เอาแต่ใจโดยเฉพาะแม่ของแก” เสี่ยฉลองพูดถึงภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาครึ่งค่อนชีวิตแต่วันนีย์ก็ทำหน้าที่เมียและแม่ได้ดีเสียแต่รักลูกมากและกะเกณฑ์เจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตของลูกมากไปหน่อยพอไม่ได้ดั่งใจก็ผิดหวังอย่างแรงทำให้หมางใจกับลูกชายคนเล็กแต่ไม่ได้ตัดขาดแค่ไม่ยอมรับลูกสะใภ้แม้ตอนนี้จะดีกันแล้วก็ตาม
“ผมต้องขอบคุณพ่อมากกว่าครับที่ทำให้ผมกับโสภีตั้งตัวได้ ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยแต่ครอบครัวของผมก็มีความสุขมาก คุณพ่ออย่าไปคิดมากเลยเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วครับ” กำพลตอบพ่อยิ้มๆเขากับภรรยาไม่ได้โกรธเคืองพ่อแม่เขาเข้าใจว่าท่านหวังดีแต่ความรักมันไม่เข้าใครออกใครและเลือกไม่ได้เพราะพระพรหมลิขิตมาแล้ว
“แต่เหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นานเลยนะ พ่อเห็นครอบครัวของแกมีความสุขก็นอนตายตาหลับแล้วล่ะ ห่วงแต่พี่ชายของแกน่ะสิไม่เลิกนิสัยเดิมทั้งที่ลูกเต้าก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว” เสี่ยฉลองพูดถึงลูกชายคนโตอย่างหนักใจที่อายุครึ่งคนแล้วยังไม่เลิกเที่ยวดื่มสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนวัยเดียวกันทำให้ทะเลาะกับลูกสะใภ้ไม่เว้นแต่ละวัน
“พ่อก็คุยกับพี่ยอดสิหรือไม่ก็จับมานั่งคุยกันซึ่งๆหน้าเลยว่าจะเอายังไงเคลียกันไปเลย ผมว่ายังไงพี่ยอดก็ต้องเลือกครอบครัวบางทีไม่มีอะไรก็ได้คุณภัคอาจจะคิดมากไปเอง” คนเป็นน้องก็รู้จักพี่ชายดีว่าเป็นคนรักสนุกชอบดื่มสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูงและมักจะแจกทิปเด็กเสิร์ฟด้วยความสงสารแล้วพี่สะใภ้ของเขาอาจจะคิดมาก็ได้เพราะพี่ชายของเขาไม่ใช่คนเจ้าชู้
“ก็ถ้ามันทะเลาะกับเมียอีกพ่อต้องเรียกมาคุยกันแล้วจริงๆ แล้วนี่เจ้าเขื่อนไปโรงเรียนแล้วรึ” เสี่ยฉลองถามหาหลานชายตั้งแต่มายังไม่เห็น
“วันนี้หยุดอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยครับ คงยังไม่ตื่น”กำพลตอบพ่อเมื่อคืนเขาตื่นมาเข้าห้องน้ำยังเห็นลูกชายนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบและวันนี้ก็นัดเพื่อนมาติวกันที่บ้านด้วย
“ตกลงเจ้าเขื่อนจะสอบเข้าที่เดียวกับเจ้าน้ำน่านจริงรึ”
“เห็นว่าอย่างนั้นนะครับพ่อ บอกว่าถ้าไม่ได้จะไปเรียนที่มหาลัยแม่ฟ้าหลวงครับ” เขารู้ว่าลูกชายต้องทำได้เพราะวรายุเรียนเก่งเหมือนลูกสาวคนโตเรียนเก่งไม่แพ้น้องชาย
“งั้นพ่อจะกระตุ้นสักหน่อย ถ้าเจ้าเขื่อนสอบติดที่เดียวกับเจ้าน้ำน่านพ่อจะซื้อรถให้ขับไปเรียน” เสี่ยฉลองพูดอย่างใจป้ำเพราะแกก็ให้หลานทุกคนขนาด ฉัตรชัยหรือดินกับภาศิริหรือทราย ลูกชายลูกสาวของยอดชายกับภัคจิราเขาก็ซื้อให้ซึ่งทั้งสองก็ขับรถเบนซ์และบีเอ็มไปเรียนส่วนวีรินทร์ที่เลือกอีโคคาร์คันเล็กราคาแค่หกแสนต่างกันมากเขาจึงให้เงินเพิ่มในบัญชีหลานสาวจะได้เท่าเทียมกัน
“ตาเขื่อนมันใจร้อนขับรถเร็วผมเป็นห่วงยิ่งขับในกรุงเทพยิ่งแล้วใหญ่เลยรถเยอะยังไม่พอยังรถติดอีก ขนาดน้ำน่านยังเพิ่งไปขับเลยครับผมว่าใช้รถพี่เขาก่อนก็ได้หากได้เรียนที่เดียวกัน” กำพลไม่อยากให้ลูกชายคนเล็กขับรถในเมืองแม้วรายุจะขับรถเป็นตั้งแต่อายุสิบสามเหมือนกับพี่สาวแต่วีรินทร์ใจเย็นกว่า
“เจ้าเขื่อนมันโตแล้วนะเจ้าหิน ตอนแกอายุเท่ากันแกยังขับรถไปเรียนเลยแกก็ให้ลูกมันได้ทำอะไรด้วยตัวเองบ้างจะได้เอาตัวรอดได้ไม่ใช่ว่าพ่อจะไม่ห่วงหลานแต่มันต้องเรียนรู้การดำเนินชีวิตในโลกกว้างที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายคอยซัพพอร์ตเขาจะได้แกร่งโตเป็นผู้ใหญ่” เสี่ยฉลองพูดกับลูกชายและเข้าใจความรู้สึกก็เขาผ่านมาก่อนและลูกชายก็รู้ดี
“เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีนะพ่อ ผมว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่าครับ” กำพลบอกพ่อแล้วทั้งสองก็เดินทะลุห้องโถงของบ้านตรงออกประตูหลังบ้านเพื่อไปกินอาหารที่ตั้งโต้ะหลังบ้านชื่นชมบรรยากาศตอนเช้าไปด้วย
เสี่ยฉลองทักทายพ่อตาแม่ยายของลูกชายและคุยกันตามประสาคนแก่ก็เรื่องลูกๆหลานๆและกินข้าวเช้าไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อยซึ่งคุยกันถูกคคอดีกับตาของหลานๆ
“ผมว่าจะไปดูไก่ชนที่พิชัยคุณโพธิ์จะไปด้วยกันมั้ย” เสี่ยฉลองถามพ่อตาของลูกชายที่ชอบไก่ชนเหมือนกันและมักจะชวนกันไปซื้อมาเลี้ยงจนตอนนี้มีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สิบกว่าคู่แต่แกไม่ได้เอาไก่ไปชนแค่ชอบเพาะพันธุ์เลี้ยงไก่ชนและขายเท่านั้นต่างจากเสี่ยฉลองที่ชอบดูไก่ชนและเล่นพนันด้วยความสนุกตามประสาคนแก่ที่อยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำและไม่ชอบเลี้ยงไก่
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
เมื่อเพื่อนเจ้าสาวทั้งหมดออกไปแล้วทั้งห้องก็เหลือวีรินทร์กับเจ้าสาวและช่างแต่งหน้าทำผมที่นั่งดื่มกาแฟรับประทานอาหารว่างอยู่มุมห้องหลังจากเหนื่อยมาตั้งแต่บ่ายโมง“ตื่นเต้นมั้ยคะพี่จุ๊บ” วีรินทร์ถามเจ้าสาวเพราะเธอไม่รู้ว่าเป็นยังไงตอนที่เธอแต่งงานก็เป็นพิธีเรียบง่ายแต่อบอุ่นแม้เธอจะไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสา
“ดื่มน้ำเย็นๆกันก่อนค่ะ มีขนมกับผลไม้ด้วยค่ะ” วีรินทร์ถือถาดน้ำดื่มและขนมผลไม้ออกมาต้อนรับทุกคนพร้อมกับหนิงและหมู ตุ้มช่วยกันยกมาเสิร์ฟทุกคน“ป้ากำลังหิวพอดีเลยหนูน้ำน่าน” เยาวเรศพูดกับหลานสะใภ้แล้วหยิบแก้วน้ำมาดื่ม“พี่ได้กลิ่นทุเรียนด้วยอ่ะ” พรรษชลทำจมูกฟุดฟิต“แม่เห็นว่าทุกคนชอบกินก็เลยให้หลานชา
“คือฉันแวะมาชวนเธอไปสปาน่ะ แต่เธอคงไม่ว่างไปแล้วล่ะ” นวลพรรณตอบเพื่อนตั้งแต่มีปัญหากันปิยมาศก็ไม่ไปสปาของลูกสาวเธออีกเลยซึ่งตอนนี้ลูกค้าที่สปาของรุ่งรัตน์ก็ร่อยหรอลงไม่มีคนมาใช้บริการเหมือนเมื่อก่อนและเธอก็อยากกลับมาสนิทกับปิยมาศเหมือนเมื่อก่อนหากตอนนั้นไม่วู่วามก็คงไม่เกิดปัญหายิ่งตอนนี้ลูกสาวของเ
“พั้บบๆๆ พั้บบๆๆ..”สะโพกสอบผลักดันความเป็นชายลำใหญ่ลึกล้ำสุดๆทุกจังหวะ ความซ่านเสียวก่อนตัวขึ้นภายในช่องท้องเหมือนติดอยู่ในคลื่นทะเลบ้าคลั่งที่กำลังม้วนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆรอจังหวะและเวลาที่จะถล่มชายฝั่งให้พังราบคาบ“อ่าส์ เราจะมีความสุขด้วยกันนะครับที่รัก หื้มม..” เสียงห้าวสั่นพร่าขยับโยกสะโพกสอบรัว