เข้าสู่ระบบจังหวัดอุตรดิตถ์
บ้านปูนสองชั้นขนาดห้าห้องนอนหลังขนาดกลางห่างจากแม่แม่น้ำน่านประมาณห้าสิบเมตรของนายกำพล พิชัยสงคราม ลูกชายคนเล็กนายฉลอง เสี่ยใหญ่เจ้าของท่าทรายรายใหญ่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพี่ชายหนึ่งคน นายยอดชาย พิชัยสงคราม เป็นผู้รับช่วงต่อกิจการของครอบครัวที่กำพลไม่มีสิทธิ์เพราะเลือกออกมาสร้างครอบครัวกับโสภีภรรยาโดยพ่อให้เงินมาก้อนหนึ่งและแบ่งที่ให้สามสิบไร่เขาก็ปลูกผลไม้และเอามาลงทุนขายวัสดุก่อสร้างแบ่งส่วนหนึ่งสร้างโกดังเก็นสินค้าซึ่งกิจการก็ไปได้ดีและยังอยู่ติดกับท่าทรายของพ่อมีเขตรั้วปูนกั้นเป็นแนวยาวลงไปถึงแม่น้ำน่านและอีกฝั่งไกลออกไปก็มีรั้วกั้นติดกับบ้านของนายวุฒิพงษ์เพื่อนรุ่นพี่สมัยเรียนและสนิทกันดีคอยช่วยเหลือเขามาตลอด
“วันนี้พี่หินจะไปช่วยพี่พุดหาเสียงเหรอคะ” โสภีถามสามีเพราะเมื่อวานนายวุฒิพงษ์ เพื่อนรุ่นพี่ของสามีมาหาและชวนไปหาเสียงซึ่งพวกเขาก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดและวุฒิพงษ์ก็เป็นส.ส. มาสองสมัยและเป็นส.ส.น้ำดีช่วยเหลือชาวบ้านอย่างจริงใจ
“จ้ะโสภี พี่ว่าจะไปช่วยพี่พุดหาเสียงโค้งสุดท้ายสักสี่ห้าวันน่ะ เห็นว่าวันเสาร์นี้ท่านหัวหน้าพรรคจะมาช่วยหาเสียงและมีผู้สมัครส.ส.ในพรรคหลายคนมาปราศรัยที่สนากีฬาด้วยนะ” กำพลตอบภรรยาเพราะพุฒิพงษ์จะส่งงานมาให้เขาจัดหาอุปกรณ์การก่อสร้างในจังหวัดที่ได้งบประมาณมาสร้างสถานที่ต่างๆเพื่อความเจริญในจังหวัดซึ่งมูลค่าแต่ละปีก็มากพอสมควรและพุฒิพงษ์ไม่เคยเรียกร้องหาผลประโยชน์จากเขาขนาดเขามอบของขวัญเป็นทองหนักสิบบาทให้ยังโดนด่าเลยบอกว่าถ้าจะคบกันเป็นพี่เป็นน้องกันก็อย่าทำแบบนี้เพราะตัวเขาทำงานเพื่อประชาชนไม่ได้หวังผลประโยชน์ที่มีอยู่เขาก็กินใช้ชาตินี้ไม่หมดแล้ว ตระกูลของพุฒิพงษ์มีโรงแรมหรูสุดในอุตรดิตถ์และรีสอร์ทใกล้เขื่อนสิริกิต์และยังมีร้านอาหารในเขื่อนและริมแม่น้ำน่านที่ลูกชายเป็นผู้ดูแลส่วนลูกสาวบริหารโรงแรมรีสอร์ททั้งหมด
“รอให้น้ำน่านกลับมาก่อนแล้วฉันจะไปช่วยอีกคนนะพี่” โสภีบอกสามีเธอถือว่าพุฒิพงษ์มีบุญคุณกับครอบครัวของเธอมากกว่าพี่ชายของสามีและพี่สะใภ้รวมถึงย่าของลูกที่ไม่ชอบเธอเพราะฐานะยากจนไม่เหมาะสมกับลูกชายเล็กของเสี่ยใหญ่ที่พ่อแม่ตั้งความหวังไว้เยอะสุดท้ายก็เลือกลูกแม่ค้าขายข้าวแกงในตลาดมาเป็นเมียแทนที่จะเลือกลูกสาวของเสี่ยโรงสีข้าวรายใหญ่ของจังหวัดแต่เสี่ยฉลองเข้าใจลูกชายที่เลือกความรักมากกว่าความเหมาะสมเพราะเขาไม่ได้สนใจเรื่องฐานะของลูกสะใภ้เหมือนภรรยาจึงเลือกให้ทุนลูกชายคนเล็กไปตั้งตัวสุดท้ายกิจการขายอุปกรณ์การก่อสร้างเครื่องใช้ในครัวเรือนก็ไปได้ดี ทั้งสองมีลูกสองคน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อ วีรินทร์ พิชัยสงคราม หรือ น้ำน่าน วัย20ปีเรียนมหาวิทยาลัยปีสองที่กรุงเทพ คนเล็กเป็นผู้ชายชื่อ วรายุ พิชัยสงคราม หรือ เขื่อน วัย 18ปีเรียนมัยยมปีสุดท้ายและกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองไทยเดียวกับพี่สาว
“ดีจ้ะโสภี พี่พุดช่วยเรามาเยอะสิ่งไหนช่วยได้ก็ช่วยตามกำลัง” สองสามีภรรยาคุยกันอยู่ที่หินอ่อนหน้าบ้านก็มีรถกอล์ฟของเสี่ยฉลองขับเข้าจอดใกล้ๆ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ /สวัสดีครับพ่อ”
“เออ,หวัดดีแม่โสภี พ่อหิน แล้วนี่ตายายของเจ้าน้ำน่านไม่อยู่หรือ” เสี่ยฉลองทักลูกสะใภ้กับลูกชายก็ถามหาตายายของหลานสาวที่อยู่กับลูกสาวลูกเขย
“แม่ช่วยเด็กทำอาหารในครัวค่ะ ส่วนพ่อน่าจะไปดูไก่ของแกค่ะ” โสภีตอบพ่อสามีเบาๆถึงบ้านจะอยู่ห่างกันสองร้อยห้าสิบเมตรมีรั้วกั้นไม่มีประตูเชื่อมหากันทางเข้าออกจึงอยู่หน้าถนนใหญ่เข้าร้านขายวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ครัวเรือนครบวงจรทางเดียวตามที่คุณนายวันนีย์ต้องการและสั่งห้ามไม่ให้ลูกสะใภ้มาเหยียบบ้านยกเว้นลูกชายแล้วหลังจากที่โสภีมีลูกก็ดีขึ้นยอมรับหลานที่กำลังโตและไม่พูดแขวะเหมือนเมื่อก่อนยกเว้นภัคจิราที่ยังไม่ชอบโสภีที่แย่งกำพลไปเธอก็เลยแต่งงานกับยอดชายมีลูกด้วยกันสองคน
“งั้นพ่อก็มทันกินข้าวฝีมือยายล้อมน่ะสิ” เสี่ยฉลองพูดแล้วก็นั่งลงข้างลูกชายแล้วถอนหายใจ
“ทันค่ะคุณพ่อ งั้นฉันไปช่วยแม่จัดอาหารเช้าก่อนนะคะ” โสภีบอกพ่อสามีแล้วปล่อยให้สองพ่อลูกคุยกัน
เสี่ยฉลองมองตามหลังลูกสะใภ้ที่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากของลูกชายแล้วยิ้ม กำพลเลือกเมียด้วยความรักจึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขช่วยกันทำมาหากินมีเงินมีทองด้วยน้ำพักนำ้แรงของพวกเขาแต่โสภีก็ยังสงบเสงี่ยมไม่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนลูกสะใภ้คนโตที่ทุกอย่างต้องหรูหราหมาเห่าจนเขาคิดว่ามันเยอะไปและยังถ่ายทอดให้หลานสาวอีกทำให้เขาหนักใจ
“เป็นอะไรครับพ่อ” กำพลถามพ่อที่ครุ่นคิดจนคิ้วขมวดชนกัน
“ไม่มีอะไรพ่อแค่คิดว่าแกตัดสินใจเลือกคู่ชีวิตได้ดี พ่อคิดไม่ผิดที่ให้แกออกมาตั้งตัวเองหากอยู่ด้วยกันบ้านคงร้อนเป็นไฟเพราะต่างคนก็เอาแต่ใจโดยเฉพาะแม่ของแก” เสี่ยฉลองพูดถึงภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาครึ่งค่อนชีวิตแต่วันนีย์ก็ทำหน้าที่เมียและแม่ได้ดีเสียแต่รักลูกมากและกะเกณฑ์เจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตของลูกมากไปหน่อยพอไม่ได้ดั่งใจก็ผิดหวังอย่างแรงทำให้หมางใจกับลูกชายคนเล็กแต่ไม่ได้ตัดขาดแค่ไม่ยอมรับลูกสะใภ้แม้ตอนนี้จะดีกันแล้วก็ตาม
“ผมต้องขอบคุณพ่อมากกว่าครับที่ทำให้ผมกับโสภีตั้งตัวได้ ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยแต่ครอบครัวของผมก็มีความสุขมาก คุณพ่ออย่าไปคิดมากเลยเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วครับ” กำพลตอบพ่อยิ้มๆเขากับภรรยาไม่ได้โกรธเคืองพ่อแม่เขาเข้าใจว่าท่านหวังดีแต่ความรักมันไม่เข้าใครออกใครและเลือกไม่ได้เพราะพระพรหมลิขิตมาแล้ว
“แต่เหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นานเลยนะ พ่อเห็นครอบครัวของแกมีความสุขก็นอนตายตาหลับแล้วล่ะ ห่วงแต่พี่ชายของแกน่ะสิไม่เลิกนิสัยเดิมทั้งที่ลูกเต้าก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว” เสี่ยฉลองพูดถึงลูกชายคนโตอย่างหนักใจที่อายุครึ่งคนแล้วยังไม่เลิกเที่ยวดื่มสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนวัยเดียวกันทำให้ทะเลาะกับลูกสะใภ้ไม่เว้นแต่ละวัน
“พ่อก็คุยกับพี่ยอดสิหรือไม่ก็จับมานั่งคุยกันซึ่งๆหน้าเลยว่าจะเอายังไงเคลียกันไปเลย ผมว่ายังไงพี่ยอดก็ต้องเลือกครอบครัวบางทีไม่มีอะไรก็ได้คุณภัคอาจจะคิดมากไปเอง” คนเป็นน้องก็รู้จักพี่ชายดีว่าเป็นคนรักสนุกชอบดื่มสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูงและมักจะแจกทิปเด็กเสิร์ฟด้วยความสงสารแล้วพี่สะใภ้ของเขาอาจจะคิดมาก็ได้เพราะพี่ชายของเขาไม่ใช่คนเจ้าชู้
“ก็ถ้ามันทะเลาะกับเมียอีกพ่อต้องเรียกมาคุยกันแล้วจริงๆ แล้วนี่เจ้าเขื่อนไปโรงเรียนแล้วรึ” เสี่ยฉลองถามหาหลานชายตั้งแต่มายังไม่เห็น
“วันนี้หยุดอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยครับ คงยังไม่ตื่น”กำพลตอบพ่อเมื่อคืนเขาตื่นมาเข้าห้องน้ำยังเห็นลูกชายนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบและวันนี้ก็นัดเพื่อนมาติวกันที่บ้านด้วย
“ตกลงเจ้าเขื่อนจะสอบเข้าที่เดียวกับเจ้าน้ำน่านจริงรึ”
“เห็นว่าอย่างนั้นนะครับพ่อ บอกว่าถ้าไม่ได้จะไปเรียนที่มหาลัยแม่ฟ้าหลวงครับ” เขารู้ว่าลูกชายต้องทำได้เพราะวรายุเรียนเก่งเหมือนลูกสาวคนโตเรียนเก่งไม่แพ้น้องชาย
“งั้นพ่อจะกระตุ้นสักหน่อย ถ้าเจ้าเขื่อนสอบติดที่เดียวกับเจ้าน้ำน่านพ่อจะซื้อรถให้ขับไปเรียน” เสี่ยฉลองพูดอย่างใจป้ำเพราะแกก็ให้หลานทุกคนขนาด ฉัตรชัยหรือดินกับภาศิริหรือทราย ลูกชายลูกสาวของยอดชายกับภัคจิราเขาก็ซื้อให้ซึ่งทั้งสองก็ขับรถเบนซ์และบีเอ็มไปเรียนส่วนวีรินทร์ที่เลือกอีโคคาร์คันเล็กราคาแค่หกแสนต่างกันมากเขาจึงให้เงินเพิ่มในบัญชีหลานสาวจะได้เท่าเทียมกัน
“ตาเขื่อนมันใจร้อนขับรถเร็วผมเป็นห่วงยิ่งขับในกรุงเทพยิ่งแล้วใหญ่เลยรถเยอะยังไม่พอยังรถติดอีก ขนาดน้ำน่านยังเพิ่งไปขับเลยครับผมว่าใช้รถพี่เขาก่อนก็ได้หากได้เรียนที่เดียวกัน” กำพลไม่อยากให้ลูกชายคนเล็กขับรถในเมืองแม้วรายุจะขับรถเป็นตั้งแต่อายุสิบสามเหมือนกับพี่สาวแต่วีรินทร์ใจเย็นกว่า
“เจ้าเขื่อนมันโตแล้วนะเจ้าหิน ตอนแกอายุเท่ากันแกยังขับรถไปเรียนเลยแกก็ให้ลูกมันได้ทำอะไรด้วยตัวเองบ้างจะได้เอาตัวรอดได้ไม่ใช่ว่าพ่อจะไม่ห่วงหลานแต่มันต้องเรียนรู้การดำเนินชีวิตในโลกกว้างที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายคอยซัพพอร์ตเขาจะได้แกร่งโตเป็นผู้ใหญ่” เสี่ยฉลองพูดกับลูกชายและเข้าใจความรู้สึกก็เขาผ่านมาก่อนและลูกชายก็รู้ดี
“เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีนะพ่อ ผมว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่าครับ” กำพลบอกพ่อแล้วทั้งสองก็เดินทะลุห้องโถงของบ้านตรงออกประตูหลังบ้านเพื่อไปกินอาหารที่ตั้งโต้ะหลังบ้านชื่นชมบรรยากาศตอนเช้าไปด้วย
เสี่ยฉลองทักทายพ่อตาแม่ยายของลูกชายและคุยกันตามประสาคนแก่ก็เรื่องลูกๆหลานๆและกินข้าวเช้าไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อยซึ่งคุยกันถูกคคอดีกับตาของหลานๆ
“ผมว่าจะไปดูไก่ชนที่พิชัยคุณโพธิ์จะไปด้วยกันมั้ย” เสี่ยฉลองถามพ่อตาของลูกชายที่ชอบไก่ชนเหมือนกันและมักจะชวนกันไปซื้อมาเลี้ยงจนตอนนี้มีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สิบกว่าคู่แต่แกไม่ได้เอาไก่ไปชนแค่ชอบเพาะพันธุ์เลี้ยงไก่ชนและขายเท่านั้นต่างจากเสี่ยฉลองที่ชอบดูไก่ชนและเล่นพนันด้วยความสนุกตามประสาคนแก่ที่อยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำและไม่ชอบเลี้ยงไก่
“ไม่เยอะเนาะ คราวก่อนหมดไปห้าหมื่นกว่าเอง” พรรษชลพูดกระเซ้าว่าที่ป้าของหลานแฝดยิ้มๆทำให้เมฆากับนวพรหันมามองหน้ากัน“งั้นไม่ธรรมดาแล้วล่ะค่ะ แล้วเราจะซื้ออะไรกันดีคะพี่เจ็ท” คนได้เป็นคุณอาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็คิดไม่ออกว่าจะซื้อของอะไรรับขวัญหลาน“เราซื้อรถตู้ดีมั้ยครับพี่เจ็ท เพราะข้าวของเครื่องใช้คงมีเยอะแล้ว” เมฆาเสนอเขาคิดว่าข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนคงมีหมดแล้ว“เออจริงสิ นายจุลมันเพิ่งรู้ว่ามีลูกไม่ทันตั้งตัวงั้นเราไปดูรถกันดีกว่าจะได้ให้เขาแต่งให้พร้อมสำหรับหลานแฝด”“พี่เจ็ทแล้วหลานสาวเราชื่ออะไรคะ”“แฝดพี่ชื่อเด็กหญิงสายน้ำ ชื่อเล่นน้องน้ำฟ้า แฝดน้องน้องชื่อเด็กหญิงสายธาราชื่อเล่นน้องน้ำปิง แม่ชื่อน้ำน่าน” พรรษชลตอบน้องสาว“เพราะมากค่ะ แม่น้ำมาสองสายแล้วเหลืออีกสองสายก็ครบแม่น้ำสี่สายแล้วนะคะ” นวพรพูดยิ้มๆ“เดี๋ยวนายจุลมันก็ทำครบทั้งสี่สายเองแหละครับน้องจุ๊บ” เมฆาพูดยิ้มๆ“ดีไม่ดีมีน้ำเจ้าพระยาสายที่ห้าอีกนะน้องรัก หึๆๆ..” พรรษชลพูดเสริมแล้วขำหากน้องชายของเขาแต่งงานกับวีรินทร์จริงก็ต้องน้ำยมน้ำวังและน้ำเจ้าพระยาแน่ๆมาริดามองพรรษชล เมฆา นวพรคุยกันแล้วก็ไม่ห่วงเพื่อนเพราะทุกคนไม่ไ
“น้องมายด์จะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวรอจุ๊บกับนายเมฆก่อนพอดีพี่นัดสองคนนั้นไว้แต่พอรู้เรื่องหลานก็ตื่นเต้นจนลืมนัดรีบมาซื้อของรับขวัญหลานก่อน” พอได้ยินคำตอบทำเอาลุงเขาตื่นเต้นเรื่องมีหลานก็ใช่แต่ที่หนักกว่านั้นคือวางแผนเจอคนตรงหน้านี่แหละสองหนุ่มสาวคุยถึงหลานสาวทั้งสองและมาริดาก็เอารูปหลานแฝดที่วีรินทร์ส่งมาให้เธอดูและเธอก็เอาให้พรรษชลหรือลุงของหลานแฝดดูว่าหลานน้อยน่ารักน่าชังขนาดไหนเมฆากับนวพรลงจากรถก็เดินเข้าไปในห้างรริเวอร์เซ็นเตอร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วโทรหาพี่ชายพอรู้ว่าอยู่ร้านกาแฟก็เดินไปตรงไปทันทีด้วยความอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องงานของเธอ“น้องจุ๊บจะรีบไปไหนครับยังไงพี่เจ็ทก็ไม่หนีไปไหนหรอกครับ” เมฆาบอกน้องสาวเพื่อนและในอนาคตอาจจะเป็นเจ้านายของเขาหากนวพรรษเอาจริงทางการเมืองแม้จะชอบหญิงสาวแต่เขาขอเก็บไว้ในใจและไม่คิดจะบอกใครเพราะฐานะที่แตกต่างกันมาก“ก็ไหนพี่เมฆบอกว่าคุยงานเสร็จจะรีบกลับบริษัทไม่ใช่เหรอคะ” นวพรถามเจ้านายหนุ่มหล่อก็เขาเป็นคนพูดเองแท้ๆ“ไม่เป็นไรหรอกครับแค่วันเดียว พี่อนุโลมให้” คนที่จริงจังกับงานมาตลอดตอบผู้หญิงในดวงใจของเขาที่เก็บไว้ลึกสุดใจไม่สามารถบ
“ตอนนี้น้องน้ำฟ้ากับน้องน้ำปิงแข็งแรงดีแล้วคุณหมอก็ให้แม่ดูแลเองค่ะ” วีรินทร์มองลูกสาวที่กินนมอิ่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข“แล้วชื่อจริงของลูกล่ะน้ำน่านตั้งชื่อไว้หรือยังครับ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมวีรินทร์ถึงตั้งชื่อลูกสาวว่าน้ำฟ้ากับน้ำปิงเพราะแม่ก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งจะให้ลูกสาวชื่อน้ำยมกับน้ำวังคงไม่เหมาะถ้าเป็นลูกชายว่าไปอย่าง งั้นเขาต้องมีลูกให้ครบแม่น้ำทั้งสี่สายเลยสิ คุณพ่อลูกสองคิดยิ้มๆกับแผนการในใจของตัวเองทั้งที่ยังจัดการเรื่องของตัวเองไม่เรียบร้อยเลย“ปู่ย่าตายายตั้งให้แล้วค่ะ น้องน้ำฟ้าชื่อสายน้ำ น้องน้ำปิงชื่อสายธารา..” วีรินทร์พูดคุยกับพ่อของลูกตามปกติเพราะเธอทำใจได้นานแล้วจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะเธอเป็นฝ่ายเลือกไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาเองตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วก็อยู่ที่นวพรรษกับครอบครัวของเขารับข้อเสนอของเธอหรือเปล่าหากพวกเขาไม่ตกลงเธอก็พร้อมจะสู้เพื่อลูก“สายน้ำ สายธารา ชื่อลูกสาวพ่อจุลเพราะมากครับ” นวพรรษมองลูกสาวแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเอาไปอวดลุงป้าน้าอาน้องๆและเพื่อนที่กรุงเทพและไม่ยอมลุกไปไหนจนกระทั่งปู่ย่ามาเยี่ยมหลานสาวคนเป็นพ่อก็บอกปู
“ผมมีธุระครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่มีเวลาจะสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเมียเพิ่งคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล“เดี๋ยวสิคะคุณจุล หวานขอไปด้วยคนได้มั้ยคะพอดีหวายไม่รู้จักใครอยู่ไปก็ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ” เธอรู้จักแค่นวพรรษกับพ่อแม่ของเขาและพิมลภัสและพ่อแม่น้องชายของเธอเท่านั้นส่วนคนในพรรคเธอไม่รู้จักเพราะเธอตามนวพรรษมาไม่ได้มาเพื่อทำความรู้จักกับทุกคน“ท่านรัฐมนตรีครับขอถ่ายรูปด้วยครับ” นักข่าวหนุ่มเดินเข้ามาของถ่ายรูปรัฐมนตรีหนุ่มรูปหล่อกับลูกสาวท่านนายก“เอ่อ..” นวพรรษกำลังจะปฏิเสธ“ได้เลยค่ะคุณนักข่าว” สิริยากรเดินไปเกาะแขนส.ส.หนุ่มหล่อแล้วฉีกยิ้มเกือบถึงใบหูเอียงหน้าไปจะซบไหล่ของเขา“คุณหวาย” นวพรรษผลักลูกสาวท่านนายกออกอย่างลืมตัวเพราะเขาไม่อยากเป็นข่าวกับเธอและหลีกเลี่ยงมาตลอดหากข่าวนี้แพร่ออกไปฝ่ายค้านก็จะเอามาเล่นงานเขาว่าได้เป็นรัฐมนตรีเพราะคบกับลูกสาวท่านนายก ทั้งที่พวกเขาแค่เจอกันตามงานทักทายกันเล็กน้อยก็ยังเป็นข่าวซึ่งเขาก็ตอบไม่ตามความจริงว่าแค่รู้จักกันเจอกันตามงานเลี้ยงไม่ได้สนิทกัน “คุณจุลยิ้มหน่อยสิคะ” สิริยากรไม่รู้สึกรู้สาทั้งที่ถูกชายหนุ่มผลักออกกลับเงยหน้าโปรยยิ้มให
นวพรรษมองลูกน้อยทั้งสองในอ้อมแขนหัวใจอุ่นซ่านเมื่อได้อุ้มชูเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขามั่นใจว่าสองแฝดสาวตัวจ้อยเป็นลูกของเขาล้านเปอร์เซ็นต์ทำให้เขามีความสุขมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้และยังมีลูกสาวพร้อมกันถึงสองคนทำให้คุณพ่อมือใหม่โอบกอดร่างเล็กทั้งสองด้วยความหวงแหนจนสองขอบตาร้อนผ่าว“บูลถ่ายรูปให้นะคะ” พิมลภัส์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปนวพรรษอุ้มลูกแฝดไว้สองข้างและวีรินทร์นอนอยู่บนเตียงด้านหลังรัวๆหลายรูปจนพอใจ “น่ารักมาเลยน้องแฝดหลานป้าบูล” พิมลภัสมองหลานสาวตัวจ้อยในอ้อมแขนพ่อแล้วยิ้ม“คุณพยาบาลพาหลานบูลไปนอนเถอะค่ะ” พิมลภัสเห็นพ่อของหลานตาแดงๆจึงบอกให้พยาบาลพาหลานสาวไปนอน“อิ่มแล้วหลับสบายเลยนะคะสาวน้อย ตอนกลางคืนน้องอาจจะหิวบ่อยคุณแม่อาจจะไม่ได้นอนเหนื่อยหน่อยนะคะ” คุณพยาบาลพูดกับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องรับมือกับสองแฝดที่ตื่นพร้อมกันหิวพร้อมกันและต่อไปก็จะทำอะไรพร้อมกันทำให้พ่อแม่เหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่าเลยทีเดียวก่อนจะเข็นเตียงน้องแฝดกลับไปที่ห้องเด็กอ่อน“ลูกของผมน่ารักมากเลย” นวพรรษมองตามลูกสาวทั้งสองแล้วยิ้มทั้งน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะเช็ดน้ำตาอย่างเขินๆ
“ค่ะ” คุณแม่มือใหม่ตอบเบาๆมันเจ็บมากกว่าตอนบ่ายอีกอาจเป็นเพราะยาหมดฤทธิ์แต่เธอทนได้ยิ่งได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านของลูกน้อยทั้งสองความเจ็บมันก็หายแล้ว“เราแต่งงานกันนะครับน้ำน่าน” นวพรรษขอแม่ของลูกแต่งงานตามที่เขาคิดไว้ว่าต้องแต่งงานกันเพื่อจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ซึ่งมีพยานรักของเขาทั้งสองนอนหลับเป็นใจอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อแม่วีรินทร์ถึงกับอึ้งไปเงยหน้ามองพ่อของลูกไม่คิดว่านวพรรษจะขอเธอแต่งงานซึ่งครั้งหนึ่งเขาก็ยอมรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอและเธอปฏิเสธไปแล้วนี่เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อลูก“คุณจุลขอแต่งงานกับฉันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอคะ”“มันไม่ง่ายนะน้ำน่านที่จะขอแต่งงานกับใครสักคน ครั้งหนึ่งผมทำผิดกับผู้หญิงคนหนึ่งและยอมแต่งงานกับเธอเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เธอปฏิเสธ และครั้งนี้ผมก็ขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อครอบครัวไม่ใช่แค่เพื่อลูกแต่ผมพร้อมจะสร้างครอบครัวกับคุณถึงเราจะเริ่มต้นกันไม่ดีผมก็พร้อมจะรับผิดชอบและผมคิดว่ามันไม่ยากที่เราสองคนจะเปิดใจให้กันเพื่อลูกๆและครอบครัวของเราครับ” เขาเปิดใจให้แม่ของลูกแล้วก็เหลือแต่วีรินทร์จะยอมเปิดใจให้เขาหรือเปล่าเท่านั้น“





![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

