Home / รักโบราณ / หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ / บทที่ 60 คืนนี้ข้าจะประทับที่นี่

Share

บทที่ 60 คืนนี้ข้าจะประทับที่นี่

last update publish date: 2026-09-05 15:05:20

หลี่จิ้งเหยียนจ้องมองใบหน้าของกุ้ยเฟยที่ตนรักยิ่งอย่างหวั่นใจ ตั้งแต่วันที่เซี่ยเยว่หลันติดต
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 76 ละครโรงใหญ่

    เซี่ยเยว่หลันมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน เมื่อครู่นางยังยืนอยู่ดีๆ แต่เพียงไม่กี่ประโยค มู่เฟยกลับกลายเป็นสตรีผู้ถูกกุ้ยเฟยรังแกเสียแล้ว ช่างแสดงได้ดีสมบทบาทจริงๆ หากนางไม่เห็นกับตาว่ามู่หลิงซีจงใจล้มลงเอง นางก็คงเกือบเชื่อไปแล้ว “พี่หญิง...” ซูหว่านหนิงรีบเข้ามาประคองแขนมู่หลิงซี สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ท่านเจ็บตรงไหนหรือไม่?” “ข้าไม่เป็นไร” มู่หลิงซีส่ายหน้าเบาๆ “อย่าได้ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่เลย” “แต่...” ซูหว่านหนิงกัดริมฝีปาก สายตาของนางเหลือบมองเซี่ยเยว่หลัน ก่อนจะรีบหลุบลง ท่าทางนั้นทำให้คนรอบข้างยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เซี่ยเยว่หลันแทบอยากปรบมือให้ หนึ่งคนเล่นบทน่าสงสาร อีกหนึ่งคนเล่นบทน้องสาวผู้ปกป้องพี่ ช่างเข้าขากันเสียจริง ไม่น่าเชื่อว่านางหายจากอาการประชวรมาเพื่อมาเจอละครฉากใหญ่ “หว่านหนิง” มู่หลิงซีเอ่ยเสียงเบา “อย่าพูดอะไรอีก” “แต่พี่หญิง...เมื่อครู่ข้าเห็น...” “ข้าไม่เป็นไร” มู่หลิงซีบีบมือของน้องสาวเบาๆ ราวกับเตือนให้นางหยุดพูด จากนั้นจึงหันไปทางฮ่องเต้ “ฝ่าบาท คืนนี้เป็

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 75 สนมเฟย

    เซี่ยเยว่หลันกำลังจะเอ่ยถามต่อ ทว่าเสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่กลางสวนหลวงกลับหยุดลงเสียก่อน บทสนทนาหลายแห่งค่อยๆ เงียบเสียงลง เหล่าขุนนางต่างลุกขึ้นจากที่นั่ง ขณะที่พระสนมแต่ละตำหนักรีบจัดอาภรณ์ของตนให้เรียบร้อย ก่อนหันไปยังทางเดินด้านหน้า “ฝ่าบาทเสด็จ!” เสียงขันทีประกาศก้องไปทั่วสวน หลี่จิ้งเหยียนก้าวเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าสง่างาม ฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทองขับให้พระองค์ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม ทว่าในคืนนี้...สิ่งที่ทำให้สายตาของผู้คนจับจ้องกลับไม่ใช่เพียงฮ่องเต้ แต่เป็นสตรีสองคนที่เดินเคียงข้างพระองค์มาหนึ่งคือซูหว่านหนิง อีกหนึ่งคือสตรีที่เซี่ยเยว่หลันไม่เคยพบหน้ามาก่อน นางสวมอาภรณ์สีแดงเข้ม ปักลายดอกเหมยสีทองอย่างประณีต ชายแขนเสื้อพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน เส้นผมดำสนิทถูกเกล้าสูง ประดับด้วยปิ่นทองลายหงส์เพียงชิ้นเดียว ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องประดับมากมายเพราะใบหน้าของนางก็โดดเด่นมากพอแล้ว หญิงผู้นั้นดูงดงาม สง่างามและเยือกเย็น ที่สำคัญ...นางมีท่าทีมั่นใจราวกับรู้ดีว่าตนเองยืนอยู่ตรงไหนในวังแห่งนี้ ซูหว่านหนิงหันไปมองนาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสนิทสนม “

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 74 สิ่งที่แปรเปลี่ยนไป

    ตำหนักจัดงานเลี้ยงในยามค่ำคืนสว่างไสวราวกับกลางวัน โคมแดงนับร้อยแขวนเรียงรายไปตามระเบียงยาว เสียงดนตรีดังแผ่วเบา กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลไปทั่วสวนหลวง เหล่าขุนนางและพระสนมทยอยเดินทางเข้ามายังงาน แต่ทันทีที่เซี่ยเยว่หลันปรากฏตัวขึ้น... บทสนทนาหลายแห่งก็เงียบลง สายตานับไม่ถ้วนหันมาทางนาง บางสายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ บางสายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังและบางสายตา...กลับมีความผิดหวังที่ปิดไม่มิด เซี่ยเยว่หลันเดินผ่านทุกคนอย่างสงบนิ่งราวกับไม่เห็นสายตาเหล่านั้นแต่ภายในใจ...นางกลับจดจำทุกสีหน้า ทุกปฏิกิริยา ไม่มีใครรู้ว่าในช่วงเวลาที่นอนประชวรอยู่ในตำหนัก นางได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งคนที่กลัวเจ้าจะตาย...อาจไม่ได้เป็นคนที่รักเจ้าและคนที่ผิดหวังเมื่อเห็นเจ้ายังมีชีวิตอยู่...ต่างหากที่ควรจับตามองที่สุด "เซี่ยกุ้ยเฟยเสด็จ" เสียงขันทีประกาศดังขึ้น หลายคนรีบค้อมกาย เซี่ยเยว่หลันเดินเข้าไปยังที่นั่งของตนแต่ก่อนที่นางจะนั่งลง...เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากอีกด้าน "ในที่สุดกุ้ยเฟยก็หายประชวรเสียทีนะเพคะ" น้ำเสียงนั้นอ่อนหวาน ฟังดูเหมือนเป็นความห่วงใยแต่เซี่ยเยว่หลันกลับรู้ทันทีว่า...

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 73 เมื่อหงส์ฟื้นตื่น

    ครู่หนึ่งเซี่ยเยว่หลันจึงเอ่ยขึ้น "เช่นนั้นตั้งแต่วันนี้ หม่อมฉันขอยืมใช้เครือข่ายของพระองค์" หลี่เซวียนหันกลับมา "ตกลง แต่มีข้อแม้" หญิงสาวเลิกคิ้ว "ข้อใด" "หากข้อมูลใดเกี่ยวข้องกับชีวิตของเจ้า เจ้าต้องบอกข้าก่อนลงมือ" เซี่ยเยว่หลันนิ่งไป "เหตุใด" "เพราะข้าไม่ต้องการให้เจ้ากลายเป็นศพอีกราย" น้ำเสียงของเขาเย็นลงเล็กน้อย "เมื่อคืนข้าเกือบช่วยเจ้าไม่ทัน ข้าไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก" หญิงสาวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ "ได้" หลี่เซวียนจึงลุกขึ้น "พักเสีย เรื่องที่เหลือ ข้าจะจัดการเอง" แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงประตู...เซี่ยเยว่หลันกลับเรียกเขาไว้ "อ๋องเจ็ด" ชายหนุ่มหยุดฝีเท้า "ขอบพระทัย" หลี่เซวียนหันกลับมามองนาง คราวนี้ไม่มีคำล้อเล่น ไม่มีรอยยิ้มมีเพียงสายตาที่อ่อนลงอย่างชัดเจน "ไม่ต้องขอบคุณ ข้าไม่ช่วยผู้ใดโดยมิมีข้อแลกเปลี่ยน" เขาหยุดไปเล็กน้อย "วันนึงเจ้าอาจเป็นคนช่วยข้ากลับคืนมาเช่นกัน" เซี่ยเยว่หลันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่หลี่เซวียนไม่ได้อธิบาย เขาเพียงเปิดประตูแล้วก้าวออกไป ทิ้งให้หญิงสาวนั่งมองแผ่นหลังขอ

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 72 เครือข่ายที่ยืมมาใช้

    ตำหนักชิงอวิ๋นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลังจากไทเฮาเสด็จกลับไปพร้อมฮ่องเต้ เสียงฝีเท้าของขบวนเสด็จค่อยๆ ห่างออกไปจนไม่ได้ยิน เซี่ยเยว่หลันยังคงนั่งอยู่บนเตียง สายตาจับจ้องไปยังประตูตำหนักที่ปิดลงแล้ว ในใจของนางยังคงวนเวียนอยู่กับพระบัญชาของไทเฮา ตั้งแต่วันนี้อ๋องเจ็ดสามารถนำโอสถเข้ามาในตำหนักชิงอวิ๋นได้อย่างเปิดเผย ไม่จำเป็นต้องลอบเข้ามา ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนและไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเหมือนเมื่อคืนอีก "ไทเฮาทรงตั้งใจช่วยพวกเราจริงหรือ" นางเอ่ยขึ้นในที่สุด หลี่เซวียนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลหันกลับมา "ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ไม่อาจหยั่งใจเบื้องลึกของเสด็จแม่ได้" เซี่ยเยว่หลันขมวดคิ้ว "แต่ถึงอย่างไรครั้งนี้ก็เหมือนพระองค์ทรงช่วยเรา" "ใช่" หลี่เซวียนเดินกลับมาหยุดข้างเตียง "และนั่นต่างหากที่ยิ่งน่าระวัง" หญิงสาวเงยหน้ามองเขา "เพราะเหตุใดกัน" "เพราะในวังหลวง..." เขาเอ่ยช้าๆ "ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าความช่วยเหลือโดยไม่มีเหตุผล” เซี่ยเยว่หลันนิ่งไป หลี่เซวียนทอดสายตาไปยังประตูที่ฮ่องเต้เพิ่งเสด็จออกไป "เสด็จแม่ไ

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 71 คำสั่งเด็ดขาดของไทเฮา

    "ลูกขอรับผิดเอง" เซี่ยเยว่หลันแอบประหลาดใจ นางไม่คิดว่า ฮ่องเต้จะยอมรับผิดโดยไม่แก้ตัวแม้แต่น้อย ไทเฮาจึงหันกลับมามองนางอีกครั้ง "ตั้งแต่วันนี้ กุ้ยเฟยไม่ต้องไปถวายความเคารพที่ตำหนักอายุวัฒนะ พักรักษาตัวหนึ่งเดือน ทุกอย่างให้หมอหลวงดูแล" เซี่ยเยว่หลันรีบคุกเข่าอย่างช้าๆ ประคองตัวไม่ให้ถูกแผลจนเจ็บซ้ำจนชิงหลัวต้องเข้ามาประคองนางไว้ "หม่อมฉัน...ขอบพระทัยเพคะ" ไทเฮาพยักพระพักตร์ แต่ทันใดนั้น...พระองค์กลับหันไปทางหลี่เซวียนราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ "เซวียนเอ๋อร์ เจ้าสนิทกับหมอแห่งสำนักชิงเฟิงมิใช่หรือ" หลี่เซวียนประสานมือ "พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่ต้องการสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ" "ถ้าเช่นนั้น ต่อจากนี้โอสถของกุ้ยเฟย แม่ให้เจ้าเป็นผู้จัดหาด้วยตนเอง" ประโยคนั้นทำให้ทุกคนชะงัก แม้แต่หลี่จิ้งเหยียนก็เงยพระพักตร์ขึ้นทันที เพราะนั่นหมายความว่าไทเฮาเพิ่งพระราชทานเหตุผลอันชอบธรรม ให้อ๋องเจ็ดสามารถเข้าออกตำหนักชิงอวิ๋นได้โดยไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านอีกต่อไป หลี่เซวียนเองก็นิ่งไปเพียงเสี้ยวอึดใจด้วยความแปลกใจ ก่อนจะค้อมศีรษะรับบัญชา "กระหม่อมรับพระบัญชาเสด็จแม่" เซี่ยเยว่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status