로그인ลานไต่สวนเงียบงัน หลักฐานทั้งหมดถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะ ทั้งบัญชีเสบียง คำสั่งเคลื่อนทัพฉบับจริงและฉบับปลอม คำให้การของผู้คุมคุกหลวง จดหมายของเซี่ยหมิงเต๋อและห่อยาที่มู่เฟยเก็บรักษาไว้ทุกชิ้นล้วนชี้ไปยังชายผู้เดียว เซี่ยหมิงเต๋อ เขานั่งคุกเข่าอยู่กลางลาน ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ “ไม่...” เขาพึมพำ “เป็นไปไม่ได้...” หลี่เซวียนทรงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง “เซี่ยหมิงเต๋อ เจ้าปลอมแปลงคำสั่งทหาร ยักยอกเงินเสบียงกองทัพ ใส่ร้ายแม่ทัพเซี่ย และใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมือทำร้ายอดีตฮ่องเต้” พระสุรเสียงเย็นเยียบ “เจ้าจะยอมรับความผิดหรือไม่?” เซี่ยหมิงเต๋อหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ยอมรับหรือ? แล้วอย่างไรเล่า! ต่อให้ข้ายอมรับ แม่ทัพเซี่ยก็ไม่ฟื้นขึ้นมา! ต่อให้ข้าถูกประหาร ตระกูลเซี่ยก็ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม!” เซี่ยเยว่หลันก้าวออกมา “ใช่” นางมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ “บิดาของข้าไม่มีวันกลับมา และตระกูลเซี่ยไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม” นางหยุดไป ก่อนจะกล่าวต่อ “แต่ท่านจะไม่มีวันได้ใช้ความตา
เซี่ยเยว่หลันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น “เช่นนั้น...ซูจางเฉินไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประหารบิดาของข้าเพียงแต่ทำตามพระบัญชาหรือ?” ซูจางเฉินก้มศีรษะลงต่ำ “กระหม่อมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประหารแม่ทัพเซี่ยพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมมีความผิดที่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่ตรวจสอบความจริง” เขาหยุดไป น้ำเสียงเริ่มสั่น “กระหม่อมรู้ว่าแม่ทัพเซี่ยเป็นผู้ภักดี แต่ในเวลานั้น หลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่เขา และมีพระบัญชาจากฮ่องเต้องค์ก่อน...กระหม่อมจึงไม่กล้าขัดพระบัญชา” “แล้วเหตุใดเจ้าจึงลงนามในคำสั่งลับนี่?” เซี่ยเยว่หลันถาม ซูจางเฉินหลับตาลง “เพราะเซี่ยหมิงเต๋อเป็นผู้มาหากระหม่อม” ทุกสายตาพลันหันไปทางเซี่ยหมิงเต๋อ “เขาบอกว่าแม่ทัพเซี่ยกำลังจะได้รับพระราชทานยาพิษ และขอให้กระหม่อมจัดห้องคุมขังที่ไม่มีผู้ใดเข้าออกได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวแพร่กระจายไปถึงตระกูลเซี่ย” “โกหก!” เซี่ยหมิงเต๋อตวาด ซูจางเฉินหันไปมองเขา “เจ้าบอกข้าว่า หากแม่ทัพเซี่ยยอมรับผิด ตระกูลเซี่ยจะได้รับการไว้ชีวิต เจ้ายังบอกอีกว่าฮ่องเต้องค์ก่อนทรงมีพระประสงค์ให้เรื่องนี้จบลงโด
คำตอบของหลี่เซวียนทำให้เซี่ยเยว่หลันนิ่งงันไปชั่วขณะ พระองค์มิได้ตรัสเพื่อปลอบโยน มิได้ใช้ถ้อยคำสวยหรูเพื่อเรียกความเชื่อใจจากนาง แต่กลับยอมรับความจริงที่ไม่อาจย้อนคืนด้วยพระสุรเสียงหนักแน่น “หากวันนั้นข้ารู้ว่าแม่ทัพเซี่ยถูกใส่ร้าย ข้าจะทูลขัดพระบัญชาเสด็จพ่อ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของข้าเอง” เซี่ยเยว่หลันมองพระองค์อยู่นาน ก่อนจะเบือนหน้าหนี “หม่อมฉันอยากเชื่อเพคะ” เพียงประโยคเดียวกลับทำให้หลี่เซวียนทรงเจ็บปวดอย่างยิ่ง นางยังไม่ได้ให้อภัยและพระองค์ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้นางให้อภัยในเวลานี้ “ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น” พระองค์ตรัส “ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยความจริง” เซี่ยเยว่หลันมิได้ตอบ นางเพียงก้มมองตราเงินที่อยู่ในมือ ก่อนจะกำมันไว้แน่น ความจริงที่นางตามหามานานกำลังจะปรากฏแต่ก่อนที่ความจริงนั้นจะมาถึง นางกลับต้องเผชิญกับความจริงอีกข้อหนึ่ง...คนที่ทำให้บิดาของนางต้องตายอาจไม่ได้มีเพียงเซี่ยหมิงเต๋อ ลานไต่สวนมีเสียงกลองไต่สวนดังขึ้นสามครั้งจนก้องกังวานไปทั่วลานหน้าศาลหลวง ทหารหลวงยืนเรียงรายอยู่สองฝั่ง ประชาชนจำนวนมากถูกอนุญาตใ
เสียงของเจิ่นเสียวหยางราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางลานหน้าประตูเมือง เซี่ยเยว่หลันพลันหันขวับ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงแม้จะระแคะระคายแต่แรกจากที่ฝ่าบาทองค์ก่อนหลี่จิ้งเหยียนก่อนตรัสไว้ก่อนสิ้นใจ แต่นางก็ยังรู้สึกประหลาดใจ ซูจางเฉิน...บิดาของซูหว่านหนิง เหตุใดชื่อของเขาจึงปรากฏอยู่ในคำสั่งลับก่อนบิดาของนางสิ้นใจได้หรือคนพวกนี้ร่วมมือกันแต่แรกจริงๆ เซี่ยหมิงเต๋อที่ยืนอยู่ท่ามกลางทหารพลันเผยรอยยิ้มบางๆ ขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับผู้ที่กำลังจะถูกตัดสินโทษกลับพบหนทางเอาตัวรอด “เห็นแล้วหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงเยาะ “ข้าบอกแล้วว่าความจริงไม่ได้มีเพียงด้านเดียว!” “หุบปาก!” เจิ่นเสียวหยางตวาด “เรื่องนี้ต้องมีการไต่สวนเพิ่มเติมอีก เจ้าคิดว่า กล่าวเช่นนี้จะทำให้ตนเองพ้นผิดได้หรือ!” “ข้าพ้นผิดหรือไม่ ข้าไม่รู้” เซี่ยหมิงเต๋อหัวเราะเย็นชา “แต่หากพวกเจ้าคิดจะล้างมลทินให้แม่ทัพเซี่ย ก็จงไปถามซูจางเฉินเสียก่อน ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่ทัพเซี่ยอย่างไร!” เซี่ยเยว่หลันกำมือแน่น นางไม่อาจปล่อย
เขาชี้ไปยังหลี่เซวียน “ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของเจ้าเป็นพระโอรสของผู้ประทานยาพิษให้บิดาเจ้า! เขาเป็นผู้รับพระราชโองการประหารแม่ทัพเซี่ย! เจ้าคิดว่าคนเช่นนี้จะคืนความยุติธรรมให้เจ้าได้หรือ?” “หุบปาก!” เจิ่นเสียวหยางตวาด แต่เซี่ยหมิงเต๋อกลับไม่สนใจ “เซี่ยเยว่หลัน เจ้าจงถามเขาให้ดีว่าหลังจากแม่ทัพเซี่ยสิ้นใจแล้ว เขาทำสิ่งใด? เขาเคยเปิดโปงความจริงต่อหน้าราชสำนักหรือไม่? เคยประกาศให้คนทั้งแผ่นดินรู้หรือไม่ว่าบิดาของเจ้าไม่ได้เป็นกบฏทั้งเขาและพี่ชายของเขาก็ทำเพื่อราชวงศ์แต่ทอดทิ้งคนตาดำๆ อย่างเรา?” เซี่ยเยว่หลันหันไปมองหลี่เซวียน หลี่เซวียนทรงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ทรงปฏิเสธ เซี่ยหมิงเต๋อหัวเราะอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกล่าวต่อ “เพราะเขาเองก็ต้องการรักษาบัลลังก์ของตน! หากความจริงถูกเปิดเผยตั้งแต่แรก ผู้ใดจะเชื่อว่าราชวงศ์ไม่เกี่ยวข้องกับการตายของแม่ทัพเซี่ย? ผู้ใดจะยอมรับพระโอรสของฮ่องเต้ผู้ประทานยาพิษให้แม่ทัพผู้ภักดีได้?” “พอได้แล้ว!” เสียงหลี่เซวียนดังขึ้นอย่างกึกก้อง พระองค์ทอดพระเนตรเซี่ยหมิงเต๋อด้วยพระพักตร์เย็นชา
ทหารนับพันนายพลันเงียบงัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังหลี่เซวียน เซี่ยเยว่หลันรู้สึกว่าหัวใจของตนกำลังถูกบีบจนแทบแหลกสลาย นางอยากปฏิเสธ อยากบอกว่าคำพูดของเซี่ยหมิงเต๋อเป็นเพียงกลอุบายสุดท้ายของคนชั่วที่กำลังจะพ่ายแพ้ ทว่าพระพักตร์ของหลี่เซวียนกลับทำให้นางไม่อาจหลอกตนเองได้ พระองค์ไม่ได้ทรงโกรธไม่ได้ตรัสปฏิเสธมีเพียงความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ในดวงพระเนตรคู่นั้น “หลี่เซวียน...” นางเรียกพระนามพระองค์เบาๆ “ท่านลุงใหญ่กล่าวถึงเรื่องใดกันแน่?” หลี่เซวียนทรงหลับพระเนตรลงชั่วขณะ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง “เยว่หลัน เรื่องนี้ข้าจะไม่ปิดบังเจ้าอีก” พระสุรเสียงของพระองค์ไม่ดังนัก แต่กลับชัดเจนพอให้ทุกคนได้ยิน “ในวันที่แม่ทัพเซี่ยถูกตัดสินโทษ ผู้ที่มีพระราชอำนาจสูงสุดคือเสด็จพ่อของข้า...อดีตฮ่องเต้หลี่เชี่ยวเย่” เซี่ยเยว่หลันนิ่งงัน นางรู้ดีว่าผู้ใดเป็นฮ่องเต้ในเวลานั้น แต่สิ่งที่นางไม่เคยรู้คือเหตุใดหลี่เซวียนจึงมีสีหน้าราวกับกำลังแบกรับความผิดที่ไม่อาจชดใช้ หลี่เซวียนทอดพระเนตรนาง ก่อนจะตรัสต่อ “พระราชโองการประหารแม่ทัพเซี่ย เป็น







