แชร์

บทที่ 1

ผู้เขียน: Karawek House
last update วันที่เผยแพร่: 2025-08-15 04:32:00

แม่ทัพใหญ่เฮยเซ่อเย่ว์ มอบหมายให้คนสนิท อีเหิง รองแม่ทัพฝ่ายขวา แบ่งกำลังอยู่รักษาเลี่ยงจินอู่ เมืองที่เพิ่งยึดมาได้ เอาไว้ใช้ต่างด่านหน้า ส่วนตนพาทหารที่เหลืออีกเจ็ดส่วนยกพลกลับค่ายพักทัพ

ผู้เป็นแม่ทัพเช่นเขาไม่เคยใส่ใจเรื่องความสบาย สิ่งที่ใส่ใจเป็นอันดับแรกคือความเหมาะสมและกลศึก เรื่องความสะดวกสบายอะไรนั่น เอาไว้สงครามสิ้นสุดลงเมื่อใด ถึงตอนนั้น คิดเสพสุขให้สำราญอย่างไร ก็ล้วนทำได้ทั้งนั้น

ทันทีที่กลับถึงค่ายพักทัพซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกำแพงเมืองเลี่ยงจินอู่เพียงไม่ถึงห้าลี้ แม่ทัพใหญ่เฮยเซ่อเย่ว์ก็กึ่งดึงกึ่งลากหนิงซินผ่านเชือกมัดข้อมือ   พานางเดินเข้ากระโจมหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางกระโจมจำนวนนับไม่ถ้วน

ใต้หล้านี้จะมีองค์หญิงแคว้นใด ได้รับการปฏิบัติ หยาบคายเช่นนี้

ทันทีที่เข้ามาด้านใน ทหารรับใช้สองนายก็ช่วยกันยกถังน้ำร้อนนับถังไม่ถ้วนมาเติมลงในถังไม้ใบใหญ่อย่างแข็งขัน หลังจากเตรียมถังน้ำเย็นสำรองไว้สำหรับใช้ปรับอุณหภูมิสองสามถัง ก็จัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนให้ผู้เป็นนาย แล้วเริ่มลงมือเช็ดคราบเลือดถอดชุดเกราะอย่างรู้หน้าที่...ทั้งนายทั้งบ่าว ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีผู้ใดชายตามององค์หญิงที่ถูกพาตัวมาอย่างนางสักนิด

เพียงครู่เดียว ร่างสูงใหญ่หุ้มเกราะสีดำเปรอะคราบโลหิตเกรอะกรังก็เปลี่ยนเป็นบุรุษผิวพรรณสะอาดตาจนยากจะเชื่อว่าเป็นผู้ห้อม้ากรำศึกมานานปี กระนั้นรัศมีความดุดันน่าหวาดหวั่นก็หาได้ลดลงไม่

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ต่อหน้าคนผู้นี้แล้ว หนิงซินรู้สึกคล้ายจะหายใจไม่ออก

หรือนี่จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าจิตสังหาร?

หนิงซิน แต่เล็กเติบโตมาอย่างได้รับความรักและการทะนุถนอมคุ้มครอง นางไหนเลยจะเคยได้สัมผัสความรู้สึกมุ่งร้ายที่ชัดเจนเช่นนี้

“ออกไป” แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์สั่งทหารรับใช้สั้นๆ

ทหารรับใช้สับสนเล็กน้อย ทว่าหลังจากกะพริบตาสองปริบก็ตั้งสติได้

พวกเขารีบจากไปทันที โดยไม่ลืมใส่ใจปิดกระโจมให้ท่านแม่ทัพอย่างมิดชิด

ผู้ติดตามรับใช้ใกล้ชิดเจ้านายย่อมต้องหูไวตาไว...

หนิงซินเห็นท่าทางกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว ราวกับทำเรื่องเช่นนี้มาแล้วตั้งไม่รู้กี่หนของพลทหาร ก็เกิดสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา

ความเงียบครอบงำกระโจมกว้างอยู่ชั่วอึดใจ ไม่นานนัก เมื่อทหารรับใช้คล้อยหลัง ผู้เป็นเจ้าของกระโจมก็หันมาออกคำสั่งกับนาง

“มานี่”

มานี่? หนิงซินทวนคำสั่งนั้นในใจ

จะให้นางเข้าไปใกล้ทำไม?

หรือคนผู้นี้คิดหลู่เกียรตินางด้วยการใช้งานนางต่างหญิงรับใช้?

เขา...หรือคนผู้นี้ถึงกับคิดจะให้องค์หญิงผู้หนึ่ง ซึ่งแม้ยามนี้จะได้ชื่อว่าเป็นเชลย แต่ก็เป็นผู้ที่ดั้นด้นออกมายังแนวรบเพื่อยื่นข้อเสนอเจรจายุติสงคราม ปรนนิบัติบุรุษเช่นตนอาบน้ำ?

เชลยที่ใดกัน หากคนผู้นี้กล่าวว่านางคือเชลย นางก็ต้องเป็นเชลยเช่นนั้นหรือ? แรกเริ่มเดิมที นางมาพบคนผู้นี้ในฐานะทูตสงครามต่างหาก!

“ไม่” หนิงซินบอก น้ำเสียงแข็งกร้าว “ข้า หนิงซิน เดินทางมาที่นี่ในฐานะทูตสงครามและตัวประกัน ไม่ใช่ทาสเชลย ศักดิ์และสิทธิ์ในฐานะองค์หญิงก็ยังอยู่ครบ ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ควบคุมกองทัพเรือนแสนก็จริงอยู่ แต่ข้าองค์หญิงไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังคำสั่งของท่าน อันที่จริง ท่านสมควรให้คนพาข้าไปที่กระโจมพักส่วนตัว รับรองข้าในฐานะแขกคนหนึ่งด้วยซ้ำ”

อาการพยศที่ไร้ประโยชน์และผิดที่ผิดทางนี้ ดึงให้แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์เริ่มไล่สายตาสำรวจสตรีที่นับตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในกระโจม ก็เอาแต่ยืนตัวตรง วางท่างามสง่า สงบนิ่ง

เหอะ...งามสง่า...

แม่ทัพหนุ่มไล่สายตาอันเย่อหยิ่งกลับขึ้นจ้องตานาง

เมื่อเห็นนางยังคงสงบนิ่ง ไร้ท่าทีขลาดกลัว ก็แค่นหัวเราะ สาวเท้าเข้าหา ถามกึ่งเยาะ

“อ้อ...แม้จะประกาศออกไปแล้วว่าให้อยู่ในฐานะเชลยศึก ข้าแม่ทัพก็ยังสมควรรับรองหญิงแพศยาอัปมงคลเช่นเจ้าในฐานะแขกเช่นนั้นรึ” เขาไม่ละสายตาคู่คมไปจากตานางสักนิด “ระดับความสำคัญเล่า จะให้รับรองพอเป็นพิธีตามหลักผู้ใหญ่สงเคราะห์ผู้น้อย หรือต้องจัดงานเลี้ยงสุราใหญ่โต เรียกเหล่าบุรุษมาปรนนิบัติเอาใจ ‘หนิงซินกงจู่’ ผู้สูงส่ง”

หนิงซินสบตาคู่นั้นแล้วลมหายใจสะดุด ในสมองพลันวาบความคิดที่ชวนให้อกสั่นขวัญผวา แทบไม่ได้ฟังด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่คนตรงหน้ากล่าววาจาหยาบหยามอย่างไรบ้าง

เห็นนัยน์ตาวาวโรจน์ดุจพยัคฆ์ร้ายเช่นนี้แล้ว...ต้องยอมรับตามตรงว่านางกลัว

นางไม่เคยกลัวตาย

ในตอนที่ตัดสินใจลอบหลบหนีออกจากวังหลวงมาพบคนผู้นี้ ก็เตรียมใจที่จะตายเอาไว้แล้วถึงเจ็ดแปดส่วน ทว่าความตายกับบางสิ่งบางอย่างที่นางสังหรณ์ใจว่ากำลังจะเกิดขึ้น นับเป็นคนละเรื่องกัน

นางยังจดจำถ้อยคำที่แม่นมตักเตือน เมื่อยามระแคะระคายว่าองค์หญิงอย่างนางอาจหลบหนีออกจากวัง มาทำเรื่องสุ่มเสี่ยงอย่างการเจรจาด้วยตนเองเพื่อยุติปัญหาที่ตนเองคล้ายเป็นตัวต้นเหตุได้ดี...

“องค์หญิง...สตรีอย่างพวกเรานั้นบอบบางแตกสลายง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง บุรุษเองก็มีวิธีการตั้งมากมายมาใช้ทรมานสตรี กองทัพเฮยเซ่อเย่ว์ที่กุมชัยเหนือแว่นแคว้นน้อยใหญ่ในแผ่นดินยามนี้นั้น เล่าลือกันว่าโหดเหี้ยมอำมหิตยากจะหาใดเทียม แม่ทัพทมิฬผู้นำทัพใหญ่ที่ป่าวประกาศว่า ‘หากแคว้นป๋ายยอมส่งตัวองค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ออกไป ก็อาจยอมเหลือทางรอดให้คนแคว้นป๋ายสักหนึ่งสาย’ ผู้นั้น ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเย็นชาแล้งน้ำใจ ว่ากันว่ายามบุรุษผู้นั้นปรากฏตัวแต่ละครั้งผู้คนล้มตายราวกับใบไม้ร่วง ราวกับว่าคนผู้นั้นเป็นพญามัจจุราชจากขุมนรกก็ไม่ปาน จะกระทำสิ่งใดโดยปราศจากการไตร่ตรองเช่นนั้นมิได้นะเจ้าคะ...”

ทีแรกนางก็ไม่เข้าใจความหมาย ทว่าหลังจากแม่นมป้องปากกระซิบอธิบาย นางก็เข้าใจทันทีว่าเพราะเหตุใดแม่นมจึงอยากให้ระวัง

กระนั้นก็เถอะ จากที่ได้ยินมา แม่ทัพใหญ่ของกองทัพทมิฬแห่งเฮยเซ่อเย่ว์ แม้เก่งกล้าสามารถ เด็ดขาด ยามลงมือก็ลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมไร้ปรานี ทว่าในแต่ละคราวที่ออกกำราบปราบปรามแต่ละแว่นแคว้น คนผู้นี้ไม่เคยกระทำการโดยไร้เหตุผลหรือ ‘ข้ออ้าง’ อันชอบธรรม ซ้ำยังไม่เคยมีข่าวเล่าลือว่ากองทัพอันยิ่งใหญ่ของเฮยเซ่อเย่ว์ข่มเหงฉุดคร่าย่ำยีสตรีแว่นแคว้นใด นางจึงไม่คิดว่าผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพอันรักษาระเบียบวินัยเคร่งครัดเช่นเขา จะจาบจ้วงล่วงเกินสตรีใดโดยที่สตรีผู้นั้นไม่ยินยอม โดยเฉพาะยิ่งแล้วเมื่อสตรีผู้นั้นเป็นถึงองค์หญิงผู้หนึ่งซึ่งเดินทางมาในฐานะทูตสงคราม...ถึงแม้จะไม่ได้มาอย่างเป็นทางการก็ตามที

ทว่า...แววตาของคนผู้นี้...

หนิงซินกัดริมฝีปากแน่น ข่มความกลัว พยายามตั้งสติ

ต้องไม่เป็นเช่นที่แม่นมว่าสิ...

คนผู้นี้...คนผู้นี้...

หรือว่า...หรือว่าการข่าวของน้องสี่จะผิดพลาด?

หรือจะเป็นดังเช่นที่แม่นมของนางว่าไว้...หรือว่านางคิดอะไรง่ายดาย มองโลกและผู้คนในแง่ดีจนเกินไปดังที่คนผู้นี้ว่าไว้จริงๆ

ไม่...ไม่นะ...

หนิงซินก้าวขาถอยหลังโดยอัตโนมัติ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 213 (ตอนจบ)

    แม้จะให้ทั้งยาบำรุง ทั้งตัวยาสารพัดที่ช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิด ก็ยังเกิดเรื่องให้ครรภ์ของฮองเฮาได้รับความกระทบกระเทือนโดยตรง แม้ไม่ได้รับยาแท้งบุตรที่พระราชชายาป๋ายอ๋องจงใจใส่ในน้ำแกง เนื่องจากนางกำนัลที่พระราชชายาหลงไว้ใจให้ไปตักน้ำแกงมาให้ ที่แท้แล้วเป็นสายลับจากกองทัพทมิฬผู้หนึ่ง จึงเพียงได้รับพิษโลหิตไม่แข็งตัวจำนวนหนึ่ง และแม้ว่าแท้จริงแล้วครรภ์ไม่ถึงกับได้รับความกระทบกระเทือนจนเป็นอันตราย ทว่าฮองเฮาในยามนั้นสภาพจิตใจเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง เพียงเห็นโลหิตหลั่งออกมาก็หวาดกลัวจนแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว ทั้งฝ่าบาท ตน และหมอหญิง ต่างต้องใช้ความพยายามในการปลอบขวัญฮองเฮามากกว่าการรักษาครรภ์เอาไว้เสียอีกเทียนหลงฮ่องเต้ทั้งห่วงใยสงสาร ทั้งกลัวว่าฮองเฮาและบุตรในครรภ์จะได้รับอันตราย ทั้งโกรธแค้นคนเหล่านั้นจนนัยน์ตาแดงก่ำ ทว่ายังมิได้ถึงขั้นขาดสติ ทรงใช้โอกาสนั้นสะสางเรื่องฝั่งครอบครัวเดิมของฮองเฮา ทั้งยังตัดบ่วงทั้งหลายที่รัดรั้งคอพระนาง...บีบคั้นให้พระนางคิดว่าตนเองไม่อาจมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขาดสะบั้นในคราวเดียวฮองเฮาคิดว่าตนเองติดค้างผู้ชราเช่นตนและหมอหญิงที่ทำการรักษามากมายนัก ทว่าแม้จะผ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 212

    ด้านหลังเรือนหลักถูกจัดเป็นสวนไม้ใบและสระเลี้ยงปลาสวยงาม ใจกลางสระยังมีกอบัวชูช่อเบ่งบานงามตระการ ก้นสระปูด้วยหินที่ตัดจนเรียบ น้ำจึงใสสะอาดอย่างยิ่ง ยามเมื่อสายลมโชยพลิ้ว ใบหลิวร่วงหล่นแตะผิวน้ำ จะเกิดภาพวงกลมน้อยใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น ต่างค่อยๆ ขยายใหญ่ออกแล้วเลือนหายดุจสัจธรรม พาให้ผู้มาเยือนที่ทันสังเกตธรรมะนี้ สุขสงบไปทั่วทั้งวิญญาคู่สามีภรรยาที่สูงส่งที่สุดในใต้หล้า ประคองกันเดินไปครู่หนึ่ง ก็พบว่ารัชทายาทจีเฉิง กำลังนั่งประชันหมากกระดานจากต่างแดนกับ ‘ท่านอาจารย์’ โดยมีอีซีซวน คุณชายใหญ่ของจวนแห่งนี้คอยเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างโหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม ไม่ถือยศศักดิ์ ค้อมศีรษะคำนับผู้มีคุณกลับเป็นผู้ชราที่ตกใจ ไม่อาจรับคำนับจากสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดินได้“ฮองเฮา ฝ่าบาท!” ผู้อาวุโสอวิ๋นลุกขึ้นจากที่นั่งแทบไม่ทัน กำลังจะคุกเข่าถวายพระพร กลับถูกลูกศิษย์อีกคน หยางหยาง...บิดาของศิษย์คนสุดท้ายที่รับไว้อย่าง ‘หยางจื่อ’ ยกมือห้ามปราม“ท่านอาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว ที่นี่มีแค่พวกเรา ทำตัวตามสบายเถิด”“ถูกแล้ว” โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม “ครั้งนั้น หากไม่ใช่ท่านอาจารย์ช่วยไว้ ข้ากับล

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 211

    “ฮึ! ดูพูดเข้า เช่นนั้นหากผู้อื่นโจษจันกันทั่วทั้งเมืองเล่า ท่านเจ้าเมืองจะจับชาวเมืองตั้งไม่รู้กี่ร้อยครัวเรือนมาลงโทษหมดเลยหรือ” ซูเซียงยกมือขึ้นคำนับพลางกล่าว “ฮองเฮาของข้าไม่ละเว้นท่านแน่! ฝ่าบาทผู้เมตตาเองก็เช่นกัน!” กล่าวจบนางก็เชิดหน้าขึ้น ทว่าดวงตาฉ่ำน้ำที่จ้องมองมา หวานซึ้งนัก“เอาเถอะ” อีเหิงพ่นลมหายใจออกมา แต่แววตาที่มองฮูหยินกลับหวานซึ้งร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เขาโบกมือส่งสัญญาณให้พ่อบ้านต่งเพียงเท่านั้นพ่อบ้านต่งก็รู้ความนัย ใช้สายตาสั่งให้ทหารยืนยามไปลากตัวลู่เฟยฮวาออกมายืนรอท่านเจ้าเมืองอยู่ด้านข้างจัดการแมลงรบกวนความสงบของจวนและนายเหนือหัวแล้ว อีเหิงก็หันกลับไปคำนับผู้เป็นนาย กล่าวอย่างนอบน้อม“ฝ่าบาท รัชทายาทกับท่านราชครูอยู่ที่ศาลาแปดเหลี่ยมที่ย้ายไปไว้ทางด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ”“อืม...แล้วบุตรชายคนโตของเจ้าเล่า ได้ยินว่าชื่ออะไรนะ อีซีซวน ชื่อนี้ใช่หรือไม่” เทียนหลงฮ่องเต้อดถามถึงมิได้“รัชทายาททรงมีจิตใจกว้างขวาง ไม่ถือพระองค์ เมื่อรู้ว่าซีซวนสนใจเรื่องหมากกระดานเช่นกัน ก็ชักชวนบุตรชายของกระหม่อมที่ทำเป็นแต่ท่องตำราคัดอักษรไปวันๆ ไปศึกษาหมากกระดานรูปแบบใหม่ ตอนนี้จึงอย

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 210

    ใช่ว่านางใจไม้ไส้ระกำทำร้ายสตรีด้วยกันลงคอ ทว่านางเองก็มีมือมีเท้า มีครอบครัวที่รักและหวงแหนให้ปกป้องยามนี้เกิดมีเด็กสาวผู้หนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของครอบครัวนาง เป่าหูเสียจนคุณชายใหญ่ของตระกูล อีซีซวน เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ทั้งยังทำร้ายบุตรชายบุตรสาวของนาง ยุยงให้เด็กๆ แตกคอกัน เพียงเพราะคิดปีนป่ายขึ้นที่สูง หวังจะให้ฮูหยินอย่างนางถูกสามีรังเกียจ ในฐานะสตรี ภรรยา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ฮูหยินของจวน’ นางจะอยู่เฉยได้อย่างไรงานซักล้างเป็นงานหนักที่ทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรม งานตักบ่อเกรอะนั้นก็ทำให้ผู้คนรังเกียจ ทั้งยังเป็นงานที่ต้องอยู่กับกลิ่นเหม็นและต้องทำกลางดึกเท่านั้น หากไม่ระวังก็อาจล้มป่วย ติดโรคจากสิ่งสกปรกเหล่านั้นได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าหลังทำงานเหล่านี้ไปได้สามเดือน ความงามที่เห็นในยามนี้จะหลงเหลือเพียงแค่เศษซาก ไร้สิ้นเค้าโครงความงดงามอะไรนั่น ถึงตอนนั้นต่อให้บุรุษของนาง ท่านเจ้าเมือง เกิดเปลี่ยนใจ อยากเรียกหา เกรงแต่ว่าเพียงเห็นหน้าเสี้ยวเดียวจะรีบไล่ลู่เฟยฮวากลับไปยังเรือนพักของนางแทบไม่ทันอีเหิงเห็นว่าบรรยากาศดีๆ กลับถูกบุตรสาวของกุนซือฉ้อฉลทำลายลง ก็หงุดหงิดไม่น้อย เขาลอบสังเ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 209

    “ช่างเป็นสาวใช้ที่สำคัญยิ่ง ฮองเฮาที่สูงส่งของต้าเทียนถึงกับต้องทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ปักเองพันแผลเล็กเท่ารอยข่วนให้ ทั้งยังซับเหงื่อให้ด้วยตนเอง!”ลู่เฟยฮวาตกใจ ขุกเข่าลงกระแทกพื้น ทำเอาเข่าแตกจนได้เลือดเหล่าสาวใช้ ทหารยืนยาม และองครักษ์ ต่างลอบเหลียวสบตาอีกหนทะ ทำไมพวกเขากลับรู้สึกว่าฝ่าบาทเป็นฝ่ายหึงหวงเสียเองเช่นนี้เล่า?กล่าวกันตามตรง ฮองเฮาก็เพียงแต่จิตใจดีเกินไปจนไม่คิดว่าผู้อื่นจะคิดและทำเรื่องไม่ดีใดต่อตนเองเท่านั้นกระมัง ยามเห็นสาวใช้คนหนึ่งเพียงซวนเซคล้ายล้มป่วย เพียงพลาดพลั้งไปต้องพระวรกายอันสูงส่งของฝ่าบาท กลับถูกฝ่าบาทกริ้ว อีกทั้งองครักษ์ลับยังบังคับให้นางคุกเข่าเอากระบี่พาดลำคอเช่นนั้น โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาที่เป็นผู้มีน้ำใจเมตตาอารีที่ไหนจะทนมองภาพเช่นนั้นได้ จึงได้ทำแผลให้สาวใช้ด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ทรงปักขึ้นเองกับมืออย่างไม่เสียดาย...กลับเป็นฝ่าบาทที่ เอ่อ...ริษยา และเสียดายผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น และต่อมาเมื่อพระนางจะซับเหงื่อให้สาวใช้เยาว์วัยคนนั้น ฝ่าบาทก็ถึงขั้นสุดจะกลั้น หากจะกล่าวกันอย่างไม่เกรงใจ ก็มีเพียงคำว่า ‘หึงหวง’ เท่านั้น จึงจะสามารถอธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างเหม

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 208

    ‘ซูเซียง มิตรแท้ตลอดกาลของข้า การครองเรือนที่แท้แล้วนั้นมิใช่ง่าย อันที่จริง ตัวเจ้าที่สูงอาวุโสกว่า อาจจะรู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดีกว่าข้ามากมายนัก ทว่าหากจะถามข้าแล้ว ปัญหาดังที่เจ้ากล่าวมานี้ จงวางเฉยไปเสีย อย่าได้สิ้นเปลืองความคิดไปกับคนนอกครอบครัว ขอเพียงเจ้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ระมัดระวังตรวจสอบทุกสิ่งด้วยตนเองอยู่เสมอ อย่าให้มีสิ่งใดในความดูแลของตนผิดพลาด และหมั่นทำดีต่อคนผู้นี้ให้มาก เพราะอย่างไรบิดาของนางก็ยังได้ชื่อว่าเป็นกุนซือคนสนิทของสามี ต่อให้นางคิดสร้างปัญหาให้เจ้า ก็คงไม่สามารถกระทำได้ง่ายดายนัก อีกทั้งเกิดเป็นสตรี จะครองเรือนในโลกที่บุรุษเป็นใหญ่นั้นไม่ง่าย หากพวกเขาพึงใจแต่พวกเราไม่อนุญาต พวกเขาย่อมกล่าวว่าสตรีอย่างพวกเราใจแคบ แล้งน้ำใจต่อสามีและสตรีด้วยกัน... แม้ข้าไม่คิดว่าเจ้าเมืองอีจะเป็นบุรุษเช่นนั้น ทว่าในโลกนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดมั่นคงถาวรทั้งสิ้น ความคิดคนรอบข้างเองก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน จะให้ดีต้องให้พวกเขาเห็นว่าเจ้าไร้สิ้นตำหนิในฐานะภรรยาและนายหญิง เมื่อเจ้าสามารถครองเรือนได้ดังนี้แล้ว ระหว่างนี้ให้คนลอบสืบเรื่องกุนซือบิดานางว่าได้กระทำความผิดใดบ้างหรือไม่ ผู้

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 204

    ซูเซียงฟังผู้เป็นบิดาอย่างฝ่าบาทยกเรื่องพี่ชาย จีเฉิง มากล่าวกับบุตรชายคนรองแล้ว ก็อดนึกถึงเรื่องราวในอดีตไม่ได้นึกถึงเรื่องในอดีตครั้งนั้นคราใด นางยังคงรู้สึกผิดไม่หายหากครั้งนั้นองค์หญิงหนิงซินของนางสูญเสียบุตรชาย เรื่องอาจไม่ซับซ้อนเท่านี้ ทว่าสำหรับนางแล้ว นางยอมรับว่าทันทีที่เห็นบุตรชายคนโตข

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 206

    กลางอุทธยานกว้างขวางในเรือนหลัก ยามนี้ขยายกว้างขึ้นหลายเท่า ทั่วทุกพื้นที่หากไม่ประดับด้วยหินหรือขุดเป็นธารเลี้ยงปลาสวยงามกรุหินแน่นขนัด ก็เพาะปลูกดอกไม้ไว้แน่นหนา วัดจากการที่ดอกไม้นับไม่ถ้วนล้วนพร้อมใจกันเบ่งบานได้เช่นนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ ว่าเจ้าของจวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าของเรือนหลัก ใส่ใจอุ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 194

    ทันทีที่เจิงเจี้ยนปรี่มาคำนับที่หน้าห้อง หยางหยางเอ่ยเสียงดังก้องกังวาล“ประกาศออกไป! องค์หญิงรองแห่งแคว้นป๋าย หนิงซิน ตั้งครรภ์ศักดิ์สิทธิ์ ต้าอ๋องเฮยเซ่อเย่ว์ รู้ข่าว แม้แต่แรกไม่เชื่อถือ ทว่าเมื่อส่งคนมาตรวจสอบจนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าองค์หญิงรองเป็นหญิงพรหมจรรย์ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในนิกายแส

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-04
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 200

    รัชทายาท...น้องชายสามที่เคยสูงส่งสง่างาม ยามนี้กลายเป็นบุรุษผอมโซร่อนเร่ไปทั่วทุกหมู่บ้านรอบชายแดน ในแต่ละวันเอาแต่เมาหัวราน้ำเช้าจรดค่ำ พิษสุรากัดกร่อนเสียจนเขาไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากการสนองความสุขให้กับตนเองไปวันๆ...ไร้อนาคตแล้วโดยสิ้นเชิงน้องชายสี่...แม้จะทะเยอทะยานเช่นไร แต่ก็ถูกดับฝันโดยการที่เ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-04
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status