Partager

บทที่ 3

Auteur: Karawek House
last update Date de publication: 2025-08-15 04:32:17

“อย่าบังอาจมายั่วยวนข้า” เขาบอกเสียงลอดไรฟัน

วัดจากความเย็นที่เคลื่อนลงจากมุมปากอย่างเชื่องช้า กับคราบน้ำสีแดงข้นบนริมฝีปากที่คนตรงหน้าเพิ่งจะตวัดลิ้นกลืนกินอย่างไม่รู้สึกรู้สา เดาว่าริมฝีปากนางในตอนนี้คงถูกบุรุษใจทรามตรงหน้าขบกัดจนเป็นแผล เลือดสดๆ กำลังหลั่งรินออกมาแล้วจริงๆ

“จริงสิ...ข้าเคยบอกเอาไว้ว่าจะทำให้เจ้าร้องขอความตาย...” เขาบอกเสียงแหบแห้งเย็นชาทว่าทรงอำนาจดุจพญามัจจุราชจากปรภพ พลางใช้สายตาโลมไล้ใบหน้าและลำคออันขาวผ่องรอบหนึ่ง จากนั้นก็จ้องลึกลงในตานาง แย้มรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมน่าหวาดหวั่นที่ทำให้หนิงซินถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งวิญญาณ หวาดผวาจนน้ำตาคลอเบ้า

ในชั่วขณะที่หนิงซินคิดว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ก็ตวาดใส่นางเสียงดังลั่น “ร้องสิ! หากไม่ร้องไห้อ้อนวอนหรือโวยวาย ก็จงใช้วิธีการที่เจ้าใช้ยั่วยวนปั่นหัวผู้คนให้รบราฆ่ากันตาย ให้ผู้ชนะอย่างข้าได้ดูชมเป็นขวัญตาสักครั้ง! นารีล่มเมืองหรือจะมีดีแค่นี้!”

หนิงซินเม้มริมฝีปากแน่น เนื้อตัวสั่นเทาไปหมด แม้แต่ประโยคร้องขอความเห็นใจก็ยังพูดไม่ออกแม้เพียงครึ่งคำ

ยังไม่ต้องเอ่ยถึงการโดนตวาดใส่ซึ่งๆ หน้าเช่นนี้...องค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานสูงสุดอย่างนาง ตั้งแต่เล็กจนโตล้วนรายรอบด้วยผู้คนที่รักใคร่ให้ความเอ็นดู กระทั่งพูดจาเสียงดังหรือหายใจแรงๆ สักหน่อย ก็ยังไม่มีใครกล้าทำต่อหน้านางสักครั้ง

นางจ้องลึกลงในตาเขา ในอกมีคำพูดมากมาย แต่กลับเปล่งเสียงไม่ออกสักนิด

ไม่...ไม่ใช่นะ...

หาได้เป็นเช่นนั้น...

ข้า...ข้ามิได้...

“หึ...เสแสร้งแกล้งอ่อนแอ ทำเนื้อตัวสั่นเทาน้ำตาคลอเบ้าให้ผู้คนสงสารเห็นใจ...ที่แท้องค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ของนิกายแสงสว่าง หญิงงามอันดับหนึ่งในใต้หล้าที่ทั่วทั้งแผ่นดินหมายปอง ก็ทำเป็นแต่ใช้ลูกไม้ตื้นๆ พรรค์นี้!” เขาเยาะ

หนิงซินคล้ายถูกสะกิดแผลเก่าให้เปิดออก

ที่จริงแล้ว...เดิมทีตำแหน่งองค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ที่ดำรงอยู่ในตอนนี้มิใช่ของนาง ด้วยนางมีพี่หญิงต่างมารดาที่อายุมากกว่าตนเองสามสี่ปีอยู่ผู้หนึ่ง พี่หญิงใหญ่ของนางผู้นั้น แม้ในยามปกติจะดีต่อนาง ทว่าก็มักจะคอยบ่นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจเสมอ...

“เกิดเป็นน้องหญิงที่ลืมตาดูโลกพร้อมคำทำนายมหามงคล มีมารดาคอยทะนุถนอมเอาใจใส่ บิดารักใคร่ให้ความโปรดปราน ผู้อื่นผู้ใดได้เห็นก็พากันรักใคร่ให้ความเอ็นดูอย่างเจ้า ช่างดีนัก... ยามกระทำเรื่องผิดพลาดครั้งใด เพียงแสร้งทำตัวอ่อนแออมโรค ทำเนื้อตัวสั่นเทา ทำน้ำตาคลอเบ้าเข้าหน่อย ผู้ใดได้เห็นก็เป็นต้องสงสารเห็นใจกันทั้งนั้น พี่หญิงอย่างข้ากลับทำสิ่งใดล้วนต้องถูกต้องสมบูรณ์แบบทุกอย่าง มิเช่นนั้น จากเรื่องเล็กๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ยากจะรับมือขึ้นมา ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งอาจถึงขั้นต้องรับผิดชอบด้วยชีวิต”

ต่อมาเมื่อนางอายุย่างสิบสี่ พี่หญิงใหญ่อายุราวสิบเจ็ดปี พี่หญิงใหญ่เข้าสู่อารามหลวง กลายเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ตามความเหมาะสมทั้งด้านวัยวุฒิและสถานะอันสูงส่ง ในฐานะที่เป็นองค์หญิงองค์โตซึ่งถือกำเนิดจากพระราชชายา[1]ผู้หนึ่ง...แม้จะเป็นพระราชชายาที่ล่วงลับไปแล้วก็ตามที

ทันทีที่ขึ้นรับตำแหน่ง พี่หญิงใหญ่ของนางรับหน้าที่ขึ้นบรรเลงบทเพลงอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนแท่นพิธีสูงเสียดฟ้า เพื่อทำการบวงสรวงก่อนก่อสร้างเขื่อนป้องกันอุทกภัย

ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ระหว่างทำพิธี พี่หญิงที่ชำนาญสิ้นทั้งพิณ ภาพ หมาก อักษร กลับพลาดพลั้ง ทำสายพิณขาดสะบั้น แล้วเย็นวันนั้นพายุฝนก็โหมกระหน่ำรุนแรง ก่อให้เกิดมหาอุทกภัย ซัดทำลายบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นาไปถึงสามเมืองใหญ่

ครั้งนั้นแม้พี่หญิงจะคร่ำครวญร่ำไห้สักเพียงใด ก็ยังถูกลากตัวออกไปสำเร็จโทษในพิธีขอขมาต่อทวยเทพที่ปกปักษ์รักษาแว่นแคว้นอย่างน่าเศร้า

ก่อนสิ้นใจเพราะสุราพิษพระราชทาน พี่หญิงใหญ่ทอดสายตามองมาที่นาง ขยับริมฝีปากกล่าวอย่างไรซุ่มเสียงเพียงสั้นๆ

“เจ้าเห็นหรือไม่”

เพียงเท่านั้น พี่หญิงของนางก็ไอออกมาเป็นเลือด ก่อนฟุบตัวลงทั้งๆ ที่ยังคงไม่ละสายตาไปจากนาง ลาจากโลกใบนี้ไปทั้งอย่างนั้น

นึกถึงดวงตาแดงก่ำคู่นั้นแล้ว หนิงซินแทบจะกักเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

“ท่านผิดแล้ว ข้าไม่เคยร้องขอให้ผู้ใดมาเมตตาสงสารทั้งนั้น!

นางโต้กลับเสียงดังอย่างที่ไม่เคยกระทำ

“ท่านแม่ทัพเรียกข้าว่าหญิงแพศยาอัปมงคล ข้าองค์หญิงขอถามท่านแม่ทัพสักคำ ว่าข้าองค์หญิงที่เพียงเลือกคู่ตามธรรมเนียมเก่าแก่โบราณของแคว้นเรา เมื่อเห็นเค้าลางของความวุ่นวาย ก็เลือกตัดปัญหาที่ต้นเหตุเช่นตนด้วยการทูลขอต่อเสด็จพ่อ ส่งตนเองเข้าอารามศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นองค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ที่จะต้องครองพรมจรรย์อยู่ในอารามไปจวบจนสิ้นชีวิต... ข้าที่ทำสิ่งใดมากกว่านี้มิได้แล้ว นับว่าผิดจริงหรือไม่!”

ตอนนี้นางหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว

“ใช่บุรุษเช่นพวกเขาเองหรือไม่ ที่เข้าร่วมการประลองเลือกคู่แล้วกลับไร้ความซื่อสัตย์ ต่อให้ได้ผู้ชนะแล้วก็ยังเลือกรังควานประหัตประหารกันไม่สิ้นสุด ใช่พวกเขาเหล่าบุรุษเองหรือไม่ ที่จะอย่างไรก็ไม่วายยึดศักดิ์ศรีเป็นที่ตั้ง คิดแต่จะเอาชนะคะคาน กระทั่งข้าเลือกจองจำตนเองในอาราม เลือกสืบทอดหน้าที่สตรีศักดิ์สิทธิ์จากพี่หญิงใหญ่เช่นนี้แล้ว พวกเขาก็ยังไม่ยอมยุติการฆ่าฟัน...ท่านลองบอกข้าสักคำ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความผิดของข้าใช่หรือไม่!”

 หนิงซินจ้องดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟโทสะของบุรุษตรงหน้า ตาไม่กะพริบ

ท่าทีเช่นนี้ทำให้ดวงตาคู่คมของแม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ยิ่งวาบวับขึ้นด้วยประกายโทสะ

เขาจ้องตานาง นางจ้องตาเขา

ยามนี้หนิงซินก็ไม่เหลือสติจะอดทนข่มอารมณ์แล้วเช่นกัน!

ผ่านไปราวครึ่งถ้วยชา แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก...

เขาใช้มือข้างหนึ่งกดร่างนางไว้ เพียงใช้มืออีกข้างกระชากแรงหน่อย ชุดผ้าเนื้อดีสีนวลตาบนกายนาง ถึงกับหลุดขาดวิ่นคามือ!

[1] ในเรื่องนี้จะไม่มีฮองเฮานะคะ ขอให้เข้าใจเอาตามนี้ว่า ตำแหน่งพระราชชายานี้ เป็นตำแหน่งสูงสุดของภรรยาเอกของผู้ครองแคว้นในเรื่องนี้ ที่ยังเรียกกันว่า ‘อ๋อง’ หรือก็คือ ‘หวาง’ ในภาษาจีนกลางนั่นเองค่ะ แต่ก็เป็นยุคสมัยที่มีการสถาปนาก่อตั้งราชวงศ์กันแล้ว ถ้าใครเคยอ่านนิยายเรื่อง ‘นางมารน้อยข้ามภพ’ ยุคสมัยของเรื่องนี้ จะเป็นยุคสมัยก่อนเรื่องนางมารน้อยข้ามภพ เป็นยุคที่เต็มไปด้วยแคว้นต่างๆ และเหล่าชนเผ่าค่า

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 213 (ตอนจบ)

    แม้จะให้ทั้งยาบำรุง ทั้งตัวยาสารพัดที่ช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิด ก็ยังเกิดเรื่องให้ครรภ์ของฮองเฮาได้รับความกระทบกระเทือนโดยตรง แม้ไม่ได้รับยาแท้งบุตรที่พระราชชายาป๋ายอ๋องจงใจใส่ในน้ำแกง เนื่องจากนางกำนัลที่พระราชชายาหลงไว้ใจให้ไปตักน้ำแกงมาให้ ที่แท้แล้วเป็นสายลับจากกองทัพทมิฬผู้หนึ่ง จึงเพียงได้รับพิษโลหิตไม่แข็งตัวจำนวนหนึ่ง และแม้ว่าแท้จริงแล้วครรภ์ไม่ถึงกับได้รับความกระทบกระเทือนจนเป็นอันตราย ทว่าฮองเฮาในยามนั้นสภาพจิตใจเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง เพียงเห็นโลหิตหลั่งออกมาก็หวาดกลัวจนแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว ทั้งฝ่าบาท ตน และหมอหญิง ต่างต้องใช้ความพยายามในการปลอบขวัญฮองเฮามากกว่าการรักษาครรภ์เอาไว้เสียอีกเทียนหลงฮ่องเต้ทั้งห่วงใยสงสาร ทั้งกลัวว่าฮองเฮาและบุตรในครรภ์จะได้รับอันตราย ทั้งโกรธแค้นคนเหล่านั้นจนนัยน์ตาแดงก่ำ ทว่ายังมิได้ถึงขั้นขาดสติ ทรงใช้โอกาสนั้นสะสางเรื่องฝั่งครอบครัวเดิมของฮองเฮา ทั้งยังตัดบ่วงทั้งหลายที่รัดรั้งคอพระนาง...บีบคั้นให้พระนางคิดว่าตนเองไม่อาจมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขาดสะบั้นในคราวเดียวฮองเฮาคิดว่าตนเองติดค้างผู้ชราเช่นตนและหมอหญิงที่ทำการรักษามากมายนัก ทว่าแม้จะผ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 212

    ด้านหลังเรือนหลักถูกจัดเป็นสวนไม้ใบและสระเลี้ยงปลาสวยงาม ใจกลางสระยังมีกอบัวชูช่อเบ่งบานงามตระการ ก้นสระปูด้วยหินที่ตัดจนเรียบ น้ำจึงใสสะอาดอย่างยิ่ง ยามเมื่อสายลมโชยพลิ้ว ใบหลิวร่วงหล่นแตะผิวน้ำ จะเกิดภาพวงกลมน้อยใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น ต่างค่อยๆ ขยายใหญ่ออกแล้วเลือนหายดุจสัจธรรม พาให้ผู้มาเยือนที่ทันสังเกตธรรมะนี้ สุขสงบไปทั่วทั้งวิญญาคู่สามีภรรยาที่สูงส่งที่สุดในใต้หล้า ประคองกันเดินไปครู่หนึ่ง ก็พบว่ารัชทายาทจีเฉิง กำลังนั่งประชันหมากกระดานจากต่างแดนกับ ‘ท่านอาจารย์’ โดยมีอีซีซวน คุณชายใหญ่ของจวนแห่งนี้คอยเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างโหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม ไม่ถือยศศักดิ์ ค้อมศีรษะคำนับผู้มีคุณกลับเป็นผู้ชราที่ตกใจ ไม่อาจรับคำนับจากสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดินได้“ฮองเฮา ฝ่าบาท!” ผู้อาวุโสอวิ๋นลุกขึ้นจากที่นั่งแทบไม่ทัน กำลังจะคุกเข่าถวายพระพร กลับถูกลูกศิษย์อีกคน หยางหยาง...บิดาของศิษย์คนสุดท้ายที่รับไว้อย่าง ‘หยางจื่อ’ ยกมือห้ามปราม“ท่านอาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว ที่นี่มีแค่พวกเรา ทำตัวตามสบายเถิด”“ถูกแล้ว” โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม “ครั้งนั้น หากไม่ใช่ท่านอาจารย์ช่วยไว้ ข้ากับล

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 211

    “ฮึ! ดูพูดเข้า เช่นนั้นหากผู้อื่นโจษจันกันทั่วทั้งเมืองเล่า ท่านเจ้าเมืองจะจับชาวเมืองตั้งไม่รู้กี่ร้อยครัวเรือนมาลงโทษหมดเลยหรือ” ซูเซียงยกมือขึ้นคำนับพลางกล่าว “ฮองเฮาของข้าไม่ละเว้นท่านแน่! ฝ่าบาทผู้เมตตาเองก็เช่นกัน!” กล่าวจบนางก็เชิดหน้าขึ้น ทว่าดวงตาฉ่ำน้ำที่จ้องมองมา หวานซึ้งนัก“เอาเถอะ” อีเหิงพ่นลมหายใจออกมา แต่แววตาที่มองฮูหยินกลับหวานซึ้งร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เขาโบกมือส่งสัญญาณให้พ่อบ้านต่งเพียงเท่านั้นพ่อบ้านต่งก็รู้ความนัย ใช้สายตาสั่งให้ทหารยืนยามไปลากตัวลู่เฟยฮวาออกมายืนรอท่านเจ้าเมืองอยู่ด้านข้างจัดการแมลงรบกวนความสงบของจวนและนายเหนือหัวแล้ว อีเหิงก็หันกลับไปคำนับผู้เป็นนาย กล่าวอย่างนอบน้อม“ฝ่าบาท รัชทายาทกับท่านราชครูอยู่ที่ศาลาแปดเหลี่ยมที่ย้ายไปไว้ทางด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ”“อืม...แล้วบุตรชายคนโตของเจ้าเล่า ได้ยินว่าชื่ออะไรนะ อีซีซวน ชื่อนี้ใช่หรือไม่” เทียนหลงฮ่องเต้อดถามถึงมิได้“รัชทายาททรงมีจิตใจกว้างขวาง ไม่ถือพระองค์ เมื่อรู้ว่าซีซวนสนใจเรื่องหมากกระดานเช่นกัน ก็ชักชวนบุตรชายของกระหม่อมที่ทำเป็นแต่ท่องตำราคัดอักษรไปวันๆ ไปศึกษาหมากกระดานรูปแบบใหม่ ตอนนี้จึงอย

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 210

    ใช่ว่านางใจไม้ไส้ระกำทำร้ายสตรีด้วยกันลงคอ ทว่านางเองก็มีมือมีเท้า มีครอบครัวที่รักและหวงแหนให้ปกป้องยามนี้เกิดมีเด็กสาวผู้หนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของครอบครัวนาง เป่าหูเสียจนคุณชายใหญ่ของตระกูล อีซีซวน เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ทั้งยังทำร้ายบุตรชายบุตรสาวของนาง ยุยงให้เด็กๆ แตกคอกัน เพียงเพราะคิดปีนป่ายขึ้นที่สูง หวังจะให้ฮูหยินอย่างนางถูกสามีรังเกียจ ในฐานะสตรี ภรรยา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ฮูหยินของจวน’ นางจะอยู่เฉยได้อย่างไรงานซักล้างเป็นงานหนักที่ทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรม งานตักบ่อเกรอะนั้นก็ทำให้ผู้คนรังเกียจ ทั้งยังเป็นงานที่ต้องอยู่กับกลิ่นเหม็นและต้องทำกลางดึกเท่านั้น หากไม่ระวังก็อาจล้มป่วย ติดโรคจากสิ่งสกปรกเหล่านั้นได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าหลังทำงานเหล่านี้ไปได้สามเดือน ความงามที่เห็นในยามนี้จะหลงเหลือเพียงแค่เศษซาก ไร้สิ้นเค้าโครงความงดงามอะไรนั่น ถึงตอนนั้นต่อให้บุรุษของนาง ท่านเจ้าเมือง เกิดเปลี่ยนใจ อยากเรียกหา เกรงแต่ว่าเพียงเห็นหน้าเสี้ยวเดียวจะรีบไล่ลู่เฟยฮวากลับไปยังเรือนพักของนางแทบไม่ทันอีเหิงเห็นว่าบรรยากาศดีๆ กลับถูกบุตรสาวของกุนซือฉ้อฉลทำลายลง ก็หงุดหงิดไม่น้อย เขาลอบสังเ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 209

    “ช่างเป็นสาวใช้ที่สำคัญยิ่ง ฮองเฮาที่สูงส่งของต้าเทียนถึงกับต้องทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ปักเองพันแผลเล็กเท่ารอยข่วนให้ ทั้งยังซับเหงื่อให้ด้วยตนเอง!”ลู่เฟยฮวาตกใจ ขุกเข่าลงกระแทกพื้น ทำเอาเข่าแตกจนได้เลือดเหล่าสาวใช้ ทหารยืนยาม และองครักษ์ ต่างลอบเหลียวสบตาอีกหนทะ ทำไมพวกเขากลับรู้สึกว่าฝ่าบาทเป็นฝ่ายหึงหวงเสียเองเช่นนี้เล่า?กล่าวกันตามตรง ฮองเฮาก็เพียงแต่จิตใจดีเกินไปจนไม่คิดว่าผู้อื่นจะคิดและทำเรื่องไม่ดีใดต่อตนเองเท่านั้นกระมัง ยามเห็นสาวใช้คนหนึ่งเพียงซวนเซคล้ายล้มป่วย เพียงพลาดพลั้งไปต้องพระวรกายอันสูงส่งของฝ่าบาท กลับถูกฝ่าบาทกริ้ว อีกทั้งองครักษ์ลับยังบังคับให้นางคุกเข่าเอากระบี่พาดลำคอเช่นนั้น โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาที่เป็นผู้มีน้ำใจเมตตาอารีที่ไหนจะทนมองภาพเช่นนั้นได้ จึงได้ทำแผลให้สาวใช้ด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ทรงปักขึ้นเองกับมืออย่างไม่เสียดาย...กลับเป็นฝ่าบาทที่ เอ่อ...ริษยา และเสียดายผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น และต่อมาเมื่อพระนางจะซับเหงื่อให้สาวใช้เยาว์วัยคนนั้น ฝ่าบาทก็ถึงขั้นสุดจะกลั้น หากจะกล่าวกันอย่างไม่เกรงใจ ก็มีเพียงคำว่า ‘หึงหวง’ เท่านั้น จึงจะสามารถอธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างเหม

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 208

    ‘ซูเซียง มิตรแท้ตลอดกาลของข้า การครองเรือนที่แท้แล้วนั้นมิใช่ง่าย อันที่จริง ตัวเจ้าที่สูงอาวุโสกว่า อาจจะรู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดีกว่าข้ามากมายนัก ทว่าหากจะถามข้าแล้ว ปัญหาดังที่เจ้ากล่าวมานี้ จงวางเฉยไปเสีย อย่าได้สิ้นเปลืองความคิดไปกับคนนอกครอบครัว ขอเพียงเจ้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ระมัดระวังตรวจสอบทุกสิ่งด้วยตนเองอยู่เสมอ อย่าให้มีสิ่งใดในความดูแลของตนผิดพลาด และหมั่นทำดีต่อคนผู้นี้ให้มาก เพราะอย่างไรบิดาของนางก็ยังได้ชื่อว่าเป็นกุนซือคนสนิทของสามี ต่อให้นางคิดสร้างปัญหาให้เจ้า ก็คงไม่สามารถกระทำได้ง่ายดายนัก อีกทั้งเกิดเป็นสตรี จะครองเรือนในโลกที่บุรุษเป็นใหญ่นั้นไม่ง่าย หากพวกเขาพึงใจแต่พวกเราไม่อนุญาต พวกเขาย่อมกล่าวว่าสตรีอย่างพวกเราใจแคบ แล้งน้ำใจต่อสามีและสตรีด้วยกัน... แม้ข้าไม่คิดว่าเจ้าเมืองอีจะเป็นบุรุษเช่นนั้น ทว่าในโลกนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดมั่นคงถาวรทั้งสิ้น ความคิดคนรอบข้างเองก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน จะให้ดีต้องให้พวกเขาเห็นว่าเจ้าไร้สิ้นตำหนิในฐานะภรรยาและนายหญิง เมื่อเจ้าสามารถครองเรือนได้ดังนี้แล้ว ระหว่างนี้ให้คนลอบสืบเรื่องกุนซือบิดานางว่าได้กระทำความผิดใดบ้างหรือไม่ ผู้

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 155

    “ไปนำสี พู่กัน กระดาษเซวียนจื่อแผ่นใหญ่ๆ มา” เขาสั่งกับบ่าวรับใช้ด้านข้าง “รีบไปรีบมา”หนิงซินที่เพิ่งบรรเลงฉินจบไปเพลงหนึ่งทอดสายตามองเขา“ท่านจะวาดภาพอะไรหรือ”“ภาพที่งามที่สุดในยามนี้”หนิงซินมุ่ยริมฝีปากน้อยๆ อย่างลืมตัว ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายขึ้นโครงภาพ ใบหน้าก็แดงซ่านขึ้นมา ในใจรู้สึกหวานล้ำลม

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-31
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 154

    หยางหยางเห็นนางกินจนหมดก็ดีใจนัก มือใหญ่หยาบกระด้างจากการจับอาวุธห้อม้ากรำศึกมาเกินครึ่งชีวิต ยกขึ้นซับมุมปากให้นางเล็กน้อย ปลายนิ้วที่แม้จะใหญ่แตะเรียวไล้ไปตามกลีบปากอ่อนบาง...หนิงซินเห็นอีกฝ่ายยังไม่ถอนมือออกไปสักที จึงเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความสงสัยชั่วขณะนั้น ดวงตาพยัคฆ์พลันมืดมนลงด้วยแรงปรารถน

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-31
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 149

    ห้องนอนโอ่อ่าที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของสาวใช้ที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมน้ำอุ่นในอ่างไม้ขนาดใหญ่ กลิ่นสมุนไพรหอมระเหยที่ชวนให้ใจสงบฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและผ่อนคลายสายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาเรือนดังกังวานราวกับท่วงทำนอง ขับกล่อมให

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 152

    ลมพัดวูบหนึ่ง หอบเอากลีบดอกไม้ปลิวมาตามลม มีบางกลีบที่พลิ้วติดที่เรือนผมนุ่มสลวย หยางหยางเอื้อมมือหยิบกลีบบุปผาหอมกรุ่นออกจากกลุ่มผมดำขลับพลางยิ้มกว้างองค์หญิงรองแห่งแคว้นป๋ายนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่ใบหน้าจะยิ่งแดงก่ำมากขึ้น นางสังเกตเห็นว่ามีกลีบดอกไม้สีอ่อนติดผมเขาเหมือนกัน จึงแย้มยิ้มตอบกลับอย

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status