Partager

บทที่ 4

Auteur: Karawek House
last update Date de publication: 2025-08-15 04:34:31

เขาใช้มือข้างหนึ่งกดร่างนางไว้ เพียงใช้มืออีกข้างกระชากแรงหน่อย ชุดผ้าเนื้อดีสีนวลตาบนกายนาง ถึงกับหลุดขาดวิ่นคามือ!

“อ๊ะ!!! ต่ำช้า ท่านมันต่ำช้าที่สุด!” หนิงซินตกใจกลัวจนแทบไม่รู้ตัวแล้วว่าพูดอะไรออกมา

“อ้อ ข้าต่ำช้า!” คราวนี้เขาแค่นหัวเราะ ก่อนกดศีรษะลงไซ้แก้ม กราม ซอกคอ ไล่ลงมาจนถึงเนินอกอิ่ม แล้วกระชากเสื้อตัวยาวที่สวมเอาไว้อย่างหลวมๆ ของตัวเองทิ้งอย่างรวดเร็ว

หนิงซินโกรธจนลืมกลัวไปแล้ว

“เป็นแค่แม่ทัพผู้หนึ่ง ไม่ทันถวายรายงานต่อต้าอ๋องของตนก็กล้าแตะต้ององค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ที่เดินทางมาเป็นทูตสงคราม หัวของแม่ทัพใหญ่อย่างท่าน ยังสมควรมีอยู่หรือไม่!”

แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ไม่แยแสสักนิด

“นั่นต้องดูว่ายังมีผู้ใดมีความสามาถมากพอจะบั่นคอข้าได้หรือไม่!”

เขาฉีกกระชากชุดนางซ้ำ เผยให้เห็นเรือนร่างส่วนที่ยังคงถูกปกปิดไว้แทบทั้งหมดทันที

หนิงซินสะอื้นค้าง รู้แน่แล้วว่าคงขัดขืนคนตรงหน้าไม่ได้ แต่ไม่อยากโอนอ่อนผ่อนตาม นางพยายามดิ้นรนสุดกำลัง หารู้ไม่ว่าการกระทำนั้นทำให้ส่วนกลมกลึงกลางหน้าอกกระเพื่อมไหว ดึงดูดให้ผู้ที่แท้ที่จริงแล้วก็เพียงอยากกลั่นแกล้งรังแกหยามเกียรตินาง บังเกิดความปรารถนาอย่างรุนแรงจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณ

“ร่างกายปีศาจ...” แม่ทัพทมิฬประณามเสียงแหบพร่า ก่อนจับร่างน้อยๆ ในเงื้อมือหันหลัง

ขืนปล่อยไว้เช่นนี้ เขาคง...

ผู้ที่ไม่รู้อะไรเลยก็คือหนิงซิน

นางพยายามขัดขืนสุดกำลัง นางออกแรงดิ้นมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ แต่แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์กลับไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด

ไม่เพียงการดิ้นรนของนางจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น มันกลับปลุกบาง อย่างกลางหว่างขาของคนผู้นี้ให้ตื่นตัวขึ้นมา

นะ...นี่...

นี่มัน...สิ่งนี้มัน...

ถึงแม้องค์หญิงศักดิ์สิทธิ์อย่างนางจะเป็นหญิงพรหมจรรย์ในหมู่หญิงพรหมจรรย์ ทว่าของสิ่งนี้...ในตำราแพทย์ ณ อารามศักดิ์สิทธิ์ก็มีเขียนบันทึกไว้ นางจึงพอจะรู้ว่าของสิ่งนี้คือสิ่งใด

ของสิ่งนี้...

ของสิ่งนี้...ของที่อยู่กลางหว่างขาบุรุษเช่นนี้...

หนิงซินหน้าแดงซ่าน นางหาใช่สตรีไร้การศึกษา ย่อมรู้ว่าของสิ่งนี้คืออะไร...ทว่า...ทว่าเหตุใด...เหตุใดของสิ่งนี้ของคนผู้นี้ จึงได้ทั้งยาวและใหญ่โตจนน่ากลัวถึงเพียงนี้! นี่มัน...นี่มันขนาดพอๆ กับท่อนแขนคนเลยด้วยซ้ำ!

หนิงซินสั่นสะท้าน ยามนี้นางทั้งหูอื้อตาลาย ทั้งหวาดกลัวทั้งอับอาย ทั้งโกรธ ทั้งอยากร้องไห้ สับสนปนเปไปหมด

ไม่นานนัก บุรุษต่ำช้าที่คร่อมทับอยู่ด้านบนก็เลื่อนมือที่จับข้อมือขาวนวลของนางลงยึดเอวเล็กๆ ด้านล่างไว้มั่น

ไม่...ไม่นะ หากของที่ทั้งใหญ่โตทั้งแข็งเกร็งเช่นนี้เข้ามาในกายนาง...

ในชั่วขณะที่หนิงซินคิดว่ากำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญ แม่ทัพจิตใจต่ำทรามกลับเปลี่ยนใจ

“แบบนี้ไม่สนุกหรอก...จริงไหม” เขากระซิบเสียงแหบพร่า ก่อนเลื่อนมือขึ้นคลายเชือกที่มัดข้อมือให้

ช่างหัวความตั้งใจแรกแล้ว! ในเมื่อนางชอบยั่วยวนบุรุษนัก ครั้งนี้ก็ยังบังอาจใช้ร่างกายปีศาจนั่นกับท่าทีเสแสร้งแกล้งขลาดกลัวแบบนั้นล่อลวงปั่นหัวบุรุษเช่นเขา เขาก็จะสั่งสอนให้นางได้รู้เอง ว่าผลลัพธ์ของการกระทำเช่นนั้น คือสิ่งใด!

เขาหาใช่บุรุษโง่งมคนอื่นๆ ที่กระทั่งโดนหลอกปั่นหัวจนสูญบ้านเสียเมือง สิ้นชีพเพราะสตรีอย่างนาง ก็ยังไม่เคยได้แตะต้องหญิงแพศยาอย่างนางแม้แต่ปลายเล็บ!

อีกฝ่ายโดนคลื่นความคิดมากมายถาโถมเข้าใส่ ฝ่ายหนิงซินที่รู้แล้วว่าแม่ทัพโฉดผู้นี้กำลังขาดสติถึงขีดสุดก็ไม่สนใจอะไรแล้วทั้งนั้น

ทันทีที่สองมือเป็นอิสระ หนิงซินก็ออกฤทธิ์ออกเดชทันที

นางออกแรงผลักจนแม่ทัพทมิฬที่ไม่ทันระวังหงายหลังลงฟูก จากนั้นก็รีบผุดลุก ตั้งใจว่าจะวิ่งไปหาอาวุธสักชิ้น คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับดีดตัวขึ้นช้อนดึงเอวนาง เหวี่ยงให้ร่างเล็กๆ ของนางกลับลงนอนอยู่เบื้องล่างอีกครั้ง จากนั้นก็ซุกไซ้สูดดมไปทั่วเหมือนคนคลั่ง มือข้างหนึ่งคลึงเคล้นหน้าอกสล้างใหญ่ อีกข้างเลื่อนไล้ลงต่ำ ทั้งจับทั้งจูบไปทั่ว ไม่ใส่ใจสักนิดว่านางพยายามใช้สองมือน้อยๆ ประทุษร้าย จิก ข่วน ทุบตีต้นแขนและแผ่นหลังกร้าวแกร่งของตนเองอย่างไรบ้าง

ยิ่งนางจิกเล็บข่วน ทุบตี เขาก็ยิ่งดูพอใจ

ยิ่งนางดิ้นรนให้พ้นภัย เขาก็ยิ่งจาบจ้วงล่วงล้ำ

ครั้งนี้แรงผลักของนางช่างไร้ค่า...มันช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย...

คนด้านบน เดี๋ยวก็กอบกำขยำเคล้นคลึงหน้าอกนาง เดี๋ยวก็ใช้มืออีกข้างลูบไล้ขยำบั้นท้ายกลมกลึงอย่างเมามัน หนักเข้าหน่อยก็ใช้มือหนึ่งรวบตัวนางไว้ แล้วใช้มืออีกข้างลูบไล้ต้นขาและหน้าท้อง บางครั้งก็เลื่อนมือลงไปที่เนินสามเหลี่ยมทองคำ พยายามจะสอดแทรกปลายนิ้วชำแรกผ่านบริเวณที่ยิ่งนานเข้านางก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความอึดอัดแน่นตึง

การกระทำเหล่านี้ แม้จะเป็นการคุกคามที่ทั้งหยาบคายและน่าหวาดหวั่น ทว่ากลับก่อให้เกิดความรู้สึกประเดี๋ยวก็วาบหวาม ประเดี๋ยวก็ร้อนรุ่ม ประเดี๋ยวก็หวิวโหวงแปลกประหลาดที่นางเพิ่งจะเคยรู้จัก

หนิงซินหนีบขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ

ทว่าเพียงเผลอแข้งขาอ่อนแรงเพียงนิด แม่ทัพใจทรามที่กอดรัดพัวพันก็ใช้ขาสองข้างเกี่ยวเกาะข้อเท้าซ้ายและขวาของนาง บังคับง้างแยกขาสองข้างออกจากกันอย่างรวดเร็วและช่ำชอง แล้วไม่นานนักปลายนิ้วยาวๆ อันหยาบกระด้างก็ชำแรกผ่านเยื่อพรหมจรรย์อันบอบบางเข้ามาในกายนางจนได้

“อ๊ะ!” หนิงซินหวีดร้องด้วยความเจ็บและความกลัว

มีด สิ่งที่ทะลวงเข้ามาในกายนางก็ไม่ต่างอะไรไปจากมีด มีดที่เพียงพริบตาเดียวก็ถูกกดเข้าลึกจนมิดด้าม!

“ปล่อย...ต่ำช้าที่สุด ปล่อยนะ—อื้อ—” คนต่ำช้าเลื่อนริมฝีปากขึ้นปิดปากนาง ขยับปลายนิ้วอุ่นร้อนที่ประสบความสำเร็จในการแทรกสอดชอนไช ซอกซอน สำรวจไปทั่วพื้นที่คับแน่นของนางอย่างอุกอาจ

หนิงซินพยายามจะดึงมือที่ชั่วร้ายของแม่ทัพต่ำช้าบนร่างออก

คาดไม่ถึงว่าคนผู้นี้ไม่เพียงไม่ยอมหยุด กลับยิ่งกอบโกยเคล้นคลึงเนินเนื้ออันตูมเต่ง ทั้งยังบดบี้ราวกับจะขยี้ยอดปทุมถันของนางให้แหลกคามือ ปลุกคลื่นความเสียวซ่านอันน่าพิศวง ขับให้ร่างกายของนางสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

ในตอนแรกที่ปลายนิ้วของอีกฝ่ายเข้ามา มันค่อนข้างจะอึดอัดระคายเคือง ทว่าตอนนี้ ตอนนี้มัน...ทำให้นางแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วสักนิด ทั้งยัง...ทั้งยังคล้ายจะทำให้หัวใจเต้นแรง รู้สึกวาบหวามเสียวซ่านแปลกประหลาดมากขึ้น...มากขึ้นทุกครั้งที่คนผู้นี้ขยับปลายนิ้วไปมา จนนางบังเกิดความคิดชั่ววูบอันน่าอับอายขึ้นในหัว นึกอยากให้คนต่ำช้านี่ขยับปลายนิ้วนั่นรุนแรงยิ่งขึ้น รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้หัวใจนางเต้นแรงกว่านี้ เพื่อให้นางได้รู้สึกมากกว่านี้ เพื่อให้นางได้เสพและซึมซับรสสัมผัสอันแปลกใหม่นี้ให้มากขึ้น...มากขึ้น...มากขึ้นเรื่อยๆ

ชั่วขณะนั้นนางถึงกับเผลอขยับเอวรับปลายนิ้วชั่วร้ายนั่นด้วยซ้ำ!

“อ๊ะ...!” นึกไม่ถึงว่าเสียงแรกที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปาก ทันทีที่ปากนั้นเป็นอิสระ กลับเป็นเสียงน่าอายเช่นนี้

ไม่...ไม่นะ...

นี่นาง...นางกำลังคล้อยตามโจรขืนใจผู้นี้!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 213 (ตอนจบ)

    แม้จะให้ทั้งยาบำรุง ทั้งตัวยาสารพัดที่ช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิด ก็ยังเกิดเรื่องให้ครรภ์ของฮองเฮาได้รับความกระทบกระเทือนโดยตรง แม้ไม่ได้รับยาแท้งบุตรที่พระราชชายาป๋ายอ๋องจงใจใส่ในน้ำแกง เนื่องจากนางกำนัลที่พระราชชายาหลงไว้ใจให้ไปตักน้ำแกงมาให้ ที่แท้แล้วเป็นสายลับจากกองทัพทมิฬผู้หนึ่ง จึงเพียงได้รับพิษโลหิตไม่แข็งตัวจำนวนหนึ่ง และแม้ว่าแท้จริงแล้วครรภ์ไม่ถึงกับได้รับความกระทบกระเทือนจนเป็นอันตราย ทว่าฮองเฮาในยามนั้นสภาพจิตใจเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง เพียงเห็นโลหิตหลั่งออกมาก็หวาดกลัวจนแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว ทั้งฝ่าบาท ตน และหมอหญิง ต่างต้องใช้ความพยายามในการปลอบขวัญฮองเฮามากกว่าการรักษาครรภ์เอาไว้เสียอีกเทียนหลงฮ่องเต้ทั้งห่วงใยสงสาร ทั้งกลัวว่าฮองเฮาและบุตรในครรภ์จะได้รับอันตราย ทั้งโกรธแค้นคนเหล่านั้นจนนัยน์ตาแดงก่ำ ทว่ายังมิได้ถึงขั้นขาดสติ ทรงใช้โอกาสนั้นสะสางเรื่องฝั่งครอบครัวเดิมของฮองเฮา ทั้งยังตัดบ่วงทั้งหลายที่รัดรั้งคอพระนาง...บีบคั้นให้พระนางคิดว่าตนเองไม่อาจมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขาดสะบั้นในคราวเดียวฮองเฮาคิดว่าตนเองติดค้างผู้ชราเช่นตนและหมอหญิงที่ทำการรักษามากมายนัก ทว่าแม้จะผ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 212

    ด้านหลังเรือนหลักถูกจัดเป็นสวนไม้ใบและสระเลี้ยงปลาสวยงาม ใจกลางสระยังมีกอบัวชูช่อเบ่งบานงามตระการ ก้นสระปูด้วยหินที่ตัดจนเรียบ น้ำจึงใสสะอาดอย่างยิ่ง ยามเมื่อสายลมโชยพลิ้ว ใบหลิวร่วงหล่นแตะผิวน้ำ จะเกิดภาพวงกลมน้อยใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น ต่างค่อยๆ ขยายใหญ่ออกแล้วเลือนหายดุจสัจธรรม พาให้ผู้มาเยือนที่ทันสังเกตธรรมะนี้ สุขสงบไปทั่วทั้งวิญญาคู่สามีภรรยาที่สูงส่งที่สุดในใต้หล้า ประคองกันเดินไปครู่หนึ่ง ก็พบว่ารัชทายาทจีเฉิง กำลังนั่งประชันหมากกระดานจากต่างแดนกับ ‘ท่านอาจารย์’ โดยมีอีซีซวน คุณชายใหญ่ของจวนแห่งนี้คอยเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างโหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม ไม่ถือยศศักดิ์ ค้อมศีรษะคำนับผู้มีคุณกลับเป็นผู้ชราที่ตกใจ ไม่อาจรับคำนับจากสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดินได้“ฮองเฮา ฝ่าบาท!” ผู้อาวุโสอวิ๋นลุกขึ้นจากที่นั่งแทบไม่ทัน กำลังจะคุกเข่าถวายพระพร กลับถูกลูกศิษย์อีกคน หยางหยาง...บิดาของศิษย์คนสุดท้ายที่รับไว้อย่าง ‘หยางจื่อ’ ยกมือห้ามปราม“ท่านอาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว ที่นี่มีแค่พวกเรา ทำตัวตามสบายเถิด”“ถูกแล้ว” โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม “ครั้งนั้น หากไม่ใช่ท่านอาจารย์ช่วยไว้ ข้ากับล

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 211

    “ฮึ! ดูพูดเข้า เช่นนั้นหากผู้อื่นโจษจันกันทั่วทั้งเมืองเล่า ท่านเจ้าเมืองจะจับชาวเมืองตั้งไม่รู้กี่ร้อยครัวเรือนมาลงโทษหมดเลยหรือ” ซูเซียงยกมือขึ้นคำนับพลางกล่าว “ฮองเฮาของข้าไม่ละเว้นท่านแน่! ฝ่าบาทผู้เมตตาเองก็เช่นกัน!” กล่าวจบนางก็เชิดหน้าขึ้น ทว่าดวงตาฉ่ำน้ำที่จ้องมองมา หวานซึ้งนัก“เอาเถอะ” อีเหิงพ่นลมหายใจออกมา แต่แววตาที่มองฮูหยินกลับหวานซึ้งร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เขาโบกมือส่งสัญญาณให้พ่อบ้านต่งเพียงเท่านั้นพ่อบ้านต่งก็รู้ความนัย ใช้สายตาสั่งให้ทหารยืนยามไปลากตัวลู่เฟยฮวาออกมายืนรอท่านเจ้าเมืองอยู่ด้านข้างจัดการแมลงรบกวนความสงบของจวนและนายเหนือหัวแล้ว อีเหิงก็หันกลับไปคำนับผู้เป็นนาย กล่าวอย่างนอบน้อม“ฝ่าบาท รัชทายาทกับท่านราชครูอยู่ที่ศาลาแปดเหลี่ยมที่ย้ายไปไว้ทางด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ”“อืม...แล้วบุตรชายคนโตของเจ้าเล่า ได้ยินว่าชื่ออะไรนะ อีซีซวน ชื่อนี้ใช่หรือไม่” เทียนหลงฮ่องเต้อดถามถึงมิได้“รัชทายาททรงมีจิตใจกว้างขวาง ไม่ถือพระองค์ เมื่อรู้ว่าซีซวนสนใจเรื่องหมากกระดานเช่นกัน ก็ชักชวนบุตรชายของกระหม่อมที่ทำเป็นแต่ท่องตำราคัดอักษรไปวันๆ ไปศึกษาหมากกระดานรูปแบบใหม่ ตอนนี้จึงอย

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 210

    ใช่ว่านางใจไม้ไส้ระกำทำร้ายสตรีด้วยกันลงคอ ทว่านางเองก็มีมือมีเท้า มีครอบครัวที่รักและหวงแหนให้ปกป้องยามนี้เกิดมีเด็กสาวผู้หนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของครอบครัวนาง เป่าหูเสียจนคุณชายใหญ่ของตระกูล อีซีซวน เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ทั้งยังทำร้ายบุตรชายบุตรสาวของนาง ยุยงให้เด็กๆ แตกคอกัน เพียงเพราะคิดปีนป่ายขึ้นที่สูง หวังจะให้ฮูหยินอย่างนางถูกสามีรังเกียจ ในฐานะสตรี ภรรยา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ฮูหยินของจวน’ นางจะอยู่เฉยได้อย่างไรงานซักล้างเป็นงานหนักที่ทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรม งานตักบ่อเกรอะนั้นก็ทำให้ผู้คนรังเกียจ ทั้งยังเป็นงานที่ต้องอยู่กับกลิ่นเหม็นและต้องทำกลางดึกเท่านั้น หากไม่ระวังก็อาจล้มป่วย ติดโรคจากสิ่งสกปรกเหล่านั้นได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าหลังทำงานเหล่านี้ไปได้สามเดือน ความงามที่เห็นในยามนี้จะหลงเหลือเพียงแค่เศษซาก ไร้สิ้นเค้าโครงความงดงามอะไรนั่น ถึงตอนนั้นต่อให้บุรุษของนาง ท่านเจ้าเมือง เกิดเปลี่ยนใจ อยากเรียกหา เกรงแต่ว่าเพียงเห็นหน้าเสี้ยวเดียวจะรีบไล่ลู่เฟยฮวากลับไปยังเรือนพักของนางแทบไม่ทันอีเหิงเห็นว่าบรรยากาศดีๆ กลับถูกบุตรสาวของกุนซือฉ้อฉลทำลายลง ก็หงุดหงิดไม่น้อย เขาลอบสังเ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 209

    “ช่างเป็นสาวใช้ที่สำคัญยิ่ง ฮองเฮาที่สูงส่งของต้าเทียนถึงกับต้องทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ปักเองพันแผลเล็กเท่ารอยข่วนให้ ทั้งยังซับเหงื่อให้ด้วยตนเอง!”ลู่เฟยฮวาตกใจ ขุกเข่าลงกระแทกพื้น ทำเอาเข่าแตกจนได้เลือดเหล่าสาวใช้ ทหารยืนยาม และองครักษ์ ต่างลอบเหลียวสบตาอีกหนทะ ทำไมพวกเขากลับรู้สึกว่าฝ่าบาทเป็นฝ่ายหึงหวงเสียเองเช่นนี้เล่า?กล่าวกันตามตรง ฮองเฮาก็เพียงแต่จิตใจดีเกินไปจนไม่คิดว่าผู้อื่นจะคิดและทำเรื่องไม่ดีใดต่อตนเองเท่านั้นกระมัง ยามเห็นสาวใช้คนหนึ่งเพียงซวนเซคล้ายล้มป่วย เพียงพลาดพลั้งไปต้องพระวรกายอันสูงส่งของฝ่าบาท กลับถูกฝ่าบาทกริ้ว อีกทั้งองครักษ์ลับยังบังคับให้นางคุกเข่าเอากระบี่พาดลำคอเช่นนั้น โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาที่เป็นผู้มีน้ำใจเมตตาอารีที่ไหนจะทนมองภาพเช่นนั้นได้ จึงได้ทำแผลให้สาวใช้ด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ทรงปักขึ้นเองกับมืออย่างไม่เสียดาย...กลับเป็นฝ่าบาทที่ เอ่อ...ริษยา และเสียดายผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น และต่อมาเมื่อพระนางจะซับเหงื่อให้สาวใช้เยาว์วัยคนนั้น ฝ่าบาทก็ถึงขั้นสุดจะกลั้น หากจะกล่าวกันอย่างไม่เกรงใจ ก็มีเพียงคำว่า ‘หึงหวง’ เท่านั้น จึงจะสามารถอธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างเหม

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 208

    ‘ซูเซียง มิตรแท้ตลอดกาลของข้า การครองเรือนที่แท้แล้วนั้นมิใช่ง่าย อันที่จริง ตัวเจ้าที่สูงอาวุโสกว่า อาจจะรู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดีกว่าข้ามากมายนัก ทว่าหากจะถามข้าแล้ว ปัญหาดังที่เจ้ากล่าวมานี้ จงวางเฉยไปเสีย อย่าได้สิ้นเปลืองความคิดไปกับคนนอกครอบครัว ขอเพียงเจ้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ระมัดระวังตรวจสอบทุกสิ่งด้วยตนเองอยู่เสมอ อย่าให้มีสิ่งใดในความดูแลของตนผิดพลาด และหมั่นทำดีต่อคนผู้นี้ให้มาก เพราะอย่างไรบิดาของนางก็ยังได้ชื่อว่าเป็นกุนซือคนสนิทของสามี ต่อให้นางคิดสร้างปัญหาให้เจ้า ก็คงไม่สามารถกระทำได้ง่ายดายนัก อีกทั้งเกิดเป็นสตรี จะครองเรือนในโลกที่บุรุษเป็นใหญ่นั้นไม่ง่าย หากพวกเขาพึงใจแต่พวกเราไม่อนุญาต พวกเขาย่อมกล่าวว่าสตรีอย่างพวกเราใจแคบ แล้งน้ำใจต่อสามีและสตรีด้วยกัน... แม้ข้าไม่คิดว่าเจ้าเมืองอีจะเป็นบุรุษเช่นนั้น ทว่าในโลกนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดมั่นคงถาวรทั้งสิ้น ความคิดคนรอบข้างเองก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน จะให้ดีต้องให้พวกเขาเห็นว่าเจ้าไร้สิ้นตำหนิในฐานะภรรยาและนายหญิง เมื่อเจ้าสามารถครองเรือนได้ดังนี้แล้ว ระหว่างนี้ให้คนลอบสืบเรื่องกุนซือบิดานางว่าได้กระทำความผิดใดบ้างหรือไม่ ผู้

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 68

    ‘ป๋ายอ๋อง ข้าได้รับสาสน์เชิญจากท่านแล้ว จึงเห็นว่าสมควรตอบท่านตามมารยาทอันควร ข้ายินดีที่จะอารักขาองค์หญิงหนิงซินเข้า

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 73

    มองในแง่ดี นครสีขาวที่ครั้งหนึ่งเคยเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันไฟและโลหิต ยามนี้กลับได้รับการบูรณะฟื้นฟูจนกลับมาสะอาดเอี่ยมอ่อง หากไม่นับร่องรอยลูกธนูและร่องรอยคมอาวุธบนรูปปั้น สะพานหิน ก็แทบดูไม่รู้เลยว่าที่แห่งนี้มีชะตากรรมน่าเวทนา เป็นอีกเมืองหนึ่งซึ่งถูกทอดทิ้งให้รับมือกับสงครามที่ไม่มีวันรบชนะ เ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 65

    ลานกว้างด้านหน้ากระโจมบัญชาการยามนี้จุดคบเพลิงสว่างไสวคล้ายกลางวัน เปลวไฟสีทองปลิวสะบัดเล็กน้อยตามสายลมส่องให้เห็นว่ามีทหารหลายคนกำลังรายล้อมเป็นวงกลม กักบางสิ่งอยู่ด้านใน ด้านนอกกระโจมบัญชาการ เจิงเจี้ยนผู้ออกคำสั่งให้มัดต

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 72

    เนื่องจาก ‘กองทหารอารักขา’ ออกเดินทางจากค่ายพักทัพกันตั้งแต่รุ่งสาง ทั้งยังเดินทางกันด้วยม้า ไร้เกวียนขนเสบียงและข้าวของเครื่องใช้ใดใดติดตาม ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม คนทั้งหมดจึงมาถึงหน้าประตูเลี่ยงจินอู่กันได้ทั้งที่ยังไม่ทันจะเมื่อยล้า&nb

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status