ログインพายัพมองแผ่นกระดาษในมือด้วยสีหน้านึกสนุก แววตาสีเข้มจ้องลายเซ็นของเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่วางตา
เอกสารยินยอมทางร่างกายเมื่อเธออายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ “นายครับ นายไม่ได้คิดจะเอาน้องเขามาเป็น…เอ่อ ไม่ได้คิดจะทำอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมครับ” องอาจถามผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “เอาเด็กนั่นมาเป็นเมียน่ะเหรอ” พายัพหัวเราะอย่างนึกขันกับความคิดลูกน้อง “เด็กกะโปโลแบบนั้นฉันไม่มีทางเอาขึ้นเตียงหรอก ถ้าขึ้นเขียงน่ะไม่แน่” องอาจยิ้มแหยให้ผู้เป็นนาย เขาก็ขอให้สิ่งที่พายัพพูดเป็นจริงด้วยเถอะ เพราะเท่าที่เห็นสายตานายตอนมองเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วมันไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ต้นหยง | part ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันทำอย่างนี้ ไม่อยากจะเชื่อ! “ยูนิฟอร์มที่นี่สวยจังเลยอะหยง” เห็ดที่ตามฉันมาทำงานที่คลับดูจะตื่นเต้นออกนอกหน้านอกตาไปมาก วันนี้คือวันแรกที่ฉันต้องเริ่มงาน หลังกลับจากโรงเรียนฉันก็รีบรายงานแม่ทันทีว่าคงไปช่วยขายขนมไม่ได้แล้วล่ะ เพราะต้องไปทำพาร์ทไทม์ที่เคยบอกเอาไว้ จริงๆ พาร์ทไทม์ที่ว่าคืองานที่ร้านของแม่พี่บูม เป็นร้านคาเฟ่เบเกอรี่น่ารักๆ ไม่ใช่คลับซึ่งเป็นแหล่งรวมอบายมุขที่ฉันอยู่อย่างในตอนนี้ แม่ก็สงสัยว่าทำไมถึงไม่รอทำตอนปิดเทอมเหมือนที่คุยไว้ ฉันก็เลยต้องแถไปว่าที่ร้านต้องการคนด่วน แม่ก็ไม่ถามอะไรต่อนอกจากให้กำลังใจ กลายเป็นว่าฉันและเห็ดต้องยกเลิกงานร้านแม่พี่บูม ก็โดนพี่แกบ่นไปตามระเบียบเพราะก่อนหน้าเราไปวอแวของานทำตลอด แต่พอได้งานก็มาเทไปง่ายๆ แล้วคุณหนูเห็ดเพื่อนฉันก็ช่างเกาะติดเสียยิ่งกว่าอะไร พอเธอรู้ว่าฉันจะมาทำงานที่นี่ก็ขอตามมาทำด้วย ทั้งที่คุณหนูอย่างเพื่อนฉันไม่ต้องทำอะไรก็มีเงินใช้จ่ายสบาย “ดีใจไปเถอะ เจอของจริงแล้วจะพูดไม่ออก” ฉันบ่นเพื่อนสนิทที่ตื่นเต้นดีใจกับการทำงานครั้งแรก ต่างจากฉันซึ่งถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เป็นอยู่ ทำไมถึงได้ดวงซวยอย่างนี้นะเรา ฉันกับเห็ดเดินตามพี่ผู้จัดการร้านที่บอกว่าคุณพายัพให้ลงช่วยดูแล ฉันว่าช่วยจับผิดมากกว่าน่ะสิไม่ว่า “ทั้งสองคนเข้าใจที่พี่สอนใช่มั้ย” “เข้าใจค่ะ” ฉันและเห็ดพยักหน้าพร้อมกัน “ดีมากจ้ะ พวกหนูต้องประจำอยู่ชั้นนี้นะ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจหรือทำไม่ถูกก็ให้ถามพี่น้ำฝน” ผู้จัดการร้านแนะนำบาร์เทนเดอร์ผู้หญิงหน้าหวานให้ฉันสองคนรู้จัก ก่อนจะขอตัวไปดูความเรียบร้อยชั้นอื่นๆ ที่นี่เป็นคลับสุดหรูใจกลางเมืองที่ไม่เคยว่างเว้นจากนักท่องราตรี มีด้วยกันทั้งหมดสี่ชั้น ซึ่งชั้นบนสุดฉันรู้มาว่าเป็นชั้นที่มีแต่ระดับคนใหญ่คนโตเท่านั้น และอีกอย่างก็ยังเป็นชั้นที่มีห้องทำงานส่วนตัวของคุณพายัพ เจ้าของที่นี่อีกด้วย ฉันและเห็ดทำงานอยู่ที่ชั้นสอง รวมเหล่าคนระดับวีไอพีที่ดีกว่าชั้นแรกขึ้นมาหน่อย เพราะมันไม่พลุกพล่านและไม่เสียงดังเท่าไรนัก “น้องหยง วีไอพีv202 เขาให้หนูไปเสิร์ฟเครื่องดื่มค่ะ” พี่ฝนพูดจบก็เลื่อนถาดที่บรรจุเครื่องดื่มให้ฉัน v202คือชื่อห้องซึ่งหากลูกค้าวีไอพีท่านใดไม่ต้องการนั่งฟังเพลงสบายๆ ด้านนอก และต้องการความเป็นส่วนตัว ก็มีห้องเปิดให้ใช้บริการ ฉันกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ผ่านลำคอที่ฝืดเคือง เท่าที่รู้มาห้องวีไอพีต้องเดินไปอีกทางซึ่งมีบอร์ดี้การ์ดคอยคุ้มกันคนเข้าออก มันเลยรู้สึกแปลกมากๆ ที่ต้องเดินไปเสิร์ฟคนเดียว แต่ฉันเลือกอะไรไม่ได้นอกจากจะทำตามหน้าที่ ระหว่างเดินตามทางกระเบื้องปูพื้นสีดำสนิที่ทอดยาวเบื้องหน้า บรรยากาศช่างอึมครึมชวนใจเต้นแรง ฉันสูดลมหายใจลึกๆ เผลอแหงนหน้ามองด้านบนชั้นสามบังเอิญเห็นผู้ชายร่างสูงซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่ยืนเกาะราวระเบียงเหล็ก มองลงมาด้วยสายตาเย็นยะเยือกจนทำให้คนมองหนาวถึงขั้วหัวใจ คุณพายัพ! ผู้ชายหน้าโฉดใจอำมหิต ฉันถลึงตากลับใส่เขาก่อนจะเดินเชิดหน้าออกมา ยังจำเรื่องเมื่อวานได้ไม่ลืมที่เขาเกือบปล่อยให้ฉันตกเป็นอาหารจระเข้ ไหนจะบีบบังคับกลายๆ ให้เซ็นสัญญาทาสบ้าบอของเขาเพราะรู้ว่ายังไงเสียฉันก็ไม่มีทางหาเงินมาคืนได้แน่ เฮ้อ! แกไม่น่าเอาของเขามาตั้งแต่ทีแรกเลยต้นหยง เห็นผลกรรมที่ได้รับไหมล่ะ ยิ่งกว่าตกนรกก่อนตายซะอีก ก๊อก! ก๊อก! ฉันเคาะประตูพอเป็นมารยาก่อนผลักเข้าด้านในซึ่งเป็นห้องที่กว้างขวางและมีสิ่งของอำนวยความสะดวกครบครัน “มาแล้วพี่กิต คนนี้น่ะเหรอที่พี่เห็นเมื่อกี้” ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำให้คนที่เหลือพากันหันมามองฉันทั้งหมด “เออ คนนี้แหละ” ผู้ชายที่น่าจะชื่อกิต อายุคงสักประมาณไม่เกินไปจากสามสิบห้าคงจะได้ มองฉันด้วยสายตาเป็นมันจนรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา ฉันไม่ชอบให้ใครมามองกันอย่างนี้เลย ราวกับว่าพวกเขามองทะลุเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันเลิกยืนนิ่งเหมือนขาถูกมัดไว้ เดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับคนเหล่านั้นที่จ้องมองฉันทุกอิริยาบถจนน่าอึดอัด “เด็กอยู่เลยนี่นา อายุกี่ปีล่ะหนู” ผู้ชายคนที่ชื่อกิตถามฉันเสียงอ่อนเสียงหวาน สายตามีความปรารถนาบางอย่างจนปิดไม่มิด ฉันลังเลว่าควรจะตอบความจริงดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกไปจนได้ “หนูอายุสิบเจ็ดค่ะ” ฉันเห็นคนถามแววตาเป็นประกาย “สิบเจ็ดเองเหรอเนี่ย นี่คุณพายัพเขาคิดอะไรอยู่ถึงให้เด็กอายุเท่านี้มาทำงานในคลับ” เรื่องนี้ฉันเห็นด้วย เขาถือดีว่าตัวเองคือเจ้าหนี้ฉันเลยจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นสิ “แต่ก็ชอบไม่เหรอเหรอพี่กิต เอ๊าะๆ อย่างนี้ลาภปากเลยนะพี่” ผู้ชายที่เอ่ยทักฉันคนแรกพูดพร้อมเสียงหัวเราะ คนอื่นเลยพลอยหัวเราะตาม ทำอย่างกับมันคือเรื่องตลก “เออ เอ๊าะๆ อย่างนี้แหละ เคี้ยวง่าย ใช่มั้ยจ๊ะหนู” ฉันเปลี่ยนความคิดที่มองเขาเป็นคนดีทันอยู่หรือเปล่า มือหยาบสากจับแขนฉันไว้แน่นก่อนจะฉุดจนร่างเล็กหล่นฮวบนั่งบนตัก สายตาผู้ชายหลายคนที่มองฉันเต็มไปด้วยความไม่น่าไว้ใจ ฉันยิ่งกว่าลูกแกะที่เดินทะเล่อทะล่าหลงเข้ามาในฝูงหมาป่า “ทำไมมาทำงานแบบนี้ล่ะคะ มีปัญหาเรื่องเงินเหรอ” “มะ…ไม่ใช่ค่ะ ปล่อยหนูด้วย” ฉันเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสจากมือหยาบที่พยายามจะลูบแก้ม จะลุกออกก็ทำไม่ได้เพราะเขาวาดวงแขนกอดสะเอวฉันแน่นมาก “หื้ม อย่าเล่นตัวไปเลยคนสวย ถ้าขาดเหลือเรื่องเงินให้พี่ช่วยสิจ๊ะ หนูจะได้ไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อยไง” คราวนี้เขาไม่พูดเปล่าแต่พยายามจะหอมแก้มฉันด้วย ส่วนพวกผู้ชายที่เหลือร้องเชียร์ ทั้งเชียร์ทั้งแซว ไม่ช่วยเหี้ยอะไรเลย ไอ้พวกหื่นกาม!พายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
“คุณใช่ไหมที่ให้ลูกน้องมาซื้อขนมน้าบ่อยๆ” แม่หันมาให้ความสนใจเขาเช่นเดียวกัน ยายและต้นไผ่ที่เห็นดังนั้นก็มองมาทางนี้ด้วยความใคร่รู้ คงพากันสงสัยว่าหมอนี่เป็นใครมาจากไหน เพราะลักษณะท่าทางไม่เหมือนชาวบ้านตาสีตาสาธรรมดาแถวนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่จริงๆ “ครับ ผมเอง” เขาตอบเสียงเรียบ นี่คงเป็นประโยคแรกที่ฉั
เที่ยงวันหลังทานอาหารด้วยกันเสร็จ ต้นหยงเก็บกระเป๋าที่เตรียมมาเพื่อจะกลับไปนอนค้างที่บ้าน แม้เห็ดหอมเพื่อนของเธอจะตื้อให้อยู่ด้วยกันเพราะกลัวกลับบ้านอยู่คนเดียวแล้วอาจฟุ้งซ่านแต่เธอก็ยังยืนกรานจะกลับพร้อมให้เหตุผลน่าฟังว่ากลับไปเพื่อชาร์จแบต เติมพลังจากคนในครอบครัว สภาพจิตใจเธอในตอนนี้คงมีแค่อ้อมกอ
“ฮือ…ทำไมคุณทำกับหนูแบบนี้ ถ้าคุณไม่รู้สึกอะไรกับหนูจะทำดีด้วยทำไม ฮึก…ฮือ ไอ้คนใจร้าย ไอ้คนทุเรศ!” เสียงตะโกนแสนเจ็บปวดราวโดนกรีดอก มาพร้อมอารมณ์เสียใจจนขาดสติ ฉันปามือถือใส่ผนังห้องจนหน้าจอแตกร้าว พึ่งเข้าใจว่าคนที่อกหักจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้มันเป็นยังไงก็ตอนที่เจอกับตัวเอง“ต่อไป…ฮึก หนูจะไม่รั
หลายวันต่อมาหลังเลิกเรียน“หยงจะไม่ไปกินชาบูด้วยกันจริงๆ เหรอ”“ไม่ล่ะ เราอยากกลับไปพักผ่อน พวกแกไปกันเลย” ฉันยิ้มให้เพื่อนทั้งสามที่เอาแต่ชวนให้ไปร้านชาบูด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าที่ฉันปฏิเสธเพื่อนไปอย่างนั้น จริงๆ แล้วมีบางอย่างมากกว่าการพักผ่อนเย็นนี้คุณพายัพบอกว่าจะวิดีโอคอลมาหาและฉันก็อยากคุยกับเ
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






