LOGINพายัพมองแผ่นกระดาษในมือด้วยสีหน้านึกสนุก แววตาสีเข้มจ้องลายเซ็นของเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่วางตา
เอกสารยินยอมทางร่างกายเมื่อเธออายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ “นายครับ นายไม่ได้คิดจะเอาน้องเขามาเป็น…เอ่อ ไม่ได้คิดจะทำอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมครับ” องอาจถามผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “เอาเด็กนั่นมาเป็นเมียน่ะเหรอ” พายัพหัวเราะอย่างนึกขันกับความคิดลูกน้อง “เด็กกะโปโลแบบนั้นฉันไม่มีทางเอาขึ้นเตียงหรอก ถ้าขึ้นเขียงน่ะไม่แน่” องอาจยิ้มแหยให้ผู้เป็นนาย เขาก็ขอให้สิ่งที่พายัพพูดเป็นจริงด้วยเถอะ เพราะเท่าที่เห็นสายตานายตอนมองเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วมันไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ต้นหยง | part ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันทำอย่างนี้ ไม่อยากจะเชื่อ! “ยูนิฟอร์มที่นี่สวยจังเลยอะหยง” เห็ดที่ตามฉันมาทำงานที่คลับดูจะตื่นเต้นออกนอกหน้านอกตาไปมาก วันนี้คือวันแรกที่ฉันต้องเริ่มงาน หลังกลับจากโรงเรียนฉันก็รีบรายงานแม่ทันทีว่าคงไปช่วยขายขนมไม่ได้แล้วล่ะ เพราะต้องไปทำพาร์ทไทม์ที่เคยบอกเอาไว้ จริงๆ พาร์ทไทม์ที่ว่าคืองานที่ร้านของแม่พี่บูม เป็นร้านคาเฟ่เบเกอรี่น่ารักๆ ไม่ใช่คลับซึ่งเป็นแหล่งรวมอบายมุขที่ฉันอยู่อย่างในตอนนี้ แม่ก็สงสัยว่าทำไมถึงไม่รอทำตอนปิดเทอมเหมือนที่คุยไว้ ฉันก็เลยต้องแถไปว่าที่ร้านต้องการคนด่วน แม่ก็ไม่ถามอะไรต่อนอกจากให้กำลังใจ กลายเป็นว่าฉันและเห็ดต้องยกเลิกงานร้านแม่พี่บูม ก็โดนพี่แกบ่นไปตามระเบียบเพราะก่อนหน้าเราไปวอแวของานทำตลอด แต่พอได้งานก็มาเทไปง่ายๆ แล้วคุณหนูเห็ดเพื่อนฉันก็ช่างเกาะติดเสียยิ่งกว่าอะไร พอเธอรู้ว่าฉันจะมาทำงานที่นี่ก็ขอตามมาทำด้วย ทั้งที่คุณหนูอย่างเพื่อนฉันไม่ต้องทำอะไรก็มีเงินใช้จ่ายสบาย “ดีใจไปเถอะ เจอของจริงแล้วจะพูดไม่ออก” ฉันบ่นเพื่อนสนิทที่ตื่นเต้นดีใจกับการทำงานครั้งแรก ต่างจากฉันซึ่งถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เป็นอยู่ ทำไมถึงได้ดวงซวยอย่างนี้นะเรา ฉันกับเห็ดเดินตามพี่ผู้จัดการร้านที่บอกว่าคุณพายัพให้ลงช่วยดูแล ฉันว่าช่วยจับผิดมากกว่าน่ะสิไม่ว่า “ทั้งสองคนเข้าใจที่พี่สอนใช่มั้ย” “เข้าใจค่ะ” ฉันและเห็ดพยักหน้าพร้อมกัน “ดีมากจ้ะ พวกหนูต้องประจำอยู่ชั้นนี้นะ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจหรือทำไม่ถูกก็ให้ถามพี่น้ำฝน” ผู้จัดการร้านแนะนำบาร์เทนเดอร์ผู้หญิงหน้าหวานให้ฉันสองคนรู้จัก ก่อนจะขอตัวไปดูความเรียบร้อยชั้นอื่นๆ ที่นี่เป็นคลับสุดหรูใจกลางเมืองที่ไม่เคยว่างเว้นจากนักท่องราตรี มีด้วยกันทั้งหมดสี่ชั้น ซึ่งชั้นบนสุดฉันรู้มาว่าเป็นชั้นที่มีแต่ระดับคนใหญ่คนโตเท่านั้น และอีกอย่างก็ยังเป็นชั้นที่มีห้องทำงานส่วนตัวของคุณพายัพ เจ้าของที่นี่อีกด้วย ฉันและเห็ดทำงานอยู่ที่ชั้นสอง รวมเหล่าคนระดับวีไอพีที่ดีกว่าชั้นแรกขึ้นมาหน่อย เพราะมันไม่พลุกพล่านและไม่เสียงดังเท่าไรนัก “น้องหยง วีไอพีv202 เขาให้หนูไปเสิร์ฟเครื่องดื่มค่ะ” พี่ฝนพูดจบก็เลื่อนถาดที่บรรจุเครื่องดื่มให้ฉัน v202คือชื่อห้องซึ่งหากลูกค้าวีไอพีท่านใดไม่ต้องการนั่งฟังเพลงสบายๆ ด้านนอก และต้องการความเป็นส่วนตัว ก็มีห้องเปิดให้ใช้บริการ ฉันกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ผ่านลำคอที่ฝืดเคือง เท่าที่รู้มาห้องวีไอพีต้องเดินไปอีกทางซึ่งมีบอร์ดี้การ์ดคอยคุ้มกันคนเข้าออก มันเลยรู้สึกแปลกมากๆ ที่ต้องเดินไปเสิร์ฟคนเดียว แต่ฉันเลือกอะไรไม่ได้นอกจากจะทำตามหน้าที่ ระหว่างเดินตามทางกระเบื้องปูพื้นสีดำสนิที่ทอดยาวเบื้องหน้า บรรยากาศช่างอึมครึมชวนใจเต้นแรง ฉันสูดลมหายใจลึกๆ เผลอแหงนหน้ามองด้านบนชั้นสามบังเอิญเห็นผู้ชายร่างสูงซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่ยืนเกาะราวระเบียงเหล็ก มองลงมาด้วยสายตาเย็นยะเยือกจนทำให้คนมองหนาวถึงขั้วหัวใจ คุณพายัพ! ผู้ชายหน้าโฉดใจอำมหิต ฉันถลึงตากลับใส่เขาก่อนจะเดินเชิดหน้าออกมา ยังจำเรื่องเมื่อวานได้ไม่ลืมที่เขาเกือบปล่อยให้ฉันตกเป็นอาหารจระเข้ ไหนจะบีบบังคับกลายๆ ให้เซ็นสัญญาทาสบ้าบอของเขาเพราะรู้ว่ายังไงเสียฉันก็ไม่มีทางหาเงินมาคืนได้แน่ เฮ้อ! แกไม่น่าเอาของเขามาตั้งแต่ทีแรกเลยต้นหยง เห็นผลกรรมที่ได้รับไหมล่ะ ยิ่งกว่าตกนรกก่อนตายซะอีก ก๊อก! ก๊อก! ฉันเคาะประตูพอเป็นมารยาก่อนผลักเข้าด้านในซึ่งเป็นห้องที่กว้างขวางและมีสิ่งของอำนวยความสะดวกครบครัน “มาแล้วพี่กิต คนนี้น่ะเหรอที่พี่เห็นเมื่อกี้” ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำให้คนที่เหลือพากันหันมามองฉันทั้งหมด “เออ คนนี้แหละ” ผู้ชายที่น่าจะชื่อกิต อายุคงสักประมาณไม่เกินไปจากสามสิบห้าคงจะได้ มองฉันด้วยสายตาเป็นมันจนรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา ฉันไม่ชอบให้ใครมามองกันอย่างนี้เลย ราวกับว่าพวกเขามองทะลุเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันเลิกยืนนิ่งเหมือนขาถูกมัดไว้ เดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับคนเหล่านั้นที่จ้องมองฉันทุกอิริยาบถจนน่าอึดอัด “เด็กอยู่เลยนี่นา อายุกี่ปีล่ะหนู” ผู้ชายคนที่ชื่อกิตถามฉันเสียงอ่อนเสียงหวาน สายตามีความปรารถนาบางอย่างจนปิดไม่มิด ฉันลังเลว่าควรจะตอบความจริงดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกไปจนได้ “หนูอายุสิบเจ็ดค่ะ” ฉันเห็นคนถามแววตาเป็นประกาย “สิบเจ็ดเองเหรอเนี่ย นี่คุณพายัพเขาคิดอะไรอยู่ถึงให้เด็กอายุเท่านี้มาทำงานในคลับ” เรื่องนี้ฉันเห็นด้วย เขาถือดีว่าตัวเองคือเจ้าหนี้ฉันเลยจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นสิ “แต่ก็ชอบไม่เหรอเหรอพี่กิต เอ๊าะๆ อย่างนี้ลาภปากเลยนะพี่” ผู้ชายที่เอ่ยทักฉันคนแรกพูดพร้อมเสียงหัวเราะ คนอื่นเลยพลอยหัวเราะตาม ทำอย่างกับมันคือเรื่องตลก “เออ เอ๊าะๆ อย่างนี้แหละ เคี้ยวง่าย ใช่มั้ยจ๊ะหนู” ฉันเปลี่ยนความคิดที่มองเขาเป็นคนดีทันอยู่หรือเปล่า มือหยาบสากจับแขนฉันไว้แน่นก่อนจะฉุดจนร่างเล็กหล่นฮวบนั่งบนตัก สายตาผู้ชายหลายคนที่มองฉันเต็มไปด้วยความไม่น่าไว้ใจ ฉันยิ่งกว่าลูกแกะที่เดินทะเล่อทะล่าหลงเข้ามาในฝูงหมาป่า “ทำไมมาทำงานแบบนี้ล่ะคะ มีปัญหาเรื่องเงินเหรอ” “มะ…ไม่ใช่ค่ะ ปล่อยหนูด้วย” ฉันเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสจากมือหยาบที่พยายามจะลูบแก้ม จะลุกออกก็ทำไม่ได้เพราะเขาวาดวงแขนกอดสะเอวฉันแน่นมาก “หื้ม อย่าเล่นตัวไปเลยคนสวย ถ้าขาดเหลือเรื่องเงินให้พี่ช่วยสิจ๊ะ หนูจะได้ไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อยไง” คราวนี้เขาไม่พูดเปล่าแต่พยายามจะหอมแก้มฉันด้วย ส่วนพวกผู้ชายที่เหลือร้องเชียร์ ทั้งเชียร์ทั้งแซว ไม่ช่วยเหี้ยอะไรเลย ไอ้พวกหื่นกาม!“ขึ้นไปนั่งบนโซฟาซะ!” เสียงเข้มออกคำสั่งจนร่างเล็กสะดุ้งโหยง เธอเดินหนีบขาด้วยความหวาดกลัวปนอับอายก่อนจะก้าวขาขึ้นนั่งบนโซฟาตัวสีเทาที่ตั้งเด่นกลางห้องน้ำหรู ต้นหยงก้มหน้าร้องไห้กระซิกแทบไม่กล้าสบตาพายัพ เกิดมาทั้งชีวิตนี้ไม่เคยต้องแก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายคนไหนมาก่อน ร่างสูงเดินมาหยุดยืนด้านหน้าก่อนจะเชยคางมนขึ้นสบตา เขาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมมองคนตัวเล็กที่ร้องไห้จนจมูกแดงเรื่อ “กลัวเหรอต้นหยง” พายัพเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ร่างเล็กค่อยๆ พยักหน้าให้เขา “แล้วทำไมตอนโกหกฉันไม่เห็นกลัวเลยล่ะ ถ้าจะมากลัวเอาตอนนี้คงไม่ทันแล้วมั้ง” แรงบีบแก้มจากมือสากทำเอาต้นหยงเจ็บแปลบ จากนั้นเขาก็ปล่อยมือออกจากใบหน้าเธอก่อนจะออกคำสั่งอย่างต่อไป “เลิกทำตัวน่าสงสารได้แล้ว สิ่งที่เธอควรจะทำในตอนนี้คือเอาร่างกายชดใช้หนี้ให้ฉัน รีบๆ จัดการกับมันซะ” เขาข่มขู่พร้อมส่งสายตาให้ต้นหยงมองสิ่งที่แข็งขึงใต้กางเกงหนา มันดุนดันเนื้อผ้าออกมาจนซิบใกล้ปริเต็มที เด็กสาวปาดน้ำตาก่อนจะค่อยๆ รวบรวมความกล้าเอื้อมมือไปรูดซิบกางเกงให้เขา แต่เธอก็ยังคงหวาดกลัวสิ่งที่ซุกซ่อนด้านในอยู่ดี “เอามันออกมาซะต้นหยง” “นะ…หนู
พายัพเดินทางมาถึงผับ พบว่าต้นหยงและเพื่อนที่มาด้วยกันเมาแอ๋จนสลบไปแล้ว เขาจึงสั่งให้ลูกน้องคนสนิทคือสิงหาและองอาจแบกร่างเล็กของทั้งคู่ขึ้นชั้นบน การปรากฏตัวของพายัพที่นี่ดึงดูดความสนใจไม่น้อย เพียงไม่นานคิเรย์เจ้าของผับก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากให้เขาทนนั่งรอหลายนาที “มาหากูถึงนี่มีไรวะ” หนุ่มลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นหน้าตาหล่อเหลาเอ่ยถามพร้อมนั่งตรงข้ามเพื่อนสนิท หัวคิ้วขมวดมองด้วยความสงสัย ปกติพายัพเป็นคนติดงานและน้อยมากที่มันจะเป็นฝ่ายมาหาเพื่อนก่อน นอกจากเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ “ผับของมึงไม่ได้คัดกรองแขกเลยเหรอวะ ทำไมปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบเข้ามาได้” น้ำเสียงฉุนและใบหน้าแสดงอาการไม่พอใจทำให้คิเรย์รู้ว่าเพื่อนกำลังจริงจังมากแค่ไหน แต่สิ่งที่พายัพพูดมากำลังทำให้เขางุนงง “เด็กที่ไหนของมึงวะ ผับกูการ์ดคุมเข้มทุกคน มันไม่มีใครรอดสายตากูไปได้หรอก” “เหรอ งั้นมึงมาดูนี่” พายัพพูดเสร็จก็ลุกขึ้นเดินนำเจ้าของผับมายังอีกห้องที่สามารถทะลุถึงกันได้ ปรากฏให้เห็นร่างเล็กของเด็กสาวสองคนที่นอนแก้มแดงบนเตียงด้วยความเมามาย “เฮ้ย! น้องเห็ด” คิเรย์ตาโตในทันทีเพราะเด็กสาวชุดสีชมพูคือหลานของตัวเอง ส่
“พอดีในครัวเด็กมันป่วยกันหลายคนเลยไม่ได้มาทำงาน ป้าขอแรงหนูต้นหยงยกน้ำกับขนมไปให้แขกคุณพายัพหน่อยสิลูก” “แต่เมื่อวานป้าบอกหนูเองนี่คะว่าถ้างานไหนที่คุณพายัพไม่ได้สั่งให้หนูทำ หนูก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง” ฉันยังจำได้เลยนะ ป้าแม่บ้านใหญ่ลืมไปแล้วเหรอ “ก็เมื่อวานมันไม่ใช่งานเร่งงานด่วนเหมือนในตอนนี้ อีกอย่างในครัวก็ขาดคนไปเยอะ แต่ถ้าหนูไม่เต็มใจจะช่วยป้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก” ฉันดูเป็นคนใจร้ายไปเลย “ก็ได้ค่ะ หนูช่วยก็ได้” รับปากทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย เกิดฉันทำอะไรไม่เข้าท่าขึ้นมาอีกคงได้อับอายแขกเขากันพอดี ป้าแม่บ้านใหญ่ให้ฉันนำน้ำและขนมไปเสิร์ฟคู่กับสาวใช้อีกคนยังชั้นบนของบ้าน ภายในห้องมีคุณพายัพนั่งคุยบางอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง ผู้รับฟังที่เหลือสี่คนคือเพื่อนของเขา ส่วนผู้หญิงหนึ่งเดียวคือคุณจุ๊บแจง ฉันไม่ได้มองพวกเขานานนักแต่รีบนำน้ำกับขนมไปเสิร์ฟตามหน้าที่ที่ได้รับสั่ง ไม่แน่ใจว่าคุณพายัพตั้งใจมองฉันหรือเปล่า แต่ตอนที่เงยหน้าขึ้นก็ดันสบตาเข้ากับเขาที่จ้องมองกันอยู่ก่อนแล้ว สีหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา แล้วคิดว่าเขาทำเป็นแค่คนเดียวเหรอไง ฉันก็ตีหน้านิ่งไร้อารมณ์กลับ เสมือนว่
เจ้าของคลับเอ่ยปากไล่ฉันเองว่าจะไปไหนก็ไป แต่พอฉันจะไปจริง เขาก็สั่งให้พี่ตะวันพาฉันไปรู้จักกับพี่ๆ ที่บาร์เหล้า แล้วอย่างนี้จะมีตัวเลือกให้ตั้งแต่แรกทำไม “นี่คือคุณต้นหยง ลูกหนี้ของคุณพายัพ” พี่ตะวันแนะนำตัวฉันได้ตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อม ไม่มีเลี้ยวแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเมื่อบอกไปแล้วฉันก็ได้แต่ยิ้มแหยพร้อมยกมือไหว้สวัสดีพวกพี่ๆ ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว “หนูชื่อต้นหยงค่ะ เรียกหยงเฉยๆ ก็ได้ ฝากตัวด้วยนะคะพี่ๆ” อ่อนน้อมถ่อมตนสุดๆ “พี่ชื่อคินทร์นะครับ โสด ยังไม่มีหวานใจ” พี่ผู้ชายคนแรกแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มหวานแกมกะล่อน พร้อมยื่นมือมาทำความรู้จักกับฉัน แต่เขาก็โดนพี่ผู้หญิงอีกคนกระแทกตัวจนกระเด็นออกจากวงไปซะก่อน “น้อยๆ หน่อยไอ้คินทร์ แกไม่ได้ยินที่ตะวันบอกรึไงว่าน้องต้นหยงเป็นลูกหนี้คุณพายัพ ยังจะหน้าม่อไม่เลือกเดี๋ยวก็ได้หัวกุดหรอก” พี่สาวท่าทางใจดีคนนี้พูดจบก็หันมายิ้มแย้มกับฉัน “พี่ชื่อลิตานะคะ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ถ้าน้องหยงต้องการอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเลย” “โห หยงไม่กล้าหรอกค่ะพี่” ฉันรีบยกมือปฏิเสธเพราะว่าตัวเองไม่ได้ใหญ่โตมาจากไหน เป็นเพียงลูกหนี้เจ้าของคลับเท่านั้น “ไม่ต้องเกรงใจหรอก
“ว้ายยยย!” เสียงกรีดร้องของต้นหยงดังพร้อมกับเสียงน้ำในอ่างที่กระเพื่อมใส่ตัวจนเปียกโชกเพราะพายัพดึงร่างเด็กสาวลงมาจนตอนนี้เธอคร่อมตัวเปล่าเปลือยของเขา “คะ…คุณทำอะไรคะเนี่ย อื้อออ! อึก” ยังไม่ทันได้ส่งเสียงน่ารำคาญไปมากกว่านั้น ริมฝีปากอวบอิ่มโดนประกบจูบอย่างรวดเร็ว แม้จะขัดขืนตั้งใจดิ้นหนีขลุกขลักในอ้อมกอดแข็งแรงแต่กลับโดนมือหยาบจับรั้งไว้แน่น เขาล็อคศรีษะเธอให้เอียงรับจูบเร่าร้อน ฟันคมๆ ขบกัดกลีบปากจนเลือดซิบเพราะเห็นว่าต้นหยงไม่ให้ความร่วมมือ จนเมื่อเธอเผลออ้าปากเพราะความเจ็บ เขาจึงดันลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัด สำรวจทั่วโพรงปากอิ่ม จูบกระชากวิญญาณจนต้นหยงที่ไม่ประสีประสาและพึ่งถูกผู้ชายจูบครั้งแรกแทบขาดอากาศหายใจ “อึก…อื้อ” พายัพป้อนจูบรุนแรงหนักหน่วงใส่เด็กสาวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเป็นการลงโทษและความปรารถนาที่กำลังก่อตัว เขาคงเผลอใจไปมากกว่านี้หากต้นหยงไม่ทุบอกซ้ำๆ เรียกสติ “เฮือกกก! ฮึก” เมื่อหลุดจากพันธนาการริมฝีปากเดือดเร่า ต้นหยงที่ทั้งตกใจและเสียขวัญจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไหว เธอทั้งเจ็บปากและเจ็บใจที่เขาทำราวกับเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ “ร้องไห้ทำไมวะ!” พายัพถามเสียงหงุดหงิด ทั้งที่เข
หลังกลับจากภูเก็ต ต้นหยงยังต้องทำงานใช้หนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเตโชภิวัฒน์ เพียงแต่งานของเธอไม่ได้มากมายร่ายยาวเป็นหางว่าวเหมือนครั้งแรกอีกแล้ว เด็กสาวรู้มาจากปากแม่นมถึงเรื่องครั้งก่อนที่เขาลงโทษเธอโดยการให้เป็นเหยื่อล่อเสือ เสือที่แปลว่าเสือจริงๆ สัตว์สี่ขาที่เลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ของเขา แม่นมบอกว่าจริงๆ มันคือแผนลองใจ คุณพายัพก็แค่อยากรู้ว่าต้นหยงเป็นคนนิสัยใจคออย่างไร และสิ่งที่เห็นคือเด็กสาวออกหน้ารับผิดแทนทุกคน ไม่ได้โยนความผิดให้ใครเลย ตั้งแต่รู้เรื่องนี้เธอก็ระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างดีเพราะกลัวเขามีแผนบ้าๆ พิสดารมาลองใจกันอีก ในทุกๆ วันต้นหยงจะรีบทำงานในส่วนของตัวเองให้เสร็จ ทำให้เธอมีเวลามากพอที่จะรับงานเสริมพิเศษเพื่อหารายได้อีกทาง นั่นก็คือเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านคาเฟ่ “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า รับเมนูอะไรดีคะ” เด็กสาวใบหน้าสวยหวานเด่นสะดุดสายตาแขกหลายคน รอยยิ้มของต้นหยง เรียกได้ว่าทำให้พื้นที่โดยรอบสว่างสดใสขึ้นมาในทันที “พี่เอาชาส้ม ทีรามิสุและก็ชีสเค้กค่ะ” ระหว่างที่กำลังยืนจดเมนูอย่างตกอกตั้งใจ ต้นหยงไม่มีทางรู้เลยว่าการที่เธอหนีมาทำงานแบบนี้กำลังจะสร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเอ







