LOGIN“อย่ามายุ่งกับหนู!” ฉันสะบัดตัวจนหลุดออกมาจากไอ้ผู้ชายคนนั้นได้ เขาคงไม่พอใจที่ฉันไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมก้าวสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“เล่นตัวแบบนี้คิดจะเพิ่มค่าตัวรึไง!” “ใจเย็นกับเด็กมันหน่อยโว้ยไอ้กิต” “นั่นสิ น้องเค้ากลัวมึงแล้วนะ” “ถ้าไม่ยอมก็ปล้ำเลยพี่” โอ้โห คำพูดคำจาแต่ล่ะคน เกิดมาจากหลุมไหนกันเนี่ย ฉันก้าวถอยหลังเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็โดนเขาตะครุบสำเร็จ ร่างใหญ่โตฉุดกระชากลากถูฉันไปยังโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเพื่อนเขา โดยที่เสียงร้องด่าของฉันก็ดังอย่างไม่ลดละ “ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้! อย่าเข้ามานะ!” “ขอดีๆ ไม่ให้ก็ต้องใช้กำลังกันหน่อย” เขาแสยะยิ้มให้ก่อนจะผลักจนฉันล้มกระแทกใส่โซฟา ร่างกายเจ็บระบมไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จะขอสู้ตาย เมื่อเขาก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งใจจะยัดเยียดสิ่งที่ฉันไม่ต้องการ พอเขายื่นหน้ามาใกล้ฉันถึงใช้มือข้างที่ผลักอกเขาอยู่ ชกใส่หน้าเสียจนเต็มแรงจนเขาเซแถดๆ ออกจากตัวฉันไป “โอ้ย! อีนังเด็กบ้า! มึงกล้าดียังไงมาต่อยกู” สรรพนามอ่อนหวานก็เปลี่ยนไปตามอารมณ์โกรธ ฉันไม่รอตอบคำถามเขาหรอก พออีกฝ่ายตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาอีกครั้งฉันก็ลุกวิ่งเท้าติดไฟออกจากห้องราวกับโดนหมาบ้าไล่ตามหลัง “อีเด็กเวร! มึงจะไปไหน” เขาเหมือนหมาบ้าจริงๆ ด้วย ฉันวิ่งแบบลืมตายเพราะกลัวเขาตามมาทัน พอหันมองข้างหลังแค่แป๊บเดียวก็ดันชนโครมเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง “โอ้ย! ใครอีกวะเนี่ย” ตัวแข็งอย่างกับหิน “อยากรู้ก็เงยหน้าดูสิ” สะ…เสียงนี้มัน “คุณพายัพ!” “เออ ฉันเอง เธอเป็นบ้าอะไรอีกล่ะ วิ่งหนีใครมา” ฉันไม่ได้สนใจคำพูดเขานักหรอก พอลุกขึ้นได้พร้อมๆ กับที่ผู้ชายคนนั้นวิ่งมาใกล้ถึงจุดที่ยืนอยู่ ฉันก็รีบหลบหลังคุณพายัพทันที “คุณช่วยหนูด้วย ไอ้บ้านี่มันจะปล้ำหนู” ฉันชี้มือสั่นๆ ไปยังผู้ชายตรงหน้าที่ยืนหอบตาเขียว ถลึงตามองราวกับจะเข้ามาฉีกฉันให้เป็นชิ้นๆ “ที่คนของผมพูดมันจริงหรือเปล่าคุณเกษม” คงจะเป็นชื่อจริงของไอ้โรคจิตสินะ “เด็กของคุณต่อยหน้าผมนะคุณพายัพ!” “แล้วคุณได้ทำอะไรเธอก่อนหรือเปล่าล่ะ” น้ำเสียงเย็นเยียบถามกลับ ไอ้คุณเกษมอะไรนั่นอ้ำอึ้งอยู่สักครู่ก่อนจะพ่นคำโกหกออกมาหน้าตาเฉย “ก็นังเด็กนี่มันมายั่วผม พอผมไม่เล่นด้วยมันก็ต่อยผมนี่ไงล่ะ” โอ้โหไอ้แก่! โยนขี้มาให้ฉันแบบนี้เลยเหรอ คุณพายัพหันมามองฉันพร้อมสีหน้าใคร่ครวญบางอย่าง ฉันก็ได้แต่ส่ายหน้าพร้อมส่งสายตาว่าอย่าไปเชื่อคำพูดไอ้หื่นนั่น หวังว่าเขาคงไม่โง่เชื่อคำโกหกได้ลงหรอกนะ “แน่ใจเหรอว่าที่เล่ามาเป็นความจริง” “นะ…แน่ใจสิครับคุณ ผมโดนเด็กของคุณทำร้ายนะ จะชดใช้ยังไง” “นี่อย่ามาพลิกเรื่องให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำแล้วชุบมือเปิบหน้าด้านๆ นะคะ” ฉันโผล่หน้าซึ่งหลบด้านหลังคุณพายัพเพื่อตอกกลับอีกฝ่าย “หนูไม่ได้ไปยั่วคุณ มีแต่คุณนั่นแหละที่หื่นใส่หนู!” “หุบปากไปเลยนะอีเด็กบ้า! เห็นมั้ยครับคุณพายัพว่าเด็กคุณมันปากร้ายแค่ไหน” เขาแทบจะเข้ามากระทืบฉันได้อยู่แล้ว “ผมไม่คิดว่าเธอทำอย่างนั้นนะครับ” “นี่คุณเชื่อเด็กคนนี้เหรอ!” “ครับ ผมว่าสิ่งที่คุณเล่ามามันดูเกินจริงไปหน่อย” “เกินจริงยังไงของคุณ” คุณพายัพยิ้มอย่างใจเย็นแต่กลับเชือดเฉือนอีกฝ่ายจนไปต่อไม่ถูก “คุณบอกว่าเธอยั่วคุณ แต่คุณไม่เล่นด้วย มันเป็นไปได้เหรอครับผมถามหน่อย” “กะ…ก็ผมไม่ชอบแบบนี้” “ตอแหล! คุณบอกเองว่าเอ๊าะๆ อย่างหนูเคี้ยวง่าย” ฉันช่วยเสริมอีกแรง ทำเอาไอ้คุณเกษมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใหญ่เลยล่ะ “นั่นสิครับ ผมเห็นคุณมาที่ผับผมกี่รอบๆ ก็เรียกใช้บริการพนักงานที่เด็กสุดทุกที จะบอกว่าไม่ชอบแบบนี้ไม่ดูย้อนแย้งไปหน่อยเหรอครับคุณเกษม” หึหึ! เป็นไงล่ะไอ้หื่นโรคจิต คิดจะป้ายสีใส่ร้ายฉัน บอกไว้เลยนะว่าดวงฉันน่ะฆ่าไม่ตายโว้ย! “ผมว่าทางที่ดีคุณอย่ามายุ่งกับเด็กของผมจะดีกว่านะครับ เพราะไม่อย่างนั้นผมก็ต้องทำให้มันเด็ดขาด ถ้าคุณเกษมไม่เห็นด้วย จะลองดูก็ได้นะ” สายตาคมกริบราวใบมีดเฉือนอีกคนเป็นชิ้นๆ สีหน้าของไอ้คุณเกษมเปลี่ยนไปในทันที เขารีบส่ายหัวพร้อมปฏิเสธ “มะ…ไม่ครับ ผมไม่อยากลอง” เขากลัวคำขู่ขนาดนั้นเลยเหรอ “ก็ดีครับ ผมไม่อยากทำให้มันยุ่งยาก เอาเป็นว่าขอโทษแทนเด็กผมด้วยล่ะกัน” ไอ้คนหื่นกามมองฉันที่ยืนแลบลิ้นปลิ้นตาให้อย่างคับแค้นใจ เพราะถึงจะโกรธแค่ไหนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ “แต่ผมขอแนะนำอะไรคุณสักอย่าง เด็กอย่างนี้นังนี่เก็บไว้ล้างห้องน้ำที่บ้านเถอะครับ ไม่เหมาะกับงานบริการหรอก” พูดพร้อมมองแรงใส่ฉันครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ฟู่ววว โล่งอก คิดว่าจะไม่รอดแล้วซะอีก “เธอตามฉันมานี่” รอดจากอีกคนแต่จะตายเพราะอีกคนก็เป็นได้ คุณพายัพเดินนำไปยังชั้นบนสุด ห้องทำงานของเขาที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาง่ายๆ แต่ฉันก็ได้เข้ามา…เจ๋งไหมล่ะ “แสบมาก มาวันแรกก็ก่อเรื่องเลยนะ!” มะ…ไม่เจ๋งแล้วก็ได้ เสียงเขาดุชะมัดเลย “หนูก็ต้องปกป้องตัวเองสิ แขกแต่ล่ะคนมีแต่หื่นๆ ทั้งนั้น” ฉันก้มหน้าหลบตา มองเล็บเท้าสีชมพูอ่อนของตัวเองในขณะที่หูฟังเสียงถอนหายใจหนักจากเขา “ฉันไม่รู้จะด่าเธอยังไงดี คุณเกษมก็เป็นแขกวีไอพีของคลับเรามานาน ฉันไม่อยากเสียลูกค้ากระเป๋าหนักแบบเขาไปหรอกนะ” โธ่เอ๋ย! แล้วฉันล่ะ จะยอมให้ฉันอ่อนข้อกับลูกค้าวีไอพีของเขาเหรอไง ฉันก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ มาทำงานใช้หนี้ ไม่ได้ขายตัวให้ใคร! “ส่วนเธอ ขืนฉันให้เธอทำงานที่คลับต่อ มีหวังได้ทะเลาะกับลูกค้าอีกแน่” “ก็ถ้ามีคนแบบไอ้ผู้ชายคนนั้นอีก หนูก็ต้องทำเพื่อปกป้องตัวเองไงคะ” เขาถอนหายใจเหนื่อยหน่าย คงเบื่อกับพฤติกรรมฉันเต็มที “พอๆ ฉันไม่ให้เธอทำงานที่คลับแล้ว” “อะ…อ้าว!” “อย่างเธอคงเหมาะกับงานล้างห้องน้ำแบบที่คุณเกษมว่าจริงๆ นั่นแหละ” ฉันตาโตหูผึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น “คุณจะเปลี่ยนหนูไปล้างห้องน้ำคลับแทนเหรอคะ” “ไม่ใช่ที่คลับ แต่เป็นบ้านฉันต่างหาก” หา! บ้านเขาเลยเหรอเนี่ย ฉันเกือบยิ้มแป้นออกมาแต่ต้องเก็บอาการไว้ก่อน “ฮื่อ หนูเสียดายงานที่นี่จังเลยค่ะ” ฉันแสร้งก้มหน้าทำทีเป็นเสียใจแต่ความจริงคือกลั้นยิ้มเก็บอาการอยู่ต่างหาก และถ้าเกิดฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามพร้อมตั้งใจฟังสักนิด ก็คงทันเห็นคุณพายัพส่ายหน้าให้พร้อมคำพูดเบาๆ ว่า ‘แสบจริงๆ’พายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
“พูดแบบนี้อยากโดนฟาดอีกสีกทีสองทีมั้ย” ฉันยกหมอนค้างไว้เตรียมสงเคราะห์คุณพายัพหนักๆ จนเขากลั้วหัวเราะในลำคอแล้วจึงเปลี่ยนเป็นการขยี้ผมแทน “ไปอาบน้ำได้แล้วเด็กดี จะได้ทานอาหารเช้ากัน” ทั้งรอยยิ้มทั้งน้ำเสียง นี่มันเล่นกับใจง่อยๆ ของฉันเกินไปแล้วนะเมื่ออาบน้ำแต่งตัว ทานอาหารเช้ามื้อง่ายๆ คุณพายั
เช้าวันรุ่งขึ้น พายัพตื่นเพราะได้ยินเสียงกรีดร้องโวยวายของคนบนเตียงที่ตื่นก่อน จากนั้นทั้งหมอนและอะไรต่อมิอะไรถูกปามาใส่เขาจนหลบแทบไม่ทัน “อะไรของเธอวะเนี่ย”“คุณนั่นแหละ! ทำอะไรหนู” น้ำเสียงแหลมๆ ถามอย่างเดือดจัด เมื่อเห็นว่าเช้านี้ตื่นมาก็อยู่ในคอนโดของเขา ซึ่งพอลองมองดูอีกทีก็เห็นพายัพนอนหลับ
“เข้าบ้านกันเถอะค่ะ หนูขอร้อง เดี๋ยวหนูคุยกับเขาเอง” ซึ่งกว่าแม่จะไปได้ก็ทำเอาต้นหยงปาดเหงื่อ“ค่ารักษาทั้งหมดหนูขอคืนให้คุณนะคะ หนูไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” ใบหน้าสวยหวานกลับมาตีหน้าเคร่งขรึมเช่นเดิม ต้นหยงหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเพื่อจะนับเงินจ่ายให้คนตัวสูง ทว่ากลับถูกมือหนาดึงกระเป๋าเงินไปจาก
เมื่อคืนที่ผ่านมา พายัพทำงานลืมดูเวลาจนต้องนอนค้างที่คาสิโน เช้านี้หลังจากตรวจดูความเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงได้ฝากงานเล็กๆ น้อยๆ ให้องอาจช่วยดูแล จากนั้นตัวเขาเองและลูกน้องอีกสองคนคือสิงหาและตะวัน เตรียมตัวไปยังที่แห่งหนึ่งเพื่อรอเจอใครบางคน “คุณต้นหยงอยู่ที่ร้านนี้จริงๆ ด้วยครับนาย







