หน้าหลัก / แฟนตาซี / หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ / บทที่ 8 ออกตรวจนอกสถานที่

แชร์

บทที่ 8 ออกตรวจนอกสถานที่

ผู้เขียน: เรืองรัสมิ์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-04 19:00:49

แสงแดดยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างไม้ของอนามัยบ้านห้วยขมิ้น เสียงไก่ขันแข่งกับเสียงชาวบ้านที่เริ่มออกมาจับจ่ายในตลาดเช้า ทำให้อนามัยเล็ก ๆ แห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ภายในห้องประชุม

หมอแขไทยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด มือถือแฟ้มเอกสารสีซีดที่ใช้งานมาหลายปี

"วันนี้เรียกทุกคนมาประชุมเรื่องเดียวพรุ่งนี้เราจะออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่"

ทุกคนตั้งใจฟัง หมอแขไทกางแผนที่หมู่บ้านออกบนโต๊ะ

"หมู่บ้านชนเผ่าด้านในป่าลึกส่งข่าวมาว่ามีคนป่วยหลายรายการเดินทางลำบากรถเข้าไม่ถึงเราต้องเดินเท้าต่ออีกหลายกิโล"

ผู้กองฉัตรกล้าพยักหน้า

"ผมกับลูกน้องจะเป็นชุดคุ้มกันเราจะมีพรานป่าช่วยนำทางอีกทีถึงผมจะรู้เส้นทางแต่ผมไม่ค่อยสนิทกับป่าเท่าไหร่"

หมอแขไทหันมากวาดตามองทีมแพทย์

"ครั้งนี้...ใบข้าว...ศรันย์...ดาว..พวกเธอไปกับผู้กองก็แล้วกันนะ"

หมอดาวยิ้มรับทันที

ส่วนศรันย์แอบถอนหายใจ

"เดินป่าอีกแล้ว..."

ผู้กองฉัตรกล้าหันมามอง

"มีปัญหารึ?"

ศรันย์รีบยิ้มหวานพลางทำท่าสะดีดสะดิ้งเกินสาว

"ไม่มีค่ะ!"

"รันนี่แข็งแรงมาก!"

ใบข้าวเหลือบมองเพื่อนสนิทก่อนจะมองบนด้วยควาหน่ายใจที่เพื่อนของเธอออกสาวตลอดเวลาเจอหนุ่มที่ตรงสเปก

หมอแขไทพูดต่อ

"พรานเกล้าจะช่วยนำทางอีกแรงเพราะแถวนั้นสัตว์ป่ามีเยอะมาก แล้วจะช่วยเป็นล่ามให้ด้ววด้วยส่วนผู้กองฉัตรกล้ากับจ่ากรจะดูแลความปลอดภัย"

 

"รับทราบ"

"ออกเดินทางพรุ่งนี้หกโมงเช้า"

"อย่าสาย"

การประชุมจบลงอย่างรวดเร็ว

...

ช่วงบ่ายของวัน อนามัยกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ต้วนที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมาได้ไม่กี่วันเริ่มเดินได้เองแล้ว แม้จะยังต้องเดินช้า ๆ เพราะแผลยังตึงอยู่ หลังเลิกเรียน เสียงจักรยานสองคันดังเข้ามาหน้าอนามัย

"ต้วน!"

จักรตะโกนสุดเสียงแป๊ะรีบกระโดดลงจากจักรยาน หอบถุงขนมขึ้นมา

"แม่ฝากขนมมาให้!"

ส่วนจักรอุ้มกองหนังสือเรียนมาพะรุงพะรัง

"ครูสั่งการบ้านอีกแล้ว!"

ต้วนหัวเราะ

"เอามา เดี๋ยวทำด้วยกัน"

ไม่นานนัก โต๊ะไม้ตัวใหญ่หน้าอนามัยก็กลายเป็นห้องเรียนขนาดย่อม

ศรันย์นั่งสอนคณิตศาสตร์

ใบข้าวช่วยอธิบายวิทยาศาสตร์

ส่วนดาวเดินเอาน้ำหวานมาแจกเด็ก ๆ

"ข้อนี้ทำยังไงครับหมอ"

"ดูนะ..."

ใบข้าวหยิบดินสอขึ้นเขียนอย่างใจเย็น

บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

จนกระทั่ง...

จุกโผล่หน้าออกมาจากหลังต้นมะม่วงแอบแลบลิ้นใส่แป๊ะ แล้วควักเอาลูกตาออกมาโยนใส่เขา

แป๊ะสะดุ้ง

"เฮ้ย!"

เด็กทั้งสามหัวเราะครืน

ศรันย์ขมวดคิ้ว

"หัวเราะอะไรกัน"

ต้วนรีบตอบ

"ไม่มีอะไรครับ"

ทั้งสามคนหันมาสบตากัน ก่อนหัวเราะอีกครั้ง

ใบข้าวมองอย่างสงสัย

"พวกเธอมีความลับอะไร"

จักรเกาหัว

"คุณหมอ...ถ้าผมเล่า...หมอจะเชื่อไหม"

ใบข้าวยักไหล่

"ลองเล่ามาสิ"

แป๊ะรีบยกมือป้องปากทันที

"วันก่อนจุกแอบเอากบไปใส่ในบาตรหลวงตา!"

ต้วนรีบเสริม

"หลวงตาเปิดบาตรตอนเช้า...กบกระโดดใส่หน้า!หลวงตาตกใจจนหงายหลัง...ดีนะที่ไม่มีอะไรโผล่!!"

เด็กทั้งสามหัวเราะจนน้ำตาไหล

ศรันย์หลุดหัวเราะตาม

"แล้วใครโดนตี"

"ผมสิโดนตีแทนไอ้จุกมัน!!..."

จักรทำหน้ามุ่ยจุกลอยตัวกอดอกอยู่ข้างต้นไม้ ก่อนทำหน้ามุ่ยตาม

"โทษข้าอีกแล้ว..."

แก้วหัวเราะคิกคัก

"ก็จุกเป็นคนทำจริงนี่นา"

ต้วนหัวเราะจนจับแผลตัวเอง มันแปลบขึ้นมาจนรู้สึกปวด

"โอ๊ย..."

ใบข้าวรีบตีแขนเด็กชายเบา ๆ

"อย่าหัวเราะแรง เดี๋ยวแผลปริ"

"ครับ..."

แม้จะตอบรับแต่รอยยิ้มของต้วนกลับสดใสกว่าเดิมใบข้าวมองภาพตรงหน้าเด็กสามคนกำลังหัวเราะศรันย์กำลังสอนการบ้านดาวกำลังปอกส้มลมเย็นพัดผ่านต้นไม้และไม่ไกลนัก...

หมอสิงห์กำลังนั่งตำยาสมุนไพรอยู่ใต้ต้นมะขาม โดยมีผู้กองฉัตรกล้านั่งหลับกรนบนเปลผ้าเหมือนเช่นทุกวัน

เธออดอมยิ้มไม่ได้

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน...

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นเพียง "สถานที่ใช้ทุน"

แต่วันนี้...บ้านห้วยขมิ้นกำลังค่อย ๆ กลายเป็น "บ้าน" อีกหลังของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า...การออกเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้กำลังจะพาพวกเธอเข้าไปเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล...

ยามเย็น...

แสงอาทิตย์สีส้มทอดยาวผ่านลานอนามัยบ้านห้วยขมิ้นเสียงนกบินกลับรังส่งเสียงเซ็งแส่ทั่วผืนฟ้า ชาวบ้านต่างออกมาสนทนากันตามหัวหมู่บ้านลานบ้านต่างๆ บ้างก็เริ่มล้อมวงทานข้าวเย็นกัน

ต้วนกำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนเตียงผู้ป่วย โดยมีแป๊ะกับจักรนั่งขนาบอยู่คนละข้าง เสียงเถียงกันเรื่องโจทย์คณิตศาสตร์ดังเป็นระยะจนศรันย์ต้องหัวเราะออกมาบรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบกระทั่งเสียงรถจักรยานยนต์คุ้นหูดังเข้ามาจอดหน้าอนามัย

"บรื้น..."

หมอสิงห์ดับเครื่อง ก่อนสะพายเป้าผ้าใบเก่า ๆ เดินตรงเข้ามาภายในอาคารหมอแขไทที่กำลังตรวจเวชระเบียนเงยหน้าขึ้นยิ้ม

"มีอะไรหรือสิงห์"

หมอสิงห์วางกระเป๋าผ้าไว้บนโต๊ะ

เมื่อเปิดกระเป๋าออก...

ด้านในเต็มไปด้วยสมุนไพรแห้ง ขวดยาหม่อง ยาพอก แผลสด น้ำมันนวด และผงยาหลายห่อที่เขาปรุงขึ้นเอง

"ของพวกนี้...เผื่อใช้กับต้วน"

หมอแขไทหยิบยาสมุนไพรขึ้นมาดูทีละห่อพลางพยักหน้าช้า ๆ

"เตรียมมาละเอียดเลยนะ"

หมอสิงห์เกาหลังคอเบา ๆ

"ฉันต้องเข้าป่าหลายวันข้าขอฝากไอ้ต้วนมันด้วยนะหมอ"

คำพูดสั้น ๆ ทำให้ป้าหอมที่ยืนจัดยาอยู่มุมห้องชะงักมือ เธอหันมายิ้มกว้าง

"วันนี้หมอสิงห์ยอมฝากคนไข้ไว้กับอนามัยแล้วเหรอหาดูอยากนะเนี้ยะ"

หมอสิงห์หัวเราะแห้ง ๆ

"ก็...มีหมอเก่ง ๆ อยู่ตั้งหลายคนไม่ใช่หรือไง"

ประโยคนั้นทำให้ใบข้าวที่กำลังเขียนรายงานอยู่เผลอเงยหน้าขึ้นมอง หมอสิงห์รีบหลบสายตาเหมือนไม่อยากให้ใครจับได้ว่าตัวเองเพิ่งชมคนอื่น ก่อนจะล้วงของอีกสองชิ้นออกมาจากย่าม แก้ขัดเขิน

ชิ้นแรก...

เป็นหุ่นไม้ตัวเล็กสูงเพียงฝ่ามือ แกะสลักเป็นเด็กชายถือไม้เท้า มีอักขระลงรักสีดำทั่วทั้งตัว

อีกชิ้น...

เป็นถุงผ้าสีขาว ภายในบรรจุเครื่องรางถักด้วยด้ายสายสิญจน์และเมล็ดไม้ป่า

หมอสิงห์วางของทั้งสองไว้บนโต๊ะ

"หุ่นตัวนี้...ตั้งไว้หัวเตียงต้วนอย่าให้ใครหยิบเล่นไอ้ต้วนมันคุ้นเคยกับไอ้หุ่นนี่ดีไม่ต้องกลัวอะไรมันมากหรอก..ส่วนเครื่องราง...ถ้าคืนไหนเด็กมันละเมอก็วางไว้ใต้หมอนให้หน่อยละกัน"

ใบข้าวเดินเข้ามาดูด้วยความสนใจ

"มันช่วยอะไร"

หมอสิงห์ตอบเรียบ ๆ

"ช่วยให้ฉันสบายใจ"

ใบข้าวชะงักไปเล็กน้อย เธอเหลือบมองหุ่นไม้ในมือ ก่อนเงยหน้ามองหมอสิงห์

ครั้งนี้...

เธอไม่ได้แย้ง

ไม่ได้บอกว่างมงาย

เพียงพยักหน้ารับเบา ๆ

"ได้..ฉันจะดูแลให้"

หมอสิงห์ยิ้มบาง ๆเป็นรอยยิ้มที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็นหมอแขไทมองทั้งคู่ ก่อนยิ้มอย่างพอใจ เขารู้ดี...

สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างหมอธรรมกับหมออนามัย

แต่คือกำแพงที่ต่างฝ่ายต่างสร้างไว้ในใจ กำลังค่อย ๆ พังลงทีละก้อน

หมอสิงห์หันไปลูบศีรษะต้วนเบา ๆ

"เป็นเด็กดีรอพ่อกลับมาก่อนเดี๋ยวพาเข้าเมืองนะ"

ต้วนพยักหน้าแรง เขาฉีกยิ้มกว้าง

"ครับ!!พ่อสิงห์ผมจะกินยา ไม่ดื้อ แล้วก็ทำการบ้านให้เสร็จ...พ่อพาไอ้จักรกับไอ้แป๊ะไปด้วยได้ไหม"

หมอสิงห์หัวเราะเบา ๆ

"ได้!!"

เขาหันไปยกมือไหว้หมอแขไท

"ฝากด้วยนะครับอาจารย์"

หมอแขไทรับไหว้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

"ไม่ต้องห่วงเด็กคนนี้...พวกเราจะดูแลเหมือนลูกของตัวเอง"

หมอสิงห์พยักหน้าช้า ๆ

ก่อนเดินออกจากอนามัย

แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันทอดเงาร่างของเขายาวไปบนพื้นดิน

พรุ่งนี้...

การเดินทางสู่ป่าลึกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

และไม่มีใครรู้เลยว่า สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า จะเป็นเพียงการออกตรวจคนไข้...หรือเป็นจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้าหาหมู่บ้านห้วยขมิ้น

 

เช้าวันรุ่งขึ้น...หมอกสีขาวบาง ๆ ลอยคลุมไปทั่วหมู่บ้านห้วยขมิ้น ลมหอบกลิ่นดินชื้นและกลิ่นใบไม้หลังฝนเมื่อคืนโชยมาเป็นระยะ หน้าอนามัยคึกคักกว่าทุกวัน ผู้กองฉัตรกล้ากำลังตรวจอาวุธและวิทยุสื่อสารอย่างละเอียด จ่ากรวิ่งวุ่นขนเสบียงขึ้นรถจี๊ป ส่วนจ่าหมื่นกำลังนั่งจิบกาแฟแก้วโต พลางบ่นว่าตื่นเช้าเกินไปจนไก่ยังหาว

"จ่าครับ รีบหน่อย!"

ผู้กองฉัตรกล้าตะโกน

จ่าหมื่นยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกอึก

"ผู้กอง...คนแก่ต้องอาศัยคาเฟอีนก่อนออกศึกเดี๋ยวไม่มีแรงไล่จับโจร"

เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วลานอนามัย ไม่นานนัก...เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ของหมอสิงห์ก็ดังขึ้น พร้อมๆกับสายลมอันเย็นเยือก ที่ทำให้ขนลุกไปทั้งกาย หมอใบข้าวรับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกได้ว่าเริ่มคุ้นชินแล้ว เธอมองเห็นมือน้อยๆที่จับชายเสื้อของเธอเอาไว้

พรานเกล้านั่งซ้อนท้ายมาในชุดพรานป่าเต็มยศ เสื้อแขนยาวสีเขียวหม่น กางเกงลายพราง รองเท้าบู๊ตหนังเก่า เป้สัมภาระใบใหญ่สะพายอยู่ด้านหลัง มีมีดพร้าประจำตัวเหน็บเอว และปืนแก๊ปสำหรับป้องกันสัตว์ป่าพาดอยู่บ่า

เขาก้าวลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว ก่อนกวาดตามองสัมภาระของทุกคน

"ของหนักเกินไป"

เขาพูดสั้น ๆ

"เข้าป่า...ยิ่งเบา ยิ่งรอด"

ผู้กองฉัตรกล้ายิ้มก่อนหันมาแนะนำ

"ทุกคน...นี่พรานเกล้าพรานนำทางและล่ามของเรา"

พรานเกล้ายกมือไหว้อย่างสุภาพ

"ฝากตัวด้วยครับ"

ศรันย์รีบยกมือไหว้ตอบ

"ฝากชีวิตด้วยนะคะพราน"

พรานเกล้าหลุดหัวเราะเบา ๆ

"ถ้าฟังที่ผมบอกทุกคนก็กลับบ้านได้ครับ"

ใบข้าวอมยิ้มเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมชาวบ้านถึงไว้ใจชายหนุ่มคนนี้นัก

คณะที่ทุกคนกำลังจะช่วยกันยกสัมภาระขึ้นรถ

จู่ ๆ ...

ลมเย็นวูบหนึ่งก็พัดผ่านลานอนามัยทั้งที่แดดเช้ากำลังอบอุ่นแต่ลมนั้นกลับเย็นจนขนลุกศรันย์หันไปตามแรงลมก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง

"...อะ...อิใบข้าว...ขะ...ข้างหลังแก..."

ใบข้าวหันกลับไปอย่างใจเย็น

หญิงสาวในชุดไทยสีทองอร่ามกำลังยืนยิ้มหวานอยู่ใต้เงาของต้นไม้ใหญ่

"อ้าว พี่ทอง"

ใบข้าวยกมือไหว้ตามธรรมชาติ

"มาส่งเหรอคะ"

พี่ทองยิ้มอ่อน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

ศรันย์อ้าปากค้าง

"เเก..."

"เเกคุยกับ..."

ยังไม่ทันพูดจบ

หญิงสาวอีกคนในชุดไทยสีเขียวใบตองก็โผล่ออกมาจากหลังกอกล้วยที่อยู่ข้างๆอนามัย

"พี่ณี!"

ใบข้าวยิ้มกว้าง

"เช้านี้สวยจังเลยนะ"

พี่ณีหัวเราะคิกคัก ก่อนยกมือโบกให้ศรันย์ตัวแข็งเป็นหินนิ้วชี้สั่น ๆ ไปทางหญิงสาวทั้งสอง

"ใบ...ใบข้าว..."

"ผะ...ผี..."

ใบข้าวหัวเราะเบา ๆ

"ไม่ต้องตกใจ...คนนี้พี่ทองนางตะเคียนทอง เจ้าของต้นตะเคียนท้ายหมู่บ้าน ส่วนคนนี้..."

เธอหันไปยิ้มให้หญิงสาวชุดเขียว

"พี่ณี นางตานีชอบนมกล้วยมากแล้วก็ชอบผู้ชายหล่อ ๆ ฉันว่าพี่เขาชอบแกอ่ะ"

ศรันย์ค่อย ๆ หันไปมองพี่ณี

พี่ณีกำลังยิ้มหวาน ส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้เขาพอดี

ศรันย์รีบยกมือไหว้ตัวสั่น

"สะ...สวัสดีครับ"

พี่ณีหัวเราะอย่างเขินอาย

"หล่อ...คนนี้หล่อ...อร้ายยยยยย!!! เขิน!!!"

ใบข้าวแอบหัวเราะ

"พี่ณี...เขาไม่ใช่สเปกนะพี่ต้องเรียกว่าน้องสาว"

พี่ณีขมวดคิ้ว

"ทำไม"

ใบข้าวยักไหล่

"ก็เธอเป็นเกย์ พี่ณีชอบผู้ชายที่ชอบผู้หญิง"

พี่ณีชะงัก

รอยยิ้มค่อย ๆ หายไปจากใบหน้า เธอหันมองศรันย์อีกครั้ง มองตั้งแต่หัวจรดเท้าเท้าจรดหัว

ศรันย์ยิ้มแหย ๆ พลางยกมือเกาหัว

"เอ่อ...หนูเป็นสตรีมีไข่ค่ะพี่"

ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่

จากนั้น...

พี่ณีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"โอ๊ย...อกหักอีกแล้ว..."

เธอใช้ชายผ้าซับน้ำตา ก่อนค่อย ๆ ลอยกลับเข้าไปหลังกอกล้วยอย่างหมดอาลัยตายอยาก

ศรันย์มองตามอย่างรู้สึกผิด

ส่วนใบข้าวถึงกับหัวเราะจนตัวงอ

ศรันย์หันมาค้อนเพื่อน

"หัวเราะอะไร..เมื่อก่อนไม่เห็นจะเชื่อเรื่องพงเรื่องผีตอนนี้กลายเป็นไกด์นำเที่ยวโลกวิญญาณไปแล้วหรือไง"

ใบข้าวหัวเราะพลางยักคิ้ว

"คนเราก็ต้องปรับตัวสิไม่งั้นอยู่บ้านห้วยขมิ้นไม่ได้หรอก"

ทันใดนั้น...

เสียงหัวเราะใส ๆ ของแก้วกับจุกก็ดังขึ้นมาจากหลังคารถกระบะ ราวกับการเดินทางครั้งใหม่...กำลังจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 34 มนต์แห่งอนธกาลกาเล

    ภายในห้องประชุมเล็ก ๆ ของอนามัยบ้านห้วยขมิ้น เต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เสียจนได้ยินเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนครืดคราดอยู่เหนือศีรษะด้านนอกหน้าต่างชาวบ้านกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหกเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วยชั่วคราวโดยมีเสียงครางของผู้ป้วยและเสียงออกคำสั่งของชาวบ้านดังเป็นระยะ ๆ ที่เสียงครางดังลอดเข้ามายังห้องประชุมเล็กๆของอนามัย"อ่า...""อ่า..."เสียงนั้นทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นทางตันที่อื้ออึงไปด้วยปริศนาหมอแขไททนนั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะถอดแว่นออกมานวดสันจมูก ใบหน้าของแพทย์อาวุโสเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนและหนักใจตั้งแต่เป็นหมอมา เขาเคยรักษาคนมานับหมื่น เคยเจอทั้งโรคระบาดอุบัติเหตุหมู่คนถูกยิงคนถูกงูกัดคนถูกหมีตะปบถึงแม้จะเคยเจอ เคสที่ถูกีเข้าหรือผีทำร้ายอยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ไม่เคยเจอคนที่เหมือนตายแล้ว แต่กลับยังมีชีวิตอยู่"เอาล่ะ"หมอแขไทเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อน ทุกสายตาหันมามอง ชายชราสูดลมหายใจลึกก่อนพูดช้า ๆ เพื่อทำลายความเงียบงันที่แสนอึดอัดนี้"พวกเราอ้อมค้อมกันมามากพอแล้วผมอยากถามตรง ๆ"เขา

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 33 ศพที่ไม่ตาย

    ตลอดทางจากวัดมายังอนามัยบ้านห้วยขมิ้นมันราวกับพวกเขารู้ตัวว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างในอนาคตไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่ศรันย์ที่ปกติพูดไม่หยุดก็ยังเงียบเพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเล่าไว้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป...เมื่อมาถึงอนามัย ภาพตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักชาวบ้านกว่าสิบคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่หน้าอนามัยหมอแขไทยืนคุมสถานการณ์อยู่ไม่ไกลทันทีที่เห็นหมอสิงห์และหมอทั้งสอง อาจารย์หมอก็ถอนหายใจโล่งอก เขากวักมือเรียกทุกคนทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถ"มาสัก ทีรีบมาดูนี่หน่อย"ทุกคนรีบเดินเข้าไปตามคำเชิญ ก่อนจะพบกับกลุ่มคนที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ด้วยเชือกหลายเส้นผู้ป่วยซูบผอมผิดปกติผิวหนังซีดราวกับไร้ซึ่งเลือดฟาด ดวงตาเบิกกว้างจนเห็นตาขาวมากกว่าปกติริมฝีปากแห้งแตกแต่ไม่มีบาดแผลไม่มีร่องรอยการถูกกัดไม่มีรอยฟกช้ำไม่มีเลือด...ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆก่อนส่งเสียงออกมา"อ่า...""...อ่า...""...อ่า..."ศรันย์ถึงกับหยุดเดิน"เดี๋ยวนะ...ทำไมฟังเหมือนซอมบี้เลย"ชาวบ้านคนหนึ่งพยักหน้าแรง"ใช่ครับหมอเมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยดูหนังผีฝรั่งมันเหมือนเป๊ะ! เเต่นี่มันเหมือนคนมากกว่าไม่มีบาดแผล"

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 32 อนธกาลกาเล

    แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในวัดบ้านห้วยขมิ้น แม้หมู่บ้านจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่ความหวาดกลัวจากสองคืนที่ผ่านมา ยังคงตกค้างอยู่ในหัวใจของผู้คนใบข้าวแทบวิ่งออกจากอนามัยทันทีที่จักรมาบอกข่าว ศรันย์วิ่งตามหลังมาติด ๆ ส่วนผู้กองฉัตรกล้าที่กำลังพูดคุยเรื่องเวรยามกับตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หน้าอนามัยก็รีบตามมาด้วยเช่นกันเมื่อทั้งสามมาถึงวัดสายตาของใบข้าวก็หันไปทางชายป่าท้ายวัดทันที แล้วหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น ร่างสูงในเสื้อม่อฮ่อมสีเข้มกำลังเดินออกมาจากแนวไม้แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนดินแม้จะมีรอยขาดจากกิ่งไม้แม้ใบหน้าจะดูอิดโรยจากการอดหลับอดนอน แต่หมอสิงห์ก็ยังคงเป็นหมอสิงห์ ชายหนุ่มผู้มีแววตาแน่วแน่เสมอ ใบข้าวไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังวิ่ง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา"คุณ!"หมอสิงห์ชะงักก่อนยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งใจของเขารู้สึกราวกับ มีแมลงบินอยู่ข้างในอก"หมอ"ใบข้าวมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังตรวจคนไข้"เจ็บตรงไหนไหมได้กินข้าวหรือเปล่าเป็นไข้ไหมมีแผลตรงไหนหรือเปล่า"คำถามรัวเร็วจนหมอสิงห์หัวเราะเบา ๆเขารู้สึกดีจนอธิบายไม่ถูก "ใจเย็นก่อนผมยังไม่

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 31 เงาจากปรโลก

    หลังจากที่ค่ำคืนอันปสนจะยาวนานผ่านพ้นไป สิงห์รับเร่งออกเดินทางทันทีที่แสงแรกของวันสาดลงสู่ผืนป่ากระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุดวงจิตพี่พรายถูกเก็บไว้ในย่ามอย่างทะนุถนอมส่วนจุกนั้นลอยนำทางอยู่ข้างหน้าอย่างตั้งใจคอยปัดเป่าเหล่าสัมภเวสีและไล่สัตว์มีพิษน้อยใหญ่ให้ ผู้ที่เขาเรียกว่าพ่อชายหนุ่มตั้งใจจะกลับถึงบ้านห้วยขมิ้นก่อนค่ำแต่ยิ่งเดิน...เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติผืนป่าเงียบเกินไปเงียบจนผิดธรรมชาติไม่มีเสียงนกไม่มีเสียงลิงแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ก็แทบไม่ปรากฏให้เห็นราวกับทุกชีวิตกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง" พ่อ!!! มันมีบางอย่างแปลกๆ"จุกหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆลอยมาใกล้ๆชายหนุ่มไม่นานนักพวกเขาก็พบต้นเหตุ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหน้า เงาดำหลายสิบร่างพุ่งผ่านแนวไม้ร่างกายของพวกมันบิดเบี้ยว บ้างไส้ทะลัก บ้างคอหัก บ้างกลางตัวเป็นรูโบ๋ กลิ่นสะอิสะเอียนลอยอวนอยู่ในอากาศ มันคือผีป่า แต่ไม่ใช่ผีป่าที่พวกเขาคุ้นเคย ดวงตาของพวกมันแดงฉาน สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งบางตนไล่กัดกินกันเองบางตนร้องไห้คร่ำครวญบางตนพุ่งชนต้นไม้จนร่างแตกสลายราวกับมันกำลังเสียสติจุกหน้าซีด"พ่อ...พวกผีป่าเป็

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 30 วิชาที่หายสาบสูญ

    สิงห์แทบไม่ได้หยุดพักเลยตั้งแต่ออกจากหมู่บ้าน เขาเดินฝ่าป่ามาสองวันเต็ม ข้ามลำห้วยปีนหน้าผาสูง ลัดเลาะไปตามทางสัตว์ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่สอง เสียงน้ำตกก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ดัง ซ่าๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาถึงที่หมายแล้ใจุกที่ลอยนำทางอยู่รีบหันกลับมาบอกอย่างตื่นเต้น"พ่อ!!...ถึงแล้วครับ"หมอสิงห์เร่งฝีเท้าทันที หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักม่านน้ำตกสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ละอองน้ำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกในความฝัน แอ่งน้ำใสสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกาย ระยิบระยับ แต่สิ่งที่อยู่ริมแอ่งน้ำทำให้ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ร่างเล็ก ๆ สีฟ้าจาง ๆ กำลังขดตัวอยู่ใต้ก้อนหินไม่มีรูปร่างเป็นหญิงสาวงดงามอีกแล้วไม่มีเส้นผมยาวสลวยไม่มีอาภรณ์งดงามเหลือเพียงก้อนพลังงานคล้ายสไลม์โปร่งแสงขนาดเท่าลูกมะพร้าว มันค่อย ๆ กระเพื่อมอยู่ช้า ๆ หมอสิงห์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด"พี่พราย..."เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับว่าหวาดกลัวว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะปลิงหายไปในทันที ก้อนพลังงานนั้นค่อย ๆ ขยับ ตอบสนองเสียงเรียก ก่อนจะมีดวงตาสองดวงปรากฏขึ้น ในก้อนนั้น มันมองมาที่เขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งเสียงแ

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 29 กลิ่นสาปความตาย

    อนามัยบ้านห้วยขมิ้นยังคงสว่างไสว แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เกือบเที่ยงคืนภายในห้องผู้ป่วย...ชายชราชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงให้น้ำเกลือ เขาถูกลูกหลานหามมาจากหมู่บ้านบนดอยเมื่อวานนี้ ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงและไข้สูงหลายวันหมอใบข้าวนั่งเขียนเวชระเบียนอยู่หน้าโต๊ะส่วนหมอศรันย์กำลังตรวจวัดความดันผู้ป่วยซ้ำอีกครั้ง วันนี้ทั้งสองคนเข้าเวรพร้อมกันเพื่อให้เดือน กับดาวได้ลาพักหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมานาน"ไข้ลดลงแล้ว"ศรันย์ถอนหายใจอย่างโล่งอกใบข้าวยิ้มบาง ๆ"อย่างน้อยคืนนี้ก็คงได้นั่งพักสัก..."ปัง!เสียงประตูอนามัยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ยังไม่ทันที่ใบข้าวจะพูดจบเสียด้วยซ้ำทั้งสองสะดุ้งพร้อมกันต้วนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเป็นคนแรกในมือหอบหมอนกับผ้าห่มและตุ๊กตาหุ่นพยนต์ที่หมอสิงห์ให้เอาไว้ตามมาด้วยกุมารีแก้วและพี่ณีทว่าครั้งนี้...พี่ณีดูแปลกๆไป จากที่เป็นผีที่อารมณ์ดี ขี้เล่นและบรรยากาศของเธอจะสบายๆกว่าผีตนอื่นๆ แต่ตอนนี้เธอไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยสีผิวซีดขาว...ใบหน้าเคร่งเครียด...ดวงตาคมกริบที่ไร้ตาขาวจับจ้องออกไปนอกอาคาร"หมอ!"เสียงของเธอดังหนักแน่นกว่าทุกครั้ง"รีบปิดประตู!ปิดห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status