LOGINเปลือกตาสีสมพูอ่อนที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ราคาแพงค่อยๆ ขยุกขยิกลืมตาตื่นช้าๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าพร่าเลือนและสมองก็ยังมึนชาพร่าเบลอไปหมด
“อ๊ะ! เจ็บจัง” เห็ดหอมยันตัวลุกนั่งพิงหัวเตียง มือบอบบางแตะท้ายทอยที่ปวดระบมพลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าขึ้นได้ ตะวันบุกเข้าไปหาเธอถึงห้อง จากนั้นเธอโดนทำให้สลบแล้วตื่นมาอีกทีก็อยู่ในห้องนอนของตัวเองในบ้านหลังใหญ่ของปะป๊า “หน็อย! ไอ้เด็กบ้า…” เห็ดหอมกำลังจะสาปส่งตะวันที่ริอาจมาทำร้ายร่างกายเธอ ทว่ายังไม่ทันปริปากไปมากกว่านั้น ร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาดูดีก็เดินเข้ามาในห้องนอนของเธออย่างคุ้นชิน “อาคิเรย์มาได้ไงคะ” อาคิเรย์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อของเธอ หน้าตาจึงไม่ได้ละม้ายคลายคลึงกันสักเท่าไร อีกอย่างอาก็เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น มีความหล่อกลมกล่อมลงตัว “ก็ใครมันดื้อแอบหนีไปเที่ยว อาต้องให้ตะวันไปพาตัวหนูออกมา ดีนะที่หนูเมาหลับไม่เป็นอะไรไปก่อน” เห็ดหอมเกือบพลั้งปากพูดไปว่าเธอไม่ได้เมาหลับแต่โดนไอ้บ้าตะวันตีท้ายทอยจนสลบต่างหาก “อาเป็นห่วงน้องเห็ดมากนะ ปะป๊าก็เป็นห่วง ทำไมหนูดื้อแบบนี้ฮึ” ร่างสูงเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจัง มองเธอด้วยสีหน้าแววตาตำหนิแต่เจือไปด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เห็ดหอมนิ่งเงียบ รู้ว่าโต้เถียงไปด้วยอาคิเรย์ต้องดุเธอแน่นอน แต่จะว่าไปตอนนี้เธอก็กำลังโดนดุอยู่เหมือนกันนี่หว่า “ทำไมน้องเห็ดไม่ชอบคุณดาว บอกอาได้มั้ย” อาคิเรย์คงเห็นว่าเธอนิ่งเงียบไม่เถียงกลับเหมือนทุกครั้งจึงยอมลดน้ำเสียงให้อ่อนลงเพื่อพยายามคุยกันดีๆ เห็ดหอมยังเงียบเหมือนเดิม แต่ในหัวมีแต่ภาพผู้หญิงที่ชื่อดาวประกายผุดขึ้นมาเต็มไปหมด กำลังอ้อนพ่อเธอบ้าง พูดจาเสียงหวานคะขากับพ่อเธอบ้าง ใช่แล้วล่ะ ผู้หญิงคนนั้นคือเมียใหม่ของพ่อที่กำลังจะกลายมาเป็นแม่เลี้ยงของเธอ “คุณดาวเป็นคนดีนะน้องเห็ด อาเชื่อว่าคุณดาวรักพี่หิรัญจริงๆ ทำไมหนูไม่ลองเปิดใจให้เธอหน่อยล่ะ” “เปิดใจเหรอคะ แล้วทำไมหนูต้องเปิดใจให้เธอด้วย หนูไม่อยากได้แม่ใหม่สักหน่อย ป๊าก็เคยสัญญากับหนูแล้วว่าจะไม่มีใครมาแทนที่หม่ามี๊ได้ แล้วดูที่ป๊าทำตอนนี้สิ!” นิสัยเอาแต่ใจเริ่มผุดขึ้นมาเมื่อคำพูดของอาคิเรย์ไม่เข้าหูเธอเลยสักนิด พ่อของเธอเคยสัญญาไว้ว่าเราอยู่กันได้แค่สองคนพ่อลูก ถึงแม้ไม่มีแม่ก็ไม่เป็นไร และท่านก็ทำตามที่สัญญาได้เป็นอย่างดีมาตลอด เห็ดหอมจึงไม่เคยเอะใจเลยว่าท่านแอบไปกุ๊กกิ๊กกับลูกน้องของตัวเองตั้งแต่ตอนไหน ซึ่งเดิมที ‘ดาวประกาย’ เป็นแค่เลขาของพ่อ ทว่าตอนนี้ก็ขยับเลื่อนขั้นตัวเองขึ้นมาเร็วซะเหลือเกิน แต่อย่าได้หวังว่าเธอจะยอมรับผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่เลี้ยงหรือแม้แต่คนในครอบครัว ให้ตายก็ไม่มีวันญาติดีด้วยเด็ดขาด! “นี่มันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วนะ พี่หิรัญเองก็คงอยากเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน หนูไม่อยากเห็นปะป๊ามีความสุขเหรอ” น้ำเสียงโอนอ่อนของอาคิเรย์พยายามกล่อมให้คล้อยตาม แต่เห็ดหอมกลับพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาเสียแทน “หรือถ้าหนูไม่เห็นด้วยจริงๆ หนูก็ไม่เห็นต้องทำตัวประชดแบบนี้เลย” “หนูไม่ได้ประชด!” “ที่หนูออกไปเที่ยวผับเกือบทุกคืน แล้วปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับผู้ชายไปเรื่อยนี่เรียกว่าไม่ได้ประชดเหรอ กี่ครั้งแล้วที่หนูเกือบนอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ถ้าพวกอากับลูกน้องพี่หิรัญไม่ไปช่วยพาตัวหนูออกมาทัน ป่านนี้คงเป็นข่าวใหญ่ไปแล้ว” อาคิเรย์กลับมาเสียงดุเหมือนเดิมหรือเผลอๆ ดุยิ่งกว่าเดิมเสียอีก เห็ดหอมสูดลมหายใจลึก กอดอกเชิดหน้าไปอีกทางแสดงอาการเอาแต่ใจอย่างที่คิเรย์เห็นเป็นประจำ แต่กับเรื่องนี้เขาไม่อยากเห็นเห็ดหอมเป็นแบบนี้เลย เธอโตแล้วก็น่าจะมีเหตุผลหน่อย “อาขอได้ไหม อย่าประชดป๊าแบบนี้อีก” “งั้นอาคิเรย์บอกป๊าให้ยกเลิกงานแต่งกับผู้หญิงคนนั้นได้มั้ยล่ะคะ ถ้าอาทำให้หนูได้ หนูก็ทำให้อาได้เหมือนกัน” คำต่อรองของเธอทำคิเรย์ส่ายหน้าอย่างละเหี่ยใจ การรับมือกับคนหัวดื้อหัวแข็งอย่างเห็ดหอมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “เถียงกับหนูอาโคตรปวดหัวเลย เอาล่ะ ไหนๆ หนูตื่นแล้วงั้นเราลงไปทานข้าวพร้อมกันดีกว่า” “หนูไม่หิว…” โครกกก~ เป็นจังหวะนรกมากที่ท้องของเธอดันมาลั่นเมื่อพูดออกไปแบบนั้น ราวกับมันประท้วงที่เธอไม่ยอมทานอะไรเลยนอกจากแอลกอฮอล์ ซึ่งตั้งแต่รู้ว่าปะป๊าหาแม่ใหม่ให้ก็ดื่มหนักมาตลอด “ท้องหนูไม่ให้ความร่วมมือเลยนะ” อาคิเรย์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะไล่เธอไปจัดการตัวเอง เสร็จแล้วจึงลากแขนออกจากห้องด้วยกัน ทว่าเมื่อมาถึงโต๊ะอาหาร เห็ดหอมก็อยากจะเลี้ยวกลับเดินขึ้นห้องไปเสียเดี๋ยวนั้น เพราะคนที่เธอไม่อยากเห็นมากที่สุดในตอนนี้กำลังนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย “ลงมาได้สักทีนะยายตัวแสบ” นั่นคือคำแรกที่ปะป๊าเอ่ยทัก ไม่รู้อาคิเรย์ไปพูดอะไรด้วย ป๊าถึงไม่ดุแม้ว่าท่านก็น่าจะรู้วีรกรรมล่าสุดของเธอเมื่อคืนนี้แล้ว “กับข้าวเยอะแยะเลยนะครับ น่าทานทั้งนั้นเลย” คิเรย์ขยับเก้าอี้ให้หลานสาวได้นั่ง จากนั้นจึงเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งเพื่อนั่งข้าง ‘มุกดา’ ภรรยาคนสวย เห็ดหอมมองอาของเธอที่ตักกับข้าวให้พี่มุกดา รอยยิ้มยินดีโผล่ขึ้นมาบนใบหน้าสวยหวานแว๊บหนึ่ง หากแต่เมื่อตากลมโตย้ายมองคู่ของปะป๊ากับดาวประกายว่าที่แม่เลี้ยง สีหน้าของเห็ดหอมก็สับสวิตซ์เป็นบึ้งตึงในทันที “ของชอบคุณ ทานเยอะๆ นะ” “ขอบคุณนะคะ” ความหวานของทั้งคู่เปรียบเหมือนยาขมสำหรับเห็ดหอม อาการอยากอาหารก่อนหน้าแทบจะหายไปหมดสิ้นจนเริ่มทานไม่อร่อย แม้ว่ากับข้าวตรงหน้าจะมีแต่ของชอบเธอเหมือนกันก็ตาม “แค่กๆ..” “ดาว! เป็นอะไรไป ค่อยๆ จิบน้ำนะ” ว่าที่แม่เลี้ยงสำลักอาหารจนน้ำตาคลอ ปะป๊าก็รีบดูอาการในทันที ความเป็นห่วงเป็นใยออกชัดจนเห็ดหอมปิดบังสีหน้าที่กำลังเบ้ปากมองแรงไม่ได้เลย “จานนี้มีถั่วน่ะค่ะ” “จริงด้วย ผมจำได้ว่าคุณแพ้ถั่ว” ปะป๊าพูดกับคุณดาวประกายจบก็เรียกหาแม่บ้านในทันที “ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าคุณดาวเขาแพ้อะไรบ้าง ทำไมยังทำเมนูแบบนี้ขึ้นโต๊ะมาเสิร์ฟอีก จำไม่ได้เหรอ” ปะป๊าเสียงดุใส่ป้าอรที่เป็นแม่บ้านจนอีกฝ่ายก้มหน้าต่ำ สีหน้าตกใจระคนหวาดกลัว “อะ…เอ่อ จำได้ค่ะ แต่ว่าจานนี้ของชอบคุณหนู” ป้าอรเหลือบตามองหน้าเธอ ขนาดแม่บ้านยังรู้เลยว่ามันคือของชอบเธอ แต่คนเป็นพ่อแท้ๆ ไม่แม้แต่จะจำของชอบลูกสาว แต่กลับไปจำของผู้หญิงคนอื่นว่ากินอะไรได้บ้างหรือแพ้อะไรบ้าง คิดแล้วมันน่าน้อยใจไหมล่ะ “อ้อ จริงด้วยสินะ” ท่านหิรัญเองเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ แต่ก็ช้าไปเสียแล้วเมื่อเห็ดหอมวางช้อนกระทบจานเสียงดัง สีหน้าเรียบเฉยพยายามกักเก็บความไม่พอใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด “หนูอิ่มแล้ว ขอตัวนะคะ” “น้องเห็ดไม่อยู่ค้างที่นี่อีกสักคืนเหรอ” “ไม่ล่ะค่ะ หนูจะกลับเพนต์เฮาส์ ปะป๊าก็มีคนอยู่เป็นเพื่อนทุกวันทุกคืนอยู่แล้วนี่คะ หนูคงไม่จำเป็นหรอก” “เห็ดหอม…” หิรัญเรียกได้แค่ชื่อเพราะตอนนี้ยายลูกสาวตัวแสบเอาแต่ใจเดินลิ่วออกจากห้องทานอาหารไปแล้ว ตั้งแต่เขาเปิดตัวคบกับดาวประกาย เห็ดหอมก็เป็นแบบนี้มาตลอด ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมเปิดใจให้คุณดาวสักทีเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







