Home / รักโบราณ / หยกโลหิตพลิกชะตา / บทที่ 8 ไม่ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง

Share

บทที่ 8 ไม่ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง

Author: JustMoonLight
last update publish date: 2026-04-14 15:10:02

แม้จะเพียรพยายามฝึกฝนอย่างเต็มกำลัง แต่เมิ่งเถียนซีกลับพบว่าทุกหยาดเหงื่อและความตั้งใจคล้ายจะสูญเปล่า ไม่ว่ากระบวนท่าฝึกปราณของสำนักชิงเสวียนจะพิถีพิถันมากเพียงใด ทุกครั้งที่นางนั่งสมาธิเพ่งจิตรวบรวมพลังปราณ พลังที่เพิ่งจะดึงเข้ามาในร่างกายก็ไหลรั่วออกไปอย่างไร้การควบคุม ราวกับว่าร่างกายของนางเป็นเพียงถังน้ำที่มีรูรั่ว ยิ่งเติมเท่าใด น้ำก็ยิ่งซึมไหลออกไปจนหมดสิ้น

ความรู้สึกท้อแท้เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของเมิ่งเถียนซี เพราะผ่านมานานหลายวันแต่นางยังคงมองไม่เห็นแม้เพียงเงาของความก้าวหน้า ทุกค่ำคืนแห่งการฝึกฝนกลายเป็นวังวนของความคาดหวังและความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระนั้น เมิ่งเถียนซีก็ยังไม่ยอมแพ้ แม้รู้ว่าตนไร้รากฐานพลังปราณแต่กำเนิด นางกลับยิ่งกัดฟันแน่น ยึดมั่นว่าจะต้องค้นพบวิถีของตนเองให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและร่างกายต้องรู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยมากเพียงใดก็ตาม

หลายวันต่อมาในยามค่ำคืนเมิ่งเถียนซีพยายามฝึกฝนพลังปราณ ในยามกลางวันเมิ่งเถียนซีพยายามกินอาหารบำรุงร่างกายและใช้ช่วงเวลานี้ในการปล่อยให้ร่างกายได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสงบ โดยมีเหล่าสาวใช้ในเรือนรับอรุณคอยนั่งเฝ้าดูแลนางอยู่ไม่ห่างตลอดวัน

“ไฉ่เสียน เจ้าคิดว่าคุณหนูสี่ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเลยหรือไม่” ไฉ่เฉินเอ่ยกระซิบถามไฉ่เสียน ในระหว่างที่คนทั้งคู่นั่งเฝ้าเตียงนอนที่มีร่างคุณหนูสี่เมิ่งเถียนซีกำลังนอนหลับอยู่

“จะไม่ดูเปลี่ยนไปได้อย่างไรในเมื่อความทรงจำทุกอย่างของคุณหนูสี่จางหายไปจนหมด เมื่อความทรงจำทุกอย่างขาดหายไป คุณหนูสี่จึงได้มีบุคลิกที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ แต่ข้ารู้สึกชอบคุณหนูสี่ที่เป็นแบบนี้มากกว่า เมื่อก่อนคุณหนูสี่ไม่ได้ชอบพูดคุยกับสาวใช้อย่างพวกเราเช่นนี้ และชอบเก็บตัวก้มหน้าหลบสายตาของผู้อื่นอยู่เสมอ”

“ข้าเอ่ยถามเจ้าไม่ได้หมายถึงเรื่องที่บุคลิกและนิสัยความชอบของหนูสี่ดูเปลี่ยนไป แต่ข้าหมายถึงใบหน้าและรูปร่างของคุณหนู ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ยิ่งนานวันคุณหนูก็ยิ่งดูงดงามมากขึ้นในสายตาของข้า”

ไฉ่เสียนเหลือบสายตาไปมองสำรวจดูคุณหนูสี่ของนางที่นอนอยู่บนเตียง แล้วจึงพยักหน้าเห็นด้วยในทันที “คุณหนูสี่ดูงดงามมากขึ้นอย่างที่เจ้าพูดมาจริงๆ อาจจะเป็นเพราะวัยของคุณหนูกำลังอยู่ในช่วงเติบโตเป็นหญิงสาวสาวเต็มตัวแล้ว ไม่ใช่เด็กสาวที่เจ็บป่วยอมโรคเหมือนดั่งในอดีต”

“อืม…วัยของคุณหนูกำลังเพิ่มขึ้นเป็นสตรีเจริญวัยจริงดังที่เจ้าพูด แต่ข้าคิดว่าสาเหตุที่รูปร่างหน้าตาของหนูดูงดงามมากขึ้นน่าจะเป็นเพราะนิสัยการกินของคุณหนูที่เปลี่ยนไปเสียมากกว่า ในอดีตซุนมามามักจะพูดบ่นว่าคุณหนูสี่มีนิสัยเลือกอาหารการกินเป็นอย่างมาก แต่คุณหนูสี่ของพวกเราในยามนี้กลับมีนิสัยกินทุกอย่างแบบไม่เลือก แม้แต่ยาบำรุงร่างกายที่มีรสชาติแย่ คุณหนูสี่ของพวกเราก็สามารถดื่มกินได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยด้วยซ้ำไป”

เมิ่งเถียนซีที่กำลังนอนแอบฟังสาวใช้ทั้งสองคนพูดคุยนินทาตนเองอยู่ อดที่จะเผยตัวว่าตื่นแล้วไม่ได้ เพื่อที่นางจะได้เอ่ยปากถามสาวใช้ทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเพียงเล็กน้อยว่า

“…นี่พวกเจ้ากำลังแอบนินทาข้าว่าเป็นคนตะกละกินทุกอย่างโดยไม่เลือกอยู่ใช่หรือไม่”

ไฉ่เฉิน “…”

ไฉ่เสียน “…”

สองสาวใช้ทั้งสองคนไม่กล้าตอบคำถามเมื่อครู่นี้ของคุณหนูสี่ผู้ที่เป็นนายหญิงของพวกนาง เพราะพวกนางไม่อาจจะอ้าปากเอ่ยคำโกหกเพื่อแก้ตัวสำหรับข้อกล่าวห้าที่คุณหนูสี่เพิ่งจะเอ่ยออกมาได้ เนื่องจากในความคิดของพวกนาง คุณหนูสี่ในยามนี้ดูตะกละคล้ายกับคนที่เคยผ่านช่วงชีวิตที่ต้องอดอยากมาเสียเหลือเกิน

ความจริงความคิดของสาวใช้ทั้งสองคนนี้ถูกต้องแล้ว ในชีวิตก่อนของเมิ่งเถียนซีนางเคยเป็นเด็กกำพร้าที่ใช้ชีวิตอย่างอดอยากมาก่อน เมื่อได้ย้ายมาเข้าอยู่ในสำนักชิงเสวียน นางก็ต้องอยู่ในกฎระเบียบที่ว่าในหนึ่งวันกินอาหารได้เพียงสองมื้อ ห้ามกินจนแน่นท้อง ผู้ฝึกฝนพลังปราณจะต้องเรียนรู้เรื่องการหักห้ามใจตนเอง

ดังนั้นเมื่อเมิ่งเถียนซีตื่นมาในร่างกายที่อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งเช่นนี้ นางจึงคิดหาข้ออ้างให้แก่ตนเองโดยคิดเข้าข้างตนเองว่า นางกำลังเยียวยาร่างกายโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์จำนวนมากเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ร่างกายของคุณหนูสี่ผู้นี้…

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาเมิ่งเถียนซียังคงปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม โดยหลังจากอาหารมื้อเช้าที่เมิ่งเถียนซีนั่งกินอาหารอย่างสำราญใจแล้ว ในช่วงสายๆ ของแต่ละวัน ทุกคนในตระกูลเมิ่งจะเดินมาเยี่ยมนางที่เรือนรับอรุณเหมือนเดิมเช่นกัน ทว่าคนที่เมิ่งเถียนซีให้ความสนใจมากที่สุดยังคงเป็นพี่ชายใหญ่ตระกูลเมิ่ง เพราะนางรู้เรื่องที่ว่าเขาขอรับอาสาไปตามหาหยกโลหิตให้แก่นาง

“พี่ใหญ่เจ้าคะ เรื่องหยกโลหิตของข้าคืบหน้าไปถึงไหนแล้วเจ้าคะ พี่ใหญ่ได้ข่าวเกี่ยวกับหยกโลหิตของข้าบ้างหรือยังว่าหายไปอยู่ที่แห่งใด”

“พี่ชายไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว เนื่องจากเวลาที่เกิดเหตุผ่านมานานมากกว่าหนึ่งเดือน ถ้าหากหยกโลหิตตกอยู่แถวนั้นย่อมจะต้องมีคนเก็บไปใช้แล้ว พี่ชายจึงส่งคนไปสืบข่าวเกี่ยวกับหมู่บ้านในแถบนั้นว่ามีใครที่ร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ หรือว่ามีคนนำสร้อยห้อยหยกโลหิตมาสวมใส่บ้างหรือไม่ ผลปรากฏว่าไม่มีใครที่น่าสงสัยว่าเคยเห็นหยกโลหิตเลย พี่ใหญ่กำลังรู้สึกแปลกใจมากที่หยกโลหิตหายไปอย่างไร้วี่แววแบบนี้”

“พี่ใหญ่เจ้าคะ ความทรงจำของข้าที่หลงเหลืออยู่ก่อนที่จะหมดสติคือข้ากำสร้อยหยกโลหิตเอาไว้ในกำมือเจ้าค่ะ”

“อืม…ในเมื่อน้องสาวยืนยันว่าก่อนจะหมดสติ ความทรงจำสุดท้ายที่น้องสาวจำได้คือการกำสายสร้อยที่ใช้เชือกถักร้อยห้อยหยกโลหิตเอาไว้อยู่ในกำมือ ถ้าอย่างนั้นพี่ชายคงจะต้องไปลองเลียบเคียงถามเรื่องนี้กับซานอ๋องดูเสียแล้ว จะว่าไปซานอ๋องก็เล่าเรื่องราวในวันนั้นได้อย่างไม่ละเอียดนัก เช่นว่าทำไมวันนั้นซานอ๋องจึงขี่ม้าไปช่วยเหลือเจ้าได้ประจวบเหมาะพอดี ทั้งๆ ที่การเดินทางเข้าเมืองหลวงของน้องสาวมีแค่เพียงคนในจวนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้”

เมิ่งซูเหวินที่กำลังนั่งฟังอยู่เอ่ยเตือนขึ้นมาว่า “พี่ใหญ่จะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยสอบถามกับซานอ๋องไม่ได้นะเจ้าคะ ถ้าหากท่านอ๋องรู้เรื่องว่าหยกโลหิตที่เป็นดั่งสิ่งของที่แทนคำสัญญาหมั้นหมายได้สูญหายไปแล้ว ท่านอ๋องอาจจะฉวยโอกาสนำเรื่องนี้มาขอถอนหมั้นได้เลยนะเจ้าคะ”

“เรื่องอาจจะไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้นก็ได้ พี่ชายคิดว่าถึงซานอ๋องจะดูเย็นชาห่างเหินกับทุกคนไปบ้าง แต่เขาคงจะไม่ใช่คนที่ใจร้ายมากจนไม่ยอมคิดถึงเผื่อเรื่องในอนาคตของน้องสาวหรอกกระมัง”

เมื่อคุณชายใหญ่เมิ่งเซวียนอี้พูดจบ ก็มีเสียงสาวใช้คนหนึ่งมาขอพบเจ้านายทุกคนภายในเรือนด้านในของเรือนรับอรุณ เพื่อแจ้งข่าวสำคัญให้ทุกคนรู้ว่า “ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยมาเยี่ยมอาการป่วยของคุณหนูสี่ และนำสิ่งของที่ล้ำค่ามาส่งคืนให้แก่คุณหนูเจ้าค่ะ”

“…” เมิ่งซูเหวินแอบคิดด้วยความกังวลใจว่าซานอ๋องจะมาขอถอนหมั้น

“…” เมิ่งเซวียนอี้แอบคิดด้วยความกังวลใจว่าหยางเฟิ่งเจี๋ยอาจจะใจร้ายใจดำมากพอที่จะมาทำลายอนาคตที่ดีของน้องสาวของเขาในวันนี้เลยก็ได้

มีเพียงเมิ่งเถียนซีเท่านั้นที่มองเรื่องนี้ไปในแง่ดี และพูดขึ้นว่า “ของล้ำค่าที่ซานอ๋องนำมาคืนชิ้นนั้น พวกท่านคิดว่าจะใช่หยกโลหิตของข้าหรือไม่”

เมื่อเมิ่งเถียนซีพูดจบ ทุกคนในห้องโถงของเรือนรับอรุณแห่งนี้ ต่างหันมามองเถียนซีที่กำลังเงยหน้าจ้องมองดูทุกคนด้วยดวงตากลมโตกระจ่างใสและแอบคิดในใจกันว่า ถึงแม้ความทรงจำจะจางหายไปแต่นิสัยไร้เดียงสาของเมิ่งเถียนซียังคงอยู่ อย่างน้อยเรื่องการมองทุกอย่างในแง่ดีของเมิ่งเถียนซีก็ไม่ได้จางหายไปพร้อมกับความทรงจำของนาง…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 200 ฮองเฮาแคว้นจื่อหยวน

    องค์รัชทายาทจะต้องไปเรียนรู้งานของราชสำนักกับฮ่องเต้หยางตี๋ซึ่งฝ่าบาทจะต้องออกว่าราชการในยามเช้าที่ท้องพระโรงทุกวัน ดังนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยจะต้องเดินทางออกจากจวนซานอ๋องที่ในยามนี้กลายเป็นจวนรัชทายาทไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด ความจริงแล้วองค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่พระตำหนักบูรพาในวังหลวง แต่หยางเฟิ่งเจี๋ยใช้ข้ออ้างว่ากลัวความผิดพลาดของนางกำนัลฝ่ายในจนทำให้ส่งผลร้ายต่อการตั้งครรภ์ของพระชายา เมื่อสองปีที่แล้วเคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์ของอดีตพระชายาอี้อ๋องมาก่อน ดังนั้นฝ่าบาทที่ทรงอยากจะได้อุ้มหลานเหมือนคนในวัยเดียวกันแล้ว พระองค์จึงยอมพระราชอนุญาตให้องค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทพักอยู่ในจวนที่อยู่นอกวังหลวงต่อไป เมิ่งเถียนซีบำรุงครรภ์อยู่ที่เรือนจันทร์ส่อง ในระหว่างวันมักจะมีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยี่ยมพระชายาองค์รัชทายาทแทบทุกวันย่อมจะหนีไม่พ้นผู้เป็นมารดาและพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง สวีเยี่ยนหลันและกู้ฉิงโหรว ในบางวันก็อาจจะมีเมิ่งซูเหวินและหลานชายคนแรกของนางเซี่ยหวายเยี่ยนมาเยือนที่เรือนจันทร์ส่องด้วย ในวันนี้ก็เช่นกันเมื่

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 199 เดินทางไปรับตำแหน่งองค์รัชทายาท

    เมิ่งเถียนซีเดินทางไปจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของตนเองที่เมืองจิ่วโจว เพราะพี่ชายรองของนางเมิ่งจื่อซวายมารับตำแหน่งนายกองของกองทัพตระกูลเมิ่งที่เมืองจิ่วโจวในเดือนสามพอดี การฉลองวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีการตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหาร มีการดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างรื่นเริงสนุกสนาน เมิ่งเถียนซีมีความสุขมากที่ได้พบหน้ากับเมิ่งจื่อซวายอีกครั้ง สองพี่น้องจึงประลองฝีมือกันส่งท้าย“ไม่เจอเพียงหนึ่งปี พลังปราณของเจ้าเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้ว” เมิ่งจื่อซวานพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้หลังจากที่เขาประลองฝีมือพ่ายแพ้ให้แก่ผู้เป็นน้องสาว“ข้าย้ายมาอยู่ที่เมืองซีโจวนอกจากชอบปลูกพืชสมุนไพรแล้วก็หมั่นขยันฝึกซ้อมฝีมือแทบจะทุกวัน จึงเป็นธรรมดาที่ฝีมือของข้าจะรุดหน้าอย่างรวดเร็วแบบนี้ พี่รองอย่าทำสีหน้าหดหู่ใจแบบนี้สิเจ้าคะ พวกเราสองพี่น้องได้มาพบหน้ากันใหม่อีกครั้งข้าย่อมจะมีของขวัญพบหน้ามอบให้แก่พี่ชาย รับรองว่าของขวัญสิ่งนี้จะทำให้พี่รองมีฝีมือก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน” เมิ่งเถียนซีอมยิ้มแล้วจึงยื่นขวดยาที่ด้านในมียาฟื้นฟูพลังปราณชั้นดีสิบกว่าเม็ดมอบให้แก่เมิ่งจื่อซวาน“ยานี้…เป็นยาอะไร” เม

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 198 การใช้ชีวิตที่มีความสุขอยู่ที่ซีโจว

    เมืองซีโจวมีทิวทัศน์สวยงามน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทิวทัศน์บริเวณจวนซานอ๋องมีต้นสนสูงใหญ่ถูกปลูกเอาไว้ล้อมรอบ ยังมีทิวป่าไผ่อยู่ทางด้านข้างของจวน ส่วนทางด้านหลังจวนยังมีสวนต้นท้อที่ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกทิ้งเอาไว้บนเนินเขาแห่งนี้ ทำให้กลายเป็นสวนป่าที่สามารถมาหาเก็บผักและผลลูกท้อนำไปเป็นอาหารที่กินได้อากาศภายในเมืองซีโจวอบอุ่นเป็นอย่างมาก เมิ่งเถียนซีจึงผลัดเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดฤดูร้อนเพื่อความเบาสบายตัวแล้วจึงเดินสำรวจเรือนแต่ละหลังภายในจวนซานอ๋องโดยมีเหล่าสาวใช้เดินตามมาทางด้านหลัง เรือนแต่ละหลังไม่ได้ถูกสร้างให้ประสานกัน มีถนนที่ปูด้วยแผ่นหินถูกสร้างเป็นเส้นทางไปยังเรือนหลังอื่นทำให้การเดินไปยังเรือนต่างๆ แสนจะสะดวกสะอาดไร้สิ่งกีดขวางอวี๋เหนียงสาวใช้ของที่นี่มีอายุมากแล้ว แต่นางยังคงเดินได้อย่างคล่องแคล่วนางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สะอาดมีกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย ระหว่างที่ทุกคนเดินไปสำรวจเรือนแต่ละหลังอวี๋เหนียงพูดบรรยายเกี่ยวกับเรือนทุกหลังให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เรือนที่พักของท่านอ๋องและพระชายาถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ท่านอ๋องทรงตั้งชื่อเรือนว่าเรือนรับอรุณเพคะ”

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 197 มีคนมารอรับที่เมืองซีโจว

    การเดินทางไปเมืองซีโจวถ้าหากขี่ม้าเร็วจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณเจ็ดวันหรือแปดวัน แต่เมื่อเป็นขบวนรถม้าขนาดใหญ่ที่ขนสัมภาระมากมายและยังมีผู้คนร่วมเดินทางเป็นจำนวนมาก การเดินทางจึงใช้เวลานานขึ้นใช้เวลาในการเดินทางนานครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อยตลอดการเดินทางหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีไม่ได้พบกับความยากลำบากแม้แต่น้อย เพราะเขาและนางสลับกันเข้าไปพักผ่อนอยู่ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต จึงมีเวลาให้ใช้เหลือเฟือไม่ต้องรีบ พวกเขาได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ได้ฝึกฝนตนเองโดยไร้คนรบกวน ได้นอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อย่างสบายใจ โดยมีอีกคนนั่งเฝ้าในรถม้าอยู่ด้านนอก ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นคนที่นั่งอยู่ในรถม้าจะรีบเข้ามาตามคนในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตในทันทีดังนั้นตลอดการเดินทางทั้งหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีจึงดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากกว่าผู้อื่นที่ร่วมออกเดินทางมาด้วยกัน ภายในรถม้าคันหรูหราจะมีหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งอยู่กับเมิ่งเถียนซีเพียงสองคน เพื่อที่จะได้สะดวกในการหลบเข้าไปในห้วงมิติพิเศษได้ง่าย ยามค่ำคืนคนทั้งคู่มักจะนอนอยู่ในรถม้าคันใหญ่ร่วมกัน ส่วนคนอื่นๆ ก็มักจะค้างคืนอยู่ภายในรถม้าของตนเอง เพราะห

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 196 เดินทางไปเมืองซีโจว

    ความโปรดปรานที่มากเกินไปของฮ่องเต้หยางตี๋ย่อมจะไม่ส่งผลดีต่อคนที่ได้รับสักเท่าไหร่นัก พระชายาเอกฉินซูเซียวในอี้อ๋องช่วยพิสูจน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฮ่องเต้หยางตี๋ทรงแสดงความตื่นเต้นและดีพระทัยที่กำลังจะมีหลานชายหรือหลานสาวคนแรกอย่างเปิดเผย เมื่อทรงรู้ข่าวว่าพระชายาฉินซูเซียวตั้งครรภ์แล้ว ฝ่าบาทก็ทรงรีบส่งของขวัญมากมายไปพระราชทานให้แก่หลานชายหรือหลานสาวที่ยังไม่ถือกำเนิดยังจวนอี้อ๋องเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วครรภ์นี้พระชายาฉินซูเซียวก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ มิหนำซ้ำท่านหมอหลวงหลายคนยังเอ่ยคำวินิจฉัยว่าในอนาคตพระชายาเอกฉินซูเซียวมีโอกาสน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ใหม่ได้อีกครั้งเมิ่งเถียนซีรับฟังข่าวนี้ด้วยความรู้สึกสงสารฉินซูเซียวอยู่บ้าง แต่เมื่อหยางเฟิ่งเจี๋ยเอ่ยเตือนนางว่า “พระชายาเอกของอี้อ๋องคนนี้เดิมทีก็ไม่ใช่สตรีที่แสนดีอยู่แล้ว เสด็จพี่ใหญ่ของเรามีพระชายารองและอนุตั้งหลายคน แต่ผ่านมานานหลายปียังไม่มีสตรีคนใดในจวนอี้อ๋องที่ตั้งครรภ์เลยสักคนเดียว เราคิดว่าพระชายาเอกฉินซูเซียวผู้นั้นคงจะลงแรงไปกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย”“แต่ในเมื่อนางตั้งครรภ์ใหม่ได้ยากแบบนี้ ในอนาคตข้างหน้า นางคงจะต

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 195 จัดงานเลี้ยงปีใหม่ในฐานะพระชายา

    งานมงคลของเมิ่งเซวียนอี้จบลงไปได้เพียงสองสัปดาห์ต่อมาก็จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่าเตรียมงานฉลองต้อนรับปีใหม่ ในปีใหม่นี้เมิ่งเถียนซีมีฐานะเป็นนายหญิงของจวนซานอ๋องแล้ว นางจึงต้องจัดเตรียมงานฉลองคืนข้ามปีให้แก่จวนซานอ๋อง เพื่อให้พวกบ่าวและสาวใช้ที่อยู่ในจวนได้เฉลิมฉลองในเทศกาลมงคลร่วมกัน“…ท่านพ่อบ้านใหญ่บอกกับข้าว่าปีก่อนๆ ท่านอ๋องแค่แจกถุงเงินถุงทองมอบรางวัลพิเศษให้แก่พวกบ่าวและสาวใช้เท่านั้น ไม่ได้มีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารและจ้างมหรสพมาทำการแสดงภายในจวนเพคะ” ไฉ่เสียนก้มหน้ารายงานความคืบหน้าของการจัดเตรียมงานและเล่าเรื่องที่จวนซานอ๋องเคยจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เทศกาลเฉลิมฉลองแบบนี้จะปล่อยให้ทุกคนภายในจวนต้องผ่านคืนข้ามปีไปอย่างเงียบเหงาโดยไม่มีการเลี้ยงเฉลิมฉลองได้อย่างไร การแสดงมหรสพจะไม่มีก็ช่างเถิดแต่อย่างน้อยภายในจวนก็ควรจะมีเสียงเพลงมาบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศรื่นเริง อาหารมงคลควรจะมีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารสักเก้าชนิด ควรจะมีอาหารประเภทเนื้อเห็ดเป็ดไก่ อาหารที่ทำมาจากเนื้อหมูและเนื้อปลา รวมไปถึงอาหารที่มีผักใบเขียวเพื่อแก้เลี่ยนอีกด้วย ของหวานย่อมจะต้องมีขนมแป

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 4 พี่ชายตระกูลเมิ่งทั้งสองคน

    เมิ่งเถียนซียอมรับการปรนนิบัติจากสาวใช้จำนวนหนึ่งด้วยความรู้สึกเริ่มคุ้นชิน เหล่าสาวใช้พวกนี้ช่วยกันอุ้มนางไปทำธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อยเป็นอย่างดี และช่วยกันอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ให้แก่นางอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งในชีวิตเก่าเมิ่งเถียนซีต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองมาโดยตลอดไม่เคยมีสาวใช้ม

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 3 บทที่ 3 ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย

    หยางเฟิ่งเจี๋ย มีตำแหน่งซานอ๋องแห่งแคว้นจื่อหยวน เขาเป็นองค์ชายสามผู้มีรูปโฉมหล่อเหลาของราชสกุลหยาง ทว่าซานอ๋องมีอุปนิสัยเย็นชาและโหดเหี้ยมจนไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ ซานอ๋องเช่นเขานับว่าเป็นผู้ที่มีพลังปราณระดับห้าขั้นฮวาเสิ่น ปราณกับดวงจิตเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่ง จึงทำให้ภายในแคว้นจื่อหยวนหาคู่ต่อสู้ที

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 2 คุณหนูสี่เมิ่งเถียนซี

    เมิ่งเถียนซีคิดว่าตนเองต้องจบชีวิตลงที่ใต้หุบเขาอู่ไถไปแล้ว แต่เมื่อนางรู้สึกตัวฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้งจึงพบว่าตัวนางได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งแห่งแคว้นจื่อหยวนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนฉิงอัน ตามที่สาวใช้ทั้งสองคนพูดอธิบายให้นางฟัง จึงคิดสรุปได้ว่าดินแดนฉิงอันแห่งนี้เป็นดินแดน

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 1 ตายเพราะความโง่เขลา

    เมิ่งเถียนซีเป็นผู้ฝึกฝนตนในดินแดนเทียนคง นางคืออัจฉริยะน้อยที่มีพลังวิญญาณอันแข็งแกร่ง และได้เข้าสำนักไปเป็นลูกศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของท่านปรมาจารย์ม่อไป๋ผู้เป็นเจ้าสำนักชิงเสวียน การได้เป็นศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของท่านปรมาจารย์ทำให้นางได้ดื่มกินยาวิเศษและยาอายุวัฒนะเป็นจำนวนมาก จึงทำให้นางฝึกฝ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status