แชร์

หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย
หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย
ผู้แต่ง: เซ่อเซ่อ

บทที่ 1

ผู้เขียน: เซ่อเซ่อ
หมอหลวงชราทรุดกายคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ เอ่ยด้วยความสะเทือนใจว่า: “องค์รัชทายาท... กระหม่อมไม่อาจหักใจลงมือได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ... แม่นางเจียงร่วมตกระกำลำบาก ถูกเนรเทศไกลถึงสามพันลี้ไปพร้อมกับพระองค์จนร่างกายมีโรคภัยรุมเร้า หากยังต้องมากรีดเอาโลหิตหัวใจไปอีก เมื่อนางฟื้นขึ้นมา ย่อมต้องเจ็บปวดทรมานเจียนตายเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ...”

“พอได้แล้ว!” เซี่ยฉางหลีตวาดกร้าวขัดจังหวะ นัยน์ตาสาดประกายเย็นเยียบจนน่าสะพรึงกลัว “ในเมื่อท่านไม่กล้าลงมือ เช่นนั้นข้าจะทำเอง!”

เขาแย่งมีดสั้นมาจากมือหมอหลวง แล้วแทงทะลวงเข้าที่กลางอกของเจียงชิงเซ่อโดยไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย

“อึก...”

ปลายนิ้วของร่างบางบนเตียงสั่นเทิ้มขึ้นมาแผ่วเบา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้

โลหิตสีแดงฉานทะลักล้น เซี่ยฉางหลีรีบนำชามหยกมารองรับไว้ จวบจนเต็มเปี่ยม เขาก็สะบัดแขนเสื้อหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหันกลับมามอง

หมอหลวงชราเดินโซซัดโซเซตามออกไป ประตูตำหนักปิดลงเสียงดังสนั่น ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อย ๆ ห่างไกลออกไป

บนเตียงนอน... เจียงชิงเซ่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เหงื่อเย็นเยียบหลั่งรินจนเปียกชุ่มปอยผมข้างขมับ

นางขบริมฝีปากล่างของตนเองไว้แน่น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมา

เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน...

ไม่มีใครรู้เลยว่า แท้จริงแล้วนางไม่ได้สลบไสลไปแต่อย่างใด

ครึ่งชั่วยามก่อน เซี่ยฉางหลียกถ้วยน้ำแกงหยกน้ำค้าง มาป้อนให้นางด้วยมือของเขาเอง ทว่าพอดื่มลงไปนางก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงฝืนใจล้วงคออาเจียนออกมาจนหมด ใครจะคาดคิดว่าในนั้นกลับผสมยาหมาเฟ่ยส่านเอาไว้

ที่แท้ก็เพื่อนางหลับใหล จะได้ลงมือกรีดเอาโลหิตหัวใจของนางไปช่วยชีวิต

มู่หลิวอิ๋งอย่างนั้นหรือ?!

มือเรียวสั่นสะท้านขณะยกขึ้นมากุมบาดแผลเหวอะหวะกลางอก เลือดสดยังคงซึมผ่านร่องนิ้ว ย้อมชุดนอนสีขาวบริสุทธิ์จนแดงฉาน

ช่างน่าขันสิ้นดี...

สามปีก่อน องค์รัชทายาทเซี่ยฉางหลีทำให้โอรสสวรรค์พิโรธ จนถูกปลดและเนรเทศ ขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนักต่างหลบหน้าหนีหาย บรรดาทายาทตระกูลสูงศักดิ์ที่เคยรายล้อมประจบประแจงต่างหลีกหนีราวกับเขาเป็นงูพิษ แม้แต่มู่หลิวอิ๋ง คู่หมั้นคู่หมายที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย ยังประกาศถอนหมั้นกลางคันเพราะเกรงจะถูกหางเลขไปด้วย

มีเพียงนาง... ที่ยอมขัดใจคนทั้งตระกูล ดึงดันที่จะติดตามเขาไป!

ระหว่างทางถูกเนรเทศ โจรป่าดักปล้น ก็เป็นนางที่เอาตัวเข้ารับคมดาบแทนเขา ในฤดูหนาวอันแสนหฤโหดที่ไร้ซึ่งอาหารประทังหิว ก็เป็นนางที่ยอมอดเพื่อเก็บเสบียงทั้งหมดไว้ให้เขา ยามที่เขาไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลด ก็เป็นนางที่กรีดข้อมือตนเอง รินเลือดผสมยาป้อนให้เขาดื่ม

นางร่วมกินข้าวบูดเน่า ร่วมหลับนอนบนกองฟาง ร่วมทนทุกข์ฝ่าพายุหิมะและลมหนาวตลอดระยะทางสามพันลี้ไปกับเขา

แต่มาบัดนี้ เมื่อเขาได้หวนคืนสู่ตำแหน่งรัชทายาทแห่งตำหนักบูรพา เพียงแค่

มู่หลิวอิ๋งมาคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญพรรณนาถึงความจำเป็นหน้าประตูวัง เขากลับใจอ่อนยวบ ถึงขั้นไม่เสียดายที่จะมากรีดเอาโลหิตหัวใจของนางไปช่วยชีวิตสตรี

ผู้นั้น!

นางพยุงร่างโซซัดโซเซลงจากเตียง ทุกย่างก้าวราวกับกำลังเหยียบย่ำลงบนคมมีด บาดแผลที่กลางอกฉีกขาดและเจ็บปวดร้าวระบมตามการเคลื่อนไหว ทว่าความเจ็บปวดทางกายนี้ กลับเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความปวดร้าวในจิตใจ

ตำหนักของมู่หลิวอิ๋งสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ มองผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ นางเห็นเซี่ยฉางหลีกำลังประคองป้อนเลือดกลางใจชามนั้นเข้าปากมู่หลิวอิ๋งอย่างทะนุถนอม

“เจ็บเจ้าค่ะ...” มู่หลิวอิ๋งหลับตาพริ้ม น้ำตาเอ่อคลอเบ้า “ท่านพี่ฉางหลี ข้าเจ็บเหลือเกิน...”

ร่างของเซี่ยฉางหลีชะงักงัน: “ทนอีกนิดเถิด อีกประเดี๋ยวก็หายแล้ว”

เมื่อมู่หลิวอิ๋งดื่มเลือดชามนั้นจนหมดและซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเขา สีหน้าของนางก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นมากจริง ๆ ครู่ต่อมา นางก็ค่อย ๆ ลืมตาฟื้นคืนสติ สิ่งแรกที่สะท้อนเข้าสู่สายตาคือนัยน์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยของเซี่ยฉางหลี

“ท่านพี่ฉางหลี!” ร่างบางสั่นสะท้าน รีบคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น “ท่านให้อภัยข้าแล้วใช่หรือไม่? ข้าผิดไปแล้ว ปีนั้นข้าขี้ขลาดเกินไป ทนความลำบากไม่ไหว... แต่ข้าเสียใจ เสียใจจริง ๆ! หากท่านไม่ต้องการข้าแล้ว ข้าก็ขอสู้ตายเสียดีกว่า!”

ขาดคำ นางก็ทำท่าจะพุ่งโขกศีรษะเข้ากับกำแพง

“พอได้แล้ว!” เซี่ยฉางหลีรั้งตัวนางไว้ ก่อนจะกดร่างมู่หลิวอิ๋งลงบนเตียงอย่างแรง แล้วประกบริมฝีปากจุมพิตนางอย่างดุดัน

นั่นมิใช่จุมพิตที่อ่อนโยน ทว่าเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง ความปวดร้าว และการระบายอารมณ์อย่างจนใจ

เขาจุมพิตนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการบดขยี้ร่างนั้นให้หลอมรวมเข้ากับกระดูกและสายเลือด เมื่อเขาเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงกลับแฝงความรวดร้าวที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างสุดแสน: “มู่หลิวอิ๋ง เจ้ามันก็แค่อาศัยว่าข้ารักเจ้า...”

“ข้ายังต้องการเจ้า ข้าจะทอดทิ้งเจ้าได้อย่างไร? เมื่อวานข้าได้ทูลขอราชโองการจากเสด็จพ่อแล้ว ให้เจ้ากับเจียงชิงเซ่อแต่งเข้าตำหนักบูรพาในวันเดียวกัน... นางเป็นพระชายาองค์รัชทายาท ส่วนเจ้า... เป็นพระชายารอง”

“พระชายารองหรือ?” มู่หลิวอิ๋งน้ำตาร่วงเผาะ “ท่านพี่ฉางหลี ท่านเคยรับปากข้าแล้วนี่ว่าจะครองคู่กับข้าเพียงหนึ่งเดียวตลอดชีวิต”

“เซ่อเซ่อทำเพื่อข้ามามากเกินไป ข้ามิอาจทอดทิ้งนางได้ เจ้าเพียงแค่รู้ไว้ว่า... คนที่ข้ารักสุดหัวใจมีเพียงเจ้าคนเดียวก็พอแล้ว!”

กล่าวจบ เขาก็ตระกองกอดนางไว้แน่น ริมฝีปากบางเฉียบไล้เรื่อยไปตามไหปลาร้าของนาง

แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งคู่นั้น ราวกับต้องการปลดเปลื้องความรัก ความแค้น และความคิดถึงตลอดสามปีที่ผ่านมาจนหมดสิ้น

เจียงชิงเซ่อทอดมองเงาร่างสองสายที่ทาบทับกันหลังม่านมุ้ง จู่ ๆ บาดแผลกลางอกก็ปวดแปลบขึ้นมาจนนางต้องค้อมตัวลง

นางกุมหน้าอกแน่น หยาดเลือดร่วงหล่นลงกระทบพื้นหยดแล้วหยดเล่า ทว่าต่อให้ร่างกายจะเจ็บปวดเพียงใด ก็มิอาจเทียบได้กับความรู้สึกราวกับถูกหมื่นศรทะลวงใจในยามนี้

เซี่ยฉางหลีหนอเซี่ยฉางหลี เส้นทางเนรเทศสามพันลี้อันแสนยาวไกล ที่แท้... ท่านก็ยังคงไม่ได้รักข้า

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้า... เจียงชิงเซ่อ ก็ใช่ว่าจะมีเพียงท่านที่ข้าต้องแต่งงานด้วย

ทุ่มเทรักชายคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจมาถึงสิบปี เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว... การปล่อยวาง กลับใช้เวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา

นางหันหลังเดินจากมา โลหิตหยดรินไปตลอดทาง เบ่งบานกลายเป็นดอกไม้สีแดงฉานอันงดงามแต่น่าสลดใจไปตามระเบียงทางเดิน

เหล่านางกำนัลขันทีตามรายทางต่างพากันถอยหนีด้วยความตื่นตระหนก ทว่านางกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สองเท้าก้าวตรงดิ่งไปยังตำหนักบรรทมของฮ่องเต้

“แม่นางเจียง?” ขันทีเฝ้าประตูเห็นนางอาบชุ่มไปด้วยเลือดก็ตกใจจนหน้าถอดสี “ท่านเป็นอะไรไป...”

“ธิดาขุนนางเจียงชิงเซ่อ ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสัมพันธไมตรีระหว่างสองแคว้น รบกวนกงกงรีบเข้าไปทูลรายงานด้วย!”

ครู่ต่อมา ประตูตำหนักก็เปิดออก...

ภายในห้องพระอักษร ฮ่องเต้ทอดพระเนตรสตรีที่คุกเข่าอยู่กลางตำหนักด้วย

พระขนงที่ขมวดเข้าหากัน “ชิงเซ่อ นี่เจ้า...”

เจียงชิงเซ่อโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง: “ได้ยินมาว่าแคว้นเป่ยอวี้ส่งสาส์นสู่ขอสตรีสูงศักดิ์แห่งราชวงศ์ฟ้า หม่อมฉันขออาสาสมัครใจแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ณ แคว้นเป่ยอวี้อันห่างไกล เพื่อแลกกับความสงบสุขตราบชั่วนิรันดร์ของชายแดนเพคะ!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย   บทที่ 25

    ยามที่ทุ่งหญ้าแคว้นเป่ยตี๋ต้อนรับหิมะวสันต์โปรยปรายเป็นคำรบที่สิบ เจียงชิงเซ่อได้ให้กำเนิดทารกแฝดมังกรหงส์ภายในกระโจมทองคำ เฮ่อเหลียนจ้านกุมมือนางที่ชื้นโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ สดับฟังเสียงร้องจ้าของทารกแรกคลอด ขอบตาของเขากลับแดงก่ำยิ่งกว่ายามต้องศัสตราในสนามรบเมื่อวันวานเสียอีก เขาลงมือตัดสายสะดือด้วยตนเอง ก่อนช้อนอุ้มทารกน้อยที่ห่อหุ้มด้วยขนเตียวมาตรงหน้านาง: “เจ้าดูบุตรสาวของเราสิ ช่างเหมือนเจ้ายิ่งนัก”แววตาของเจียงชิงเซ่อทอประกายอ่อนโยน: “ท่านนี่นะ มองปราดเดียวก็รู้ว่าลำเอียงรักบุตรสาวเข้าแล้ว” “ก็ใครใช้ให้บุตรสาวหน้าตาเหมือนเจ้าเล่า!” เจียงชิงเซ่อถูกเย้าจนหลุดขบขัน ทว่ากลับกระเทือนถึงบาดแผลจนส่งเสียงครางแผ่วเบา เฮ่อเหลียนจ้านรีบโน้มกายลงมาด้วยความตื่นตระหนก: “เจ็บหรือ? หมอหลวง!” “อาจ้าน หม่อมฉันไม่เป็นไร” นางกุมมือเขาไว้ ปลายนิ้วลูบไล้รอยด้านหนาบนฝ่ามือของชายหนุ่ม: “ทว่าหนานเหลียงเล่า... ระยะนี้มีข่าวคราวอันใดบ้างหรือไม่” สีหน้าของเฮ่อเหลียนจ้านพลันเคร่งขรึมลง ทหารม้าเร็วเพิ่งนำส่งรายงานเมื่อวันก่อนว่า ฮ่องเต้พระองค์ใหม่แห่งหนานเหลียงทรงละทิ้งราชกิจ อ๋องครองนครตามหั

  • หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย   บทที่ 24

    เฮ่อเหลียนจ้านหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ลูกกระเดือกของเขาเฉียดผ่านไหปลาร้าของนาง “ย่อมเป็นเช่นนั้น นี่คือบ่อน้ำพุวิเศษ ได้ยินมาว่าช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบั้นเอวได้ชะงัดนัก” ฝ่ามือของเขาเลื่อนไปที่บั้นเอวด้านหลังของนาง นวดคลึงด้วยน้ำหนักที่พอดีไม่หนักไม่เบาจนเกินไป “หมู่นี้เห็นเจ้าพลิกตัวกระสับกระส่ายกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง เหนื่อยล้ามากไปหรือ?” ท่ามกลางไอหมอกม้วนตัวอวลตลบ ติ่งหูของเจียงชิงเซ่อค่อย ๆ ซับสีระเรื่อ นางซุกใบหน้าเข้ากับซอกไหล่ของเขา เอ่ยเสียงอู้อี้: “มิใช่เพราะใครบางคนหรอกหรือ ที่ดึงดันจะตระกองกอดข้าไว้ยามนิทรา” “หากไม่กอดไว้ จะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าถีบผ้าห่มทิ้งหรือไม่” เฮ่อเหลียนจ้านเชยคางนางขึ้น นิ้วหัวแม่มือไล้ลูบกลีบปากนุ่มนวล “คราวก่อนที่เจ้าต้องลมเย็นจนไอเรื้อรัง ทำเอาข้าตกใจแทบแย่” ยามรอยจุมพิตของเขาทาบทับลงมาเจือด้วยไออุ่นจากน้ำพุร้อน ท่ามกลางรสจูบที่ลึกซึ้งแนบแน่น เจียงชิงเซ่อได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวราวกับรัวกลองในอกของเขา พลันมีเสียงฝีเท้าม้าดังมาจากแดนไกล เสียงขององครักษ์ทะลุผ่านม่านหมอกเข้ามา: “ฝ่าบาท! มีเรื่องด่วนต้องกราบบังคมทูลพ่ะย่ะค่ะ!” เฮ่อเหลีย

  • หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย   บทที่ 23

    “เช่นนั้นก็ให้แผ่นดินเปลี่ยนนายเถิด” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา ทว่าทุกถ้อยคำกลับเสียดแทงดุจลิ่มน้ำแข็ง ความทรงจำพลันหลั่งไหลพาดผ่านนัยน์ตา ปีนั้นบนเส้นทางเนรเทศ เจียงชิงเซ่อแบกเขาไว้บนหลัง ย่ำฝ่าแม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง พื้นรองเท้าผ้าหยาบเสียดสีกับชั้นน้ำแข็งจนเกิดเสียงดัง “กรอบแกรบ” แผ่นหลังบอบบางของนางถูกกดทับจนค้อมต่ำดั่งคันธนู ถึงกระนั้นเขากลับยังได้ยินเสียงหอบหายใจที่เจือไปด้วยรอยยิ้ม “องค์รัชทายาทปลอดภัยก็ดีแล้วเพคะ” ฮ่องเต้ซวนเซเกาะพนักบัลลังก์มังกรไว้แน่น รสคาวหวานตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ก่อนจะกระอักโลหิตสาดกระเซ็นลงบนพื้นกระเบื้องหยกเขียว “ไอ้ลูกทรพี... เจ้าลูกเนรคุณ…” สิ้นคำ ร่างของฮ่องเต้ก็ทรุดฮวบหมดเรี่ยวแรงลงบนบัลลังก์มังกร เหล่าขันทีที่เฝ้าอยู่หน้าประตูกรูเกรียวกันเข้ามา เซี่ยฉางหลีมองดูเหล่าหมอหลวงที่กำลังชุลมุนวุ่นวายกับการหามพระวอประทับ เขาหยัดกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ชายอาภรณ์สีดำขลับปัดกวาดผ่านร่องรอยความยับเยินบนพื้น ห่างออกไปนับพันลี้ ณ ราชสำนักแคว้นเป่ยตี๋ ม่านกระโจมขลิบทองพลิ้วไสวเบา ๆ ท่ามกลางสายลมยามเช้า เจียงชิงเซ่อเอนกายพิงเบาะรองนั่งห

  • หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย   บทที่ 22

    ช่วงที่เฮ่อเหลียนจ้านกำลังพักฟื้น เซี่ยฉางหลีมาขอเข้าเฝ้าอยู่หลายครั้ง แต่ล้วนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน เจียงชิงเซ่อถึงยอมออกมาพบเขา เซี่ยฉางหลีซูบเซียวลงไปมาก ใต้ตาปรากฏรอยหมองคล้ำดำตลบ ยามที่เขาเห็นเจียงชิงเซ่อกับเฮ่อเหลียนจ้านที่หายดีแล้วประสานสิบนิ้วแนบแน่น ประกายแห่งความสิ้นหวังก็พาดผ่านนัยน์ตาของเขา “มือสังหารนั่นข้าไม่ได้เป็นคนส่งไป” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า “เป็นคนของจวนสกุลมู่ พวกเขาเคียดแค้นเจ้า... แต่จะว่าไปก็ต้องโทษตัวข้าด้วย…” “ข้ารู้” เจียงชิงเซ่อเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “เฮ่อเหลียนสืบจนกระจ่างแล้ว มู่หลิวอิ๋งตายไป พวกเขาย่อมผูกใจเจ็บเป็นธรรมดา” เซี่ยฉางหลีก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว: “เซ่อเซ่อ กลับไปกับข้าเถิด หนานเหลียงต้องการเจ้า ข้า... ยิ่งต้องการเจ้ามากกว่า” เฮ่อเหลียนจ้านขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะเอ่ยปาก ทว่าเจียงชิงเซ่อกลับบีบมือเขาเบา ๆ เป็นเชิงปราม: “ให้หม่อมฉันจัดการเองเถิด” นางเดินไปเบื้องหน้าเซี่ยฉางหลี สีหน้าสงบนิ่งดุจผิวน้ำ: “องค์รัชทายาท เรื่องระหว่างท่านกับข้ามันจบสิ้นไปตั้งนานแล้ว” “นับแต่วินาทีที่ท่านควักเอาเลือดในหัวใจข้าไปเพื่อมู่ห

  • หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย   บทที่ 21

    เจียงชิงเซ่อหยิบเข็มเงินออกมา ฝังเข็มขับพิษให้เขาอีกครา นี่คือวิธีที่นางคิดค้นขึ้นโดยผสานวิชาแพทย์แห่งหนานเหลียงเข้ากับวิชาอาคมแห่งแคว้นเป่ยตี๋ แม้จะเสี่ยงอันตราย ทว่ากลับเป็นเพียงความหวังเดียวที่มี ชั่วขณะที่เข็มเงินแทงทะลุจุดชีพจร ร่างของเฮ่อเหลียนจ้านพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามผิวหนัง เจียงชิงเซ่อขบเม้มริมฝีปากล่างแน่น ลงเข็มต่อไปจนกระทั่งเขาค่อย ๆ สงบลง “พิษในวรกายของฝ่าบาทฝังรากลึกเกินไปพ่ะย่ะค่ะ” หมอผีทอดถอนใจ “ต่อให้ฟื้นขึ้นมา เกรงว่าก็คง…” “หุบปาก!” เจียงชิงเซ่อตวาดเสียงกร้าว “เขาจะต้องหายดี!” ยามดึกสงัดไร้สรรพเสียง เจียงชิงเซ่อที่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียฟุบหลับอยู่ข้างเตียง ทันใดนั้น นางกลับรู้สึกได้ว่าปลายนิ้วถูกเกี่ยวรั้งเบา ๆ “อาจ้าน?” นางเงยหน้าขึ้นขวับ สบเข้ากับนัยน์ตาสีอำพันอันแสนคุ้นเคย เฮ่อเหลียนจ้านยกมุมปากขึ้นอย่างอ่อนแรง: “ร้องไห้ทำไมกัน... ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย…” เจียงชิงเซ่อเพิ่งรู้ตัวในยามนั้นเองว่าใบหน้าของตนอาบชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา นางโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ทว่าก็เกรงจะทับโดนบาดแผล จึงทำได้เพียงโอบกอดเขาไว้อย่างระมัดระวัง

  • หยาดโลหิตแลกสิ้นเยื่อใย   บทที่ 20

    รุ่งอรุณวันถัดมา การเจรจาการค้าชายแดนได้จัดขึ้น ณ ทุ่งหญ้าเบื้องนอกราชสำนักเจียงชิงเซ่อสวมฉลองพระองค์เต็มยศในฐานะฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยตี๋ เครื่องประดับศีรษะสีทองทอประกายระยิบระยับยามต้องแสงตะวันนางควงแขนเฮ่อเหลียนจ้าน ย่างก้าวเนิบนาบมุ่งหน้าไปยังกระโจมเจรจา เซี่ยฉางหลีมารอคอยอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว อาภรณ์ผ้าไหมสีหมึกยิ่งขับเน้นให้เรือนร่างของเขาดูซูบผอมลงไปอีก ยามทอดพระเนตรเห็นท่าทีสนิทสนมกลมเกลียวระหว่างเจียงชิงเซ่อกับเฮ่อเหลียนจ้าน แววตาของเขาก็พลันฉายความปวดร้าววูบหนึ่ง ทว่าพริบตาก็กลับมาสงบนิ่งดังเดิม “อ๋องเป่ยตี๋” เขาผงกศีรษะน้อย ๆ ทว่าสายตากลับจับจ้องอยู่ที่เจียงชิงเซ่อ “เซ่อเซ่อ... ฮองเฮา” เจียงชิงเซ่อมีสีหน้าราบเรียบเป็นปกติ: “องค์รัชทายาทเดินทางมาไกล ลำบากท่านแล้ว” การเจรจาดำเนินไปอย่างราบรื่นผิดคาด เซี่ยฉางหลีพยักหน้ารับเงื่อนไขแทบทุกข้อที่เฮ่อเหลียนจ้านเสนอมา ยามอู่ ทุกคนพากันย้ายไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงบนทุ่งหญ้าเพื่อรับประทานอาหาร “ฮองเฮา พอจะหลบไปคุยกันสักประเดี๋ยวได้หรือไม่” เซี่ยฉางหลีเอ่ยขึ้นกะทันหัน นัยน์ตาแฝงแววเว้าวอน “ถือเสียว่า... เป็นการกล่าวอำลา”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status