เข้าสู่ระบบเธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ปล่อยให้คามินยืนอยู่กับความรู้สึกผิดที่ลึกกว่าเคย
เขาเพิ่งได้เห็น ความเจ็บที่เขาเคยทำเป็นมองไม่เห็น
เสียงเพลงจากด้านในยังคงดังอยู่ แต่สำหรับอริสราแล้ว มันเงียบราวกับทั้งโลกดับไปแล้ว
เธอเดินออกมาจากบาร์อย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะหยุดยืนอยู่ริมถนนใต้แสงไฟนีออนสีจาง
ร่างบางทรุดตัวลงช้าๆ ราวกับขาหมดแรง น้ำตาที่กลั้นไว้ในบาร์ไหลทะลักออกมาทั้งหมด
“ฮึก ทำไมเขาต้องตามมาด้วย ฮึก ทั้งที่ฉันพยายามจะเดินออกมาแล้ว”
เสียงสะอื้นสะท้อนกับความเงียบรอบตัว ปลายนิ้วสั่นเทากำชายกระโปรงแน่น
น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด แม้จะเช็ดเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด
“ฉันมันแค่คนที่เขาแต่งด้วยเพราะความจำเป็นแค่คนที่เขาอยากให้ขอหย่า ฉันมันโง่ที่ดันไปรักเขา”
แอมมี่เดินตามออกมาเงียบๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ไม่พูดอะไร นอกจากโอบไหล่เพื่อนรักไว้เบาๆ
“ร้องออกมาเถอะอริส ร้องให้พอ ร้องให้หมดไปกับวันนี้” เสียงแอมมี่อ่อนโยนแต่หนักแน่น
“มันเจ็บ มันโคตรเจ็บเลยแอมมี่ ฉันไม่เคยคิดว่าจะรักใครจนรู้สึกเหมือนหัวใจแหลกสลายแบบนี้”
“อริสแกเข้มแข็งมากนะ แกกล้าเดินออกมาจากคนที่ทำให้แกร้องไห้ทุกวันได้แล้ว แกควรภูมิใจในตัวเองบ้างนะเว้ย”
อริสราเงยหน้ามองเพื่อน น้ำตายังเปื้อนเต็มแก้ม
“ฉันไม่อยากรักเขาแล้วแอมมี่ ฉันไม่อยากรักเขาอีกต่อไปแล้ว ฉันต้องทำยังไงดี”
“ถ้าแกไม่อยากรักก็ไม่ต้องรักอีกเลย” แอมมี่บอกพร้อมลูบหัวเธอเบาๆ
“อย่างน้อยก็จนกว่าจะเจอคนที่รักแกก่อน รักแกจริงๆ แบบที่เขาไม่เคยทำได้เลย”
อริสราหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า พิงหัวกับไหล่เพื่อน สะอื้นเงียบๆ ในค่ำคืนที่หนาวเหน็บที่สุดในชีวิต
จากอีกมุมหนึ่งของถนน คามินยืนนิ่งอยู่ใต้เงาไฟจาง ๆ ของเสาไฟฟ้า ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร
สายตาเขาจับจ้องไปยังร่างบางที่นั่งทรุดอยู่ริมทางกับเพื่อนของเธอ
อริสราร้องไห้.
ร้องไห้แบบที่เขาไม่เคยเห็น
มือของเธอกำชายกระโปรงแน่น ตัวสั่นเทา เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจนแม้แต่เขาที่อยู่ไกลยังได้ยินบางเบา
หัวใจของคามินเหมือนถูกบีบอย่างแรง ความรู้สึกผิดพุ่งเข้ามาเป็นระลอกใหญ่
เขาเคยเห็นเธอยิ้มให้เขา เคยเห็นเธอวางจานข้าวไว้ให้ทุกเช้า เคยเห็นเธอนั่งรอเขากลับมาทุกค่ำ
แต่เขาไม่เคยเห็นเธอร้องไห้แบบนี้
และเขาไม่เคยคิดว่า การผลักไสเธออย่างเย็นชา จะทำให้เธอพังขนาดนี้
‘ดีแล้วไม่ใช่เหรอเธอยอมหย่าแล้วเธอไปจากชีวิตนายแล้ว คามิน’
เขาบอกตัวเองแบบนั้นซ้ำ ๆ แต่ขาเขากลับก้าวไม่ออก ดวงตาเขาจับจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตานั่นอย่างแน่นิ่ง
“เธอไม่ควรร้องไห้เพราะฉันเลย” เขาพึมพำเบาๆ
ขณะนั้นแอมมี่หันไปเห็นคามินพอดี เธอขมวดคิ้ว ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินมาหาเขาอย่างเร็ว
“คุณมาทำไม คุณสะใจหรือยังที่เห็นยัยอริสเป็นแบบนี้”
คามินไม่ตอบ
“ถ้ามาเพื่อยืนดูเธอร้องไห้ ก็กลับไปเถอะค่ะ” น้ำเสียงของแอมมี่แข็งจนเขาสะดุ้ง
“เพราะน้ำตาของอริสมันไม่มีค่าพอจะให้คุณมองอีกแล้ว”
คามินนิ่งไปใจเขาเจ็บยิ่งกว่าโดนต่อย
“ขอโทษเธอแทนฉันด้วยได้ไหม..” เขาเอ่ยเบาๆ
“มันสายไปแล้วค่ะ” แอมมี่กัดฟันกลั้นน้ำตาตัวเอง
“คุณได้ในสิ่งที่คุณต้องการแล้วเธอไปจากคุณแล้วหย่าให้คุณ แล้วนี่จะเอาอะไรอีกคะ?”
คามินเงียบไปนาน ก่อนจะเบือนหน้าหนี เดินหายไปในความมืด
แอมมี่กลับมานั่งลงข้างอริสราอีกครั้ง ไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่าแม้เพื่อนจะไม่เห็น แต่ในความมืดเมื่อครู่ มีคนที่เจ็บไม่แพ้กันยืนมองอยู่
แต่บางครั้งความเจ็บของคนที่ไร้หัวใจ ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรอีกแล้ว
แสงแดดอ่อนของเช้าวันจันทร์ลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องนอนเล็ก ๆ
บนชั้นห้าของคอนโดแห่งหนึ่ง อริสราลืมตาตื่นช้ากว่าทุกวัน ไม่มีเสียงนาฬิกาปลุก
ไม่มีตารางเวลา ไม่มีชุดสูทที่ต้องรีบรีด หรือมื้อเช้าที่เธอต้องเตรียมไว้ให้ใครอีกคน
วันนี้เธอไม่มีงาน วันนี้เธอไม่มีเขา
แสงแดดยามสายส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนั่งเล่นของบ้านที่ทั้งสองเคยอาศัยอยู่ด้วยกันเสียงหัวเราะแผ่วเบาแทรกมากับกลิ่นกาแฟสด อริสรากำลังจัดเรียงเอกสารลงในกระเป๋าทำงานส่วนคามินกำลังผูกเนกไทพลางหันมามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน“พร้อมหรือยังครับคุณภรรยา”เขาถามยิ้ม ๆ ขณะเดินเข้ามาใกล้อริสราหันมาค้อนเล็ก ๆ แต่แววตาเธอสว่างกว่าเมื่อก่อนมากนัก“คุณนี่พูดแบบนี้ทุกเช้าเลยนะ”“ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย ว่าเราจะได้ไปทำงานด้วยกันอีกครั้ง” เขาว่าเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมารับกระเป๋าจากเธอเหมือนทุกเช้า “คราวนี้ฉันจะไม่ทำพลาดอีก”อริสรานิ่งไปเพียงครู่ ก่อนจะยิ้มอย่างสงบ“ถ้าคุณทำพลาดอีก ฉันก็จะลาออกไปเปิดร้านกาแฟจริง ๆ คราวนี้”“งั้นฉันจะซื้อร้านให้เลย จะได้ตามไปดูทุกวัน” เขาหัวเราะเบา ๆ ขณะเปิดประตูให้เธอเมื่อมาถึงบริษัทเสียงซุบซิบแว่วขึ้นตั้งแต่หน้าลิฟต์ สายตาของพนักงานหลายคนมองมาทางทั้งคู่ที่เดินเคียงข้างกันเข้ามาอริสราก้าวเดินด้วยความมั่นใจ แต่อบ
เช้าวันอาทิตย์ บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้อง และกลิ่นหอมจาง ๆของกาแฟลอยออกมาจากห้องครัวคามินยืนอยู่หน้าหม้อซุป มือจับทัพพีอย่างเก้ ๆ กัง ๆเขาพยายามเปิดสูตรจากมือถือ แล้วตักน้ำซุปชิมด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ"มันจืดไปไหมวะหรือใส่ซีอิ๊วขาวอีกนิด"เขาหันไปหยิบขวดซีอิ๊วอย่างระวัง มือไม่นิ่งนัก แต่แววตาจริงจังบนโต๊ะ มีไข่เจียวที่ดูจะไหม้ไปนิดหนึ่ง กับข้าวผัดที่ยังไม่คลุกทั่วดีนักแต่ทั้งหมดนั้นเขาทำด้วยตัวเองเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่อริสราจะเดินเข้ามาในชุดอยู่บ้านเรียบง่ายผมเธอยังยุ่งนิด ๆ จากการเพิ่งตื่น แต่แววตาสดใสขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า“คะ…คุณทำอะไรอยู่” เธอถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาคามินหันขวับไปมองเธอหน้าเขาเปื้อนคราบแป้งนิดหน่อย ผ้ากันเปื้อนที่ป้าจิตรเย็บให้เอียงไปด้านข้าง“ก็ลองทำอาหารให้เธอดูบ้าง เธอทำให้ฉันตั้งหลายปี” เขายิ้มเขิน ๆ “ถึงรสชาติจะสู้ไม่ได้ แต่ฉันอยากลอง”อริสราหัวเราะออกมานิด ๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เธอเด
คอนโดของอริสราเงียบสงบยามเช้า ดวงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างกระจกใส ทำให้ทุกอย่างในห้องดูนุ่มนวลและอบอุ่นเธอและคามินนั่งอยู่ที่โต๊ะกาแฟ ท่ามกลางการพูดคุยสบายๆเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เธอกับเขาแยกทางกัน และการกลับมาของอริสราในชีวิตเขาคามินยิ้มบาง ๆ ในขณะที่เธอเอ่ยถามถึงงานและชีวิตส่วนตัวของเขาพวกเขาทั้งคู่รู้สึกเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ แม้จะยังไม่มั่นใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนแต่ในวันนี้ มันก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจพองโตอีกครั้งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ทั้งสองสร้างขึ้นมา"ใครนะ" อริสราถามเสียงเบา ก่อนจะเดินไปเปิดประตูทันทีที่เปิดประตูออกไป แอมมี่ก็ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างหน้า สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่เห็นเพื่อนรักของเธอและคามินในห้องของเพื่อนสาว"เฮ้ย! ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช้ไหม คุณคามินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ" แอมมี่พูดแล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเขานั่งอยู่ในห้องคามินลุกขึ้นยืนและมองไปที่แอมมี่นิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ "สวัสดีครับแอมมี่"อริส
ทศกรมองเพื่อนรักนิ่ง ๆ ก่อนจะวางแก้วลงแล้วพิงพนักเก้าอี้ เอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย"มึงรู้ไหม คิน ตอนที่มึงเสียเธอไปครั้งแรก กูไม่เห็นมึงเป็นคนมีชีวิตเลย"คามินหลบตา ไม่ตอบ"แต่ตอนนี้กูกลับมาเห็นมึงในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนคนที่รู้แล้วว่าควรจะรักษาอะไรไว้ให้ดีที่สุด"ทศกรยกคิ้วยิ้มจาง ๆ"ถ้ามึงแน่ใจขนาดนี้ มึงก็แค่อย่าเดินกลับไปแบบเดิมอีก"คามินหัวเราะเบา ๆ สายตาเศร้าแต่ก็อบอุ่นขึ้น"พูดเหมือนจะง่าย""ง่ายสิ ถ้ามึงรักเขาจริง"คามินมองเพื่อนนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกยาว"กูขอไปคอนโดเธอคืนนี้"ทศกรเบิกตากว้าง"ไปทำอะไร?!" น้ำเสียงตกใจแต่เต็มไปด้วยแววล้อเลียนคามินส่ายหน้าเบา ๆ"แค่นอน ไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่นอนไม่หลับ อยากอยู่ใกล้เธอ ได้ยินเสียงเธอเดิน…หรือแม้แต่เสียงเธอบ่นเรื่องงาน กูก็หลับลงแล้ว"ทศกรยิ้มแล้วพยักหน้าเบา ๆ"ถ้ามึงยังซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองได้แบบนี้กูว่า ไม่ช้าเขาก็จะกลับไปอยู่ตรงนั้นของมึงอีกครั้งแน่ ๆ"
อริสรานิ่งไป ดวงตาเธอแดงชื้น แต่มีรอยยิ้มตรงมุมปากอย่างอดไม่ได้เธอยื่นมือไปแตะนิ้วของเขาเบาๆก่อนจะบอกเสียงนุ่ม“ถ้าคุณตั้งใจจะใส่มันจริงๆ คราวนี้ก็อย่าถอดมันอีกนะคะ”เขายิ้มและพยักหน้าไม่ต้องพูดคำไหนเพิ่มเติมอีกเพราะในค่ำเย็นแสนธรรมดานั้นคนสองคนได้กลับมาใส่หัวใจให้กันอีกครั้งแล้วจริงๆเช้าวันจันทร์ บรรยากาศในสำนักงานดูคึกคักกว่าปกติเล็กน้อยเพราะเป็นต้นสัปดาห์ หลายคนเร่งจัดการเอกสาร เตรียมประชุมหรือทบทวนแผนงานกันตามหน้าที่แต่ทันทีที่ประตูห้องผู้บริหารเลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างสูงในสูทสีเข้มของ"คุณคามิน" เดินผ่านทางเดินกระจกยาวไปยังห้องประชุมใหญ่เสียงกระซิบกระซาบก็ค่อยๆ ดังขึ้น“เอ๊ะคุณคามินใส่แหวนเหรอ?”“ไม่เคยเห็นเลยนะ ก่อนหน้านี้มือโล่งตลอด”“แหวนแต่งงานรึเปล่า”“หรือบอสเราแต่งงานแล้ว”พนักงานสาวหลายคนเหลือบมองทันทีที่เขายกมือขึ้นผลักประตูห้องประชุมริมนิ้วนางข้างซ้ายของเขามีแหวนวงเรียบวางแนบแน่น
คามินพยักหน้าเบาๆ เขารู้ดีว่าทุกก้าวของเขาต่อจากนี้ไม่มีโอกาสให้เดินพลาดอีกแล้วไม่ใช่แค่เพราะเธอคือคนสำคัญแต่เพราะครั้งนี้หัวใจของเขาต้อง “พูดแทนทุกอย่าง” ให้ได้ชัดที่สุดเย็นวันนั้นหลังจากเลิกงาน เสียงเครื่องยนต์เงียบลงหน้ารั้วบ้านหลังใหญ่บ้านของแม่เขาอริสราหันมองคามินทันที เมื่อเห็นว่ารถไม่ได้มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารหรือบ้านอย่างเช่นทุกวัน“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”“มื้อเย็นวันนี้แม่คงคิดถึงเราสองคน แม่คิดถึงเธอนะริสา”“คุณคามิน” น้ำเสียงของเธอแผ่วลง ราวกับใจสั่น“แม่ไม่รู้หรอก ฉันไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะอยากให้เป็นเซอร์ไพรส์” เขายิ้มนิดๆ ก่อนจะหันมาเปิดประตูรถให้เธอ“คุณจะบ้าเหรอคะ!”“ริสา” เขาเรียกชื่อเธออย่างจริงจัง“แม่คิดถึงคุณมากนะ”คำพูดนั้นทำให้เธอเงียบลงเธอไม่กล้าบอกตัวเองว่าใจอ่อนหรือหวั่นไหวกันแน่แต่สุดท้ายเธอก็ยอมก้าวลงจากรถไปพร้อมกับเขาประตูบ้านถูกผลักเปิดด้วยเสียงร่าเ
แสงแดดยามเช้าแทรกผ่านผ้าม่านสีอ่อน ทาบทอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาอริสราค่อย ๆ ขยับตัว รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แนบอยู่ข้างกายเธอลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ สติค่อย ๆ กลับมาพร้อมกับภาพเมื่อคืนที่ผุดขึ้นมาในใจทีละฉาก ทีละคำ ทีละสัมผัสและแล้วสายตาของเธอก็สบเข้ากับใบหน้าที่คุ้นเคย
เสียงโห่ร้องสนุกสนานดังขึ้นในทันทีกติกาง่าย ๆทุกคนหยิบกระดาษคำถามจากกล่องตรงกลาง ใครที่ถูกถามต้องตอบตรง ๆหรือดื่มให้หมดแก้ว หากใครโดนถามโดยตรง...ห้ามปฏิเสธกระดาษใบหนึ่งถูกหยิบขึ้น“คุณคามินครับ! คำถามคือ‘ตอนนี้คุณกำลังแอบชอบใครอยู่หรือเปล่า?’ ”บรรยากาศ
เขานั่งนิ่งกับของเหล่านั้นราวกับกลัวว่าหากลุกไปทุกอย่างจะหายไปพร้อมความทรงจำคืนนี้ คามินไม่ได้อยู่กับความเงียบอย่างเดียวแต่เขาอยู่กับความรู้สึกผิด กับความคิดถึง และความรักที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีมาตลอดสองวันต่อมาทศกรเดินเข้าห้องทำงานของคามินด้วยสีหน้าประหล
ฝีเท้าของเธอชะงักไปครู่เดียวแต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นจากนั้นเธอก็เดินต่อคามินลุกจากที่นั่งแทบจะในทันที “ริสา เดี๋ยว”เขาก้าวเร็ว ๆ ตามเธอออกไปจนทันหน้าลิฟต์ที่ยังไม่เปิด ร่างบางยืนนิ่งตรงนั้น ไม่แม้แต่จะหันกลับมา“เราต้องคุยกัน&rd







