Masukคามินเดินตามเธอออกมาถึงหน้าบ้าน เธอเปิดท้ายรถเก็บกระเป๋าไว้ แล้วปิดมันอย่างเงียบๆ
ไม่มีคำลาภาษาสวย ไม่มีการหันหลังกลับมามองบ้านที่เคยอยู่ร่วมกัน ไม่มีแม้แต่การมองตาเขาเป็นครั้งสุดท้าย
เธอแค่ขึ้นรถ ขับออกไป และหายไปจากชีวิตของเขาอย่างสมบูรณ์
คามินยืนอยู่ตรงนั้น มองท้ายรถเธอที่ห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับสายตา
เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเธอจากไปพร้อมกับทุกอย่างที่เป็นความรู้สึกดีๆ ในชีวิตของเขา
และเขาก็เป็นคนผลักเธอออกไปเอง
หลังจากที่อริสราออกจาบ้านของคามิน เธอกดเบอร์มือถือหาเพื่อนรักของเธอ เพราะคืนนี้เธออยากเมา
อยากระบายทุกสิ่งทุกอย่างที่มันอัดอั้นอยู่ภายในใจของเธอมาเกือบสามปี
เสียงดนตรีในบาร์ดังพอให้ใจไม่ต้องได้ยินเสียงตัวเองคิด อริสรายกแก้วเหล้าขึ้นอีกครั้ง
ดื่มมันลงไปในลำคออย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกแล้ว
“พอเถอะอริส แกเมาแล้ว” เสียงของแอมมี่เพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
เธอไม่เคยเห็นอริสราดื่มเอาเป็นเอาตายขนาดนี้มาก่อน
“ยังไม่พอ” อริสราหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยกแก้วขึ้นอีกครั้ง
“ขออีกแก้ว ฉันจะดื่มให้กับความรักโง่ๆ ของฉันแกด้วยไอ้มี้ แกต้องดื่มเป็นเพื่อนฉัน”
เธอยิ้มทั้งที่ตาแดงก่ำ มือยังสั่นเล็กน้อยจากความเจ็บปวดที่แผลยังสดใหม่
ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับว่างเปล่าเหมือนคนที่เพิ่งสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
“แกไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะอริส แกเข้มแข็งพอจะลุกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์พวกนี้หรอก”
“ไม่หรอกวันนี้ขอเถอะ ขอฉันได้เลิกโง่ ได้ร้องไห้ ได้เมาได้รู้สึกว่าฉันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักคนผิดและพยายามอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันได้รับความรักตอบ”
น้ำเสียงเธอสั่นพร่า ก่อนจะหัวเราะกลบความอ่อนแอ
เธอเมา.....เมาจนเริ่มพูดทุกอย่างที่เคยเก็บไว้มาตลอดเกือบสามปี
“แกเชื่อไหม ฉันเคยคิดว่า ถ้าฉันดูแลเขาดีพอ เขาอาจจะใจอ่อนบ้าง รักฉันบ้าง แต่ไม่เลย เขากลับยิ่งผลักฉันออกไป เขาทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน แล้วสุดท้ายฉันก็เป็นคนเดินจากมาเอง”
แอมมี่กุมมือเธอไว้แน่น “อริส”
“เขาไม่เคยรักฉันเลยแล้วรู้ไหมอะไรเจ็บที่สุด?” เธอพูดทั้งน้ำตา “มันไม่ใช่เพราะเขาไม่รักฉัน แต่มันเป็นเพราะฉันยังรักเขาอยู่”
เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงในบาร์ รอยยิ้มที่เธอฝืนแสดงออกมากลายเป็นเศษเสี้ยวของหัวใจที่แหลกสลาย
คืนนี้ เธอเมา ความมันอาจทำให้เธอลืมความเจ็บได้ชั่วคราว
แต่ในเช้าวันพรุ่งนี้เธอจะต้องลุกขึ้นยืนใหม่
ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อหัวใจของเธอเอง
เสียงดนตรีในบาร์ยังคงดังกระหึ่ม โต๊ะมุมหนึ่งที่แสงไฟไม่ค่อยส่องถึง
คามินนั่งนิ่งอยู่กับแก้ววิสกี้ในมือ เขามาที่นี่เพียงเพราะเพื่อนลากมา
แต่อยู่ๆ สายตาก็หยุดลงตรงผู้หญิงคนหนึ่งหญิงสาวที่คุ้นเคยจนเขาแทบจะลืมหายใจ
อริสรา
เธอนั่งอยู่ไม่ไกลนัก หน้าแดงก่ำ ดวงตาแดงช้ำ ริมฝีปากเม้มแน่นในขณะที่มือก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มซ้ำๆ
เหมือนจะกลืนทุกความเจ็บปวดลงคอไปพร้อมแอลกอฮอล์ในมือ
“.ฉันโง่เนอะ รักเขาทั้งที่รู้ว่าเขาไม่เคยรักฉันเลย”
เธอพูดเสียงดังพอที่คามินจะได้ยิน
เขานิ่งงัน หัวใจเหมือนโดนบีบแน่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าอริสราจะเจ็บปวดขนาดนี้ และเขาก็ไม่คิดว่าเธอจะยังรักเขาอยู่
คามินลุกขึ้น เดินเข้าไปช้าๆ
เพื่อนของอริสหันมาเห็นเขาก่อน รีบลุกขึ้นมาขวาง
“คุณมาทำไมคะ”
“ผม......ผมแค่จะพาเธอกลับ” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา
อริสราเงยหน้าขึ้นมาอย่างงุนงง ก่อนจะเบิกตากว้าง
“คามิน”
เขาก้าวเข้าไปช้าๆ หัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอมองเขาเหมือนคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
“จะมาทำไม? จะมาซ้ำเติมเหรอ” น้ำเสียงของเธอสั่น
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้จะคลุ้มคลั่งหรือตามราวีคุณ ฉันแค่มาดื่มให้กับความรักที่มันไม่เคยมีจริงตั้งแต่ต้น”
“ริสา”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันเหนื่อย...... เหนื่อยจนไม่อยากฟังอะไรจากคุณอีกแล้ว” ดวงตาของเธอเอ่อคลอด้วยน้ำตา
เขาเอื้อมมือไปจับแขนเธอแผ่วเบา “ให้ฉันพาเธอกลับบ้านได้ไหม”
“บ้านไหน บ้านที่ฉันเคยอยู่แต่ไม่เคยเป็นของฉัน?”
เธอถามกลับอย่างเจ็บลึก ก่อนจะหัวเราะขื่น
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันมีที่ของฉันแล้ว คอนโดเล็กๆ”
แสงแดดยามสายส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนั่งเล่นของบ้านที่ทั้งสองเคยอาศัยอยู่ด้วยกันเสียงหัวเราะแผ่วเบาแทรกมากับกลิ่นกาแฟสด อริสรากำลังจัดเรียงเอกสารลงในกระเป๋าทำงานส่วนคามินกำลังผูกเนกไทพลางหันมามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน“พร้อมหรือยังครับคุณภรรยา”เขาถามยิ้ม ๆ ขณะเดินเข้ามาใกล้อริสราหันมาค้อนเล็ก ๆ แต่แววตาเธอสว่างกว่าเมื่อก่อนมากนัก“คุณนี่พูดแบบนี้ทุกเช้าเลยนะ”“ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย ว่าเราจะได้ไปทำงานด้วยกันอีกครั้ง” เขาว่าเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมารับกระเป๋าจากเธอเหมือนทุกเช้า “คราวนี้ฉันจะไม่ทำพลาดอีก”อริสรานิ่งไปเพียงครู่ ก่อนจะยิ้มอย่างสงบ“ถ้าคุณทำพลาดอีก ฉันก็จะลาออกไปเปิดร้านกาแฟจริง ๆ คราวนี้”“งั้นฉันจะซื้อร้านให้เลย จะได้ตามไปดูทุกวัน” เขาหัวเราะเบา ๆ ขณะเปิดประตูให้เธอเมื่อมาถึงบริษัทเสียงซุบซิบแว่วขึ้นตั้งแต่หน้าลิฟต์ สายตาของพนักงานหลายคนมองมาทางทั้งคู่ที่เดินเคียงข้างกันเข้ามาอริสราก้าวเดินด้วยความมั่นใจ แต่อบ
เช้าวันอาทิตย์ บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้อง และกลิ่นหอมจาง ๆของกาแฟลอยออกมาจากห้องครัวคามินยืนอยู่หน้าหม้อซุป มือจับทัพพีอย่างเก้ ๆ กัง ๆเขาพยายามเปิดสูตรจากมือถือ แล้วตักน้ำซุปชิมด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ"มันจืดไปไหมวะหรือใส่ซีอิ๊วขาวอีกนิด"เขาหันไปหยิบขวดซีอิ๊วอย่างระวัง มือไม่นิ่งนัก แต่แววตาจริงจังบนโต๊ะ มีไข่เจียวที่ดูจะไหม้ไปนิดหนึ่ง กับข้าวผัดที่ยังไม่คลุกทั่วดีนักแต่ทั้งหมดนั้นเขาทำด้วยตัวเองเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่อริสราจะเดินเข้ามาในชุดอยู่บ้านเรียบง่ายผมเธอยังยุ่งนิด ๆ จากการเพิ่งตื่น แต่แววตาสดใสขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า“คะ…คุณทำอะไรอยู่” เธอถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาคามินหันขวับไปมองเธอหน้าเขาเปื้อนคราบแป้งนิดหน่อย ผ้ากันเปื้อนที่ป้าจิตรเย็บให้เอียงไปด้านข้าง“ก็ลองทำอาหารให้เธอดูบ้าง เธอทำให้ฉันตั้งหลายปี” เขายิ้มเขิน ๆ “ถึงรสชาติจะสู้ไม่ได้ แต่ฉันอยากลอง”อริสราหัวเราะออกมานิด ๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เธอเด
คอนโดของอริสราเงียบสงบยามเช้า ดวงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างกระจกใส ทำให้ทุกอย่างในห้องดูนุ่มนวลและอบอุ่นเธอและคามินนั่งอยู่ที่โต๊ะกาแฟ ท่ามกลางการพูดคุยสบายๆเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เธอกับเขาแยกทางกัน และการกลับมาของอริสราในชีวิตเขาคามินยิ้มบาง ๆ ในขณะที่เธอเอ่ยถามถึงงานและชีวิตส่วนตัวของเขาพวกเขาทั้งคู่รู้สึกเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ แม้จะยังไม่มั่นใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนแต่ในวันนี้ มันก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจพองโตอีกครั้งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ทั้งสองสร้างขึ้นมา"ใครนะ" อริสราถามเสียงเบา ก่อนจะเดินไปเปิดประตูทันทีที่เปิดประตูออกไป แอมมี่ก็ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างหน้า สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่เห็นเพื่อนรักของเธอและคามินในห้องของเพื่อนสาว"เฮ้ย! ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช้ไหม คุณคามินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ" แอมมี่พูดแล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเขานั่งอยู่ในห้องคามินลุกขึ้นยืนและมองไปที่แอมมี่นิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ "สวัสดีครับแอมมี่"อริส
ทศกรมองเพื่อนรักนิ่ง ๆ ก่อนจะวางแก้วลงแล้วพิงพนักเก้าอี้ เอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย"มึงรู้ไหม คิน ตอนที่มึงเสียเธอไปครั้งแรก กูไม่เห็นมึงเป็นคนมีชีวิตเลย"คามินหลบตา ไม่ตอบ"แต่ตอนนี้กูกลับมาเห็นมึงในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนคนที่รู้แล้วว่าควรจะรักษาอะไรไว้ให้ดีที่สุด"ทศกรยกคิ้วยิ้มจาง ๆ"ถ้ามึงแน่ใจขนาดนี้ มึงก็แค่อย่าเดินกลับไปแบบเดิมอีก"คามินหัวเราะเบา ๆ สายตาเศร้าแต่ก็อบอุ่นขึ้น"พูดเหมือนจะง่าย""ง่ายสิ ถ้ามึงรักเขาจริง"คามินมองเพื่อนนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกยาว"กูขอไปคอนโดเธอคืนนี้"ทศกรเบิกตากว้าง"ไปทำอะไร?!" น้ำเสียงตกใจแต่เต็มไปด้วยแววล้อเลียนคามินส่ายหน้าเบา ๆ"แค่นอน ไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่นอนไม่หลับ อยากอยู่ใกล้เธอ ได้ยินเสียงเธอเดิน…หรือแม้แต่เสียงเธอบ่นเรื่องงาน กูก็หลับลงแล้ว"ทศกรยิ้มแล้วพยักหน้าเบา ๆ"ถ้ามึงยังซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองได้แบบนี้กูว่า ไม่ช้าเขาก็จะกลับไปอยู่ตรงนั้นของมึงอีกครั้งแน่ ๆ"
อริสรานิ่งไป ดวงตาเธอแดงชื้น แต่มีรอยยิ้มตรงมุมปากอย่างอดไม่ได้เธอยื่นมือไปแตะนิ้วของเขาเบาๆก่อนจะบอกเสียงนุ่ม“ถ้าคุณตั้งใจจะใส่มันจริงๆ คราวนี้ก็อย่าถอดมันอีกนะคะ”เขายิ้มและพยักหน้าไม่ต้องพูดคำไหนเพิ่มเติมอีกเพราะในค่ำเย็นแสนธรรมดานั้นคนสองคนได้กลับมาใส่หัวใจให้กันอีกครั้งแล้วจริงๆเช้าวันจันทร์ บรรยากาศในสำนักงานดูคึกคักกว่าปกติเล็กน้อยเพราะเป็นต้นสัปดาห์ หลายคนเร่งจัดการเอกสาร เตรียมประชุมหรือทบทวนแผนงานกันตามหน้าที่แต่ทันทีที่ประตูห้องผู้บริหารเลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างสูงในสูทสีเข้มของ"คุณคามิน" เดินผ่านทางเดินกระจกยาวไปยังห้องประชุมใหญ่เสียงกระซิบกระซาบก็ค่อยๆ ดังขึ้น“เอ๊ะคุณคามินใส่แหวนเหรอ?”“ไม่เคยเห็นเลยนะ ก่อนหน้านี้มือโล่งตลอด”“แหวนแต่งงานรึเปล่า”“หรือบอสเราแต่งงานแล้ว”พนักงานสาวหลายคนเหลือบมองทันทีที่เขายกมือขึ้นผลักประตูห้องประชุมริมนิ้วนางข้างซ้ายของเขามีแหวนวงเรียบวางแนบแน่น
คามินพยักหน้าเบาๆ เขารู้ดีว่าทุกก้าวของเขาต่อจากนี้ไม่มีโอกาสให้เดินพลาดอีกแล้วไม่ใช่แค่เพราะเธอคือคนสำคัญแต่เพราะครั้งนี้หัวใจของเขาต้อง “พูดแทนทุกอย่าง” ให้ได้ชัดที่สุดเย็นวันนั้นหลังจากเลิกงาน เสียงเครื่องยนต์เงียบลงหน้ารั้วบ้านหลังใหญ่บ้านของแม่เขาอริสราหันมองคามินทันที เมื่อเห็นว่ารถไม่ได้มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารหรือบ้านอย่างเช่นทุกวัน“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”“มื้อเย็นวันนี้แม่คงคิดถึงเราสองคน แม่คิดถึงเธอนะริสา”“คุณคามิน” น้ำเสียงของเธอแผ่วลง ราวกับใจสั่น“แม่ไม่รู้หรอก ฉันไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะอยากให้เป็นเซอร์ไพรส์” เขายิ้มนิดๆ ก่อนจะหันมาเปิดประตูรถให้เธอ“คุณจะบ้าเหรอคะ!”“ริสา” เขาเรียกชื่อเธออย่างจริงจัง“แม่คิดถึงคุณมากนะ”คำพูดนั้นทำให้เธอเงียบลงเธอไม่กล้าบอกตัวเองว่าใจอ่อนหรือหวั่นไหวกันแน่แต่สุดท้ายเธอก็ยอมก้าวลงจากรถไปพร้อมกับเขาประตูบ้านถูกผลักเปิดด้วยเสียงร่าเ
แสงแดดยามเช้าแทรกผ่านผ้าม่านสีอ่อน ทาบทอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาอริสราค่อย ๆ ขยับตัว รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แนบอยู่ข้างกายเธอลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ สติค่อย ๆ กลับมาพร้อมกับภาพเมื่อคืนที่ผุดขึ้นมาในใจทีละฉาก ทีละคำ ทีละสัมผัสและแล้วสายตาของเธอก็สบเข้ากับใบหน้าที่คุ้นเคย
เสียงโห่ร้องสนุกสนานดังขึ้นในทันทีกติกาง่าย ๆทุกคนหยิบกระดาษคำถามจากกล่องตรงกลาง ใครที่ถูกถามต้องตอบตรง ๆหรือดื่มให้หมดแก้ว หากใครโดนถามโดยตรง...ห้ามปฏิเสธกระดาษใบหนึ่งถูกหยิบขึ้น“คุณคามินครับ! คำถามคือ‘ตอนนี้คุณกำลังแอบชอบใครอยู่หรือเปล่า?’ ”บรรยากาศ
เขานั่งนิ่งกับของเหล่านั้นราวกับกลัวว่าหากลุกไปทุกอย่างจะหายไปพร้อมความทรงจำคืนนี้ คามินไม่ได้อยู่กับความเงียบอย่างเดียวแต่เขาอยู่กับความรู้สึกผิด กับความคิดถึง และความรักที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีมาตลอดสองวันต่อมาทศกรเดินเข้าห้องทำงานของคามินด้วยสีหน้าประหล
ฝีเท้าของเธอชะงักไปครู่เดียวแต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นจากนั้นเธอก็เดินต่อคามินลุกจากที่นั่งแทบจะในทันที “ริสา เดี๋ยว”เขาก้าวเร็ว ๆ ตามเธอออกไปจนทันหน้าลิฟต์ที่ยังไม่เปิด ร่างบางยืนนิ่งตรงนั้น ไม่แม้แต่จะหันกลับมา“เราต้องคุยกัน&rd







