로그인“กลับมาแล้วเหรอ” เซิ่งถิงเจ๋อเอ่ยทักทาย ก่อนจะถามต่อด้วยความกังวล “ทำไมดูซูบผอมลงไปล่ะ? ทำงานเหนื่อยมากเหรอ?”หรงซูยิ้มตอบ “ก็นิดหน่อยแหละ”เผยหลานหัวเอ่ยขึ้น “พอดีเลย ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้แม่จะทำของบำรุงให้หนูทานเยอะ ๆ เลยนะ”“อืม ได้ค่ะ”หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อยขณะที่ทุกคนกำลังนั่งพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ อยู่ในห้องรับแขกหรงชิงเหวินก็ถามถึงเรื่องหย่าของหรงซูขึ้นมา เขารู้มาว่าหรงซูได้ยื่นฟ้องต่อศาลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรงซูจึงเล่าสถานการณ์ตามความเป็นจริงให้พ่อกับแม่ฟัง“พรุ่งนี้หนูจะไปพบทนายวัง แล้วค่อยหารือเรื่องรายละเอียดกันอีกทีค่ะ”เมื่อได้ยินคำพูดของหรงซู หรงชิงเหวินก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น “เซิ่งถิงเชินนี่มันยังไงกันแน่? ตอนนั้นเขาเป็นคนเอ่ยปากขอหย่าเองแท้ ๆ เวลาผ่านไปตั้งหลายปีขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมจัดการเรื่องหย่ากับลูกให้เรียบร้อยอีก”สำหรับเงินก้อนที่เคยติดค้างตระกูลเซิ่งในตอนนั้นหลังจากที่บริษัทของเผยอวี้สามารถปิดโปรเจกต์ใหญ่สองโปรเจกต์ได้สำเร็จเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาก็เตรียมเงินสดจำนวนนั้นเอาไว้พร้อมคืนให้เซิ่งถิงเชินเรียบร้อยเผยอวี้เคยไปหาเซิ่งถิงเ
“คุณน้าเอเวอลินดูสิคะ กิ๊บติดผมอันใหม่ของหนู” เหมยเหม่ยถอดกิ๊บติดผมของตัวเองออกมายื่นให้หรงซูดูกิ๊บประดับเพชรสีชมพู มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นของสั่งทำพิเศษจากดีไซเนอร์หรงซูยิ้ม “สวยมากเลยค่ะ เหมยเหม่ยใส่อะไรก็น่ารักไปหมดแหละ!”เหมยเหม่ยเอ่ยอย่างมีความสุข “คุณพ่อเป็นคนออกแบบให้หนูค่ะ”หรงซูชะงักไปเล็กน้อย เซิ่งถิงเชินเป็นคนออกแบบงั้นเหรอ? นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะออกแบบเป็นด้วย“เหมยเหม่ย วันหยุดสุดสัปดาห์นี้เดี๋ยวน้าไปรับหนูดีไหม?”เหมยเหม่ยตื่นเต้นสุด ๆ เอ่ยตอบ “ดีเลยค่ะ หนูอยากให้พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์เลย”หรงซูมองลูกสาวด้วยแววตาอ่อนโยนหลังจากคุยโทรศัพท์กับเหมยเหม่ยเสร็จหรงซูสงบสติอารมณ์ลงแล้วก็หันมาจัดการงานของนิตยสารเศรษฐกิจต่ออีกสักพัก เมื่อตรวจสอบรายงานที่เกี่ยวข้องจนเสร็จ เธอก็คุยโทรศัพท์เรื่องงานอีกสองสามสายพอความยุ่งวุ่นวายเข้ามาแทนที่ เธอก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดถึงเรื่องอื่นอีกพอตกค่ำ จู่ ๆ เดวิดก็มาหาเธอ พร้อมกับนำมื้อค่ำขึ้นมาส่งให้ถึงห้อง“ฮัลโหล”หรงซูชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยื่นมือไปรับมาพลางเอ่ย “ขอบคุณค่ะ”“ก่อนคุณจะกลับประเทศ เราตกลงกันไว้แล้วนะว่า
“ดีมาก” เดวิดอดไม่ได้ที่จะร้องเชียร์ออกมาด้วยความตื่นเต้นเซิ่งถิงเชินหันไปมองหรงซูหรงซูเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา “ถึงคุณแล้ว!”เซิ่งถิงเชินดึงสายตากลับ แล้วเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะไม้ตานี้จะเป็นตัวตัดสินแพ้ชนะและผลลัพธ์ก็คือชายหนุ่มสามารถแทงลูกสีที่เลือกไว้พร้อมกับลูกหมายเลขแปดลงหลุมไปได้สำเร็จเดวิดพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนเปิดเกมละก็ คนชนะต้องเป็นเอเวอลินแน่ ๆ”ตลอดทั้งเกมที่ผ่านมา หรงซูไม่เดินเกมพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว แน่นอนว่าเซิ่งถิงเชินก็เช่นเดียวกัน เขาไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนข้อให้เธอเลยสักนิด“เอเวอลิน คุณจะต่ออีกสักตาไหมครับ?” เดวิดถามตอนนั้นเองหรงซูจ้องมองไปที่เซิ่งถิงเชินเมื่อสบตากัน ดวงตาสีดำขลับของชายหนุ่มก็ดูลึกล้ำยากจะหยั่งถึงอากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัดในพริบตาจังหวะที่หรงซูกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง“พี่เชิน!”เสียงของอันชิงเยว่ก็ดังแทรกขึ้นมา เธอเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสาววินาทีที่เห็นหรงซู สีหน้าของเธอก็เย็นชาลงทันที เธอถลึงตากำหมัดแน่น สาวเท้าก้าวฉับ ๆ เข้ามาคิดจะฟาดฝ่ามือใส่หน้าหรงซูโดยตรง
ทนายวังเอ่ยรายงาน “เหตุผลที่ทางศาลแจ้งมาคือฝ่ายจำเลยร้องขอให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปครับ ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ระบุไว้ และยังไม่มีกำหนดการเลื่อนที่แน่นอนครับ”มือของหรงซูที่จับโทรศัพท์อยู่บีบแน่นขึ้นเล็กน้อย“คุณหรงครับ ทางผมขอแนะนำให้คุณกับคุณเซิ่งลองเจรจากันดูก่อนนะครับ”ทนายวังรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเบื้องหลังของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมาก การฟ้องร้องครั้งนี้เกรงว่าคงไม่ง่ายอย่างที่คิดจริง ๆหรงซูตอบ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”เมื่อวางโทรศัพท์ลงหรงซูก็นั่งนิ่งเงียบอยู่บนโซฟาครู่ต่อมาเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่ง แล้วกดโทรออกสัญญาณดังขึ้นเพียงสองครั้ง ก่อนจะถูกกดตัดสายทิ้งไปดื้อ ๆหรงซูขมวดคิ้วมุ่นจากนั้นเธอก็เปลี่ยนไปต่อสายหาเดวิดแทนยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร เสียงของเดวิดก็ดังมาตามสาย “ว่าไง เอเวอลิน คุณคิดถึงผมแล้วเหรอ?”หรงซูเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อม “เดวิด คุณรู้ไหมคะว่าเซิ่งถิงเชินอยู่ที่ไหน?”เดวิดถอนหายใจด้วยความผิดหวัง “ที่แท้ก็ไม่ได้คิดถึงผมนี่เอง! คุณตามหาเขาทำไมเหรอครับ?”หรงซูตอบ “ฉันมีธุระกับเขานิดหน่อยค่ะ”“ตอนนี้พวกเรากำลัง
เซิ่งถิงเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย ทว่าดูเหมือนเรื่องนี้จะอยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว“อืม... แล้วเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ?”“พรุ่งนี้เช้าตรู่น่ะ”ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันมากนักก่อนจะวางสายไปเจียงหวยซวี่ถึงได้เอ่ยถามขึ้น “เปิดศาลพิจารณาคดีไม่ราบรื่นเหรอ?”หรงซูพิงราวระเบียงพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า ปล่อยให้ลมทะเลพัดผมยาวสยายปลิวไสว กระโปรงยาวสีฟ้าพลิ้วไหวอยู่ข้างน่องขาเรียวขาวของเธอใบหน้าสดที่ไร้เครื่องสำอาง พวงแก้มขาวเนียนดูเปล่งประกายภายใต้แสงแดดทว่าดวงตาที่เคยใสกระจ่างคู่นั้นกลับดูหม่นแสงลงเจียงหวยซวี่จ้องมองเธอไม่ละสายตาได้ยินเพียงเธอเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ “เมื่อเช้าทนายวังโทรมาบอกฉันว่าทางศาลเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปก่อนน่ะค่ะ ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด รอให้เขาลองไปสืบเรื่องที่ศาลดูวันนี้แล้วจะโทรกลับมาหาฉันอีกที”เจียงหวยซวี่เอ่ย “ดูเหมือนว่าทางเซิ่งถิงเชินจะไปทักทายกับทางศาลไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะ”หรงซูหลุบสายตาลง “ก็คงอย่างนั้นแหละค่ะ ตอนนี้ก็ได้แต่รอว่าทนายวังจะว่ายังไง”เจียงหวยซวี่เอ่ย “เซิ่งถิงเชินคงไม่ยอมให้เธอได้ดั่งใจง่าย ๆ จริง ๆ ด้วย”“นั่นสิคะ”ถ้าเขาอยากจะหย่ากับเธอจร
หรงซูวางโทรศัพท์ลง สีหน้าพลันเคร่งขรึมลงทันทีในตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นหรงซูปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นปกติก่อนจะเดินไปเปิดประตู เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็เอ่ยทัก “ศาสตราจารย์ อรุณสวัสดิ์ค่ะ”เจียงหวยซวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ดูสดชื่นขึ้นเยอะเลยนะ”หรงซูขานรับในลำคอ “พักผ่อนไปตั้งหนึ่งวันหนึ่งคืน ต่อให้ไม่หายก็คงต้องหายแล้วล่ะค่ะ”“ลงไปกินมื้อเช้ากันเถอะ!”ทั้งสองคนลงไปยังห้องอาหารชั้นล่างเพื่อกินมื้อเช้า“เอเวอลิน คุณเจียง”เดวิดเดินเข้ามาหาเมื่อหรงซูเห็นเขาก็ส่งยิ้มทักทายไปประโยคหนึ่ง“คงไม่รังเกียจที่จะให้ผมร่วมโต๊ะมื้อเช้าด้วยใช่ไหมครับ?”หรงซูเลิกคิ้วยิ้มพลางเอ่ย “ถ้าฉันบอกว่ารังเกียจ คุณจะยอมไปไหมล่ะคะ?”เดวิดวางถาดอาหารของตนลงแล้วดึงเก้าอี้นั่งข้าง ๆ พลางเอ่ย “เอเวอลิน คุณอย่าพูดจาทำร้ายจิตใจกันแบบนี้สิครับ ผมจะเสียใจมากนะ”หรงซูพูดหยอกล้อ “คนอย่างคุณยังจะเสียใจเพราะผู้หญิงเป็นด้วยเหรอคะ วันนี้พระอาทิตย์ก็ไม่ได้ขึ้นทางทิศตะวันตกเสียหน่อย”เดวิดหัวเราะ “อย่าเพิ่งมีอคติกับผมขนาดนั้นสิครับ ผมพยายามจะเป็นคนดีอยู่จริง ๆ นะ”หรงซูยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นมาพลางเม
แต่ว่าทำไมวันนี้ไม่เห็นภรรยาของเซิ่งถิงเชิน?ทุกคนสงสัย แต่กลับไม่ถามเซิ่งถิงเชินอุ้มลูกแล้ววางเธอลงในรถเข็นเด็ก คุณนายใหญ่เซิ่งกับคุณท่านเซิ่งรีบเข้าหาทันที เมื่อมองเห็นหลานสาวสุดที่รัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยคือความยินดีที่ปิดไม่มิดคุณนายใหญ่เซิ่งนำของขวัญครบเดือนที่ตัวเองเตรียมให้เหลนสาว
เวลาบ่ายโมงเที่ยวบินที่มุ่งหน้าไปซานฟรานซิสโกบินตรงเวลาหรงซูนั่งริมหน้าต่างตรงที่นั่งชั้นธุรกิจ เมื่อมองดูเมืองนอกหน้าต่างที่เล็กลงเรื่อย ๆ มือของเธอจับสร้อยเส้นหนึ่งเอาไว้แน่น ด้านในจี้เป็นรูปเหม่ยจิงน้อยตอนครบเดือนเมื่อจากไปหมายความว่าเธอกับลูกจะได้พบกันยาก“ลูกจ๋า แม่ขอโทษหนูด้วยนะ”ในใ
ก่อนเข้าไปซ่งเหยียนเตือนฉีเยี่ยนเฉา อีกเดี๋ยวห้ามพูดเหลวไหลฉีเยี่ยนเฉาตอบ “ฉันไม่ใช่คนปากมากสักหน่อย”“ฮึ ก็ใกล้เคียงนั่นแหละ!”“…”พอไปถึงตระกูลหรงหรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวรีบต้อนรับทุกคนเข้าบ้านเจียงหวยซวี่เอาของฝากมาด้วย“ทำไมซื้อของมาเยอะแยะแบบนี้ ไหนว่ามากินข้าวอย่างเดียวไง”“จะมามื
วันต่อมาเผยหลานหัวพาหรงซูไปสตูดิโอโยคะพอนึกถึงว่าเมื่อวานเจออันชิงเยว่ที่นี่ และเธอก็มาเรียนที่นี่เหมือนกัน หรงซูก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมาอันชิงเยว่แย่งสามีของเธอไป แต่คนที่กลัวการเผชิญหน้ากลับเป็นตัวเธอเอง เธอไม่กล้าแม้แต่จะพูดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียน้อย หรงซูไม่อยากเจอเธอ แต่จ่ายเงินไปแล้ว ก็ทำ







