Se connecterบทที่ 4 เปลือกหอยที่แตกสลาย
เด็กสาวคนนั้นปะปนอยู่ในงานในฐานะทีมงานฝ่ายการตลาด คอยต้อนรับแขกและส่งแก้วแชมเปญ เมจิไม่ได้มีท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัวเลยสักนิด ยามที่สายตาของเด็กสาวสบเข้ากับลลิน นัยน์ตาคู่นั้นกลับฉายแววเยาะเย้ยและท้าทายอย่างปิดไม่มิด เมจิแสร้งเดินถือถาดเครื่องดื่มเฉียดเข้ามาใกล้พีทตลอดเวลา และทุกครั้งที่เดินผ่าน พีทเองก็แอบเหลือบสายตามองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความเสน่หา โดยคิดว่าลลินไม่มีทางสังเกตเห็นในความมืดสลัวของงานเลี้ยง
"คุณแม่ขา กาแฟร้อนที่สั่งได้แล้วค่ะ" เสียงหวานใสของเมจิดังขึ้นข้างกายคุณหญิงประภา เด็กสาวประคองแก้วส่งให้ด้วยท่าทางนอบน้อมอ่อนหวานอ่อนช้อยเกินหน้าที่พนักงานพาร์ทไทม์
"อุ๊ย ขอบใจมากจ้ะหนูเมจิ แหม!!! เด็กคนนี้รู้ใจฉันจริง ๆ คอยดูแลแขกในงานก็เหนื่อยแย่แล้ว ยังอุตส่าห์จำได้อีกว่าฉันชอบทานกาแฟรสไหน" คุณหญิงประภาเอ่ยชมออกนอกหน้า แววตาที่มองเมจิเต็มไปด้วยความเอ็นดู ต่างจากสายตาที่มองลลินราวฟ้ากับเหว
"ตาพีทแกลุกไปดูตรงนู้นหน่อยสิ เห็นว่าประธานแบงก์มาถึงแล้ว พาหนูเมจิไปด้วยล่ะ แกจะได้ช่วยแนะนำข้อมูลโปรเจกต์ใหม่ให้ท่านฟัง"
"ครับคุณแม่" พีทรับคำอย่างรวดเร็ว แววตาฉายประกายดีใจอย่างปิดไม่มิด เขารีบก้าวเท้าเดินนำเด็กสาวออกไปในทันที โดยไม่คิดจะหันมามองหรือเอ่ยชวนลลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เลยแม้แต่คำเดียว
เมจิหันมาสบตากับลลินแวบหนึ่งก่อนจะเดินตามพีทไป มุมปากอิ่มจุดยิ้มเยาะเย้ยอย่างผู้ชนะ เป็นรอยยิ้มสับปลับที่ประกาศชัดแจ้งว่าเธอกำลังจะเลื่อนขั้นขึ้นมาแทนที่เมียหลวงไร้น้ำยาในเร็ววัน
ลลินยืนนิ่ง มองภาพสามีของตัวเองเดินเคียงคู่กับผู้หญิงอื่นต่อหน้าแม่ของเขาที่คอยส่งท้ายให้ท้ายอย่างเต็มใจ ความจริงตรงหน้ามันชัดเจนจนไม่มีพื้นที่เหลือให้เธอปฏิเสธหรือหลอกตัวเองอีกต่อไปแล้ว
ความอึดอัดและกลิ่นอายความตอแหลในห้องโถงจัดเลี้ยงทำให้ลลินรู้สึกเหมือนจะหมดลมหายใจ เธอตัดสินใจเลี่ยงออกจากกลุ่มคนรวยที่หัวเราะต่อกระซิก เดินตรงไปยังสวนหย่อมลอยฟ้าของโรงแรมที่ไร้ผู้คนเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์และระงับความร้อนรุ่มที่กำลังเดือดปุด ๆ อยู่ในอก
ลมยามค่ำคืนพัดมาปะทะผิวแก้วเนียน ลลินยืนเกาะราวระเบียงเหล็กดัด ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่เบื้องล่าง มือเรียวบางกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน เธอสมเพชตัวเองเหลือเกินที่ต้องมาทนดูละครลิงฉากใหญ่ที่สามีและชู้รักร่วมมือกันแสดงต่อหน้าต่อตา โดยมีแม่สามีคอยหนุนหลังอย่างหน้าไม่อาย
"มาหลบมุมร้องไห้อยู่ตรงนี้เองเหรอครับ คุณสะใภ้รอง"
เสียงทุ้มต่ำลึกและแฝงแววราบเรียบดังขึ้นจากทางด้านหลัง ลลินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าและหันกลับไปมองผู้มาใหม่
ร่างสูงใหญ่เกือบเก้าสิบเซนติเมตรในชุดสูทเนี้ยบกริบสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างช้า ๆ แสงไฟสลัวจากสวนหย่อมสะท้อนใบหน้าคมคายดุดันของเขาให้ดูมีอำนาจและน่าเกรงขามจนคนมองรู้สึกใจสั่น นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเสือคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่เธอโดยไม่วางตา
ภาม เพื่อนสนิทที่สุดของพีท และเป็นนักธุรกิจหนุ่มสายดาร์กที่ใคร ๆ ต่างก็ยำเกรง
"คุณภาม" ลลินเอ่ยชื่อเขาแผ่วเบา พยายามกระพริบตาไล่ความชื้นที่ดวงตา
"ลินไม่ได้ร้องไห้ค่ะ แค่ออกมาสูดอากาศข้างนอก พีทอยู่ข้างในกับลูกค้าค่ะ ถ้าคุณภามจะมาหาเขา…"
"ผมบอกหรือครับว่าผมออกมาหาไอ้พีท" ภามขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่กลับทรงอำนาจ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเธอ ระยะห่างที่ใกล้กันทำให้ลลินได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ปนกลิ่นยาสูบจาง ๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ดิบ และอันตราย ต่างจากกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ติดตัวพีทกลับมาเมื่อวันก่อนอย่างสิ้นเชิง
ภามทอดสายตามองออกไปที่วิวเมืองใหญ่เหมือนที่เธอทำเมื่อครู่ ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยประโยคที่ทำให้ลลินต้องหัวใจกระตุกวูบ
"บางครั้งคนเราก็ไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับสิ่งที่ไม่เห็นค่าเราหรอกนะลิน บ้านใหญ่โตที่สวยงามแค่ไหน ถ้าข้างในมันมีแต่ขยะ สู้เดินออกมาพังมันทิ้งไม่ดีกว่าหรือ"
ลลินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย มองเสี้ยวหน้าคมคายของเพื่อนสนิทสามีด้วยความรู้สึกหลากหลาย ประโยคนี้บอกชัดว่าภามรู้เรื่องพฤติกรรมต่ำช้าของพีทและเมจิอยู่ก่อนแล้ว
"คุณภาม หมายความว่ายังไงคะ"
ภามไม่ตอบคำถามตรง ๆ เขาเพียงแค่หันใบหน้ากลับมาสบตากับเธอ แววตาคู่คมสีเข้มคู่นั้นฉายแววบางอย่างที่ลึกซึ้งและดุดัน เป็นสายตาที่แอบมองและเฝ้ารอคอยเธอมาตลอดสามปีโดยที่เธอไม่เคยรู้ตัว ชายหนุ่มจุดยิ้มมุมปากเยือกเย็น
"ผมแค่พูดลอย ๆ น่ะครับ แต่ถ้าวันไหนที่คุณเหนื่อยจนอยากจะพังมันทิ้งจริง ๆ จำไว้ซะนะลิน ว่ายังมีคนพร้อมจะช่วยคุณรื้อ โครงสร้างบ้านหลังนั้นให้พินาศคามืออยู่"
พูดจบภามก็ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบเบา ๆ ก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้างานไป ทิ้งให้ลลินยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความมืดและสายลมหนาว ประโยคเตือนสติปนชวนเชิญอันร้ายกาจของภามในคืนนั้น ดังก้องอยู่ในหัวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บทที่ 14 พิษรักแรงหวงคว้าแกนกายชายหนุ่มที่ขยายตัวยาวใหญ่ร้อนผ่าวปูดโปนด้วยเส้นเลือด รูดรั้งสองสามครั้งชโลมด้วยน้ำหวานของเธอ แล้วจับขาเรียวสวยทั้งสองข้างของลลินแยกออกกว้างพาดไว้กับขอบเบาะรถ ชายหนุ่มขยับกายเข้าประชิดแล้วกดกระแทกท่อนเอ็นร้อนเข้าสู่ร่องสาวรวดเดียวจนสุดโคน! "กรี๊ดดด! อ่า อ๊าาา ติณณ์ ลึกจัง! อ๊า ๆ ๆ!" ลลินอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง ความยาวใหญ่ของติณณ์อัดแน่นเต็มช่องทางรักจนเธอเสียวซ่านสะท้านไปทั้งตัว ติณณ์ไม่ปล่อยให้เธอได้พัก ชายหนุ่มเริ่มรัวสะโพกสอบกระแทกกระทั้นเข้าออกถี่รัวยับ ๆ ทันที เสียงเนื้อกระทบกันบนเบาะหนังดังกึกก้องสะท้อนในรถหรู พั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ! แรงกระแทกอันมหาศาลทำให้ร่างบางโยกคลอนไปตามแรงอัด ลลินร่อนสะโพกสาวสวนกลับอย่างถึงพริกถึงขิง ในสมองของเธอเต็มไปด้วยแผนการร้าย เธอใช้เรือนร่างนี้ซื้อความจงรักภักดีจากติณณ์ เพื่อยืมมือจิ้งจอกหนุ่มคนนี้สืบหาข้อมูลมาทำลายริสา ติณณ์กระแทกเน้นย้ำรุนแรงจนลลินตัวสั่นระริก เสร็จสมอารมณ์หมายพุ่งแตะขอบสวรรค์ไปพร้อม ๆ กัน น้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นจัดฉีดพล่านเต็มโพรงเนื้อสาว ลลินซบหน้าลงกับอกกว้างลอบยิ้มด้วยความสะใจ กลางดึกคืนเดียวกัน หลัง
บทที่ 14 พิษรักแรงหวงค่ำคืนต่อมา ณ งานประมูลเพชรการกุศลสุดหรูหราของแวดวงไฮโซชั้นสูง แสงระยิบระยับจากโคมไฟระย้าคริสตัลสาดส่องกระทบเครื่องเพชรราคาหลักล้านของผู้มาร่วมงานบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความร่ำรวยและหน้าตาทางสังคม ลลินก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสตรีทหรูหราสีดำสนิท ผ่าลึกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนละเอียด ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ทันทีที่เธอเยื้องย่างเข้ามาในโถงกลาง สายตาของเธอก็พลันปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่แสนคุ้นเคยภามยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางวงล้อมของนักธุรกิจ ทว่าข้างกายของเขาในค่ำคืนนี้กลับไม่ว่างเปล่า มีหญิงสาวสวยสะดุดตาคนหนึ่งในชุดเดรสเกาะอกสีทองระยิบระยับกำลังยืนเกาะแขนแกร่งของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของริสา ไฮโซสาวเซเลบริตี้ชื่อดัง ทายาทตระกูลดัง พันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ที่สุดของภาม ใบหน้าของเธอสวยเฉี่ยว ดวงตาคมกริบเคลือบไปด้วยความหยิ่งยโสและร้ายกาจริสาแอบรักภามมานานหลายปี และตระกูลของทั้งสองก็กำลังมีแผนจะเกี่ยวดองกันทางธุรกิจทันทีที่ริสาสังเกตเห็นสายตาของภามที่ตวัดไปมองลลินด้วยประกายตาที่วูบไหวและเต็มไปด้วยไฟปรารถนา ไฮโซสาวก็รู้ได้ทัน
บทที่ 13 ลลินผู้คุมเกมติณณ์เอื้อมมือไปล็อกประตูห้องทำงาน ก่อนจะช้อนอุ้มร่างของลลินวางลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีราคามหาศาล เอกสารสู้คดีความของพีทกระจัดกระจายหล่นลงพื้นราวกับไร้ค่า ติณณ์กระชากชุดเดรสซิปหน้าของเธอออกรวดเดียว เผยร่างอรชรขาวผ่องประดับด้วยชั้นในลูกไม้สีหวาน ติณณ์ไม่รอช้า ปลดกางเกงสูทของตนออก คว้าแกนกายชายหนุ่มที่ขยายตัวยาวใหญ่ร้อนผ่าว จ่อเข้าที่ร่องเนื้ออุ่นชื้นที่เริ่มมีน้ำหวานปริ่มเยิ้ม"ลิน... ผมรักลิน รักมาตลอด" ติณณ์ครางกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะกดกระแทกสะโพกสอบส่งท่อนเอ็นร้อนเข้าสู่ร่องสาวรวดเดียวจนมิดโคน!"อ๊ะ! อ๊าาา ติณณ์ ลึกจัง อ๊า" ลลินแหงนหน้าครางซี้ด นิ้วเรียวจิกเข้าที่แผ่นหลังแกร่งใต้เสื้อเชิ้ตของติณณ์แน่น ติณณ์แม้จะดูสุภาพทว่าบทรักกลับเร่าร้อนและซอยสะโพกถี่รัวสะใจไม่แพ้ใครพั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ! เสียงเนื้อกระทบกันบนโต๊ะทำงานดังกึกก้องลลินร่อนสะโพกสวนกลับด้วยความกระสันสะใจ ในหัวสมองของเธอคิดถึงใบหน้าของพีท ยามที่รู้ว่าเมียเก่าที่มันเคยตราหน้าว่าไร้ค่า กำลังโดนทนายมือหนึ่งที่มันเกลียดขยี้กามารมณ์อยู่บนกองเอกสารคดีของตัวมันเอง ทั้งสองพากันสอดประสานรับส่งจังหวะรักอย่างถึงพริก
บทที่ 13 ลลินผู้คุมเกมแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานครสาดส่องผ่านผนังกระจกบานใหญ่ของเพนท์เฮ้าส์หรู ขับเน้นให้เห็นเรือนร่างงดงามอรชรของลลินที่บัดนี้เปลือยเปล่าไร้สิ่งบดบัง นอนทอดกายอยู่ใต้ร่างกำยำของภามมาเฟียอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสะท้อนในความเงียบสงัดชวนใจสั่น พั่บ ๆ ๆ ๆ! ภามกำลังรัวสะโพกหนากระแทกกระทั้นแกนกายใหญ่โตมโหฬารอุ่นจัดเข้าสู่ร่องสาวเปียกชุ่มอย่างบ้าคลั่ง สองมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยสักรูปเสือร้ายตะโบมบีบเค้นสะโพกมนอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มล้นตามง่ามนิ้ว"ซี๊ด!!! ลิน" ภามคำรามเสียงพร่าต่ำชิดซอกคอขาว ซุกไซ้สูดดมกลิ่นกายสาวอย่างหิวกระหาย"อ๊ะ อ๊า ภามแรงอีก อัดเข้ามาลึก ๆ ค่ะ อ๊า" ลลินแอ่นอกรับ สองมือจิกทึ้งลาดไหล่กว้างแน่น ร่างกายของเธอกำลังลอยล่องเสียวซ่านไปกับบทรักทัณฑ์ทรมาน ทว่าดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือกลับยังคงนิ่งสงบและเยือกเย็นเธอยอมทอดกายให้พญาเสือร้ายตัวนี้บดขยี้จนหนำใจ แลกกับการที่ภามใช้บารมีมาเฟียค้ำคอเธอในสังคม ออกหน้าตัดท่อน้ำเลี้ยงและบีบทางธุรกิจจนพีทแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ทันทีที่ภามคำรามลั่นระเบิดน้ำรักอุ่นจัดพุ่งกระฉูดเข้าสู่ส่ว
บทที่ 12 เกมรักเหลี่ยมมาเฟีย"หมายความว่ายังไงทนายสมสิทธิ์! ทำไมบัญชีเงินฝากของบริษัทและบัญชีส่วนตัวของฉันถึงโดนอายัดหมดเลย!" พีทแผดเสียงตวาดลั่นห้อง ทุบโต๊ะจนเอกสารกระจัดกระจาย"ค... คือ คุณติณณ์เขาใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายยื่นฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสโดยอ้างว่าคุณพีทมีพฤติกรรมอุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นเยี่ยงภรรยาครับ" ทนายสมสิทธิ์เอ่ยเสียงสั่นระริก"แถมเขายังยื่นหลักฐานเส้นทางการเงินที่คุณพีทโอนเงินซื้อคอนโดและรถหรูให้คุณเมจิ ซึ่งเข้าข่ายการยักยอกทรัพย์สินสมรส ศาลท่านเลยอนุมัติคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอายัดทรัพย์สินทุกอย่างที่เกี่ยวโยงไว้ตรวจสอบทั้งหมดครับ""โธ่เว้ย! ไอ้ติณณ์! มึงมันหน้าตัวเมีย" พีทสบถลั่น ขว้างปาข้าวของบนโต๊ะทำงานลงพื้นอย่างบ้าคลั่งในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ ร่างสูงโปร่งของติณณ์ในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาในห้อง ท่าทางของเขาช่างดูสง่างาม สงบนิ่ง แฝงรังสีอำนาจลึกลับอันน่าเกรงขาม สายตาภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินจ้องมองพีทคล้ายกำลังมองสิ่งปฏิกูล"สวัสดีครับคุณพีท ดูท่าทางกำลังวุ่นวายอยู่เลยนะ" ติณณ์เอ่ยเสียงทุ้มเรียบ จุดยิ้มบางเบาที่มุมปาก"ไอ้ติณณ์! มึงกล้าด
บทที่ 12 เกมรักเหลี่ยมมาเฟีย ควันบุหรี่ซิการ์กลิ่นเข้มลอยอบอวลอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวของภาม แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้เห็นใบหน้าคมคายดุดันที่บัดนี้มืดมนราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง มือหนาโยนรูปถ่ายปึกหนึ่งลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ปัง!มันคือภาพถ่ายของลลินที่กำลังนั่งคุยและโดนกุมมือโดยติณณ์ ทนายความชื่อดังภายในร้านกาแฟเมื่อช่วงกลางวัน สายสืบของเขาทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม แต่มันกลับส่งผลให้เส้นเลือดที่ขมับของภามเต้นตุบ ๆ ด้วยความโกรธจัดและแรงหึงหวงที่พลุ่งพลานจนแทบควบคุมไม่อยู่"รักแรกงั้นเหรอ หึ ไอ้หน้าจืดนั่นมันกล้าดียังไงมาจับมือคนของกู" ภามสบถคำรามต่ำในลำคอแววตาเสือร้ายวาวโรจน์ด้วยความกระหายเลือด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเท้าหนัก ๆ ตรงไปยังห้องนอนกว้างที่ลลินกำลังนั่งเช็ดผมอยู่หลังจากอาบน้ำเสร็จปัง!ภามผลักประตูเปิดออกอย่างแรงจนลลินสะดุ้ง ร่างสูงใหญ่กำยำที่มีเพียงกางเกงสแล็กสีดำติดตัวก้าวสามขุมเข้ามาหาเธอทันที ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระชากข้อมือเรียวของลลินให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ออกแรงดึงเพียงครั้งเดียวร่างบางในชุดคลุมอาบน้ำผ้าซาตินสีขาวก็ปลิวมาปะทะแผงอก
บทที่ 4 เปลือกหอยที่แตกสลายความตึงเครียดหลังจากการปะทะคารมในห้องครัวไม่ได้จางหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าของแม่สามีที่เดินกระแทกส้นออกไปจากบ้าน ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นความอึดอัดที่ทึบตัน ลอยอวลอยู่ทุกตารางนิ้วในบ้านหลังใหญ่ ลลินขังตัวเองอยู่ในห้องนอนหลังจากวางสายจากชิชา เธอนั่งนิ่งปล่อยให้เข็มนาฬิก
ตอนที่ 3 ชีวิตคู่ที่แสนห่วยแตก “อ้าว!!! ตื่นแล้วเหรอ นึกว่านอนกินบ้านกินเมืองอยู่จนสายโด่ง” เสียงแหลมสูงและเจือความเหยียดหยามดังขึ้นทันทีโดยไม่มีการทักทายที่ดีกว่านี้ “สวัสดีค่ะคุณแม่ ลินเพิ่งลงมาเตรียมกาแฟให้พีทค่ะ พีทเพิ่งกลับมาตอนตีห้า เลยยังไม่ตื่น” ลลินยกมือไหว้พยายามรักษามารยาทแล
ตอนที่ 2 วันครบรอบวันแต่งงาน เสียงเครื่องยนต์รถซุปเปอร์คาร์คำรามต่ำภายนอกบ้าน ตามด้วยเสียงปิดประตูรถที่ดังแว่วเข้ามา ลลินลืมตาขึ้นมาในความมืด ความง่วงงันมลายหายไปในพริบตา หัวใจของเธอเต้นรัวไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นหรืออะไร แต่เป็นเพราะความสงสัยที่ล้นอกของเธอ ลลินลุกขึ้นจากเตียง จัดเสื้อค
ตอนที่ 1 หัวใจที่ไร้เจ้าของเสียงของนาฬิกาแขวนผนังเรือนโบราณที่แขวนอยู่ภายในห้องครัวดังก้องสะท้อนเสียงดัง ติก…ติก…ติก มันเป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบของบ้านหลังใหญ่ที่มีถึงหกห้องนอน ยิ่งเงียบเสียงของนาฬิกาก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้นลลิน เธอก้มมองสเต็กเนื้อริบอายในจาน มันเคยเป็นเนื้อเกรดพรีเมียมที่







