بيت / วาย / หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg) / บทที่ 6 สั่งสอน

مشاركة

บทที่ 6 สั่งสอน

مؤلف: Somoon
last update تاريخ النشر: 2025-06-23 16:56:24

“คุณพ่อเรียกหาฉัตรหรือครับ” ฉัตรเกล้าเดินเข้ามาในห้องทำงานของบิดา ภายในมีแม่ของเขานั่งอยู่ด้านขวามือของพ่อและพี่ปกเกล้ายืนกอดอกพิงตู้เก็บใบประกาศนียบัตรและเหรียญรางวัลต่าง ๆ ของครอบครัวอยู่

คุณชนาละมือที่กอดเอวภรรยาออก ตบพื้นที่ข้างตัวสองสามที

“ใช่ มานั่งข้างพ่อสิลูก” เอ่ยเรียกลูกชายคนเล็กเสียงนุ่ม

ปกเกล้าอดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก เสียงอ่อนโยนนั่นล่าสุดที่ใช้คุยกับเขาก็เกือบสิบปีได้แล้วกระมัง มองแก้วตาผู้เป็นมารดาเคียงข้างชนาราวหงส์คู่มังกรยิ่งรู้สึกหงุดหงิด อึดอัดในอกแทบจะระเบิดออกมา

“อยู่พร้อมหน้าเชียว มีอะไรหรือเปล่าครับ” ฉัตรเกล้าเดินไปนั่งข้างบิดาก่อนจะเอ่ยปากถาม

“ก็แค่อยากคุยกับลูกน่ะ ว่าจะเอายังไงหลังเรียนจบ”

“พ่อเขาไม่ได้จะรบเร้าหรือรีบเร่งอะไรนะฉัตร เรามีความเห็นตรงกันอยากให้ลูกพักก่อน” คุณหญิงแก้วตาว่ายิ้ม ๆ

“ความจริงแล้วก็ว่าจะพักสักเดือนน่ะครับ แล้วค่อยทำงาน”

“เดือนเดียวจะไปพออะไรเล่า พักปีนึงเลย เที่ยวสนุกให้เต็มที่ หลังจากนั้นค่อยมาช่วยงานเอกสารให้พ่อ หรือจะลองมาเป็นเลขาพ่อก็ได้ พ่อจะให้ทิวาสอนงาน”

“เป็นเลขาหรือครับ” ฉัตรเกล้าเลิกคิ้ว

“ไม่สนงั้นหรือ”

“…”

“ถ้าอยากทำก็ค่อยทำ เรียนรู้งานไว้ ในอนาคตจะได้ช่วยพี่ปกเขาได้” คุณชนาเอ่ยพร้อมลูบหัวบุตรชาย

ปกเกล้าได้ยินชื่อตัวเองก็เงยหน้าไปมอง ชายหนุ่มมีรอยยิ้มยียวนเกิดขึ้นบนหน้า กำลังจะเอ่ยปากเย้าแหย่ตามประสาหากแต่คุณแม่ของเขาเอ่ยขัดเสียก่อน

“ตาปกยังเอาตัวไม่รอดเลยค่ะคุณ” คุณหญิงแก้วตาเหลือบมองปกเกล้าแวบเดียว ก่อนจะพูดเสียงนิ่ง

บางทีปกเกล้าก็สงสัยว่าพวกเราใช่แม่ลูกกันหรือเปล่า ทุกวันนี้เวลาเจอหน้ากัน มารดาจะต้องทำหน้าราวเห็นขยะเน่าอยู่ทุกครั้ง

ปกเกล้าลอบถอนหายใจ รอยยิ้มบนหน้าหายวับ

“คุณแม่ก็เลี้ยงผมไปตลอดได้นี่ครับ สมบัติเราเยอะแยะ” พูดกับมารดาเสียงนิ่งเรียบ แต่เพราะความนิ่งเรียบนี้ ในสายตาของคุณหญิงแก้วตามองว่ามันช่างกวนโอ๊ยเหลือเกิน ไม่สนใจหรอกว่าคำพูดของเธอทำให้ลูกชายรู้สึกอย่างไร

“ดูสิคะคุณ” หันไปคว้าแขนสามี พยักพเยิดหน้าให้ดูพฤติกรรมของลูกชายตัวดี คุณชนาอยากจะขำก็ขำไม่ออก ด้วยรู้ดีว่าเหตุใดแม่ลูกคู่นี้ถึงไม่ค่อยลงรอยกัน แต่ตราบใดที่ภรรยายังแสดงท่าทางแบบนี้กับลูกชายคนโตอยู่ ก็นับว่าความลับจะยังคงเป็นความลับต่อไป

“เอาน่า สองคนนี้…อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันสิตาปก” เขาพูดประนีประนอมก่อนเอ่ยรั้งลูกชายคนโตไว้

“ไม่ล่ะครับ ผมนัดกับเพื่อนไว้” ปกเกล้าส่ายหน้า ความจริงก็ไม่ได้มีนัดอะไรหรอก แต่ให้อยู่ทานข้าวด้วยก็กลัวมารดาจะกินไม่ลงกับกลัวตัวเองอดทนไม่ไหว เผลอพูดสิ่งที่ทำให้ไพศาลภิรมย์รักษ์ไม่เหมือนเดิมตลอดกาล

น้องชายพึ่งกลับมาจากเมืองนอกเสียด้วย ยังไม่อยากทำลายความสุขของฉัตรเกล้าเร็วนัก แต่แน่นอนว่าปกเกล้าไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้เฉย ๆ แน่ แค่ทุกวันนี้กว่าจะข่มตาหลับกว่าจะผ่านพ้นวันคืน ช่างยากเย็นแสนเข็ญ

“ก็คงพากันไปทำเรื่องงามหน้าอีกสิท่า” เสียงผู้หญิงคนเดียวในห้องเอ่ยด้วยน้ำแสงซอนแซะ ปกเกล้ายิ้มกริ่ม ใบหน้าที่เรียบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นทะเล้นทันที

“เรื่องงามหน้าที่คุณแม่หมายถึงคืออะไรหรือครับ” เสียงนุ่มทุ้มตามแบบฉบับคุณชายที่สาว ๆ หมายปองถามกลับ

คุณหญิงแก้วตาขมวดคิ้ว

“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง”

“เปล่าครับ…เพียงแต่ ผมทำเรื่องไว้เยอะมาก เลยนึกไม่ออกว่าเรื่องงามหน้าที่ว่าจะหมายถึงอะไร” ราวพูดเรื่องดินฟ้าทั่วไป ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ตาปก!” คุณหญิงแก้วตาแทบอยากกรี๊ดให้ลืมกิริยาเสียให้ได้

“หึ ผมไปนะครับ ไว้สักสองสามวันจะกลับมา”

ความเงียบจางลงชั่วคราวหลังปกเกล้าเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่ครู่เดียวคุณหญิงแก้วตาก็หันไปพูดกับสามีด้วยความไม่พอใจ

“คุณให้ท้ายจนลูกเคยตัวหมดแล้วนะคะ” เธอว่า

“คุณก็ตำหนิลูกจนมองหน้ากันไม่ติดแล้วคุณหญิง” คุณชนาตอบกลับด้วยน้ำที่เสียงอ่อนกว่า

“ก็ดูที่ตาปกทำตัวสิคะ จะไม่ให้แก้วดุได้อย่างไร”

“วัยรุ่นก็แบบนี้แหละคุณ ปล่อย ๆ แกไปบ้าง ไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเหมือนอย่างอาจารย์กับลูกศิษย์หรอก”

“ตาปกอายุยี่สิบแปดแล้วนะคะ อายุปูนนี้ควรจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้แล้ว”

“อีกหน่อยก็ได้ตบแต่งกับหนูหลินนี่ไงคุณ”

“ระวังนะคะ ลูกชายคุณไปไข่ไว้ทั่วขนาดนี้ สักวันจะมีแม่หญิงอุ้มเด็กมาบอกว่าตาปกเป็นพ่อของลูกหล่อน” เธอกอดอกว่า

หากเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ได้ขายหน้าชาวบ้านกันทั้งวงศ์ตระกูลน่ะสิ

“ผู้ชายน่ะ เจ้าชู้นิดเจ้าชู้หน่อยจะเป็นอะไรไป” นักธุรกิจหนุ่มใหญ่พูดกลั้วหัวเราะไม่ทุกข์ร้อน ทว่าหากเลือกได้ใครจะอยากให้คนรักมีหญิงอื่นกันล่ะ ใจคนเราจะได้ไหวได้อย่างไรกัน

ฉัตรเกล้าที่นั่งฟังอยู่คิดในใจ

วันแรกในรั้วบ้านไพศาลภิรมย์รักษ์ไม่ได้สวยงามหรือราบเรียบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ฟ้าครามคาดไว้อยู่ก่อนแล้ว อดีตเสือเลื่องชื่อเคยคิดว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่เขาตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเป็นคนใหม่ ลืมเลือนตัวตนในอดีตและใช้ชีวิตปกติอย่างคนทั่วไป

ทว่าการเคยเป็นโจรเป็นเสือ เป็นคนคุกมาก่อน ก็คงยากสำหรับคนอื่นที่จะยอมรับ ซึ่งตัวเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ารับชะตากรรมหลังจากนี้

ฟ้าครามเคยชินกับความยากลำบาก ความอัปยศอดสู ความหม่นหมอง ความไม่ยินยอมพร้อมใจมามากพอจะไม่รู้สึกอะไรกับการที่โดนแค่ไม้เล็ก ๆ ตีเข้าที่ศีรษะ ร่างกายไม่สะทกสะท้าน ยิ่งไม่มีความรู้สึกใดสะท้อนออกมาเลยสักนิด

“หัวแข็งใช้ได้นี่หว่ามึง กูตีไปที หัวไม่แตกแต่ไม้กูเสือกแตก” คนตีเขาก็คนเดียวกับที่ตั้งท่าดูแคลนตั้งแต่คุณชนาแนะนำในบ้านเมื่อวาน ท่าจะเป็นรองหัวหน้าคนงานที่ชื่อไม้กระมัง

“ฮ่าฮ่าฮ่า” พวกลูกล้อที่หัวเราะสนุกสนานสามสี่คน ฟ้าครามยังจำไม่ได้ว่าใครชื่ออะไรบ้าง

“เฮ้ย เป็นใบ้หรือวะไอ้คนคุก”

“เจอพี่รับน้องก็คงขวัญหนีดีฝ่อไปแล้วมั้งพี่ไม้”

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

“แม่งโคตรป๊อดเลยว่ะ ปอดแหกฉิบหาย ไอ้จัญไร ถุย” ไม้มันด่าฟ้าคราม ล้อสนุกสนานกับลูกน้องคนอื่น ๆ ที่มักชอบเลียแข้งเลียขามันจนได้เป็นลูกน้องคนโปรด

คนถูกด่ายืนเฉย มองกิริยาสถุลต่ำตมที่มาจากจิตใจโดยแท้จริงของพวกคนตรงหน้า ฟ้าครามไม่ได้โกรธแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่พวกมันทำกับเขาก็ถือเป็นผลจากการกระทำในอดีตของเขาเอง

ต่ำกว่านี้ สถุลกว่านี้ ล้วนผ่านตามาหมดแล้วทั้งนั้น

“มึงกวนตีนจังวะ” ไม้เห็นฟ้าครามยืนนิ่ง ไม่โต้ตอบ มันรู้สึกเสียหน้าจึงเข้ามาผลักอกร่างสูงครั้งหนึ่ง ทว่าคนที่กระเด็นถอยหลังจนเกือบล้มกลับเป็นมันเสียเอง

“มึงจะเอาหรอวะ!” มันพูดอย่างโมโห ตั้งตัวได้ก็เตรียมยกเท้าจะเข้ามาถีบ

ฟ้าครามเหลือบสายตามองไปทางด้านหลังของตน คิ้วคมขมวดน้อย ๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงมือของบริวารมายันหลังเขาไว้ตอนที่โดนผลัก นั่นทำให้เขาไม่ขยับเลยสักนิดทั้งที่โดนไม้ใส่เต็มแรง

แต่ต่อให้ทองดำจะไม่มาช่วย เขาก็คงถอยหลังไม่เกินสองก้าว ดูจากขาผอม ๆ นั่นแล้ว

“พี่ไม้ จะทำอะไรน่ะ” ก่อนที่จะโดนถีบจริงและก่อนที่บริวารของฟ้าครามจะได้ทำอะไร เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขัดเสียก่อน

“ศรีแพร…” อันตพาลก่อนหน้าเสียงอ่อนลงทันทีที่เจอนางในดวงใจ สาวเจ้ารีบวิ่งเข้ามาเพราะเห็นจากไกล ๆ ว่าไม้ทำอะไรฟ้าคราม

เธอพาฟ้าครามมาหาพวกพี่ไม้ที่วันนี้ไม่ได้ไปช่วยงานที่โกดังสินค้า พวกเขาจึงมักจะรวมตัวเล่นหรือดื่มเหล้ากันในสวนมะม่วงหลังบ้าน หลังจากงานอื่น ๆ เสร็จสิ้น และศรีแพรก็เพียงกลับไปที่เรือนครู่เดียวเท่านั้น กลับมาก็เห็นไม้กับพวกพ้องรังแกพี่ครามเสียได้

“สั่งสอนมันนิด ๆ หน่อย ๆ เองจ้ะ มันหัวแข็ง มาฝากตัวทำงานด้วยแต่ไม่ไหว้ใครสักคน” ไม้เอ่ย จะเดินเข้าไปหาศรีแพรแต่เจ้าหล่อนเดินมาหาฟ้าครามเสียก่อน

“พี่ครามเป็นอะไรไหมจ๊ะ ฉันน่าจะพาพี่ไปหาลุงบุญ ขอโทษทีจ้ะ”

“ไม่ใช่ความผิดเอ็ง” ฟ้าครามบอกไม่มองหน้า

“ศรีแพร อย่าไปใกล้มัน มาหาพี่” ไม้กัดฟันกรอด รู้สึกเลือดขึ้นหน้า เพราะนางในดวงตามีสายตาห่วงหาให้ไอ้คนคุกเสียเหลือเกิน ดูก็รู้ว่าศรีแพรสนใจมัน ศรีแพรที่มันชอบมาตั้งนาน

“ทำไมฉันต้องไปหาพี่ด้วยจ้ะ” เธอหันไปพูดกับพี่ชายของเพื่อนเสียงนิ่ง

“…มึง ไอ้คราม กูขอเตือนว่าอย่ายุ่งกับศรีแพร ผู้หญิงคนนี้เป็นของกู” ไม้มันกัดฟันกรอด หันไปชี้หน้าจะเอาเรื่อง

“พูดอะไรของพี่ ฉันไม่ได้เป็นของใครทั้งนั้น” ศรีแพรปฏิเสธเสียงดัง พอดีกับที่ไหม คนงานสาวอีกคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา

“พี่ไม้! พี่ไม้!”

“มีอะไรอีไหม กูไม่ว่าง” หันไปพูดอย่างหัวเสีย

“โอ๊ย ว่างไม่ว่างก็ช่างปะไร ไปดูนังมะลิหน่อยพี่ มันเป็นอะไรไม่รู้อยู่ ๆ ก็ล้มป่วยเสียอย่างนั้น”

“มึงว่าไงนะ ใครแกล้งน้องกู”

“ใครจะไปแกล้งมัน ไปเถอะพี่ มันเพ้อหนักแล้ว”

“จิ๊ กูฝากไว้ก่อนเถอะมึง” หันมาชี้หน้าฟ้าครามอีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งตามไหมไป

คนงานชายที่เหลือ พอลูกพี่มันไปแล้วก็เลิกสนใจเขาราวก่อนหน้าไม่ได้ร่วมหัวเราะเยาะเย้ยไปด้วย พวกมันแยกย้ายไปคนละทางจึงเหลือเพียงเขาละสตรีร่างบาง

“พี่ไปพักที่ห้องก่อนเถอะจ้ะ อีกสักพักเลยถึงจะได้เวลากินข้าว เดี๋ยวฉันไปเรียกพี่ก็ได้”

“เดี๋ยวข้ามาเอง บอกเวลาให้ข้าก็พอ”

“หกโมงก็ตั้งวงแล้วจ้ะ”

“…” ฟ้าครามพยักหน้ารับ

“ไปจ้ะ ฉันเดินไปเป็นเพื่อน ขาดเหลืออะไรบอกฉันได้นะจ๊ะ”

“ไม่ต้อง ขอบใจเอ็งมาก” พูดจบก็เดินตรงไปยังเรือนพักของตนทันที

ช่วงเวลาอาหารไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก รู้สึกได้ถึงสายตารังเกียจอยู่บ้าง แต่ฟ้าครามก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาปลีกตัวนั่งกินข้าวคนเดียวเงียบ ๆ แต่ก็มิวายพลับพลึงเดินมานั่งด้วย

สาวเจ้ากลิ่นกายหอมกรุ่นด้วยหล่อนอาบน้ำใส่แป้งก่อนจะมากินข้าว เสื้อผ้าที่ตอนกลางวันว่าเปิดเผยแล้วพอตกค่ำหญิงสาวใส่เพียงชุดบาง ๆ สีขาวแทบจะเห็นไปทุกส่วนด้านใน เป็นสาวงามคนเดียวที่กล้าแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาว่าหมายตาฟ้าครามเพียงใด ศรีแพรและไหมก็มองร่างสูงเช่นกัน เพียงแต่ทั้งสองทำได้แค่ลอบมองเงียบ ๆ

ส่วนไอ้ไม้ มันที่เกลียดฟ้าครามอยู่แล้ว พอเห็นว่าศรีแพร หญิงสาวที่มันรักสนใจเขา มันยิ่งทวีความเกลียดขึ้นไปอีก หากไม่ติดว่ามันกังวลใจที่มะลิป่วยหนักกะทันหัน ไอ้คนคุกคงไม่ได้กินข้าวอย่างสงบ ๆ

ฉัตรเกล้ากลับมาจากห้างสรรพสินค้าก็ตอนเย็นแล้ว หอบข้าวสองเต็มสองมือลงจากรถโดยไม่ให้คนงานช่วยเหลือ เดินขึ้นบันไดเพื่อเก็บของและอาบน้ำก่อนจะลงมาทานข้าวเย็น

ในตอนที่บิดามารดาย้ายที่นั่งจากห้องอาหารไปห้องนั่งเล่นริมสวนที่อยู่อีกฟาก ฉัตรเกล้าจึงขนของทั้งหมดที่ซื้อมาเดินลัดเลาะตามทางไปยังเรือนคนงานบุรุษหลังบ้าน

ตอนกลางคืนมืดไม่น้อยเลยเนื่องจากเป็นคืนเดือนดับ ความสว่างจากไฟที่ติดไว้ตามทางพอช่วยให้เขายังเดินถูก แม้จะเป็นบ้านเขาเอง แต่ปกติก็ไม่ได้มีธุระอะไรกับส่วนนี้มากนัก ยิ่งช่วงเย็นแทบนับครั้งได้ที่มาเหยียบ

วังเวงไม่น้อยเลยทีเดียว

ก๊อก ก๊อก

ฉัตรเกล้าเคาะประตูห้องซ้ายสุดของเรือนไม้ ยืนเพียงครู่เดียวประตูก็เปิดออก

“คุณหนู?” เจ้าของห้องเลิกคิ้วทันทีที่เห็นว่าเป็นเขา

ฟ้าครามยังอยู่ในชุดเดิม ศีรษะของเขาเปียกโชกและผมที่สั้นลง เปิดเผยใบหน้าคมคายมากยิ่งขึ้น

“มีอะไรงั้นหรือ” ร่างสูงถาม มือก็เสยผมที่ยังไม่หมาดดีของตัวเองขึ้น

ฉัตรเกล้าลมหายใจสะดุด ได้สบสายตากันชัด ๆ เป็นครั้งแรก เนตรพยัคฆาคมกล้ากว่าที่เคยจินตนาการ พาลเอาหัวใจเต้นระรัว ตกในภวังค์ถูกขังด้วยมนต์พยัคฆ์ที่เจ้าตัวเขายังไม่ทันเอ่ยคาถาสักครึ่งคำ

คุณชายเล็กกะพริบตาปริบ รีบดึงสติของตัวเองกลับมา ส่ายหน้าเบา ๆ ให้หลุดจากห้วงความคิด โดยทุกอย่างอยู่ในสายตาของฟ้าคราม พ่อเสือใหญ่ลอบมองเงียบงัน แก้มแดงปลั่งถูกเก็บไว้ในความทรงจำ ปากสีสดทรงสวยดึงดูดให้ทอดมอง

“เอาของมาให้น่ะครับ...เอ่อ ขอเข้าไปสักครู่ได้ไหม” ถามเสียงไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าร่างสูงจะอนุญาตหรือเปล่า

“เชิญ” ฟ้าครามเบี่ยงตัวหลบและผายมือให้เจ้านาย

ข้าวของเครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสีฟันมียี่ห้อ แปรงสีฟัน ขันตักน้ำ ผ้าเช็ดตัว หวี ตลอดจนเสื้อยืดสีดำสองตัว เสื้อกล้ามสองตัวและกางเกงขายาวอีกสามตัว แม้กระทั่งกางเกงชั้นใน

ฉัตรเกล้าซื้อมาทุกอย่าง ที่คิดว่าครบแล้วจริง ๆ

“ไม่รู้ว่าใส่ได้ไหมนะครับ ผมก็กะ ๆ เอา” พูดถึงเสื้อผ้า แอบหูแดงเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นกล่องกางเกงชั้นในมียี่ห้อที่ซื้อติดมาด้วย

“…ข้าใส่ได้” ฟ้าครามหยิบเสื้อและกางเกงขึ้นดูครู่หนึ่งก็ตอบ ใส่ได้แบบพอดีตัวเกินไปหน่อย

“ทิวาจะเอาเสื้อผ้ามาให้วันไหนหรือครับ“

“เขาไม่ได้บอกไว้”

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ผมไปซื้อเพิ่มให้ดีกว่า” คุณชายเล็กของบ้านบอก แอบเห็นตอนที่ฟ้าครามยกเสื้อขึ้นมาก็พอจะดูออกว่าตัวเล็กเกินไปสักหน่อย

คงต้องขยับเพิ่มอีกไซซ์หนึ่งหรือสองไซซ์

“ไม่ลำบากคุณหนูหรอก แค่นี้ก็พอแล้ว” สามชุดก็พอใส่แล้วนั่นแหละ เขาซักทุกวันได้ไม่มีปัญหาอะไร

“ไม่ได้หรอก จะมีแค่สามชุดได้อย่างไรครับ”

“…ขอบน้ำใจ” สุดท้ายฟ้าครามก็ไม่ขัด ลอบมองใบหน้าขาวนวลตรงหน้า ปกติแล้วเจ้านายที่ชาติตระกูลสูงส่งจะปฏิบัติกับคนงานดีเช่นนี้เลยหรือ ยิ่งเป็นคนงานที่มาจากคุกอย่างเขา กับคนงานด้วยกันยังโดนดูถูกสารพัด แต่คุณหนูตรงหน้าดันทำตรงกันข้าม สัมผัสได้แต่ความรู้สึกชื่นบานและความยินดีปรีดา

ถ้ารู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของพ่อเสือใหญ่ จะเกลียดชังกันมากหรือเปล่า

“พี่ครามตัดผมเองหรือครับ” เลียบเคียงถาม ร่างสูงพยักหน้า

“ใช้อะไรตัดหรือ”

“มีด”

“อ้อ ผมซื้อกรรไกรมาด้วย...” ฉัตรเกล้าพูดมือก็รื้อถุงหาของที่ว่า

“…”

“ให้ผมช่วยจัดทรงไหมครับ” ถามเผื่อว่าพี่เขาจะอนุญาต เส้นผมสีดำอีกาดูหนานุ่ม เผื่อว่าจะมีโอกาสได้สัมผัส

ส่วนฟ้าครามชะงักเล็กน้อยหลังได้ยิน เดิมทีศีรษะนี้ไม่มีใครได้แตะต้องหากเขาไม่อนุญาต และมันเป็นอย่างนั้นมานานมากแล้ว เขามีวิชาอาคม นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ควรให้ใครเล่นหัว

“ขอบใจ แต่ข้าตัดเองได้” จำใจปฏิเสธออกไป ได้เห็นสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยแต่คุณชายตัวขาวก็ปรับสีหน้ากลับมารวดเร็ว

พอมองพี่เขาอีกครั้ง ก็ดูไม่ออกเลยว่าคิดอะไรอยู่

เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ อึมครึมไร้ชีวิตชีวา

ราวราชสีห์ที่อยู่บนจุดสูงสุด ทว่ากลับโดดเดี่ยวไร้ฝูงห้อมล้อม

‘…เขาเรียกกันว่าเสือคราม เป็นเด็กกำพร้าข้างถนนที่เสือแหวนเก็บมาเลี้ยง พอโตขึ้นมันก็ออกปล้นฆ่าไปทั่วกับชุมของมัน…’ คำพูดของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเด้งเข้ามาในหัว อดีตเสือร้ายกาจที่ในตอนนี้ ถอดเขี้ยวถอดเล็บออกแล้ว?

ฉัตรเกล้าไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าเขารู้สึกอย่างไร มันปั่นป่วนขึ้นมาแปลก ๆ บางครั้ง เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเป็นบุรุษกระมัง ออกนอกหน้านอกตาเช่นนี้ พี่เขาคงจะไม่ชอบใจและรังเกียจเอา

TBC

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 40 รักนิรันดร์ (จบ)

    ฉัตรเกล้าตั้งครรภ์เข้าสัปดาห์ที่สิบแล้ว ครรภ์อ่อนเกือบสามเดือนนี้ยังไม่ได้ขยายใหญ่โตให้เห็นด้วยตาเนื้อมากนักด้วยเป็นครรภ์แรกและร่างกายผอมบางเป็นทุนเดิม แต่เพราะฉัตรเกล้าเป็นกรณีพิเศษจึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมาก ในหนึ่งสัปดาห์ต้องเข้าตรวจร่างกายกับลุงหมอคนที่วินิจฉัยให้คุณชายเล็กตั้งแต่เด็กและเพื่อศึกษาเก็บตัวอย่างเอาไว้ด้วยยังมีน้อยนักในสยามประเทศ ฟ้าครามไม่ได้มีท่าทางตกใจหรือแปลกใจด้วยรู้ก่อนแล้ว ถึงจะไม่แน่ใจว่าทำเมียตัวขาวท้องตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่ฉุดน้องไปอยู่บ้านกลางป่า ทั้งวันทั้งคืนสมสู่กันไม่ออกไปไหนกระมัง เชื้อคงจะแรงจนกินยาหม้อก็เอาไม่อยู่หรือไร เลือดที่ออกวันนั้นคงเป็นเลือดล้างหน้าเด็กกระมัง ฉัตรเกล้าที่ตัวเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับฟ้าครามยามนี้ยิ่งราวตัวเล็กขึ้นไปอีก ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะอุ้มท้องลูกของพ่อเสือใหญ่ตั้งเกือบสามเดือนแล้ว นึกไปถึงเหตุการณ์อันตรายก่อนหน้าก็ใจหายแวบ หากเกิดอะไรขึ้นรุนแรงตอนนั้นจนต้องเสียลูกในครรภ์ไป ฉัตรเกล้าคงเสียใจตลอดชีวิต ส่วนที่เคยกังวลว่าฟ้าครามจะไม่ชอบใจหากตนตั้งครรภ์หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อคนที่ทำให้ท้องคอยดูแลประคบประหงมไม่ห่างตั้งแต่ก่อนจะรู้ว่าเม

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 39 บทสรุปของเรื่องราว

    ปกเกล้ายอมกลับมากับฉัตรเกล้าโดยการหิ้วเอาศักดิ์แก้วมาด้วย คิดจะให้มันมาขอขมาแม่ตน ลักไปไม่พอ ยังได้เสียเป็นผัวเมีย ถึงกับเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีบ้านมันอีก คุณหญิงแก้วตารู้ว่าบุตรชายคนโตได้หมอผีเป็นผัว ออกเรือนตามน้องชายไปก็อดจะอึ้งไม่ได้ สุดท้ายไพศาลภิรมย์รักษ์จะไม่มีสะใภ้ให้เชิดชู มันก็น่าอดสูไม่น้อย แก้วตาแม้เป็นผู้ดีเก่าแต่ไม่ได้มีความคิดโบราณคร่ำครึอะไร ด้วยตอนสาว ๆ ก็ไปเรียนถึงเมืองนอก พบเจอรักร่วมเพศมามาก ไม่ได้สนสายตาของใครเลยสักนิด ยิ่งเธอรู้สึกผิดที่เคยทำไม่ดีกับลูกไว้ ไม่ว่าจะทั้งปกเกล้าหรือฉัตรเกล้า เธอก็ยิ่งจะเอาใจ ทดแทนกับเรื่องราวในอดีต กับฉัตรเกล้าที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นชายที่อาจจะท้องได้ก็ทำใจมาตั้งแต่ตอนนั้น หากแต่กับปกเกล้า ผ่านช่วงเวลาที่ลูกคนนี้เกเรมาไม่น้อย อยู่ดี ๆ มีผัวมันก็อดอึ้งไม่ได้ แต่ก็คงดีกว่าถูกจับไปทรมาน คุณหญิงแก้วตายังอยู่ที่บ้านของพี่สาว รั้วบ้านไพศาลภิรมย์รักษ์จึงมีเพียงคุณชายใหญ่และคุณชายเล็กกับคนรักของทั้งสอง แม้คู่ของคุณปกเกล้าจะไม่ค่อยเหมือนคนรักทั่วไปสักเท่าไหร่ก็ตาม สามมื้ออาหารถูกจัดให้สำหรับสี่คนในทุกวัน เวลานั้นทั้งฟ้าครามและศักดิ์แก้ว

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 38 คนคุ้นเคย

    หลังฝูงผีร้ายจากไปและน้อมส่งเทพยดาทั้งหมด หันมองรอบกายเห็นบริวารอยู่พร้อมหน้ายกเว้นทมิฬ ร่างสูงจึงได้เรียกให้กลับเข้าที่ ที่ฟ้าครามอัญเชิญเหล่าเทวามาชุมนุมเป็นเพราะต้องการจะปลดปล่อยวิญญาณทั้งหลายให้เดินหน้าเข้าสู่วัฏจักรสงสารที่ควรจะเป็น หาได้อยากทำลายวิญญาณเหล่านั้นจนสิ้น แน่นอนว่าหากไม่ได้คำนึงถึง วิญญาณร้ายเหล่านั้นคงแหลกเป็นจุณคามือฟ้าคราม และที่ชุมนุมเทวดาก็เพราะไม่อาจให้ใครมารบกวนยามเอ่ยคาถาศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่โดนแทรกแซงได้ง่าย จึงได้ขอให้เหล่านางฟ้านางสวรรค์ลงมาช่วยอำนวยอวยชัย ปกป้องอารักขา พ่อพยัคฆ์มองหาบริวารอีกตน พลางนึกไปถึงประโยคส่งท้ายของนางสวรรค์นางหนึ่ง ใบหน้าจับจิตจับใจยิ้มละไมหากแต่เนื้อความทำเอาฟ้าครามขมวดคิ้ว ‘หวังว่าจะได้เจอกันอีก ตอนนี้ให้รีบไปเถิด’ “ฉัตร” ไม่รอช้ารีบวิ่งกลับไปที่บ้านใหญ่ทันที เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่สนใจตัวเองอีกต่อไป “ฉัตร!” มาถึงก็ตะโกนเรียกเมียเสียงดัง “พี่คราม…” ฝ่ายคนตัวขาวที่ยืนหน้าตื่น หลังได้ยินเสียงคนรักก็รีบวิ่งไปหา หมับ! ฟ้าครามคว้าร่างขาวนวลมากอดแนบอก น้องรู้ว่าเป็นตัวจริงก็กอดตอบแน่นแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ใจหายใจคว่ำ

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 37 ปลดปล่อยพันธนาการ

    คืนเดือนแรมเหมาะแก่จะทำพิธีไม่น้อย ฟ้าครามกั้นบริเวณหลังบ้านพักคนงานหญิง สั่งห้ามไม่ให้ใครย่างกรายเข้ามาใกล้เด็ดขาด ก่อนหน้ายืมตัวคนงานชายสองสามคนมันช่วยกันขุดเอาศพที่บัดนี้เหลือแต่กระดูกขึ้นมา โครงกระดูกที่ต่อติดกันบ้างไม่ติดบ้างของคนสองคนจึงวางกองอยู่ตรงหน้า พร้อมสำหรับพิธีในคืนนี้ เสียงบทสวดคาถาแปลกประหลาดดังก้องไปทั่วบริเวณ หากใครมาได้ยินคงมีจิตตกกันไปข้าง ฉัตรเกล้าให้พวกคนงานทั้งหมดไปนอนที่เรือนใหญ่ ส่วนตัวเองก็ไม่ยอมเข้านอน ยืนรอฟ้าครามที่หน้าประตูด้วยใจตุ้มต่อม สวดอยู่ไม่นานโครงกระดูกมนุษย์ก็แปรเปลี่ยน เริ่มมีเนื้อเหี่ยวไม่น่ามอง กลายเป็นสภาพที่โดนทำร้ายจนเสียชีวิต สุดท้ายจึงค่อยกลับมาปกติตอนที่อายุขัยสิ้นสุด ทั้งคู่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า พนมมือตามการสวดคาถาของฟ้าคราม โซ่ตรวนที่ถูกคล้องไว้เริ่มรัดตึงแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ยามพ่อพยัคฆ์จะทำลายมันเพื่อปลดปล่อยทั้งคู่ ‘พี่จ้ะ…’ นางหวานที่นั่งคุกเข่าอยู่ทัก ยามฟ้าครามว่าคาถาจนโซ่ตรวนมันตึงแน่น แทบจะดึงเอาวิญญาณของเธอลงกลับหลุม ด้วยรู้ดีอีกว่ามีสิ่งใดที่คอยเฝ้าอยู่ ฟ้าครามเองก็จ้องเขม็งไปยังหลุมที่ว่าตั้งแต่แรกแล้ว ใบบัวเป็นฝ่ายละจาก

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 36 เข้าสู่กรงทอง

    คุณหญิงแก้วตาขอพักอยู่กับพี่สาวอีกหน่อยด้วยยังทำใจเรื่องสามีไม่ได้ ปกเกล้าก็หายไปดื้อ ๆ และคาดว่าคงเป็นศักดิ์แก้วที่ลักเอาตัวไปด้วยขัดผลประโยชน์บางอย่างกับชนา คุณหญิงเธอรู้สึกผิดกับลูกชายคนโตจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องใช้ธรรมะปลอบโยนจิตใจ แถมยังขอร้องอ้อนวอนให้ฟ้าครามพาตัวปกเกล้ากลับมาไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม เห็นท่าทางผู้เป็นมารดาก็ได้แต่สงสารบวกกับสงสัยเพราะฉัตรเกล้าแทบจะไม่รู้อะไรเลย อะไรที่ว่าปกเกล้ารับผิดแทนคุณพ่อ? คือสาเหตุที่คุณหญิงแก้วตาเกลียดลูกชายของเธอ? หันมองคนข้างกาย ฟ้าครามดูรู้เยอะกว่าเขาเสียอีก “พี่ครามครับ” “ไว้พี่จะบอก ตอนนี้ยังไม่กระจ่างเท่าไหร่นัก” คนนี้ก็รู้ทันรู้ใจไปหมดเสียจริง มาถึงบ้านไพศาลภิรมย์รักษ์ก็ตกดึกเสียแล้ว รถจากวังอรุณศักดิ์กลับออกไปทันทีที่ส่งคนถึงหน้าประตูบ้าน ทั่วบริเวณเงียบฉี่ มีเพียงแสงสว่างจากไปโคมประดับริบหรี่ หากแต่ในบ้านดูจะยังครื้นเครงกันอยู่ ฉัตรเกล้าเดินนำเข้าไป ประตูเปิดอ้าต้อนรับการกลับมาของเจ้าของบ้านตัวจริง คนด้านในชะงัก ฉัตรเกล้าเองก็ชะงัก “นี่มันอะไรกันครับ?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ตาสวยหรี่ลงมองภาพตรงหน้าอย่างพิจารณา ก็ภา

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 35 ผลของการกระทำ

    ผ่านวันที่ได้ประลองวิชามาเพียงสองราตรี พวกไอ้อินมันล่าถอยไปไม่กล้ามาวุ่นวาย ชาวบ้านก็มีแต่จะสมน้ำหน้าจนต้องไปแอบนอนกระท่อมในป่าในสวน มีคนไม่น้อยมาเสนอให้ฟ้าครามกลับมาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านดังเดิม แต่เขาปฏิเสธ นึกไปถึงฉัตรเกล้า ด้วยอายุเท่านี้ยังมีอนาคตรออยู่ ตัวมันที่คิดจะติดตามน้องไปทุกที่คงไม่เอาพันธะใดมาผูกคอไว้ ส่วนฉัตรเกล้าคิดไม่ตก วันนี้คือวันที่รอบเดือนมาวันแรก แม้มันจะมาไม่นานและไม่มาก แต่การนั่งก้นแฉะทั้งวันโดยไม่ให้ฟ้าครามสงสัยเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ หากจะบอกก็กลัวผัวรังเกียจ มองว่าแปลกประหลาด โดนทิ้งขว้างขึ้นมาจะทำอย่างไร ร่างบางจึงรั้งรออยู่ในห้องไม่ยอมออกไปด้านนอกเสียที “ทำอะไรอยู่หรือ ฉัตร?” ฟ้าครามรอเมียอยู่นานเห็นน้องไม่ออกมาก็ลุกขึ้นไปรอหน้าประตูห้อง กลิ่นสนิมโชยออกมาปะทะจมูก กลิ่นเข้มข้นกว่าทุกทีจนพ่อเสือหน้าหล่อขมวดคิ้ว ร้อนใจคิดว่าเมียเป็นอะไร “ฉัตร เป็นอะไรหรือเปล่า” ถามออกไปอีกครั้ง มือค้างจับที่กลอนประตูเตรียมบิดเข้าไป “มะไม่ครับ พี่ครามหิวหรอ กินก่อนเลยนะ” เสียงนิ่ม ๆ อ่อนโยนรีบบอกกลับมาจนลิ้นพัน ไม่มีท่าทีจะขยับตัวมาเปิดประตู แกร๊ก “อะ พี่คราม” แน่นอนว่าฟ้าคราม

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 5 ที่ของคนสวน

    บ้านไพศาลภิรมย์รักษ์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางหน้าบ้านหันไปทางถนน เปิดรั้วเข้ามาจะพบกับสวนสวยงามทั้งสองข้างทาง น้ำพุใหญ่ตกแต่งตามยุโรปนิยม สวนของคุณหญิงแก้วตายาวไปถึงข้างบ้านทางขวามือจรดศาลาริมน้ำ มีแปลงดอกกุหลาบสูงเท่าเอวส่งกลิ่นหอมฟุ้งทางซ้ายของบ้านเป็นลานหญ้า เดินเรื่อยเข้าไปถึงส่วนหลังบ้าน

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 4 ต้อนรับ

    เมื่อมารดาเดินเลี่ยงไปพร้อมกับสา สาวรับใช้คนสนิทของเธอ ฉัตรเกล้าจึงหันมาคุยกับคนที่เหลือ“ในเมื่อเขาจะเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของบ้านเรา ก็ต้องต้อนรับและปฏิบัติกับเขาให้ดี ไหมกับพลับพลึงไปเตรียมห้องให้ฟ้าครามเขาเสียหน่อย” ฉัตรเกล้าเอ่ยเสียงเป็นจริงเป็นจัง“…ค่ะคุณฉัตร” ไหมและพลับพลึงโค้งกายรับคำ นาง

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 3 เปลี่ยนสถานะ

    เมื่อพักรักษาตัวร่วมเดือนฉัตรเกล้ามีอาการดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ ยกเว้นเพียงอาการวิงเวียนศีรษะและไร้เรี่ยวแรงที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง เขาแทบไม่ได้ออกไปไหนเนื่องด้วยคุณหญิงแก้วตาขอเอาไว้ หรือหากมีเรื่องต้องออกก็ต้องมีคนของคุณพ่อติดตามไปด้วยราวกับเงากริ๊ง กริ๊งเสียงโทรศัพท์ยกหูที่ตั้งอยู่ส่วนห้องโถง

  • หลงมนต์พยัคฆ์ (Mpreg)    บทที่ 2 ดึงดูดอัปสร

    บทที่ ๒ : ดึงดูดอัปสรตลอดทั้งสามวันฉัตรเกล้าใช้เวลาช่วงเช้าจนถึงเย็นอยู่ที่โรงอาหารของเรือนจำแห่งเดิมไม่คิดไปไหน สองวันแรกนักโทษจากแดนสิบมากินข้าวที่โรงอาหารเพียงช่วงเที่ยงเท่านั้น แต่วันสุดท้ายพวกเขามาช่วงเย็นด้วยวันนี้ฉัตรเกล้าจึงได้เห็นหน้าเขาคนนั้นก่อนจะต้องจากกันความรู้สึกวูบวาบไร้ที่มาที่ไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status