Masuk
ขณะที่ฮั่วเชียนกำลังสวมแหวนให้ฉัน ประตูห้องจัดเลี้ยงก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างกะทันหัน“หยุดเดี๋ยวนี้! งานแต่งนี้ดำเนินต่อไม่ได้!”เป็นเสิ่นหลิน เขาเซซัดโซเซบุกเข้ามา มือขวาห้อยตกอยู่ข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ชุดสูทยังมีกลิ่นเหล้าติดอยู่ ดูราวกับเพิ่งคลานออกมาจากบาร์ที่ไหนสักแห่งด้านหลังเขา พ่อกับแม่ของฉันก็รีบวิ่งตามเข้ามา“ลูกสาว…ลูกสาวของแม่!” แม่ฉันร้องไห้โฮอย่างปวดร้าว “ดีเหลือเกิน! ลูกยังมีชีวิตอยู่…”ชั่วพริบตานั้น เสิ่นหลินก็เห็นอันอันที่ยืนอยู่ข้างฉัน เขาเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะใบหน้าเล็ก ๆ นั่น ดวงตาคู่นั้น ล้วนเหมือนเขาในวัยหนุ่มแทบทุกอย่าง“นี่คือ…” เสียงของเขาสั่นเครือ “นี่คือลูกชายของฉันเหรอ?!”ห้าปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าลูกของตัวเองอย่างชัดเจนในชาติก่อน ที่โรงพยาบาลไร้จรรยาบรรณแห่งนั้น เขาแทบไม่ได้มองลูกสักนิดก็รีบจากไป เพียงเพื่อเอาเลือดไปให้หลินเยว่ ปล่อยให้อันอันตัวน้อยต้องเผชิญความสิ้นหวังเพียงลำพัง จนชีวิตค่อย ๆ ดับลงในผ้าห่อตัวทารก“เธอหลอกฉัน!” เขาตะโกนลั่น “ลูกไม่ได้ตายเลย!”เขาพุ่งเข้าไปหาอันอันอย่างคนคลั่ง “ลูก! รีบมากับพ่อ…”อันอั
“หลายปีมานี้ฉันตามหาเธอไปทั่วโลก…” เขาพูดอย่างตื่นเต้น พลางก้าวเข้ามาหมายจะกอดฉัน “ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอยังไม่ตาย!”ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเย็นชา “คุณจำคนผิดแล้ว”“อวี่เซวียน อย่าดื้อกับฉันเลย…ฉันจะจำเธอผิดได้ยังไง…” น้ำเสียงของเขาเจือแวววิงวอน “ฉันคิดถึงเธอมาก”ฉันมองเขาอย่างเรียบเฉย“ฉันรู้ว่าเธอโกรธฉัน ทั้งหมดเป็นเพราะหลินเยว่ ยัยคนหลอกลวงนั่น! หล่อนพูดจาปลุกปั่น หลอกให้พวกเราทำร้ายเธอ!” เขาก้มตัวลงจนแทบจะคุกเข่า ทั้งดีใจทั้งเจ็บปวดปะปนกัน“อวี่เซวียน เสิ่นซื่อล้มละลายแล้ว!”แววตาฉันฉายความประหลาดใจวูบหนึ่ง ล้มละลายเหรอ? กิจการของตระกูลใหญ่ขนาดนั้น ทำไมถึงล้มละลายได้เร็วขนาดนี้?“แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว นี่คือสิ่งที่ฉันติดค้างเธอ เป็นราคาที่ฉันต้องจ่ายเพื่อให้ได้พบเธอ! กลับไปกับฉันเถอะ! ฉันอยากชดใช้ให้เธอ” เขาคุกเข่าลงกับพื้น กอดขาฉันไว้แล้วร้องไห้โฮออกมาฉันขมวดคิ้วอย่างต่อต้าน พยายามจะปิดประตู “คุณเสิ่น เราหย่ากันแล้ว”“เรียกฉันว่าพี่หลินสิ เหมือนเมื่อก่อน…”ฉันคลื่นไส้จนแทบอาเจียน ต้องยกมือขึ้นปิดปาก ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น และสังเกตเห็นแหวนเพชรบนมือฉันทันที รูม่านตา
สายตาของเขาเย็นชา “รปภ. ที่นี่มีคนก่อเรื่อง”หลังจากหลินเยว่ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยพาตัวออกไปอย่างฝืน ฉันมองอาหารบนโต๊ะ แล้วความอยากอาหารก็หายไปในทันทีในสายตาของตระกูลหลิน ฉันตายไปแล้ว และฉันจะไม่กลับไปข้องเกี่ยวกับพวกเขาอีกเหตุไม่คาดคิดครั้งนี้ สิ่งที่ฉันกังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องตัวตนจะถูกเปิดเผย แต่เป็นอันอันของฉันในใจของฉันค่อย ๆ ปรากฏใบหน้าของลูกชายขึ้นมาถ้าเสิ่นหลินรู้เข้า เขาต้องพาลูกไปแน่…ฉันจะปล่อยให้อันอันกลับไปอยู่ในครอบครัวแบบนั้นไม่ได้!ฉันยืนนิ่งงันอยู่นาน จู่ ๆ ก็มีมืออุ่นคู่หนึ่งมาจับมือฉันไว้“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ คุณวางใจได้”ฮั่วเชียนมองฉันอย่างแน่วแน่ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ผมจะไม่ปล่อยให้พวกเขามาทำร้ายพวกคุณเด็ดขาด”หัวใจฉันสั่นวูบ “คุณ…คุณรู้เรื่องของฉันเหรอ?”ฮั่วเชียนยิ้มบาง ๆ แล้วบีบมือฉันแน่น “หลังจากที่คุณไป พวกเขาตามหาคุณในประเทศแทบพลิกเมือง A แบบนี้ผมจะไม่รู้ได้ยังไง”“ตอนที่ผมเจอคุณครั้งแรก ผมก็จำได้ทันทีว่าคุณเป็นใครแล้ว”ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจ แต่เขากลับมองฉันอย่างอ่อนโยน “ผมรู้ว่าคุณต้องมีเหตุผลของคุณ ผมไม่อยากรื้อฟื้
“คุณยังไม่กลับอีกเหรอ?” ฉันถามด้วยความแปลกใจ“ผมรอไปกินมื้อดึกกับคุณ” เขาเอ่ยพลางคลุมเสื้อโค้ตแคชเมียร์ลงบนไหล่ฉัน “รู้อยู่แล้วว่าคุณลืมกินมื้อเย็นอีกแล้ว”ฉันเพิ่งสังเกตว่ากาแฟบนโต๊ะเย็นชืดไปนานแล้ว ส่วนเอกสารข้างมือเขาก็ถูกตรวจไปกองใหญ่เรียบร้อยคืนนั้น เขาพาฉันไปที่ร้านอาหารที่ดีที่สุดในย่านนั้น หิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เราเดินเคียงกันบนถนนหิน เขากางร่มให้ฉัน ขณะที่หิมะค่อย ๆ เกาะลงบนไหล่ของเขา“คุณรู้ไหม” เขาพูดขึ้นกะทันหัน “ผมคิดว่าเราน่าจะลองคบกันดู”ฉันชะงักไปชั่วขณะ ส่วนเขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินต่อไปข้างหน้า ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าจาง ๆ เป็นทางยาวหลังจากนั้น เขาก็หาพี่เลี้ยงเด็กที่ดีที่สุดมาให้ และยังมักมาเล่นกับอันอัน ลูกชายของฉันด้วยตัวเองอยู่เสมอผู้ชายระดับหัวกะทิที่เนี้ยบกริบอยู่เสมอคนนั้น กลับยอมนอนคว่ำอยู่บนพรม เล่นต่อบล็อกกับเด็กน้อย และแบกเขาวิ่งวนไปทั่วบ้าน“คุณอาเฉียน เราจะไปดูเพนกวินกันเมื่อไหร่เหรอครับ?” อันอันเกาะแขนเขาแล้วถามไม่หยุด“รอหนูปิดเทอมหน้าร้อนก่อนนะ เดี๋ยวอาจะพาไปแอนตาร์กติกา” เขาเอ่ยพลางใช้นิ้วแตะปลายจมูกอันอันอย่างเอ็นดู “แต่ก่อนหน
หลินเยว่น้ำตาไหลพราก หายใจแทบไม่ออก “ฉันป่วยจริง ๆ…”แม่ฉันมองสีหน้าลุกลี้ลุกลนของหลินเยว่ แล้วก็เข้าใจทุกอย่างขึ้นมาทันที“พวกเรารักเธอเหมือนลูกแท้ ๆ เธอยึดที่ของคนอื่นมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว ทำไมยังไม่รู้จักพอ! ทำไมถึงทำกับอวี่เซวียนแบบนี้?”หลินเยว่ลนลานจนเสียขวัญ “แม่! ฉันไม่อยากตาย… มีแค่พี่สาวเท่านั้นที่ช่วยฉันได้!”“ตำรับยาอะไรถึงต้องใช้เลือดลูกของพี่สาวเธอด้วย? เห็นได้ชัดว่าเธอตั้งใจชี้นำพวกเรามาตลอด ทำให้พวกเราร้อนรนจนคว้าอะไรก็เชื่อ!” พ่อฉันพูดแทงใจดำทันที“ใครก็ได้!” เสิ่นหลินตะโกนสั่งเสียงเย็น “จับตัวเธอไปขังไว้”“ในเมื่อเธอบอกว่าเธอป่วย และถ้าไม่มีเลือดทารกในครรภ์ก็จะตายในสามวัน งั้นพวกเราก็จะขังเธอไว้จนถึงวันที่พิษกำเริบตาย” เสิ่นหลินพูดอย่างเรียบเฉยหลินเยว่ขาอ่อนแรงทรุดลง “อย่า! พ่อ แม่ ฉันคือเยว่เยว่ของพ่อแม่นะ! พ่อกับแม่เคยบอกว่ารักฉันที่สุด!”“เธอไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว หลายปีมานี้เธอเปลี่ยนไปแล้ว” พ่อน้ำตาเอ่อคลอ “ถ้าอวี่เซวียนยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะชดเชยให้องี่เซวียนอย่างดีแน่นอน แต่… แต่ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว…”“ส่งเธอไปโรงพยาบาลจิตเวช” แววโหดเหี้ยมวาบผ่านดวงตาของเส
2.“อวี่เซวียน… อวี่เซวียนเธอ…”มันต้องเป็นเรื่องหลอกแน่ ๆ”“ใช่ ๆ เสิ่นหลิน เราไปหามันตอนนี้เลย ยัยตัวดีนั่นชอบแสดงละครเก่งนัก ไปหาเธอตอนนี้เลย!”พวกเขาระดมทั้งกำลังคนและทรัพยากรทุกอย่างเพื่อตามหาฉัน ทว่าเมื่อไปถึงโกดังร้างที่ฉันเคยอยู่ สิ่งที่เห็นมีเพียงคราบเลือดนองเต็มพื้น ศพทารกตัวเล็ก ๆ หนึ่งร่าง และเสื้อคลุมของฉันที่ชุ่มไปด้วยเลือดเสิ่นหลินชะงักค้าง ตัวสั่นระริก ก่อนจะส่ายหน้าซ้ำ ๆ “ไม่ใช่… นี่ไม่ใช่เรื่องจริง”น้ำตาของเขาไหลลงมาอย่างเงียบงัน เขาเจ็บปวดจนยืนไม่อยู่ ทรุดล้มลงกับพื้นดังตุบ จากนั้นก็คลานเข้าไปกอดเสื้อคลุมเปื้อนเลือดตัวนั้นไว้ราวกับสุนัข“พี่หลิน!” หลินเยว่ตะโกนลั่น“อวี่เซวียนของฉันล่ะ… ลูกของฉันล่ะ…” เขาพุ่งเข้าไปกอดร่างทารกน้อยอีกครั้ง ก่อนจะร้องตะโกนอย่างเสียสติ“พวกเขา… พวกเขาถูกคนร้ายฆ่าปิดปากแล้ว” หลินเยว่พุ่งเข้าไปขวางเสิ่นหลินไว้ “พวกเขาตายหมดแล้ว”เสิ่นหลินราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ ก้มมองเสื้อคลุมที่ชุ่มเลือด ดวงตาแทบปริแตกด้วยความเจ็บปวดคลุ้มคลั่ง “เมียกับลูกของฉัน… จะจากฉันไปแบบนี้ไม่ได้!”“ฉันต่างหากคือภรรยาของพี่นะ พี่หลิน ตั้งสติหน่อยสิ!”
“พรุ่งนี้เราจะทำให้ลูกคลอดออกมาเร็วขึ้น เพื่อช่วยชีวิตน้าของเขา”“ฉันไม่ช่วย!” ดวงตาฉันแดงก่ำ ยังอยากสู้เพื่อตัวเอง เพื่อลูกของฉันอีกสักครั้งแต่คำพูดต่อมาของเสิ่นหลิน ทำให้ฉันราวกับถูกผลักลงไปในหลุมน้ำแข็งทันที“ต่อให้เธอไม่ยอม ก็ต้องยอม” เขาออกแรงบีบมือฉันหนักขึ้น น้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่อยากใช้ก
ขณะก้าวออกจากห้องจัดเลี้ยง ฉันก็ตัดสินใจบางอย่างได้ ชาตินี้ ฉันจะมีชีวิตอยู่ให้ดีไปพร้อมกับลูกของฉันฉันไม่ได้กลับคอนโดของตัวเองในตัวเมือง แต่ตรงไปที่สนามบินทันทีชาติที่แล้ว ก็เพราะฉันยังอยู่ในเมืองนี้ ถึงได้ถูกพวกเขาบีบจนไร้ทางถอยชาตินี้ ก่อนที่พวกเขาจะลงมือทำร้ายลูกของฉัน ฉันจะหนีไปให้ไกลที่ส
ชาติที่แล้ว ฉันดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อรักษาทุกสิ่งนี้เอาไว้แต่สุดท้าย ฉันก็แพ้ แพ้จนแม้แต่ชีวิตก็ยังรักษาไว้ไม่ได้แม้แต่เด็กในท้องของฉัน… ก็ยังกลายเป็นเหยื่อของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ตอนนั้น ฉันคุกเข่าอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลไร้จรรยาบรรณ ก้มกราบพวกเขาเพื่อขอให้ไว้ชีวิตลูกของฉันแต่สุดท้าย พวกเขาก็ย







