เข้าสู่ระบบ
พอคำพูดนั้นหลุดออกมา งานเลี้ยงทั้งงานก็เงียบกริบทันทีจากนั้นก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้านเย่หย่าเจียวตั้งใจจะทำเรื่องให้ใหญ่โต โดยไม่สนภาพลักษณ์ตัวเอง เอาแต่ร้องทุกข์โวยวายตอนนั้นฉันถึงได้รู้ว่า วันนั้นเย่หย่าเจียวถูกกู้ซิวหย่วนตัดหางแล้วไล่ออกจากตระกูลกู้พ่อแม่ของเธอก็หมดใจ ไม่ยื่นมือช่วยเหลือหลายวันที่ผ่านมา เย่หย่าเจียวเร่ร่อนอยู่ข้างถนนจนกระทั่งท้องเริ่มโตขึ้น เธอถึงได้รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์แม้กู้ซิวหย่วนจะโมโหจัด พยายามดึงเธอออก แต่เธอก็กอดขาเขาแน่นไม่ยอมปล่อยเด็กในท้องคือไพ่ใบสุดท้ายของเธอ และเป็นโอกาสเดียวที่จะพลิกชีวิตเหล่าสัตว์อสูรรอบข้างต่างยืนดูเรื่องตลกของตระกูลกู้คุณท่านใหญ่แห่งตระกูลกู้รีบมาที่งาน เพื่อรักษาหน้าตระกูล จึงจำใจบังคับให้กู้ซิวหย่วนพาเย่หย่าเจียวกลับไปก่อนจากไป เย่หย่าเจียวมองฉันด้วยสายตาเคียดแค้น ความอิจฉาและความไม่ยอมแพ้ทำให้ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวเมื่อกลับถึงบ้าน ซือเหย่ชวนก็ทำเหมือนทุกวัน นวดให้ฉัน เตรียมน้ำอาบให้ฉันกลับมองตาเขาแล้วถามว่า “เมื่อกี้ตอนคุณไล่อสูรหญิงคนนั้นออกไป คุณพูดว่าแอบชอบฉัน หมายความว่ายังไง”มือเขาชะงักไปครู่หนึ่ง
กู้ซิวหย่วนแพ้มะม่วงสามนาทีหลังจากนั้น มือเขาขึ้นผื่นแดงน่ากลัว แต่ก็ยังไม่รู้ตัว กินมะม่วงคำโตไม่หยุดจนชักทั้งตัว น้ำลายฟูมปาก ล้มลงกับพื้นตอนถูกหามขึ้นรถพยาบาล เขามองมาที่ฉันอย่างอ่อนแรง “อาหว่าน… ตอนนี้ฉันเจ็บปวดเหมือนเธอแล้ว ให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม”ฉันแค่มองเขาอย่างเย็นชา ไม่ตอบอะไร แล้วจับมือซือเหย่ชวนกลับบ้านภาพสุดท้ายที่กู้ซิวหย่วนเห็นก่อนหมดสติ คือแผ่นหลังที่ไม่หันกลับไปของฉันกว่าจะเจอเขาอีก ก็ผ่านไปสามวันแล้วได้ยินว่าเขานอน ICU หนึ่งวันเต็มกว่าจะฟื้นคราวนี้เขาไม่บุกตรงๆ แต่คอยโผล่ตามที่ฉันไปประจำ ทำเหมือนบังเอิญเจอซือเหย่ชวนโมโหมาก ตามติดฉันไม่ห่าง ดวงตาเรียวยาวเย็นเยียบเหมือนงู เต็มไปด้วยคำเตือนจนวันหนึ่ง เราไปงานเลี้ยงธุรกิจด้วยกันเพราะซือเหย่ชวนต้องคุยงาน ฉันเลยแยกตัวออกมาสักพักตอนนั้นเอง ฉันเดินแยกมานั่งกินเค้กที่โซนของหวาน จู่ ๆ ก็มีเงาหนึ่งทาบลงมาพอเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นกู้ซิวหย่วนยืนอยู่ตรงหน้าฉันฉันหงุดหงิดเลยคิดจะเดินหนีเมื่อก่อนไม่คิดเลยว่าเขาเป็นคนน่ารังเกียจขนาดนี้เมื่อเขาเห็นความรังเกียจในแววตาฉัน เขาก็รีบเรียก “อาหว่าน ฉันแค่อยากม
ฉันเคยคิดว่ากู้ซิวหย่วนคงจะตัดใจได้เสียที แต่ไม่คิดเลยว่าหลายวันถัดมา เขายังคงมายืนดักอยู่หน้าประตูไม่ไปไหนฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงออกไปพบเขาในที่สุดกู้ซิวหย่วนผอมลงไปมาก ใบหน้าซีดเผือด ใต้ตาคล้ำ เสื้อผ้าหลวมโคร่งห้อยอยู่บนตัวพอเห็นฉัน เขารีบกระชากคอเสื้อ เปิดให้ดูท้ายทอยที่รอยสัญญาถูกลบออกไปแล้วเขายิ้มเอาใจราวกับกำลังรอคำชม พูดอย่างรีบร้อน “อาหว่าน ฉันผ่าตัดเอารอยสัญญาออกแล้ว ตอนนี้ฉันสะอาดบริสุทธิ์แล้ว เรากลับมาอยู่ด้วยกันได้แล้วนะ”การลบรอยสัญญาอันตรายอย่างยิ่ง พลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงตาย แทบไม่มีอสูรคนไหนยอมทำยิ่งรอยสัญญาฝังลึกถึงเนื้อหนัง หากจะลบให้หมด ต้องเฉือนเนื้อส่วนนั้นออกทั้งชิ้นฉันมองท้ายทอยที่ยังชุ่มเลือดของเขา แล้วขมวดคิ้วก็แปลกใจอยู่บ้างที่เขากล้าทำถึงขั้นนี้ แต่ก็แค่แปลกใจเท่านั้นเมื่อเห็นฉันไม่พูดอะไร เขาคิดว่าฉันเริ่มใจอ่อน รีบควักของสองก้อนขนฟูออกมาจากเสื้อฉันเพิ่งเห็นชัด ๆ ว่านั่นคือหางของเย่หย่าเจียว… และของเขาเองใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด“ขอโทษนะอาหว่าน เมื่อก่อนฉันเลวเกินไป ตอนนี้ฉันถึงเข้าใจว่าเธอเคยเจ็บแค่ไหน ฉันตัดหางของตัวเองกับผู้ห
ซือเหย่ชวนจัดงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ราวเทพนิยายให้ฉันเพราะฉันแพ้เกสรดอกไม้ แต่ก็ชอบดอกไม้ ภายในงานจึงตกแต่งด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ทั้งหมดฉันแอบสงสัยว่าเขารู้ความชอบและนิสัยของฉันได้อย่างไร ทันใดนั้น ด้านนอกก็มีเสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นคนรับใช้บอก ฉันถึงได้รู้ว่ามีอสูรเผ่าหมาป่าคลุ้มคลั่งตนหนึ่ง กลับคืนร่างอสูรเต็มตัว กำลังข่วนประตูรั้วเหล็กด้านนอกอย่างบ้าคลั่งฉันชะงักไปเล็กน้อย ปกติอสูรจะคืนร่างเดิมก็ต่อเมื่อถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเท่านั้นตอนรู้ความจริงเรื่องเย่หย่าเจียว กู้ซิวหย่วนยังไม่คืนร่างอสูร แต่พอเห็นพิธีผูกสัญญาของฉัน เขากลับถูกกระตุ้นจนกลายร่างถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันอาจคิดว่าเขาใส่ใจฉันมากกว่า แต่ตอนนี้ ฉันแค่รู้สึกว่าเขาน่ารังเกียจตอนมีอยู่ไม่เคยเห็นค่า ตอนเสียไปแล้วจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันท่ามกลางเสียงอวยพรของแขกเหรื่อ ฉันกับซือเหย่ชวนแลกแหวน ก่อนจะจุมพิตกันอย่างอ่อนโยนหลังพิธี เรานั่งรถไปเรือนหอ ระหว่างทางยังเห็นกรงเหล็กขนาดใหญ่ด้านนอก ขังหมาป่าสีเงินยักษ์เอาไว้ภาพเลือนรางคล้ายเห็นกู้ซิวหย่วนมีน้ำตาไหล แต่ทำได้เพียงติดอยู่ในกรง มองรถของเราค่อย ๆ แล่นห่างออกไปในเรื
กู้ซิวหย่วนเบิกตากว้าง เมื่อเห็นกระดุมข้อมือรูปงูคู่นั้นเด่นชัดอยู่บนข้อมือของซือเหย่ชวนเขามองใบหน้าหล่อเหลาราวกับสวรรค์ลำเอียงของอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ เหล็กเผาในมือหล่นกระทบพื้นดังเคร้ง“นายคือคุณชายเผ่านาคา ซือเหย่ชวนงั้นเหรอ หมายความว่ายังไง คนที่นายจะแต่งไม่ใช่เจียวเจียวหรอกเหรอ ตอนนี้เธอผูกสัญญากับฉันแล้ว นายยังจะมาทำไมอีก”ลเมื่อเห็นซือเหย่ชวนยื่นมือมาทางฉันอย่างอ่อนโยน หัวใจกู้ซิวหย่วนก็พลันจมดิ่งด้วยลางร้ายซือเหย่ชวนยิ้ม ก่อนประสานนิ้วทั้งสิบกับฉันแนบแน่น พลางเลิกคิ้วอย่างมีอารมณ์ขัน“ฉันไม่เคยบอกว่าจะแต่งงานกับเย่หย่าเจียว คนที่ฉันจะแต่งด้วยมีแค่อาหว่าน ยาที่ใช้แข่งก็เป็นของอาหว่าน ส่วนผู้หญิงจอมเสแสร้งแบบเย่หย่าเจียว ก็มีแต่พวกโง่เท่านั้นที่หลงเชื่อ”กู้ซิวหย่วนใจหล่นวูบคำพูดนี้หมายความว่ายังไง?รอบข้างฮือฮาขึ้นมาทันที หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่ายาที่ส่งประกวดเป็นผลงานของเย่หย่าเจียวจริงหรือไม่ใบหน้าเย่หย่าเจียวซีดเผือด สัญชาตญาณแรกคือจะบีบน้ำตา แต่ฉันชิงหันไปหาพ่อแม่ที่เพิ่งลงมา“พ่อ แม่ อย่าลืมสิ่งที่รับปากไว้นะ”แม่กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเย่หย่าเจียวอย่างกร
ฉันมองฝ่ามือที่เลือดเนื้อเละเทะ แล้วหัวเราะออกมากู้ซิวหย่วนชะงัก สีหน้าวูบไหวเล็กน้อย “เธอหัวเราะอะไร?”ฉันหัวเราะเยาะความโง่ของตัวเอง… โง่ที่เคยยอมแลกเลือดเนื้อทั้งตัว เพื่อขอความรักอันตื้นเขินจากพ่อแม่และเขาทุกครั้งที่เย่หย่าเจียวแค่แสร้งทำตัวน่าสงสาร ไม่ว่าฉันจะเป็นลูกแท้ ๆ หรือเป็นคู่หมั้นที่เติบโตมาด้วยกัน พวกเขาก็เชื่อเธอโดยไม่มีเงื่อนไขจากการใส่ร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันกลายเป็นคนรังแกน้อง เป็นคนขโมยผลงานเธอ… กลายเป็นตัวร้ายโดยสมบูรณ์ฉันกำหมัดแน่น เล็บจิกลงในฝ่ามือที่ไหม้ แหงนหน้ามองกู้ซิวหย่วนทั้งน้ำตา“ฉันไม่ผิด และจะไม่ขอโทษ”รูม่านตาของกู้ซิวหย่วนหดวูบ คล้ายถูกความดื้อรั้นในแววตาฉันแทงเข้าใจ“พี่ซิวหย่วน…” เย่หย่าเจียวสะอื้น “มือหนูเจ็บจังเลย”เขาหันไปอุ้มเธอโดยไม่ลังเล กลัวเธอหนาว ยังวิ่งไปหยิบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกในรถมาห่มให้แน่นหนาทันทีที่เห็นเสื้อคลุมนั้น หัวใจฉันบีบรัดจนแทบขาดมันคือเสื้อคลุมที่ทำจากหางทั้งแปดของฉันมีอยู่ครั้งหนึ่ง เย่หย่าเจียวใส่ร้ายฉันจนเกือบเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพันส่วนฉันในฐานะจิ้งจอกเก้าหาง แต่ละหางแทนหนึ่งชีวิต ภายใต้แรงกดดันของ