Masukภายในห้องน้ำหลังจากที่หญิงสาวเดินออกไป เงาร่างสีดำของจื่อเสียนพลันค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากประกายสีดำเหม่อลอย กลับกลายมาเป็นตัวเขาที่ยังคงมีสติ
ชายหนุ่มก้มลงมองร่างของตัวเองที่เปลือยเปล่า อีกทั้งตรงหน้ายังคงมีถังน้ำร้อนที่ผ่านการอาบมาแล้วครั้งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววงุนงงขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบห้อง
“เกิดอะไรขึ้น”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง จากนั้นจึงก้าวเดินออกมาโดยที่ร่างเปลือยเปล่ายังคงเปียกชื้น เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพราะภายในห้องยังคงว่างเปล่า มีเพียงตัวเขาที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว
“เมื่อครู่ข้านอนอยู่ที่เตียง แล้วทำไมจึงไปอยู่ในห้องอาบน้ำเล่า”
เขาถามตัวเองเสียงเบาและพยายามครุ่นคิด กายแกร่งที่ตื่นตัวยิ่งทำให้เขางุนงง
ร่างกายที่ราวกับไม่ได้รับการเติมเต็ม ทำให้เขาสับสนไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ในยามปกติร่างกายของเขาจะมีความปรารถนา กระทั่งไม่อาจควบคุมเฉพาะช่วงค่ำคืน แต่ตอนนี้ตะวันยังคงส่องสว่าง และเขาเองก็เพิ่งจะนอนกลางวันไปได้ไม่นาน
คิดได้ดังนั้นเขาก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นร่างสูงจึงคว้าเสื้อตัวยาวมาสวมลวกๆ จากนั้นก็ก้าวออกไปจากห้องนอน ตรงไปยังห้องโถงรับรอง หวังว่าสหายของเขาจะให้คำตอบได้
ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในห้องอันเงียบงัน ความรู้สึกแรกบอกหนิงอวี่ว่าสถานที่แห่งนี้มีบางอย่างผิดปกติ ความเงียบที่ยิ่งมาก็ยิ่งน่าสงสัย กับบรรยากาศที่อยู่ๆ ก็เย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด แม้แต่เสียงนกหรือแมลงตัวเล็กๆ ที่เคยร้องระงมก็ยังหายไปจนสิ้น
กระเป๋าเดินทางถูกวางลง จากนั้นหญิงสาวก็เดินสำรวจไปรอบห้องอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าภายในเรือนไร้คนอื่น จึงเดินกลับเข้าไปในห้อง ด้วยความรู้สึกราวกับถูกคนจ้องมอง
ความหวาดระแวงและความรู้สึกขนลุกซู่อยู่ตลอดเวลา ทำให้หญิงสาวตัดสินใจไม่ก้าวออกจากห้อง เนื่องจากร่างกายที่กำลังประท้วง หลังจากถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงมาทั้งวัน
ความง่วงงุนสามารถเอาชนะความรู้สึกหวั่นหวาดทั้งปวง กระทั่งอาบน้ำอย่างรวดเร็วและก้าวเดินมายังเตียงนอน เมื่อทิ้งศีรษะลงไปบนหมอน หนิงอวี่ก็แทบจะหลับไปทันที ราวกับร่างกายสั่งปิดทุกโสตประสาทการรับรู้
ท่ามกลางอากาศยามค่ำคืนที่ค่อยๆ เย็นเยือก ผิวกายภายใต้ชุดนอนเนื้อนิ่ม กลับมีสัมผัสแผ่วเบาลูบไล้อย่างอ่อนโยน
จากข้อมือน้อยไล้ขึ้นมายังต้นแขน กระทั่งบีบเบาๆ ยังหัวไหล่กลมมน ไม่นานมือใหญ่ก็ดันร่างที่นอนตะแคงให้นอนหงายลงไปบนเบาะนุ่ม
หนิงอวี่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เมื่อมีคนมารบกวนการนอน กระนั้นความง่วงงุนเกาะกุม ทำให้ไม่อาจลืมตาขึ้นมา แม้ว่าความรู้สึกบางอย่างบอกว่าสัมผัสลูบไล้นั้น มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ชุดนอนแบบสวมถูกเลิกขึ้นช้าๆ ชายชุดที่ไล้ผิวกายส่วนล่างขึ้นมาเรื่อยๆ ให้ความรู้สึกวูบวาบเคลิบเคลิ้ม กระทั่งริมฝีปากน้อยอ้าออกเพื่อส่งเสียงระบายความไหวหวาม
ปลายนิ้วร้อนลวกลากผ่านท่อนขาเพรียวขึ้นมาแผ่วเบากระทั่งจงใจลงน้ำหนักเมื่อลากผ่านกลางกายสาว
“อือ” หนิงอวี่ขมวดคิ้ว เมื่อความรู้สึกวาบหวามพลุ่งพล่านขึ้นภายในกายสาว ร่างกายร้อนผ่าวราวกับกำลังปรารถนาบางอย่างที่หญิงสาวเองก็ไม่มั่นใจว่ามันคือสิ่งใด
ท่อนขาเพรียวถูกจับแยกออกก่อนยกสูงขึ้น มีบางอย่างคืบคลานเข้าใกล้ พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นที่ต้นขา หนิงอวี่เกร็งร่างเมื่อรับรู้ถึงไหล่หนาของใครบางคนที่ต้นขาทั้งสองข้างกำลังก่ายเกยลงไป
ลมหายใจอุ่นร้อนปัดเป่าลงไปยังกลางกายสาว ส่งให้ความรู้สึกวูบวาบชวนให้สะท้านไปทั้งกาย สองแขนแกร่งสอดเข้ามารัดสะโพกผาย พร้อมกันนั้นก็รับรู้ถึงจุมพิตที่ประทับลงไปยังจุดซ่อนเร้นที่หญิงสาวเองยังสัมผัสน้อยครั้ง
“อา....”
ร่างอรชรแอ่นหยัด เมื่อสัมผัสร้อนผ่าวนั้น ยังคงไล้วนลงไปยังกายสาวที่สั่นระริก รับรู้ถึงปลายลิ้นชื้นที่ค่อยๆ แยกกลีบบุปผา ไล้เลีย จุ่มจ้วง กระทั่งเปลี่ยนเป็นสอดแทรกลึกล้ำ สลับกับดุนดัน
ร่างเนียนสะบัดเร่าเพราะความหวามไหว มือน้อยปัดป่ายพยายามดิ้นรนจากความทรมาน หากแต่ยิ่งแอ่นกายขึ้นสูงกลับยิ่งเป็นการเสนอตัว เพราะริมฝีปากร้อนร้ายยังคงตามติด
กระทั่งมือใหญ่ทั้งสองข้างที่เกาะกุมสะโพกผาย ดันสะโพกที่ยกสูงขึ้น โดยใช้ไหล่หนาแยกวงขาเนียนนุ่มออกกว้าง เพื่อให้เขาได้ลิ้มรสหวานล้ำที่หลั่งรินออกมาจากบุปผางาม
หนิงอวี่คว้าไหล่หนาเอาไว้อย่างอ่อนแรง มือน้อยออกแรงกดปลายเล็บลงไปเพื่อระบายความพลุ่งพล่าน ร่างทั้งร่างสั่นเทาด้วยไม่อาจรับความรัญจวนจากสัมผัสอันรุกเร้าอย่างไร้ปรานี
“ความจริงผมเตรียมสินสอดมาด้วย เพราะยังไงก็ต้องแต่งงานอยู่แล้ว บ้านไม่มี อย่างอื่นก็ไม่มี ผมเลยขนทุกอย่างที่ผมมีมาด้วย” ไป๋เทียนเปิดท้ายรถ หีบทรงโบราณขนาดใหญ่สี่ใบเรียงรายอยู่ในนั้น“อะไร” หลี่เฉินขมวดคิ้วมองหีบเหล่านั้นด้วยท่าทางหวาดระแวงไป๋เทียนเปิดหีบใบแรกออก ทองคำแท่งแน่นเอี้ยดนอนแน่นิ่งอยู่ในนั้น ทองแท่ง!!!หลี่เฉินอ้าปากค้าง เขารีบปิดหีบอย่างร้อนรนพร้อมกับมองไปด้านหลัง รอบข้าง แล้วก็ถลึงตาใส่ไป๋เทียนที่ยืนกะพริบตามองปริบๆ“ไม่ชอบเหรอครับ ถ้าอย่างนั้น”หีบใบที่สองถูกเปิดออก ในนั้นอัดแน่นไปด้วยเงินสดที่ยังคงใหม่เอี่ยม หีบใบที่สาม สี่ หลี่เฉินไม่กล้าจินตนาการว่ามีอะไรอยู่เขาหลับตาดันไป๋เทียนออกจากท้ายรถพร้อมยื่นมือไปปิด“นายมาอยู่ที่นี่กี่วันแล้ว”“สามวันแล้วครับ”“แล้วรถก็จอดเอาไว้ตรงนี้พร้อมกับของพวกนี้งั้นสิ!!” หลี่เฉินถลึงตาใส่อีกฝ่าย“ครับ”คำตอบทำเอาเขาแทบกระอักเลือด มือใหญ่ยกขึ้นนวดขมับ ถึงแม้ที่นี่จะห่างไกลความเจริญ อีกทั้งชาวบ้านยังเป็นคนกันเอง แต่เอาของมีค่ากว่าร้อยล้าน เก็บเอาไว้ในรถราคาเหยียบสามสิบห้าล้านหยวน ทั้งยังจอดอยู่หน้าบ้านที่อยู่บนเขาช่างเป็นการกระทำที่... โอย
ร่างแกร่งลุกขึ้นนั่งพร้อมดึงเสื้อนอนตัวสวยของหญิงสาวออก หลี่อวี๋เองก็ไม่น้อยหน้า มือน้อยสอดเข้าไปในตัวเสื้อของไป๋เทียน ลูบไล้กล้ามเนื้อลื่นมืออย่างโหยหา ไม่นานคนทั้งสองก็เปล่าเปลือยอย่างเท่าเทียมหลี่อวี๋นั่งลงบนตักแกร่ง สองมือกอดไหล่ของไป๋เทียนเอาไว้ ในยามที่ร่างงามถูกเขาสอดแทรกขึ้นมาจากเบื้องล่าง จุมพิตพัวพันของเขาเรียกความซ่านสยิว พร้อมกับแผดเผาจุดอ่อนไหวซึ่งรุกล้ำเข้ามาอย่างถึงแก่นคนทั้งสองกดจุดประสานเข้าหากันอย่างล้ำลึก เกร็งค้างแน่นิ่ง สองมือของไป๋เทียนลูบไล้จากสะโพกนิ่ม กระทั่งหยุดลงยังอกอิ่ม ปลายนิ้วของเขาหมุนวนเหนือยอดถันสีหวาน ปลุกเร้าให้ตื่นตัวกระทั่งร่างงามสะท้านเยือกเอวสอบเริ่มขยับเช่นกันกับหลี่อวี๋ที่ออกแรงบดเบียด เสียงครวญครางหอบกระเส่าดังขึ้น พร้อมๆ กันนั้นจังหวะโยกขยับก็เริ่มหนักหน่วงร่างงามกระดอนขึ้นลงตอบรับการรุกราน ใบหน้าแดงซ่านแหงนหงายขึ้น อกอิ่มแอ่นหยัดรับอุ้งปากที่ครอบครองดูดไล้ไป๋เทียนเลื่อนมือลงไปคว้าเอวอ่อน กดให้จุดประสานแนบชิด ร่างสูงเอนกายลงนอนกับฟูก ยอมให้คนงามควบขับอยู่เบื้องบนอย่างเต็มอกเต็มใจภาพงดงามที่หญิงสาวใบหน้าแหงนหงายด้วยความซาบซ่านรัญจวน ทุก
ลุงหวง ป้าจิน เสี่ยวฟางมองการกระทำของผู้เป็นนายเงียบๆ พวกเขาไม่เคยพบและไม่เคยได้ยินว่าเจ้าเคหาสน์มีคนรัก แต่ท่าทีของหลี่อวี๋กับชายหนุ่มที่ชื่อไป๋เทียนตอนนี้ เหมือนคู่รักที่รักกันมากไม่ผิดเพี้ยน เรื่องนี้ให้คิดยังไงก็น่าแปลกอยู่ดี“ผมมาตัวเปล่า ไร้ญาติขาดมิตร คุณจะให้ผมอยู่ด้วยหรือเปล่า”หลี่อวี๋หัวเราะ “ฉันเลี้ยงดูคุณเอง!”ป้าจินแทบเป็นลมทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นแต่...ไป๋เทียนคนนี้หล่อเหลาน่ามองยิ่งนัก อีกทั้งท่าทีของชายหนุ่มก็ดูเป็นคนดี กระนั้นยังไงก็ต้องบอกกล่าวพี่ชายของเจ้าเคหาสน์สักหน่อย หาไม่หากเจ้าเคหาสน์ถูกหลอกขึ้นมา...ไม่ได้ๆ จะปล่อยให้ใครมาทำร้ายเจ้าเคหาสน์ไม่ได้!!!ป้าจินสะดุ้งเพราะดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม “ผมชื่อไป๋เทียนครับ จากนี้ฝากตัวด้วยนะครับป้าจินใจอ่อนยวบเพราะรอยยิ้มและท่าทีจริงใจของเขา “พาแขกเข้าบ้านก่อนดีมั้ยคะเจ้าเคหาสน์”“ต้องรอให้เจ้าเคหาสน์อนุญาตก่อนครับ”“ฉันต้องอนุญาตอยู่แล้ว” หลี่อวี๋หัวเราะทั้งลุงหวัง ป้าจิน รวมไปถึงเสี่ยวฟางแปลกใจกับท่าทีของหญิงสาว ดวงตาที่เอาแต่มองไป๋เทียนราวกับสามารถมองเห็น หลี่อวี๋ตอนนี้ยังดูเหมือนคนตาบอดที่ไหนกัน!!!บทส่งท้ายเพราะต้อ
“ปล่อยน้าไปเถอะนะ น้าเหนื่อยเหลือเกินอยากจะพักแล้ว อีกอย่างน้าจะไปบอกพี่กับพี่สะใภ้ว่าพวกเธอสบายดี ไม่ต้องกังวล”หลี่เฉินพยักหน้า “เราจะอยู่กันให้ดี น้าไม่ต้องกังวล บอกพ่อกับแม่ว่าเราจะดูแลกันและกันเป็นอย่างดี ผมจะดูแลเสี่ยวอวี๋ให้ดี”“เรื่องนั้นน้าไม่ห่วง” มือเย็นเยียบยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าของหลานสาว หลี่อวี๋จับมือข้างนั้นแนบแก้ม“เสี่ยวอวี๋ดูแลตัวเองได้ดี ยังมี...น้าไม่ห่วงอะไรแล้ว”คืนนั้นหลี่เหยาจากไปอย่างสงบ ใบหน้าแม้ขาวซีดแต่ยังคงมีรอยยิ้มของความสุขเกลื่อนใบหน้า งานศพถูกจัดขึ้นตามแบบของคนในหมู่บ้านไป๋หู่ พวกเขามาช่วยงานทุกวัน แบ่งงานกันทำอย่างเต็มอกเต็มใจหลังงานศพเสร็จสิ้นค่ำคืนนั้นหลี่อวี๋ฝันดีมาก ภาพในความฝันหลี่เหยากำลังสวมชุดสีขาว ร่างทั้งร่างเปล่งประกายต้องแสงจันทร์ ใบหน้าอิ่มเอิบมีรอยยิ้มแห่งความสุขระบายไปทั่ว ร่างงามเดินไปตามทางเดินสู่แท่นหินไป๋อวิ๋นรออยู่ที่แท่นหิน เขายื่นมือออกมารอรับด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม‘ถึงเวลาแล้ว พร้อมกับการผจญภัยในโลกที่เจ้าไม่รู้จักหรือยัง’‘ที่ไหนหรือคะ’‘โลกที่ข้าเคยอยู่ก่อนมาที่นี่’หลี่เหยายิ้มพร้อมกับวางมือลงไปยังมือใหญ่ ‘ที่ไหนก็ได้ขอ
พิธีส่งต่อตำแหน่งเจ้าเคหาสน์จัดขึ้นอย่างรีบร้อน ท่ามกลางสักขีพยานก็คือคนในหมู่บ้านที่มากันพร้อมหน้า หลี่เฉิน และหวั่นจินจู นอกจากนี้ยังมีทนายซึ่งนำเอกสารการโอนที่ดินมาส่งมอบให้เจ้าบ้านคนใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้หลี่เหยาได้เซ็นเอาไว้แล้วหลี่อวี๋ในชุดสีขาวตัวยาวข้างกายมีคุณป้าอาวุโสของหมู่บ้านช่วยประคอง เพราะหญิงสาวต้องโขกคำนับป้ายบรรพชนตระกูลหลี่ รวมไปถึงกราบไหว้ขอขมาผู้ปกปักแห่งหมิงซาน ทั้งนี้ก็เพื่อขอพรให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเขตหมิงซาน แคล้วคลาดและมีชีวิตที่สุขสงบ‘เจ้าขอพรได้หนึ่งข้อ’เสียงของไป๋เทียนทำเอาหญิงสาวเกือบสะดุ้ง เมื่อเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้างดูเหมือนทุกคนยังคงปกติดี เดาว่ามีเพียงตัวเองเท่านั้นที่ได้ยินเขา และเขาเองก็คงยืนอยู่เบื้องหน้าในยามที่หญิงสาวกำลังก้มลงคำนับไป๋เทียนคำนับพร้อมกับหลี่อวี๋ ราวกับบ่าวสาวกำลังคำนับซึ่งกันและกัน กระทั่งเสียงของหญิงสาวดังขึ้นให้เขาได้ยินเพียงคนเดียว‘ครองคู่กับข้าในแบบของมนุษย์ตราบลมหายใจมาพรากจาก’เงียบงัน...ไป๋เทียนไม่ได้ส่งเสียงใดออกมา มีเพียงเสียงของชาวบ้านและทุกคนที่กล่าวแสดงความยินดีเที่ยงคืนอันเงียบงันทุกคนต่างก็แยกย้ายหลังจากเสร็จพ
ค่ำคืนนั้นฝนตกหนักฟ้าร้องคำรามทั้งคืน หญิงสาวหลับและฝันว่าหลี่เหยากำลังเดินออกไปท่ามกลางสายฝน แผ่นหลังเปียกปอนตรงแน่วก้าวเดินไปยังแท่นหิน ตรงนั้นไป๋อวิ๋นกำลังยืนรออยู่ เขาส่งยิ้มมาให้หลี่อวี๋ที่เดินอยู่เบื้องหลัง‘อีกไม่นานพวกเขาก็จะจากไป’เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง เขาก็คือไป๋เทียน“คุณบอกว่าจะแลกดวงตาข้างหนึ่ง หากฉันยินยอมอยู่ที่นี่และรับตำแหน่งเจ้าเคหาสน์”‘ใช่’ เขาไม่ปฏิเสธ“หากฉันไม่ตกลงละคะ”เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ ‘เจ้าจะตกลงแน่นอน’ ท่อนแขนโอบเอวเล็กของหญิงสาวเข้าหาตัว ‘ไม่รู้สึกหรือว่าเจ้าโอนอ่อนต่อทุกสัมผัสของข้า เจ้าไม่อาจขัดขืนชะตาของตัวเอง ไม่อาจปฏิเสธว่าเจ้าเองก็ต้องการข้า’อา...เขาพูดไม่ผิด ไม่รู้เพราะอะไรร่างกายและหัวใจจึงคล้อยตามเขาไปเสียหมด “แล้ว...หากว่า หากว่าฉันเปลี่ยนข้อตกลงละคะ”‘ลองว่ามาสิ’จะพูดได้ยังไงกันก็เขาเล่นลูบไล้จนสมาธิถูกตีกระเจิงไปหมดแบบนี้ หลี่อวี๋ถูกไป๋เทียนอุ้มร่างขึ้นสองขาจึงเกี่ยวเอวสอบเอาไว้ สองแขนกอดรัดลำคอแกร่งชายหนุ่มหมุนกายเดินกลับไปตามทางเดินซึ่งมุ่งหน้ากลับไปยังเคหาสน์เยี่ยนเหยา ระหว่างทางก็จุมพิตรุกเร้าจนหญิงสาวลมหายใจติดขัดฝนที่ยังคงเทก
“อากาศอย่างนี้ต้องแช่น้ำร้อนสิ”เมื่อเปิดกระเป๋าเดินทางและจัดวางข้าวของที่จำเป็นเสร็จฉินเหม่ยก็คว้าอุปกรณ์อาบน้ำเดินเข้าไปในห้องน้ำ คาดหวังเต็มที่ว่าจะแช่น้ำให้สบายตัวกลิ่นหอมเย็นของดอกหลิงหลานโชยมากับสายลม ฉินเหม่ยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ในใจคิดว่าสวนในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกหลิงหลาน ช่างทำให้
มองส่งหญิงสาวทั้งสามเข้าไปด้านใน ใบหน้าอ่อนโยนและรอยยิ้มกว้างกลับแปรเปลี่ยน ใบหน้าที่เหมือนผู้ใหญ่ใจดีเปลี่ยนเป็นขาวซีด มือสั่นเทาปิดประตูใหญ่ทั้งยังล็อกโซ่คล้องกุญแจอย่างแน่นหนาเมื่อเงยหน้าขึ้นมองตัวอักษรที่ห้องอยู่เหนือประตู ร่างก็ยิ่งสั่นเทาราวกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง ใบหน้าเลิ่กลั่กมองซ้ายขวาจากนั
บรรยากาศเศร้าสลดของงานศพ ทำให้หญิงสาวทั้งสามที่เพิ่งเดินทางมาถึงน้ำตาซึม ไม่ได้ข่าวจากเสี่ยวเชี่ยนไม่กี่เดือน ทั้งสามไหนเลยจะคาดว่ามาได้ยินข่าวของอีกฝ่ายครั้งนี้ เพื่อนรักที่เพิ่งจะเรียนจบก็มาจากไปเสียแล้วหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย หญิงสาวทั้งสี่ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันต่างก็แยกย้ายกันไปทำงาน กระทั่งติ
ว่านหรงเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาไม่ได้คาดหวังสิ่งใดแล้ว เพราะทุกครั้งที่เขาพยายามขัดขืน ร่างกายของเขาก็ยังคงไม่เชื่อฟัง เขาตระหนักดีว่าทุกอย่างเป็นคำสาปที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาไร้ซึ่งความทรงจำอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้ว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดเมื่อไร ได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปอ







