공유

บทที่ 5 เรื่องในคืนนั้น

last update 게시일: 2026-04-26 15:58:36

            ลมหนาวที่มาเยือนเริ่มแรงเย็นขึ้นทุกวัน หาใช่แค่ที่เมืองเจียงหนานไม่ ...เมืองหลวงแห่งต้าเซี่ยเองก็ไม่เว้น

            ชายหนุ่มรูปงามยืนมือไพล่หลังพลางมองท้องฟ้าด้วยแววตาครุ่นคิดพลางฟังคนสนิทข้างกายที่ทักท้วง

            “เมืองเจียงหนานไม่ปลอดภัยเลยนะขอรับใต้เท้า คราวก่อนพวกมันทำให้ท่านตกที่นั่งลำบาก ตราบใดที่เรายังเข้าถึงตัวหัวหน้าเผ่าหู่ฮั่นไม่ได้ก็เท่ากับไปให้พวกมันจัดการถึงที่อีกครั้งก็เท่านั้น” เผิงอี้หานเตือนเจ้านายอีกครั้ง

            ต่อให้สองปีผ่านไป เจ้านายของเขา มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าเมืองเจียงหนาน แต่อำนาจยังไม่มากพอจะถอดรากถอนโคนคนชั่วอยู่ดี

            “หากทุกคนกลัวตายกันหมด บ้านเมืองนี้คงมีแต่คนชั่วครองเมือง แล้วชาวบ้านตาดำ ๆ จะทำเช่นไร และอีกอย่างเรื่องทุกอย่างในชีวิตข้าเกิดขึ้นที่นั่น... มันก็ต้องจบที่นั่น” มู่หรงชิงพูดกับคนสนิทด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม

            เรื่องในวันนั้นเมื่อสองปีก่อนหวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง

            ห้องพักของหอนางโลมคลุ้งไปด้วยกลิ่นกำยานอ่อน ๆ และเสียงพิณจากชั้นล่างที่ดังแผ่วเบา มู่หรงชิงเดินพลางยันมือกับผนังห้องไว้ไม่ให้ร่างล้มลง

            ร่างกายร้อนวูบวาบ ลมหายใจหนักหน่วงและกระชั้นขึ้นทุกขณะ เขารู้ทันทีว่า... ถูกวางยากำหนัดเข้าแล้ว

            ขณะที่ไฟราคะก่อตัวท่วมท้นสติเริ่มถูกครอบงำด้วยความดิบเถื่อน เขาพบกับสาวใช้ที่เพิ่งออกจากห้องห้องหนึ่ง เขาไม่รอช้า

            “แค่ช่วยข้า...” เขาพึมพำเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง

            “แค่เจ้ายื่นสิ่งนี้ให้ท่านอดีตราชครูหวังชิงเย่ว...ในเมืองเจียงหนาน...ท่านผู้เฒ่าหวังจะให้เงินแก่เจ้าเอง”

            เขายัดป้ายหยกแสนสำคัญ ของที่เขาเพิ่งได้รับพระราชทานหลังสอบได้จอหงวนใส่มือนาง และไม่แม้แต่จะรอคำตอบ...ไม่สนใจการขัดขืนของนาง

            แต่กลับกระโจนเข้าหานางอย่างหื่นกระหายเพราะกำหนัดที่เกิดจากยา

            …

            แต่สิ่งที่เป็นในเช้าวันรุ่งขึ้นทำให้เขางุนงง

            “ฮือ ๆ ท่านรังแกข้า หากท่านไม่รับผิดชอบ ข้าจะฆ่าตัวตายให้ดู!” สตรีคนนั้นหยิบมีดขึ้นมาขู่ว่าจะปลิดชีพตนเอง

            มู่หรงชิงยังไม่ทันตั้งตัว ทันใดประตูห้องก็ถูกเปิดอย่างแรง

            แอ๊ดดด!

            ตามด้วยเสียงของสตรีนางหนึ่งที่จงใจร้องเสียงดัง“ว้ายยย ตายแล้ว มี่มี่ของข้า! ใครก็ได้ช่วยด้วย บุตรสาวของข้าด้วย ฮือ ๆ...อ๊ะ!”

            “หุบปากซะ ถ้าไม่อยากตาย!!” เผิงอี้หานที่เข้ามาในห้องชักดาบจ่อคอสตรีนางนั้น... และมันทำให้อีกฝ่ายหุบปากฉับชั่วครู่

            “ฮือ ๆ ท่านแม่ ข้าอยากตาย ต่อไปข้าจะอยู่สู้หน้าใครได้อีก...” หญิงสาวที่ขู่จะทำร้ายตัวเองเมื่อครู่โผเข้ากอดสตรีคนนั้นทันที

            มู่หรงชิงหันไปสบตากับองครักษ์ ราวกับเห็นความไม่ชอบมาพากล... แต่ช้าไปแล้ว เมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในห้องราวกับนัดกันมา

            “หรงชิงจริง ๆ ด้วย เจ้าเป็นถึงจอหงวนแต่กลับรังแกสตรีบอบบางเช่นนี้ ทั้งยังเป็นบุตรสาวของขุนนางใต้บัญชาของเจ้าอีกด้วย” หวังชิงหลีผู้เป็นป้าของเขาก้าวเข้ามาพร้อมกับคำตำหนิ

            เขามองนางด้วยสายตาแข็งกร้าว

            คนที่เกลียดและอิจฉามารดาของเขาจนทำได้ทุกอย่าง การที่นางอยู่ที่นี่... ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

            “เสวี่ยฮูหยิน เรื่องเกิดขึ้นแล้ว ท่านก็อย่าได้ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะ หรงชิงเป็นถึงจอหงวนของแผ่นดิน บุตรสาวของท่านได้เป็นฮูหยินของเขานับว่าวาสนานัก”

            หวังชิงหลียกยิ้มปลอบเสวี่ยฮูหยิน พลางมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ย  ‘ฮ่าฮ่าฮ่า จอหงวนที่ฝ่าบาททรงโปรดปราน แต่กลับได้ภรรยาเป็นแค่บุตรของขุนนางขั้นเจ็ด...พวกแกต้องอับอายจนไม่กล้าออกจากบ้านเลยทีเดียว’

            แค่เห็นสายตาคู่นั้น

            เขาแน่ใจ... หวังชิงหลีเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทุกอย่าง

            มู่หรงชิงแสยะยิ้มเย็นพลางหันไปยังสตรีที่กล้าโกหกว่าเขาล่วงเกิน “ป้ายหยกที่ข้าให้เจ้าไว้เมื่อคืนนี้… แสดงมันให้ข้าดูหน่อย”

            เสวี่ยมี่มี่หน้าซีดเผือดไปชั่วขณะ ดวงตาสั่นไหว ก่อนรีบเบือนสายตาไปทางมารดา

            ทันใดนั้น เสวี่ยฮูหยินตีอกชกลมเสียงดัง ร่างสั่นสะท้านด้วยความโกรธและความตกใจ

            “โอ๊ยยย! ช่างน่าละอายยิ่งนัก! เป็นถึงจอหงวนของแผ่นดินกลับกล้าทำร้ายลูกสาวข้าเช่นนี้! ฮืออ รังแกกันเกินไปแล้ว”

            เสียงของนางดังลั่นจนคนจากห้องข้าง ๆ กรูกันเข้ามาเงี่ยหูฟัง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบและสายตาที่จับจ้องมาทางมู่หรงชิง

            เสวี่ยมี่มี่รีบซบหน้าลงกับอกมารดา ร้องไห้สะอึกสะอื้น

            เสียงคร่ำครวญน่าเวทนานั้นยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของผู้ถูกกระทำ

            หวังชิงหลีที่ยืนกอดอกอยู่ด้านข้างยกยิ้มเยาะเย้ย พลางเอ่ยเสียงดังเสริมเพิ่มแรงกดดัน

            “หึ… หากเจ้าคิดจะเล่นแง่ไม่ยอมรับความผิดนี้ต่อไป อย่าลืมว่ามันจะไม่เพียงเสื่อมเสียชื่อเสียงของเจ้าเท่านั้น แต่ยังจะกระทบไปถึงตระกูลหวังและตระกูลมู่ด้วย!?”

            เสียงของหวังชิงหลีเพิ่งเงียบลงไม่นาน เสียงของสตรีที่ถูกกระทำก็ดังขึ้นย้ำให้บรรยากาศในห้องยิ่งหนักอึ้ง

            “ฮือ ท่านแม่ข้าไม่มีหน้าจะสู้หน้าใครแล้ว ข้าลาก่อน”

            “มี่มี่อย่าทำเช่นนี้” เสวี่ยฮูหยินรีบยื้อแย่งปิ่นปักผมในมือบุตรสาวเมื่อนางคิดจะปลิดชีพตัวเอง

            ทั้งห้องเต็มไปด้วยความหดหู่ และทุกสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่มู่หรงชิง

            ชายหนุ่มกำหมัดแน่น มองสตรีที่คิดใช้ความเป็นความตายมากลบเกลื่อนเรื่องป้ายหยกด้วยแววตาคมกริบ

            ‘เป็นพวกเจ้าที่ยื่นโอกาสนี้มาให้ข้าเอง’

         

            เรื่องในคืนนั้นเมื่อสองปีก่อน...แม้สตรีหน้าไม่อายนางนั้นจะไร้ป้ายหยกยืนยันว่านางคือคนที่เขาล่วงเกิน แต่เขายินดีเล่นตามน้ำเพื่อการใหญ่

            มู่หรงชิงกำจอกน้ำชาแน่นจนมือขึ้นข้อขาวยามพูดกับคนสนิท  “การไปประจำการที่เจียงหนานคราวนี้ ข้าจะต้องจัดการพวกคนชั่วให้สิ้นซากเสียที”

            คนที่หลินอวี้ซินเฝ้าตามหา...   

            ผู้อยู่ไกลนับพันลี้จากเมืองเจียงหนาน เขามีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว...นางคือสตรีที่สวมรอยแทนหลินอวี้ซินในคืนนั้น!!

          เดิมพันในครั้งนี้ของหลินอวี้ซินนั้นไม่ง่ายเสียแล้ว

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 10 หัวใจชาหนึบ

    เสียงไก่ป่าเพิ่งร้องขันบอกเวลา แต่คนบ้านหลินนั้นตื่นนานแล้วเพราะหลินอวี้ซินกับหลินหมิงเสียต้องเดินทางตั้งแต่ยามโฉ่[1] “เฮ้อ เหนื่อยชะมัด...” หลินอวี้ซินบ่นกระปอดกระแปดเมื่อมาถึงตลาด “จ๊อกกกก...” เสียงท้องของเธอร้องระงม หลินหมิงเสียเหลือบมองน้องสาวด้วยรอยยิ้ม “พวกเรากินซาลาเปารองท้องกันก่อนแล้วกัน” ว่าแล้วเขาก็ล้วงห่อซาลาเปาที่น้องสาวทำติดมาจากบ้าน ซาลาเปาแป้งข้าวสาลี... ข้าวก้นไหทุกเม็ดถูกนางนำมาทำซาลาเปาเพื่อให้ทุกคนได้ทานกันในวันนี้ และเพราะข้าวสาลีที่มีอยู่น้อยนิด แต่นางกลับใส่เผือกบดลงไปด้วย...ทำให้เพียงพอกับทุกคน ตอนนั้นมารดาของเขาถึงกับเอามือทาบอกเพราะกลัวว่านางจะทำเสียของ...แต่ที่ไหนได้ซาลาเปาทั้งเหนียวและนุ่มชวนน่ากิน ตั้งแต่นางตกน้ำในวันนั้น เหมือนความสามารถในการประยุกต์และคิดค้นของน้องสาวจะปรากฏ ทันทีที่หลินอวี้ซินฉีกซาลาเปาออกเป็นสองซีก กลิ่นหอมหวานจากแป้งนุ่มและไส้กุ้งผสมน้ำผึ้งก็ลอยคลุ้ง คนที่เดินผ่านถึงกับชะงัก น้ำลายสอโดยไม่รู้ตัว เธอกัดเข้

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 9 เงาของภัยมืด

    คล้อยหลังชายหนุ่มกลับไปบ้านหลินจึงได้เริ่มต้นงานใหญ่ของวันเสียที กลิ่นควันไฟลอยอ้อยอิ่งผสมกับกลิ่นอาหารที่ทุกคนช่วยกันเตรียม เสียงหัวเราะของเจ้าก้อนแป้งที่เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาเพราะได้มารดาดูแลอย่างดีดังแทรกอยู่เป็นระยะ “ตี เยย เอิ๊ก ๆ เอิ๊ก ๆ” “เจ้าตัวเล็กนี่เอาใหญ่แล้วนะ กล้าตีลุงเชียว?” หลินหมิงเสียที่กำลังช่วยน้องสาวขูดเนื้อปลาเงยหน้ามองหลานชาย ก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นเจ้าก้อนแป้งวิ่งไปเกาะขาท่านตาพลางยิ้มเยาะเย้ยมายังเขา “ยะ ยะ” เสียงของหนูน้อยดังขึ้นอีกครา “หึ หนูบอกรักท่านลุงใช่ไหม” หลินอวี้ซินที่เพิ่งยกโถน้ำผึ้งออกมาจากเรือนถามขึ้น เจ้าตัวน้อยรีบพยักหน้าหงึก ๆ ทำเอาทุกคนหัวเราะกันครืน…เจ้าแสบอยู่เป็นนักจะไม่ให้รักให้หลงได้อย่างไรกัน “ซินซิน นี่น้ำมันหมู ผงห้ารสและเกลือที่แม่เอาปลากับกุ้งไปแลกมา” เสียนเฟยส่งสิ่งที่บุตรสาวต้องการพลางหัวเราะกับหลานชาย “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ข้ากังวลอยู่ว่าท่านจะถูกชาวบ้านที่โกรธเมื่อครู่รังแกหรือไม่” หลินอวี้ซินรับของมาแล้วพูดเบา ๆ

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 8 ตอกหน้าหงาย!!

    เช้าวันนั้น ทั้งหมู่บ้านจะวุ่นวายเพราะเรื่องหูเจียงอย่างไม่ต้องสงสัย ชาวบ้านแห่กันมาบ้านหลินจนแน่นขนัดลานกว้าง “เป็นพวกเจ้าที่ทำร้ายบุตรชายข้า” พ่อของหูเจียงชี้หน้าคนตระกูลหลิน “ฮืออ พวกเจ้าต้องจ่ายเงินค่าทำขวัญให้พวกเรา หาไม่พวกเราจะแจ้งทางการ” ผู้เป็นแม่เองก็ลงมือบ้าง บ้านอื่นอาจจะไม่มีใครรังแกได้ แต่กับคนบ้านหลินพวกมันราวกับคนไม่มีปากก็ไม่ปาน อย่างที่ผู้นำหมู่บ้านบอกไว้ไม่มีผิด เสียงชาวบ้านอีกหลายคนเสริมอย่างสนุกปาก “นั่นสิเฒ่าหลิน ขวากที่หูเจียงตกลงไปอยู่ใกล้กับบ้านเจ้าที่สุด” หลินหมิงเสียยืนกำกระบี่ในมือแน่น หลินอวี้ซินสบตาเขาพลางส่ายหน้าห้าม เธอมองกราดใส่ทุกคนด้วยแววตาสมเพช “หึ แต่ละคนมีสมองไว้คั่นหูจริง” “ถ้าข้าพูดว่าเจ้า เจ้า และ เจ้า ขโมยอาหารบ้านข้าจนหมดเพราะบ้านอยู่ใกล้กัก็ได้นะสิ” เธอชี้หน้าถามสตรีสามคนที่ใกล้บ้านหลิน “เจ้าจะบ้าเหรอ พูดพล่อย ๆ แบบนี้ได้เหรอ” คนพวกนั้นอ้าปากพะงาบ ๆ ก่อนชี้หน้าว่าหลินอวี้ซิน “หึ พอพวกข้าพูดก็บอกว่าปากพล่อย แล้วพวกเจ้าล่ะ?

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 7 มารผจญ และ แค่นี้ยังน้อยไป

    แสงตะเกียงรำไรในกระท่อมดินหลังน้อยดูจะสว่างกว่าทุกคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะเปลวไฟตะเกียง...แต่เพราะหัวใจของผู้ใหญ่ทั้งห้าชีวิตและเจ้าตัวน้อยที่อิ่มเอมเปี่ยมสุข ถึงแม้วันนี้ทั้งสองคนจะกลับจากป่าด้วยมือเปล่า แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกหดหู่แม้แต่น้อย “ไม่ได้สัตว์กลับมาก็ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ลอบดักปลาที่ข้าวางไว้ คงได้ไม่น้อยเหมือนเดิม” หลินอวี้ซินยกถาดอาหารวางลงบนโต๊ะตรงหน้าบุรุษที่เพิ่งกลับมาจากล่าสัตว์ เธอหันไปหาบุตรชายตัวน้อยที่กำลังปีนขึ้นตักของท่านตา “ถิงถิงจ้ะ อย่าเพิ่งกวนท่านตานะ ท่านเพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ” “แอร้ยยย...” เสียงขู่เล็ก ๆ ดังขึ้นทันทีพลางหันไปมองมารดาตาแป๋ว “อ้าว เดี๋ยวนี้กล้าขู่แม่แล้วเหรอ เจ้าตัวแสบ” หลินอวี้ ซินอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปย้วยแก้มเด็กดื้ออย่างเอ็นดู “ร้ายจริง ๆ เจ้าตัวน้อยนี่” หลินตงเจี๋ยนั่งนิ่งมาตลอด ยกแขนโอบหลานชายบนตักอย่างอ่อนโยน เขาเหลือบตามองบุตรสาวที่กำลังจับแก้มหลานชายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “หลานกินอะไรเข้าไปจนปากมันแผล็บ ...” เขาเช็ดปาก

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 6 ไม่ยอมแพ้

    อีกฟากของแผ่นดินต้าเซี่ยอย่างเมืองเจียงหนาน “ไม่ว่าพี่จะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ ฉันจะหาพี่ให้เจอ” หลินอวี้ ซินได้ของสำคัญมาอยู่ในมือ…มารดาของเจ้าของร่างเก็บไว้จริง ๆ หญิงสาวล้วงมือไปจับป้ายหยกอีกครั้งก่อนเร่งฝีเท้าด้วยสีหน้าเบิกบานกว่าครั้งไหน ๆ ทั้งเรื่องเบาะแสของเขา และสิ่งที่แบกอยู่บนหลัง... มันคืออนาคตที่สว่างไสวของเธอ ยิ่งเข้าใกล้บริเวณบ้าน และได้ยินเสียงหัวเราะของลูกชายเธอยิ่งรู้สึกว่าโลกนี้ช่างใจดีกับเธอเหลือเกิน “โอ้ ไม่นะ เสือร้าย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย” “ง่าววว ย้าววว” “โธ่ น่ากลัวเหลือเกินเจ้าเสือน้อยของยาย ท่านพี่ระวังนะเจ้าคะ เสือตัวนี้ร้ายกาจเหลือเกิน” เสียนเฟยแกล้งร้องตกใจเกินจริง พลางเตือนสามีที่กำลังเตรียมตัวเพื่อเดินทางเข้าป่าไปล่าสัตว์พร้อมกับลูกชาย “ท่านแม่ต้องวิ่งหนีด้วยเจ้าค่ะ เด็กแสบจะหัวเราะชอบใจนัก” หลินอวี้ซินที่กลับมาจากการกู้ ‘ลอบดักปลา’ บอกมารดาพลางยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนวางข้องลงบนแคร่ เด็กแสบของเธอเดินเตาะแตะ พลางไล่ขู่ทุกคนด้วยเสียงน่ารักเ

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 5 เรื่องในคืนนั้น

    ลมหนาวที่มาเยือนเริ่มแรงเย็นขึ้นทุกวัน หาใช่แค่ที่เมืองเจียงหนานไม่ ...เมืองหลวงแห่งต้าเซี่ยเองก็ไม่เว้น ชายหนุ่มรูปงามยืนมือไพล่หลังพลางมองท้องฟ้าด้วยแววตาครุ่นคิดพลางฟังคนสนิทข้างกายที่ทักท้วง “เมืองเจียงหนานไม่ปลอดภัยเลยนะขอรับใต้เท้า คราวก่อนพวกมันทำให้ท่านตกที่นั่งลำบาก ตราบใดที่เรายังเข้าถึงตัวหัวหน้าเผ่าหู่ฮั่นไม่ได้ก็เท่ากับไปให้พวกมันจัดการถึงที่อีกครั้งก็เท่านั้น” เผิงอี้หานเตือนเจ้านายอีกครั้ง ต่อให้สองปีผ่านไป เจ้านายของเขา มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าเมืองเจียงหนาน แต่อำนาจยังไม่มากพอจะถอดรากถอนโคนคนชั่วอยู่ดี “หากทุกคนกลัวตายกันหมด บ้านเมืองนี้คงมีแต่คนชั่วครองเมือง แล้วชาวบ้านตาดำ ๆ จะทำเช่นไร และอีกอย่างเรื่องทุกอย่างในชีวิตข้าเกิดขึ้นที่นั่น... มันก็ต้องจบที่นั่น” มู่หรงชิงพูดกับคนสนิทด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม เรื่องในวันนั้นเมื่อสองปีก่อนหวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง ห้องพักของหอนางโลมคลุ้งไปด้วยกลิ่นกำยานอ่อน ๆ และเสียงพิณจากชั้นล่างที่ดังแผ่วเบา มู่หรงชิงเดินพลางยันมือกับผนังห้องไว้ไม่ให้ร่างล้มลง

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 3 ‘กำไล’ และ ‘น่าแปลกเกินไป’

    ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์นำทาง สองคนแม่ลูกเร่งสาวเท้าเดินกลับบ้านด้วยความสุขเต็มหน้า และทันทีที่เข้ามาในบ้านเรื่องราวก็ถูกแบ่งปันให้คนที่บ้านฟัง “ข้าไม่คิดเลยเจ้าค่ะว่าวันนี้จะมาถึง ข้าเป็นคนเผาสัญญานั้นกับมือ มีพยานนับสิบอยู่ตรงนั้น” เสียนเฟยเช็ดน้ำตาป้อย ๆ ยามเล่า

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 2 หมดเวรหมดกรรม!!

    เจ้าหนี้อย่างซ่งซื่อเหนียงถือวิสาสะเข้ามาในบ้านหลินโดยไม่รอคำเชิญ ก่อนพ่นคำพูดไม่น่าฟังออกมา นางชี้หน้ากราดใส่ทุกคน “หน้าด้านกันเกินไปแล้ว เป็นหนี้ผู้อื่นแล้วยังจะมานั่งกินกันอย่างเป็นสุขอีก” น้ำเสียงกดขี่และสมเพชโดยไม่ปกปิด สายตาของนางหยุดลงที่หลินอวี้ซิน สตรีที

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทที่ 1 กลับตัวหรือแค่มารยา

    กระท่อมดินข้างริมธารชายป่าของตระกูลหลิน เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของหนูน้อยที่เสมือนคมมีดปักลงไปกลางใจผู้อาวุโส “แง้ ๆ… มะ… ฮึก… แง้ ๆ…” เสียนเฟยผู้เป็นยาย น้ำตาร่วงไม่ขาดสาย “ไม่รู้บาปกรรมอะไรของพวกเรานัก...” นางพึมพำกับสามีที่อุ้มหลานไว้แน่น หลินหมิงเส

  • หลินอวี้ซิน ผู้เขียนชะตาตัวเอง   บทนำ หลินอวี้ซิน มู่หรงชิง!

    ‘ถิงถิงแม่ขอโทษ’ ‘พี่หรงชิง ฉันกำลังเดินทางไปหาพี่กับลูก ฉันเหนื่อยเหลือเกินแล้ว’ เสียงในใจของสตรีผู้หนึ่งที่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนลูกกับสามีจากไปโดยไม่หวนกลับ ความยากจนข้นแค้นของหมู่บ้านหนึ่งของแผ่นดินจีนในปี 1953...พรากชีวิตผู้คนไปอย่างโหดร้าย

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status