เข้าสู่ระบบ“ใช่จ้า รีบเข้ามาเลยนะครับน้องยาหยี พี่คิดถึงน้องยาหยีใจจะขาดอยู่แล้ว”
เสียงออดอ้อนคุ้นหูดังลอดออกมา ทำให้น้ำตาลถึงกับต้องชะงักฝีเท้าหยุดฟัง แม้จะไม่อยากจะเชื่อเพียงเสียงที่ได้ยิน แต่เมื่อเห็นสาวสวยที่เดินสวนกับเธอนั้นหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องของสามีเธอ น้ำตาลทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกั้นอารมณ์
“ค่ะ พี่ภพ ยาหยีจะกอด จะหอม แล้วก็...” เด็กสาวหยุดพูดเล็กน้อย พลางกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ แล้วส่งเสียงหัวร่อต่อกระซิกกับปลายสาย
ขณะที่คนข้างในรีบเปิดประตู ยื่นวงแขนออกมาคว้าเอวบางของสาวน้อยคนนั้น แล้วรั้งร่างของหล่อนเข้าไปในห้องพักของเขาทันที
ดวงตากลมโตเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง ไม่ผิดแน่ ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดแน่ ๆ เสียงออดอ้อนของผู้ชายที่เธอได้ยินในสายสนทนา และวงแขนที่รั้งร่างเด็กสาวนั้นเข้าไปในห้อง นั่นคือ ก้องภพ...สามีและพ่อของลูกเธอจริง ๆ ณัฐกฤตาได้ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง เธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างในโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าสามีที่เธอรักและเทิดทูนยิ่ง จะทรยศเธอด้วยการ
“นอกใจ”
มือบางสั่นเทา ค่อย ๆ เอื้อมไปคว้าลูกบิดประตูห้องและเปิดเข้าไปด้านในอย่างแผ่วเบา ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือ สามีของเธอกำลังกอดจูบลูบคลำกับเด็กสาวคนนั้นอย่างเมามัน จนไม่รู้ตัวว่าเธอนั้นขึงตามองคนทั้งคู่อย่างเอาเรื่อง
“เลว!! นี่ขนาดในโรงพยาบาล ยังกล้าทำระยำตำบอนกันขนาดนี้ น้ำตาลไม่คิดเลยนะว่าพี่ภพจะเลวได้ขนาดนี้”
ณัฐกฤตาแผดเสียงดังลั่น จนร่างชายหญิงทั้งสองผละออกจากกัน ใบหน้าหล่อซีดเผือดลงถนัดตา เมื่อหันกลับมาเผชิญหน้ากับภรรยาของตัวเอง ดวงตาคมสวยตามแบบฉบับสาวใต้เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดและแสนเย็นชา จนมองไม่เห็นวี่แววความอ่อนโยนเหมือนเดิมแม้แต่น้อย
สายตาก้องภพเครียดเขม็งขึ้น เมื่อเห็นน้ำตาลจับจ้องมองมาที่เสื้อผ่าอกคนไข้ของเขา ผ้าที่ภรรยาสาวเป็นคนผูกให้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้หลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นแผงอกอันอบอุ่นที่โอบกอดเธอทุกวันก่อนไปทำงาน แล้วย้ายสายตาไปมองเสื้อปาดไหล่ของอีกฝ่าย ที่ถูกถกร่นลงมาจนเห็นเนินหน้าอกอวบอิ่ม ซึ่งเจ้าของชุดก็กำลังพยายามดึงรั้งเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าร่องเข้ารอย
ภาพบาดตาบาดใจขนาดนี้ทำให้คนเป็นภรรยาถึงกับอารมณ์เดือดขั้นสุด หลุดคำสบถก่นด่าคำที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้คำนี้กับสามีของเธอ
“ผู้ชายก็เลว ผู้หญิงก็ร่าน มาถ่างขาให้สามีคนอื่นเอาถึงที่โรงพยาบาล ปกติคงสมสู่กันไม่เลือกที่สินะ ฮึ! อย่างว่า ลักกินขโมยกินของคนอื่น ก็ต้องรีบทำเวลา”
“นี่ มันจะมากไปแล้วนะ”
ยาหยีลุกขึ้นมาด้วยอารมณ์เดือดดาล ที่จู่ ๆ ก็ถูกผู้หญิงแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ด่า แถมยังมาสมอ้างเป็นภรรยาของแฟนหนุ่มของเธอ ทั้ง ๆ ที่ก้องภพเพิ่งพาเธอนั้นไปเที่ยวทะเล และยังคุกเข่าขอเธอแต่งงานเมื่อวาน ก่อนที่เขาจะเข้าแอดมิทในโรงพยาบาล
เธอเงื้อมมือขึ้นมาหมายจะตบสั่งสอนน้ำตาล ทว่าช้ากว่าไปเสี้ยววินาที มือเรียวบางที่เคยจับแต่อุปกรณ์ทำอาหารและทำงานบ้าน ฟาดลงมาบนใบหน้าสวยที่ฉีดฟิลเลอร์เพื่อทำให้ใบหน้าเรียวเล็กอย่างเต็มแรง กระทั่งคนตบเอง ยังรู้สึกมือชา
“โอ๊ย!” ร่างเล็กกว่าเซถลาจะล้มฟาดเตียงซ้ำ แต่ก้องภพเข้ามาประคองแฟนสาวไว้ได้ทัน
“นังนี่มันเป็นใครคะพี่ภพ ทำไมพี่ถึงปล่อยให้มันมาด่ายาหยีแบบนี้ บอกมาสิคะ?” เด็กสาวตัดพ้อแฟนหนุ่ม ขณะที่ใช้มือถูใบหน้าตัวเองไปมาบรรเทาความเจ็บ
“เอ่อ...คือ...” ก้องภพอ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ น้ำตาลเลยแทรกขึ้นมาเพื่อตัดรำคาญ
“ฉันเป็นภรรยาของพี่ภพ”
“ตอแหล! หน้าอย่างเธอนั่นหรือจะเป็นเมียพี่ภพ ผู้ชายที่หล่อ รวย คุณสมบัติเพียบพร้อมแบบนี้จะเลือกผู้หญิงบ้าน ๆ อย่างเธอ” เศวยาพูดพลางก็ยกมือซ้ายที่สวมแหวนเพชรเม็ดใหญ่ตรงนิ้วนางขึ้นมาโชว์
“ดูนี่สิ พี่ภพเพิ่งขอฉันแต่งงานเมื่อคืนวานริมทะเลท่ามกลางแสงจันทร์ และเราก็กำลังจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด”
หลักฐานที่โชว์อยู่ตรงหน้ากับสิ่งที่เศวยาบอกนั้น ทำให้น้ำตาลลำดับเรื่องราวเพราะพักหลัง ๆ ก้องภพกลับบ้านช้าเพราะบอกว่างานเร่ง และสาเหตุที่ทำให้ก้องภพต้องแอดมิทในโรงพยาบาลด่วนก็เพราะว่าเผลอทานอาหารทะเลตอนที่ขอเศวยาแต่งงาน
ทันใดนั้นก้องภพก็รีบเบี่ยงประเด็นทันที
“โอ้โห! น้องยาหยีครับ ไปให้คุณหมอดูหน้าหน่อยไหมครับ? พี่ว่ามันบวมเป่งจนแก้มเริ่มโย้แล้วนะ”
“ว้าย! จริงหรือคะพี่ภพ?” เศวยาตื่นตระหนก เพราะกลัวฟิลเลอร์ที่ฉีดไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนจะเสียรูป แต่ก็ยังไม่วายหันมาเอาเรื่องคนที่ทำให้ใบหน้าของเธอเสียโฉม
“แล้วเรื่องผู้หญิงคนนี้ที่มันตบยาหยีล่ะคะ พี่ภพจะจัดการยังไง?”
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวเรื่องนี้พี่ขอเคลียร์เอง ตอนนี้พี่ว่าห่วงหน้าสวย ๆ ของน้องยาหยีก่อนดีกว่า ขืนปล่อยเอาไว้นาน เดี๋ยวมันไม่คืนรูปนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ งั้นยาหยีไปหาหมอก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบลุกขึ้นเพื่อจะไปหาหมอผิวหนังที่อยู่ด้านล่างของโรงพยาบาล กระนั้นก็ยังไม่วายพูดทิ้งท้ายกับน้ำตาลแล้วสะบัดหน้าพรืดออกไป
“อย่าคิดนะว่าพี่ภพจะเลือกผู้หญิงบ้าน ๆ จน ๆ อย่างเธอ ฉันกับพี่ภพเรากำลังจะแต่งงานกัน และตอนนี้ฉันก็กำลังท้องลูกของเขา รู้ไว้ซะด้วย”
กรภัทร์ยังคงจับมือเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย "ขอบคุณนะ...ที่เลือกฉันเป็นพ่อ ฉันจะดูแลเธออย่างดีเจ้าหนู" เขาพูดเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ โดยไม่รู้เลยว่า...มีอีกคนหนึ่งกำลังมองดูอยู่ น้ำตาลตื่นขึ้นมา เธอก็พบภาพตรงหน้าหมอกรยังนั่งอยู่ข้างเตียงมือหนึ่งกุมมือกัปตันไว้แน่นอีกมือคอยลูบผมลูกชายของเธอไม่หยุดสายตาที่เขามองลูกชายของเธอ เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย ไม่มีแม้แต่นิดเดียวที่ดูเหมือนกำลังดูแล "ลูกของคนอื่น" หัวใจของณัฐกฤตาอุ่นวาบขึ้น ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดว่าจะรักกัปตัน แต่ทุกการกระทำของเขากลับพูดแทนทุกคำเธอเดินเข้าไปหาเบา ๆ ชายหนุ่มหันมาเห็นก็ยิ้มบางส่งให้เธอ "ขอโทษนะน้ำตาล...ผมทำให้คุณตื่นหรือเปล่า" เขากลัวว่าเธอจะนอนไม่พอเพราะตั้งแต่น้องกัปตันล้มป่วยแม่ของแกแทบไม่ได้พักเลยเขาสงสารทั้งลูกและแม่ น้ำตาลส่ายหน้าหวือก่อนสายตาจะตกลงไปที่มือของเขาซึ่งยังจับมือลูกชายไว้แน่น "เหนื่อยไหมคะที่ต้องเฝ้าน้องกัปตัน ฉันที่ต้องเฝ้าลูกยังเผลอหลับให้คุณเฝ้าไปด้
เพราะทุกหน้าที่เปิดออกนั้นล้วนแต่เป็นหลักฐานที่เขาคิดว่าไม่มีวันมีใครหาเจอและในวินาทีนั้นเองเขาก็เริ่มเข้าใจว่าคนที่กำลังดึงเขาลงจากทุกสิ่งที่เคยมี ‘ไม่ใช่โชคชะตา’ ‘แต่มันเป็นผลจากการกระทำของตัวเอง’ สองสัปดาห์ผ่านมาณัฐกฤตาโหมงานหนัก ร้านอาหารเล็กๆ ของเธอเป็นไปด้วยดีเพราะเธอตั้งใจทำ เธอไม่อยากให้คนลงทุนให้ผิดหวัง และเธอเองก็เป็นคนทำอะไรจริงจัง ยอมรับว่าทั้งทำงานเลี้ยงลูกดูแลคนรัก แต่ละวันเหนื่อยมากแต่เธอมีความสุขจนกระทั่งคืนหนึ่ง ค่ำคืนนั้น ฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย ละอองฝนกระทบกระจกหน้าต่างห้องเป็นจังหวะแผ่วเบา แต่คนในห้องไม่มีใครได้นอนเลย ร่างเล็กของน้องกัปตันนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มลายกาตูนตัวโปรด ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ แม้ไข้จะเริ่มลดลงหลังได้รับยา แต่เจ้าตัวก็ยังละเมอเป็นพักๆ ดูน่าสงสาร หมอหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำด้วยความเป็นห่วงทั้งในฐานะของหมอและว่าที่พ่อเลี้ยง เขาเปลี่ยนผ้าเย็นให้เด็กน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า เช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามหน้าผากอย่างแผ่วเบาถนุถนอม ก่อนใช้ปลายนิ้วแตะข้อมือเล็กเพื่อ
คุณ.." กรภัทร์ยิ้มอ่อนเหมือนเดาออกว่าน้ำตาลกำลังคิดอะไรอยู่ "วันนี้..." "ผมไม่ได้เร่งรีบจะขอคุณแต่งงาน ผมรู้ว่าต้องให้เวลาคุณบ้าง" ถึงภายในใจอย่างเร่งเร้าแล้วก็ตามเขาอยากมีครอบครัวพร้อมจะสละโสดถ้าได้น้ำตาลคนนี้มาเป็นเมีย หญิงสาวแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะทุกอย่างมันเร็วเกินไป บางทีคนที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งก่อนช็อกตายในความโชคดีทั้งที่ยังไม่ทันได้ใช้เงิน แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ แม่หม้ายลูกติดมีสิทธิ์จะโชคดีแบบนี้ด้วยเหรอ ชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดฝากล่อง ภายในไม่ใช่แหวนขอแต่งงาน แต่เป็น... กุญแจร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าหญิงสาวจะต้องชอบมันเป็นร้านที่เขาสืบรู้มาว่าเธอมีความฝันอยากมีร้านอาหารเล็กๆ แบบนี้เป็นของตัวเอง "ผมซื้อร้านอาหารร้านนี้ไว้แล้ว ตั้งใจมอบให้คุณ" น้ำตาลเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ ซื้อร้านอาหาร” เธอแทบไม่เชื่อหู เคยเห็นผู้หญิงคนอื่นโชคดีถูกแฟนเปย์ด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เงินสด ส่วนเธอไม่เคยได้มาก่อน ไม่คิ
ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำ แสงเทียนอันอุ่นละมุนสะท้อนดวงตาคมของกรภัทร์ เวลานี้แม้บรรยากาศจะโรยราด้วยสีของรัตติกาล แต่สำหรับคุณหมอหนุ่มเขาเหมือนถูกโอบล้อมด้วยสีชมพู สีแห่งความรัก เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาวางตรงหน้าน้ำตาลเบิกตากว้างสงสัยว่าผู้ชายตรงหน้าจะทำอะไรบางอย่างให้เธอประหลาดใจ "หมอ..." ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเริ่มสารภาพแบบตรงไปตรงมา "ตั้งแต่วันที่ผมทำคลอดน้องกัปตัน..." "ผมก็แอบตกหลุมรักน้ำตาล คุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากแต่วันนั้นคุณมีครอบครัวแล้ว ผมจึงทำได้แค่เก็บความรู้สึกเอาไว้ ผมรู้ขอบเขตว่าคิดอะไรไปเกินกว่านั้นไม่ได้" เขาอยากบอกเธอมานานแล้วเขาไม่ได้เพิ่งชอบเธอแต่ชอบเธอนานแล้ว "แต่ต่อจากนี้ที่คุณกับผมไม่ได้ติดอยู่ในความสัมพันธ์กับใคร...ปล่อยให้ผมดูแลคุณกับกัปตันได้ไหม" น้ำตาลยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก น้ำตาค่อย ๆ เอ่อคลอโดยไม่รู้ตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เธอรู้สึกว่า ความรักไม่จำเป็นต้องหวือหวาแค่ม
ณัฐกฤตาตามลูกชายไปอย่างงงๆ ซ้ำยังรู้สึกผิดที่เช้านี้เธอเผลอตื่นสายเพราะเมื่อคืนนี้เจ้าของบ้านทำให้เธอหมดแรงคาเคาน์เตอร์เขาแทบจะอุ้มเธอมาส่งที่ห้องนอน หลังจากพากัปตันเข้านอนและกล่อมจนเด็กน้อยหลับสนิท น้ำตาลค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงอกลูกชาย ก่อนก้มลงจูบหน้าผากเล็กเบา ๆ แล้วปิดไฟหัวเตียง เห
ณัฐกฤตาเพิ่งเคยเห็นกล้ามท้องและแผงอกแน่นสมบูรณ์แบบอย่างนี้เป็นครั้งแรก ฝ่ามือเล็กเผลอยกมือขึ้นลูบไล้สัมผัสกล้ามทองลอนใหญ่“ชอบเหรอ” เสียงทุ้มต่ำถามคนใต้ร่างที่กำลังสนใจลูบไล้กล้ามทองมัดงามของเขาอยู่หญิงสาวชักมือกลับเมื่อถูกทัก แต่ถูกฝ่ามือใหญ่ยึดกลับมาได้ “จับอีกสิ ผมอยากให้คุณสัมผัส” หมอหนุ่มเชื้อเชิญอย่างไม่หวงตัว“ไม่คิดว่าฉันจะอายบ้างเหรอคะ” ถึงเธอเคยผ่านการแต่งงานแต่ก็ไม่ใช่ประเภทสาวร้อนแรงออกจะขี้อายในเรื่องนี้ดวย“ผมอยากให้จับอีก สัมผัสผมอีกนะคนดี”ริมฝีปากหนักโน้มลงงับเม็ดยอดเนินอกอวบขบเม้มสองข้างอย่างดูดดื่มจนผิวขาวเนียนแดงช้ำเป็นปื้น“เจ็บค่ะ”หญิงสาวแอ่นตัวยกอกรับแรงดูดอย่างต้านทานไม่อยู่ กรภัทร์ไม่รอช้าจัดการปลดเปลื้องอุปสรรคที่ขวางกันส่วนล่างของตัวเองออกจนหมดสิ้นโชว์ความใหญ่โตมโหฬารเด่นตระหง่านให้หญิงสาวคลายความสงสัย‘คุณหมอไม่ใช่เกย์แน่นอน’จากนั้นฝ่ามือใหญ่ก็จัดการรูดแพนตี้ตัวจิ๋วที่ชื้นแฉะบนร่างบางถอดโยนทิ้งไป“คราวนี้มั่นใจได้หรือยังข่าวลือว่าผมเป็นเกย์มันไม่มีมูลความจริง เกย์ที่ไหนเขาอยากเอาผู้หญิงจนแข็งขนาดนี้” เจ้าของร่างใหญ่ยิ้มยกมุมปากอย่างพอใจ เ







