เข้าสู่ระบบภายในห้องนั่งเล่น
เหมยนั่งเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาเกือบสิบปีที่หายไปให้อาม่าและน้องสาวฟัง รวมไปถึงตุลย์ที่ตอนนี้ยืนกอดอกพิงเสาแล้วมองไปที่เหมยอย่างไม่ลดละ หูก็ตั้งใจฟัง
“เนี่ยแหละ อาม่าเตือนแล้วไม่เคยฟัง” เมื่อฟังจบอาม่าก็เอ่ยขึ้น ตอนนั้นพูดจนปากจะฉีกแต่หลานสาวไม่คิดจะฟัง
“เหมยก็ไม่คิดว่าเขาจะมาทิ้งกันไปแบบนี้หนิม่า มันสิบปีเชียวนะที่เรารู้จักและอยู่ด้วยกัน” เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าสิบปีที่รักกันดีกับสามีจะมาจบเอาวันนี้เพียงเพราะฝ่ายชายไปเจอผู้หญิงคนใหม่ที่สวยกว่าเด็กกว่าเธอ
“แล้วเจ้รู้ได้ไงว่าเราอยู่ที่ไหน” หายไปไม่เคยติดต่อมาเป็นสิบปี มันน่าแปลกที่พี่สาวนั้นจะหาที่อยู่ใหม่ถูก อีกทั้งหลินยังไม่เคยบอกใครว่าเธออยู่ไหน โซเชียลก็ไม่เคยอัปเดตอะไรมากมาย แค่ลงรูปถ่ายไปวันๆ
“ไล่ถามเพื่อนๆ เอา ก็เลยมารู้ว่าหลินแต่งงานกับตุลย์ แล้วเจ้ก็เลยให้คนสืบหาที่อยู่ให้น่ะ ”
“แล้วนี่จะเอายังไง” อาม่าถามหลานสาวคนโต
“เหมยว่าจะมาขอรบกวนสักพักน่ะ”
“รบกวนนี่เจ้หมายถึงอะไร”
“เจ้ขอมาอยู่ด้วยสักพักนะหลิน ขอพักใจสักระยะ ไว้ดีขึ้นแล้วเจ้จะไป” เหมยจับมือหลินด้วยหน้าตาที่เศร้าสร้อย เธอไม่รู้จะไปที่ไหนอีกแล้ว
“…” หลินมองหน้าสามีสลับกับอาม่า เธอเองก็ลำบากใจ เพราะบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของตุลย์ ครั้นจะให้ใครมาอยู่ตามอำเภอใจคงจะไม่ได้ “เฮีย…”
“บ้านเราก็เหลือห้องว่างหนิ” ตุลย์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “หลินจัดการเลย เฮียขอไปทำงานก่อน” พูดจบเขาก็เดินออกไปจากบ้านทันที
“…” หลินทำเพียงมองตามหลังผู้เป็นสามีก่อนจะลอบถอนหายใจ “เจ้รอสักพักนะ เดี๋ยวหลินจะไปจัดห้องให้”
“ไม่เป็นไร แค่มีหมอนใบผ้าห่มผืนเจ้ก็นอนได้แล้ว หลินไม่ต้องจัดอะไรให้เหนื่อย”
“เอาๆ พี่น้องนั่งคุยกันไป เดี๋ยวม่าจะไปทำห้องให้เอง ม่าจะได้ออกกำลังด้วย” อาม่าเสนอตัวแล้วลุกขึ้นเดินไปจัดห้องให้หลานสาว
“ม่า…”
“ไม่เป็นไร คุยกันไปพี่น้อง”
“หลิน…” เหมยเรียกน้องสาวแล้วสอดส่องสายตามองไปรอบๆ “แต่งงานกับตุลย์นานแค่ไหนแล้วเหรอ?”
“สามปี” แต่ถ้ารวมก่อนหน้าที่จะแต่งก็ราวๆ สิบปี เพราะรู้จักกับตุลย์ตอนเธออายุสิบสาม ตอนนี้อายุก็ยี่สิบสามปีแล้วล่ะ
“ไปไงมาไงถึงได้ลงเอยกัน” เหมยค่อนข้างแปลกใจ เพราะเธอจำได้ว่าตอนนั้นตุลย์บอกชอบเธอไม่ใช่หลิน แต่ติดที่เธอนั้นดันมีคนที่รักอยู่แล้วเลยไม่ได้สนใจตุลย์
“เพราะรัก เฮียตุลย์ก็เลยขอหลินแต่งงาน” จริงๆ หลินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นตุลย์ขอแต่งงานเนื่องในเหตุผลอะไร อยู่ๆ อีกฝ่ายก็ขอมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่สำหรับเธอคือรักเขาเลยตอบตกลงที่จะแต่ง
“อ๋อ งั้นก็แสดงว่าแต่งพร้อมๆ เจ้ใช่มั้ย เพราะเจ้ก็แต่งงานมาได้สามปีเหมือนกัน”
“อื้ม”
“แต่ตอนนี้เจ้กำลังจะขอหย่าน่ะ เขามีใหม่ เราอยู่ต่อไปก็ไม่มีความหมาย”
“เป็นกำลังใจให้เจ้นะ หลินเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ดีเพราะเจ้เก่งอยู่แล้ว” เธอจับมือแล้วเอ่ยปลอบปนให้กำลังใจพี่สาว
“ขอบใจนะหลิน เจ้ขอโทษที่หายไป ตอนนี้เจ้คิดได้แล้วว่าคนที่หวังดีกับเราจริงๆ ก็มีแต่คนในครอบครัว”
สองพี่น้องสวมกอดกันในรอบสิบปี สายใยมันยังคงอยู่เช่นเดิมแม้จะห่างหายกันไปนานแค่ไหน หลินรักพี่สาวอย่างเหมยมาก และคิดว่าเหมยเองก็คงจะรักน้องสาวอย่างหลินมากเช่นกัน
ตัดมาที่ตุลย์ ตอนนี้เขานั่งดื่มเบียร์ชิลๆ อยู่ที่โกดังสินค้า โดยมีผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วย
“วันนี้งานไม่เยอะ จะมาทำไม” เตย์ถามลูกชาย
“เบื่อ”
“เบื่อ? แกเบื่ออะไร เห็นว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานนี่นา ต้องมีความสุขสิ”
“เบื่อชีวิตคู่แบบผัวเมีย ช่วงนี้ผมรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่กับหลินน่ะ” แรกๆ ยอมรับว่าข้าวใหม่ปลามันอะไรมันก็ดีไปหมด พอเวลาผ่านไปทุกอย่างมันเริ่มอึดอัด เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่ได้มีความสุขเวลาอยู่กับหลินแล้ว
“จะบ้ารึไงวะ นั่นเมียแกนะ!”
“…”
“เมียที่แกเลือกเองขอแต่งงานเอง มาวันนี้มาพูดพล่อยๆ ว่าเบื่อ พ่ออยากจะตบปากแกจริงๆ!” เตย์อยากจะตีเข้าปากลูกชายสักทีสองที จู่ๆ มาพูดอะไรไม่น่าฟังได้ยังไง “หลินเป็นผู้หญิงที่ดี พ่อไม่เคยเห็นลูกสะใภ้คนนี้จะมาเรียกร้องอะไรเลย อยู่เป็นทุกอย่าง แถมเธอยังเป็นเด็กดีอีกต่างหาก”
“เหมยกลับมา”
“เหมย?”
“พี่สาวของหลิน”
“แล้วมันเกี่ยวอะไร”
“พ่อ จริงๆ แล้วผมชอบเหมยมาตลอดไม่ใช่หลิน แต่ที่ขอหลินแต่งงานเพราะอยากจะประชดเฉยๆ”
“ไอ้ตุลย์!”
“พ่ออย่าเพิ่งด่า ยอมรับว่าตอนนั้นคิดน้อยไป ผมก็คิดว่าตัวเองจะลืมเหมยได้และอยู่ไปก็คงจะรักหลินเอง แต่สุดท้ายมันไม่ใช่”
“แกกำลังทำเลวกับผู้หญิงที่ดีคนหนึ่งรู้มั้ย พ่อไม่รู้จะพูดอะไรเลย เอาเป็นว่าวันที่แกคิดได้ นั่นมันอาจจะเป็นวันที่สายไปแล้ว” พูดจบเตย์ก็เดินออกมาจากลูกชายทันที เขาคิดไม่ถึงว่าลูกชายจะเป็นคนแบบนี้ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ปล่อยให้เรียนรู้รสชาติความเจ็บช้ำด้วยตัวเองแล้วกัน จะได้รู้ซึ้ง
“ยังไม่รู้เลยค่ะ อาจจะ”“แล้วเฮียจะตามจีบหลินยังไง”ตุลย์ก็อยากจะตามไปนั่นแหละแต่ติดที่งานตอนนี้ค่อนข้างเยอะ และคิดว่าพ่อเขาคนเดียวคงจะดูแลไม่ไหวแน่นอน“ไม่รู้สิ ถ้าเฮียมีความสามารถก็คงจะหาทางจีบหลินได้แหละ” หลินเชื่อว่าคนอย่างตุลย์ไม่ธรรมดา ต่อให้ไกลแค่ไหนเขาก็หาทางจีบเธอได้แน่นอน“นั่นสิ เฮียต้องหาทางจีบหลินได้อยู่แล้ว” มือใหญ่เอื้อมไปจับแก้มของคนตรงหน้าแล้วลูบแผ่วเบา “หลังจากนี้ยิ้มเยอะๆ นะ หลินเหมาะกับรอยยิ้มมากๆ”“อื้ม” หลินยกยิ้มแล้วมองหน้าตุลย์ “เฮียก็ยิ้มเยอะๆ นะ เพราะคนทุกคนเหมาะกับรอยยิ้มอยู่แล้ว”“โอเค เฮียจะยิ้มทุกวัน”“ไปกันดีกว่า น้องติณณ์น่าจะรอแม่แล้ว อีกอย่างหลินต้องไปเก็บกระเป๋าด้วย”“บินเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะ”“งั้นขอกอดให้ชื่นใจสักทีนะ” คว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แน่นสองเดือนต่อมาประเทศxxxหิมะด้านนอกตกอย่างต่อเนื่อง หลินพาลูกชายตัวน้อยนั่งปั้นสโนว์แมนหรือตุ๊กตาหิมะอยู่หน้าบ้านพักอย่างสนุกสนานตามประสาแม่ลูก พอดีร้านเบเกอรีไม่ได้เปิดมาหลายวันเนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างขาดตลาดเลยไม่สามารถทำขนมได้เดี๋ยวจะผิดสูตรเสียงเด็กน้อยหัวเราะคิกคักแล้วช่วยแม่ป
*ตอนพิเศษ*หลินถือใบหย่าอยู่ในมือแล้วมองหน้าตุลย์ก่อนจะยิ้มให้เขา เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากความรักเก่าที่มันโคตรจะเน่า ไว้รอเริ่มความรักครั้งใหม่“ขอบคุณนะเฮีย”“อื้ม หวังว่าเราคงจะไม่มีการหย่ากันรอบสองนะ”“รอบเดียวก็เกินพอแล้ว”“หลิน” เขาเอ่ยแล้วจับมือของอีกฝ่าย “หลังจากนี้เฮียจะพยายามทำให้หลินตอบตกลงแต่งงานกับเฮียอีกครั้งให้ได้” เขาจะพยายามจนถึงที่สุด ถือคติที่ว่า… ‘น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน’“หวังว่าครั้งนี้เฮียเข้ามาเพราะรักกันจริงๆ นะ”“เฮียรักหลินจากใจจริง”“โอเค หลินไปก่อน พอดีมีที่ที่อยากไป”“เฮียก็มีที่ที่อยากพาหลินไปเหมือนกัน”สุสานxxxตุลย์พาหลินขับรถมาที่สุสานแห่งหนึ่ง เขามีใครบางคนที่อยากจะให้หลินได้พบร่างสูงเดินนำไปก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าหลุมศพหนึ่งซึ่งเป็นของคนที่หลินรู้จักดี“เจ้เหมย…” เธอค้างไปในทันที“ใช่ เหมยเสียได้ปีกว่าๆ”“เพราะอะไร?”“โรคHIV”“แล้วลูกของเจ้เหมยล่ะ” หลินหันไปรอฟังคำตอบจากตุลย์“ไม่รอด เห็นว่าแอบไปทำแท้งก่อนหน้าจะเสียน่ะ”“ทำไมทำแบบนี้นะ…” หลินกลั้นน้ำตาไม่ไหว จะดีจะร้ายย
“ผิดเหรอ ฟังผิดงั้นเรอะ!” เธอเขวี้ยงของแข็งที่ถือมาในมือใส่เขาอย่างตั้งใจ ตอนนี้รู้สึกโกรธมาก โมโหที่สุด!“เฮ้ยหลิน ถ้ามันโดนหัวเฮียนี่แตกเลยนะ” ดีที่เขาหลบทันไม่อย่างนั้นได้มีแผล“ก็อยากให้แตกไง ทำไมเฮียทำแบบนี้อะ หลอกหลินมาทำไม?”“เฮียไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากให้เราคุยกัน”“รู้ปะ ไอ้ที่เฮียเอาแต่พูดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงเป็นคนดีขึ้นแล้ว แต่การกระทำมันยังเหมือนเดิมเลยเว้ย ยังทำอะไรไม่คิดเหมือนเดิม คิดหน่อยเถอะ ถ้าเกิดลูกร้องไห้งอแงขึ้นมาแล้วปู่กับย่าจะดูยังไงจะเอาหลานอยู่มั้ย ลูกยังต้องให้แม่กล่อมนอนอยู่นะ” พูดไปน้ำตาก็เอ่อมาคลอเบ้า เธอเป็นห่วงลูก ติณณ์เป็นเด็กยิ้มง่ายไม่กลัวคนก็จริง แต่ถึงเวลาที่จะเข้านอนเขาต้องให้คนเป็นแม่กล่อมเท่านั้น“เฮียขอโทษ” เขารู้สึกผิดแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่เฮียอยากปรับความเข้าใจกับหลินนะ” เอ่ยจบก็จะจับตัวเธอ แต่ว่าอีกฝ่ายเบี่ยงหลบ“…” หลินมองหน้าก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน“หลินจะไปไหน” ตุลย์รีบวิ่งตามมาแล้วรั้งไว้“กลับไปหาลูก” เธอตอบพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้ม“นี่มันบนเขาเชียวนะ กว่าจะขับไปถึงถนนหลักก็ใช้เวลานานพอสมควรเลย ใจ
ตอนที่ 17 สถานะบ้านนันทพิวัฒน์ปู่กับย่าเห่อหลานกันใหญ่ ท่านทั้งสองหยอกล้อเล่นกับหลานชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู“หลานย่าทำไมหล่อแบบนี้น้า”“จ๊ะเอ๋ หล่อที่สุดเลยหลานปู่”ตุลย์ที่เห็นว่าลูกอยู่กับปู่และย่าได้โดยไม่ร้องงอแง เขาจึงแอบพาตัวหลินมาคุยกันเงียบๆ แบบสองต่อสองบนห้องนอน“พาหลินมาที่นี่ทำไม”“เฮียอยากให้เราสองคนปรับความเข้าใจกันนะ”“ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเฮียก็ยังเหมือนเดิม”“ไม่ เฮียไม่เหมือนเดิมแล้วนะ”“พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม!”“หลิน…”“ขอบอกตามตรงว่าตอนนี้หลินไม่ได้รักเฮียแล้ว”“แต่เฮียยังรักหลินนะ รักมากกว่าเดิมด้วย”“…”“สองปีที่ผ่านมาเฮียได้ลิ้มรสความเจ็บปวดไปเยอะมาก ดังนั้นหลินอย่าทำให้เฮียเจ็บอีกเลย”“…”“เราเริ่มต้นกันใหม่ได้นะที่รัก” ร่างสูงคุกเข่าลงแล้วกอดขาอ้อนวอนคนตรงหน้า“เฮียรู้อะไรมั้ย แก้วเวลาที่มันแตกไปแล้วถ้าเราเอามาประกอบใหม่มันก็มีแต่รอยร้าว เติมน้ำเข้าไปเท่าไหร่มันก็รั่วออกมาหมด เหมือนกับใจของหลินตอนนี้ ถ้าเฮียเอาแต่เติมความรักเข้ามามันก็ไม่มีทางเติมได้เต็มหรอก”“…”“ใจมันเคยแตกสลายกับเฮียไปแล้ว หลินคิดว่ามันยากมากที่จะกลับไปรักตามเดิม เพร
ช่วงเย็นหลังจากเสร็จงานที่บริษัทเขาก็มานั่งจิบเบียร์อยู่ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งโดยมีเพื่อนคนสนิทอยู่ด้วย“มึงว่ากูจะได้ลูกผู้หญิงหรือว่าผู้ชายวะ” ตุลย์ถามธีที่นั่งอยู่ข้างกัน และที่ถามแบบนั้นเพราะตั้งแต่หลินไปอยู่ต่างประเทศเธอก็ขาดการติดต่อไปเลย ไม่มีส่งข่าวคราวมาให้รับรู้แม้แต่นิดเดียว“ไม่รู้สิ” ธีตอบสั้นๆ เขาเองจะไปรู้ได้ยังไง ไม่ใช่หมอที่ทำคลอดให้เธอสักหน่อย“ก็กูให้มึงช่วยเดาไงไอ้นี่!”“เดาไปแล้วได้อะไร สุดท้ายหลินจะพาลูกมาหามึงหรือเปล่าเถอะ หวังเยอะมึงอะ”“โถ่ไอ้เวร! แทนที่มึงจะพูดให้กำลังใจกัน แต่กลับมาตอกย้ำซะอย่างงั้น เพื่อนกันจริงปะวะ”“เพื่อนแท้ไง”“เพื่อนยังไง?”“ก็เพื่อนแท้มักจะซ้ำเติมก่อนจะปลอบใจเสมอ” ธียิ้มกวนๆ แล้วกระดกเบียร์อึกใหญ่“เพื่อนรักจริงๆ เลยเนอะ” ตุลย์ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะกระดกเบียร์เช่นกัน“แล้วนี่มึงจะสละตำแหน่งท่านรองฯเมื่อไหร่”“ไม่นานหรอก รอไอ้ไกรมันกลับมารับตำแหน่ง ตอนนี้มันไปเรียนรู้งานที่ต่างประเทศอยู่น่ะ”“อ๋อ แล้วมึงก็จะดูแลงานที่โกดังอย่างเดียว”“คงงั้น แล้วมึงล่ะ”“ก็เรื่อยๆ และตอนนี้ว่าจะเปิดเพิ่ม” ธีเป็นเจ้าของคลับหรือสถานบันเท
ตอนที่ 16 เฝ้ารอสองปีต่อมาประเทศxxx ณ ร้านเบเกอรี… “สวัสดีค่า ร้านxxxยินดีต้อนรับค่ะ” หญิงสาวเอ่ยต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาภายในร้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม“มะ ม้า” เสียงอ้อแอ้เรียกผู้เป็นแม่แล้วคลานป้วนเปี้ยนอยู่ใต้เคาน์เตอร์คิดเงินหลินก้มลงไปดูลูกชายวัยขวบเศษก่อนจะอุ้มมาแนบที่เอว “ช่วยหม่าม้าขายของหน่อยนะน้องติณณ์”‘ติณณ์’ คือชื่อที่เธอตั้งให้ลูกชายด้วยตัวเอง“มะม้า ม้ามะ” ติณณ์เรียกแล้วยิ้มแป้นจนเห็นฟันสี่ซี่ทำให้หน้าเอ็นดูสุดๆ“เดี๋ยววันนี้เรากลับบ้านกันเร็วหน่อยดีกว่า ม้าจะได้ทำของอร่อยๆ ให้น้องติณณ์หม่ำๆ ดีมั้ย” เธอหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ก่อนจะคิดเงินให้ลูกค้าที่เลือกขนมปังจนพอใจแล้วร้านเบอเกอรีของหลินเป็นร้านเล็กๆ และเปิดมาได้หนึ่งปีกว่า ขนมทุกชิ้นเธอเป็นคนทำเองทั้งหมดและขายเอง เรียกว่าทำเองทุกหน้าที่ แถมยังเลี้ยงลูกน้อยควบคู่ไปด้วย มันก็เหนื่อยแต่เธอกลับรู้สึกว่ามีความสุขดี“ขอบคุณนะคะ” เธอพูดภาษาไทยเพราะลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนไทยเสียมากกว่า ชาวต่างชาติก็มีบ้างแต่ไม่เยอะเท่าคนไทยด้วยกันผ่านไปจนเย็นก็ได้เวลาปิดร้าน หลินจัดเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเอา







