เข้าสู่ระบบตุลย์และเหมยรีบผละตัวออกจากกันทันที ก่อนจะแย่งกันอธิบาย
“คือเฮียเห็นเหมยร้องน่ะก็เลยมาปลอบใจ”
“เจ้ยังทำใจไม่ได้น่ะก็เลยแอบมาร้องไห้ ตุลย์มาเห็นเลยช่วยปลอบ”
“อื้ม แล้วนี่กินข้าวต้มที่ม่าทำไว้กันหรือยัง” หลินข่มใจไม่ให้แสดงความรู้สึกไม่ดีออกมาแล้วทำทีเป็นถามเรื่องอื่น “ถ้ายังก็มากินเถอะ เดี๋ยวหลินเข้าไปอุ่นให้ใหม่” พูดจบเธอก็หันหลังแล้วเดินออกมา
“…” เหมยใช้หลังมือปาดน้ำตา
“…” ตุลย์มองเหมยด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ต้องเลือกที่จะเดินตามหลังหลินเข้าไปในบ้านแม้ใจเขาอยากจะอยู่ปลอบคนที่แอบชอบมากก็ตาม
โต๊ะอาหารตอนนี้มีคู่สามีภรรยานั่งอยู่กันแค่สองคน ส่วนอีกคนเดินเข้าห้องไป
หลินนั่งนิ่งแล้วเขี่ยข้าวต้มในชามไปมา ถามว่าหิวไหม…ก็หิว แต่ว่ามันดันกินไม่ลง
“มันไม่มีอะไรหรอก พี่แค่ปลอบเหมยในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง” ตุลย์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าหลินนิ่งเงียบแล้วไม่ยอมตักข้าวกินสักที
“อื้ม หลินก็ไม่ได้อะไร” ตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนแม้ภายในจะน้อยใจไปไหนต่อไหนแล้ว ถึงแค่ในฐานะเพื่อนก็ตาม แต่เธอไม่ได้อยากเห็นสามีตัวเองไปยืนกอดกับผู้หญิงคนไหนหรอกนะ
“แต่หลินดูเหมือนมีอะไร” ถึงอีกฝ่ายจะเก็บอาการเก่งแค่ไหน แต่ว่าเขาก็ดูออกอยู่ดี เวลาเธอมีอะไรในใจมักจะเงียบแบบนี้เสมอ
“ไม่มีจริงๆ เฮียกินข้าวเถอะ”
“อื้ม หลินเองก็กินสิ”
“ค่ะ” หลินตักข้าวต้มกินแบบเชื่องช้า ปรายตามองตุลย์เป็นระยะ เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูแปลกไป ไม่ค่อยพูดคุยหยอกล้อเล่นกับเธอเหมือนก่อน เดี๋ยวนี้ถามคำตอบคำ
สุดท้ายก็จบด้วยการเลือกที่จะไม่ถาม เพราะไม่อยากแคลงใจกัน เนื่องจากเธอรักตุลย์มากจนไม่อยากจะมีเรื่องทะเลาะกับเขา
“วันนี้จะออกไปไหนหรือเปล่า”
“ว่าจะออกไปเรียนทำขนมค่ะ”
“ทำขนม?”
“ใช่ค่ะ หลินจองคลอสเรียนทำขนมไว้ เพราะอนาคตอยากจะเปิดร้านเบเกอรีเล็กๆ สักร้าน” ตั้งแต่เรียนจบมาเธอก็ยังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง
เอาจริงๆ ตุลย์เป็นคนบอกไม่ให้หลินทำเอง ให้อยู่บ้านเฉยๆ แล้วใช้เงินที่เขาให้ก็พอ เดือนนึงที่ให้ก็หลักแสนขึ้น หรือบางเดือนก็มากกว่านั้น
“แล้วจะไปยังไง”
“…” หลินมองหน้าตุลย์ แทนที่เขาควรบอกว่าจะไปส่งสิ ไม่ใช่มาถามเธอว่าจะไปยังไง
“ว่าไง”
“ถ้าเฮียไม่สะดวก หลินก็ว่าจะขับรถไปเอง”
“พอดีเฮียมีนัดกับเพื่อนน่ะ อีกพักก็ว่าจะไปแล้ว” วันนี้เขานัดกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนไว้
“งั้นหลินขับรถไปเองได้”
“โอเค”
และบทสนทนาก็จบลง ฝ่ายตุลย์รีบกินข้าวต้มจนหมดชามแล้วเดินหายเข้าไปในห้องนอน หลินลอบถอนหายใจรอบที่นับไม่ถ้วน ถ้าไม่ติดว่ารักเขามากมาย เธอคงจะไปนานแล้ว คงจะไปตั้งแต่อีกฝ่ายเริ่มไม่เหมือนเดิม แต่นี่รักเขาเหลือเกิน
ช่วงสายของวัน
หลินเตรียมตัวจะออกไปเรียนทำขนมตามที่นัดหมาย ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาพ้นหน้าประตูบ้านก็เห็นพี่สาวกับสามีของตัวเองกำลังจะขึ้นรถไปด้วยกัน
“เจ้จะไปไหนเหรอ” หลินเอ่ยทักแล้วเดินไปใกล้ๆ เธอมองตุลย์กับเหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“ก็ที่เฮียบอกว่าวันนี้มีนัดกับเพื่อนไง” ตุลย์ตอบ
“แล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้เหรอคะ?”
“ก็เพื่อนสมัยเรียน เหมยก็คือหนึ่งในนั้น”
“…” เหมยเงียบไม่พูดไม่จา
“ถ้าอย่างนั้นหลินไปด้วยได้มั้ยเฮีย” ถ้าพี่สาวเธอไปได้ ยังไงเธอก็ต้องไปด้วยได้สิ
“เอาจริงดิหลิน”
“ไม่ได้เหรอคะ”
“เฮียแค่ไปกินข้าวกับเพื่อน”
“แล้วหลินไปด้วยไม่ได้เหรอ”
“ก็ไหนบอกว่าจะไปเรียนทำขนมไง” ตุลย์ใช้สองมือจับไหล่บางของผู้เป็นเมีย “เฮียไปส่งหลินดีมั้ย แล้วเรียนเสร็จก็โทร.มา เดี๋ยวเฮียไปรับ” ไม่ใช่เขาไม่อยากให้ไป แต่งานนี้มันมีแต่พวกเพื่อนๆ ไม่มีใครเอาแฟนไปสักคน เขาไม่อยากเป็นแกะดำ
“เหมยไม่ไปก็ได้ ตุลย์ไปกับหลินเลย” เหมยเอ่ยขึ้น
“เฮ้ยเหมย” ตุลย์รั้งเหมยไว้แล้วเผลอจับแขนอีกฝ่ายต่อหน้าหลิน เมื่อนึกได้เขาก็ปล่อย
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ไปกินข้าวกับเพื่อนนี่เนอะ ไปเถอะ” หลินแยกตัวออกมาเมื่อพูดจบ พยายามข่มใจไม่ให้คิดมาก แค่เพื่อนก็แค่เพื่อน ตอนนี้เธอไม่อยากเร้าหรืออะไรมากนัก เอาไว้ถ้าทนไม่ไหวเมื่อไหร่ก็ค่อยเปิดใจคุยกับเขาแล้วกัน
“ไปด้วยกันก็ได้หลิน” ตุลย์เดินตามหลังมาแล้วคว้าแขนเล็กของหลินไว้ ดูก็รู้แล้วว่าเธอต้องไม่โอเคแน่นอน และเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะต้องแคร์ทำไมในเมื่อไม่ได้รักเธอ อาจจะเพราะความสงสารก็ได้มั้ง
“…” หลินมองเหมยที่ตอนนี้ปั้นหน้ายิ้มให้
“ไปด้วยกันนะหลิน” เหมยทำทีเอ่ยชวนน้องสาว
“เฮียโอเคที่จะให้หลินไปด้วยมั้ยคะ”
“โอเค ไปขึ้นรถเถอะ”
“ขอบคุณค่ะ” หลินเดินไปขึ้นรถ เธอเลือกนั่งเบาะข้างคนขับ
ส่วนตุลย์นั่งที่คนขับ เหมยนั่งเบาะหลัง
ร้านอาหารชื่อดัง
ภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา แต่มีหนึ่งโต๊ะที่เป็นวีไอพี โซนนี้ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว เหล่าเพื่อนสมัยเรียนพากันมาจนคบหมดทุกคน ส่วนมากจะเป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่
ทุกคนพากันนั่งลงแล้วพูดคุยทักทายตามประสา มีเพื่อนชายคนหนึ่งที่ตุลย์สนิทมากกว่าใคร เขานั่งฝั่งตรงข้ามหลินแล้วเลือกที่จะเอ่ยทักทายเธอเป็นคนแรก
“สวัสดีน้องหลิน” ธีเอ่ยทักทายสาวรุ่นน้อง เขาจำหลินได้ดี ใบหน้าสวยเป็นเอกลักษณ์ไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าจะผ่านมาสิบปี
“สวัสดีค่ะพี่ธี” หลินเองก็จำธีได้เช่นกัน เพื่อนของสามี และคนนี้เป็นคนเดียวที่สนิทกับตุลย์ที่สุด
“เพื่อนนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ไม่คิดจะทัก?” ตุลย์ท้วงขึ้น แทนที่จะทักทายเพื่อนก่อน แต่ธีกับทักเมียของเพื่อนก่อนเสียอย่างนั้น
“เออ คุยกันอยู่บ่อยๆ ไม่ต้องทักอะไรมากมายหรอก” ธีตอบกลับแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“เออ ว่าแต่น้องคนสวยนี่ใครวะ” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มถามแล้วชี้นิ้วมาที่หลิน เขาไม่ค่อยได้ติดต่อเพื่อนๆ เท่าไหร่เลยไม่รู้ข่าวคราวอะไรมากนัก
“…” ตุลย์เงียบ
“…” หลินก็เงียบ ฝ่ายชายควรจะตอบไปสิว่าเธอนั้นเป็นเมีย ไม่ใช่มาเงียบแบบนี้
“นี่หลินน้องสาวเราเอง” เป็นเหมยที่เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“โฮ หน้าตาดีทั้งพี่ทั้งน้อง แล้วนี่น้องสาวเหมยมีแฟนยัง?”
“โสดน่ะ จีบปะ” ตุลย์โพล่งขึ้น ทำเอาหลินหันขวับไปมองเขาทันที “สวย โสด ทำกับข้าวเก่ง” เขายังคงพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“…” หลินไม่รู้ว่าที่ตุลย์พูดไปแบบนั้นตั้งใจจะหยอกเล่นหรือว่ายังไง แต่เธอรู้สึกไม่โอเคเอามากๆ
“งั้นกูจีบนะ” ธีพูดพลางยื่นโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าหลิน “ขอเบอร์หน่อยครับ ไอดีไลน์ก็ได้ เอาไว้จีบ” เขาเองก็หยอกตุลย์กลับบ้าง แต่ใครจะรู้ว่าใจนั้นคิด…
“ยังไม่รู้เลยค่ะ อาจจะ”“แล้วเฮียจะตามจีบหลินยังไง”ตุลย์ก็อยากจะตามไปนั่นแหละแต่ติดที่งานตอนนี้ค่อนข้างเยอะ และคิดว่าพ่อเขาคนเดียวคงจะดูแลไม่ไหวแน่นอน“ไม่รู้สิ ถ้าเฮียมีความสามารถก็คงจะหาทางจีบหลินได้แหละ” หลินเชื่อว่าคนอย่างตุลย์ไม่ธรรมดา ต่อให้ไกลแค่ไหนเขาก็หาทางจีบเธอได้แน่นอน“นั่นสิ เฮียต้องหาทางจีบหลินได้อยู่แล้ว” มือใหญ่เอื้อมไปจับแก้มของคนตรงหน้าแล้วลูบแผ่วเบา “หลังจากนี้ยิ้มเยอะๆ นะ หลินเหมาะกับรอยยิ้มมากๆ”“อื้ม” หลินยกยิ้มแล้วมองหน้าตุลย์ “เฮียก็ยิ้มเยอะๆ นะ เพราะคนทุกคนเหมาะกับรอยยิ้มอยู่แล้ว”“โอเค เฮียจะยิ้มทุกวัน”“ไปกันดีกว่า น้องติณณ์น่าจะรอแม่แล้ว อีกอย่างหลินต้องไปเก็บกระเป๋าด้วย”“บินเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะ”“งั้นขอกอดให้ชื่นใจสักทีนะ” คว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แน่นสองเดือนต่อมาประเทศxxxหิมะด้านนอกตกอย่างต่อเนื่อง หลินพาลูกชายตัวน้อยนั่งปั้นสโนว์แมนหรือตุ๊กตาหิมะอยู่หน้าบ้านพักอย่างสนุกสนานตามประสาแม่ลูก พอดีร้านเบเกอรีไม่ได้เปิดมาหลายวันเนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างขาดตลาดเลยไม่สามารถทำขนมได้เดี๋ยวจะผิดสูตรเสียงเด็กน้อยหัวเราะคิกคักแล้วช่วยแม่ป
*ตอนพิเศษ*หลินถือใบหย่าอยู่ในมือแล้วมองหน้าตุลย์ก่อนจะยิ้มให้เขา เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากความรักเก่าที่มันโคตรจะเน่า ไว้รอเริ่มความรักครั้งใหม่“ขอบคุณนะเฮีย”“อื้ม หวังว่าเราคงจะไม่มีการหย่ากันรอบสองนะ”“รอบเดียวก็เกินพอแล้ว”“หลิน” เขาเอ่ยแล้วจับมือของอีกฝ่าย “หลังจากนี้เฮียจะพยายามทำให้หลินตอบตกลงแต่งงานกับเฮียอีกครั้งให้ได้” เขาจะพยายามจนถึงที่สุด ถือคติที่ว่า… ‘น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน’“หวังว่าครั้งนี้เฮียเข้ามาเพราะรักกันจริงๆ นะ”“เฮียรักหลินจากใจจริง”“โอเค หลินไปก่อน พอดีมีที่ที่อยากไป”“เฮียก็มีที่ที่อยากพาหลินไปเหมือนกัน”สุสานxxxตุลย์พาหลินขับรถมาที่สุสานแห่งหนึ่ง เขามีใครบางคนที่อยากจะให้หลินได้พบร่างสูงเดินนำไปก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าหลุมศพหนึ่งซึ่งเป็นของคนที่หลินรู้จักดี“เจ้เหมย…” เธอค้างไปในทันที“ใช่ เหมยเสียได้ปีกว่าๆ”“เพราะอะไร?”“โรคHIV”“แล้วลูกของเจ้เหมยล่ะ” หลินหันไปรอฟังคำตอบจากตุลย์“ไม่รอด เห็นว่าแอบไปทำแท้งก่อนหน้าจะเสียน่ะ”“ทำไมทำแบบนี้นะ…” หลินกลั้นน้ำตาไม่ไหว จะดีจะร้ายย
“ผิดเหรอ ฟังผิดงั้นเรอะ!” เธอเขวี้ยงของแข็งที่ถือมาในมือใส่เขาอย่างตั้งใจ ตอนนี้รู้สึกโกรธมาก โมโหที่สุด!“เฮ้ยหลิน ถ้ามันโดนหัวเฮียนี่แตกเลยนะ” ดีที่เขาหลบทันไม่อย่างนั้นได้มีแผล“ก็อยากให้แตกไง ทำไมเฮียทำแบบนี้อะ หลอกหลินมาทำไม?”“เฮียไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากให้เราคุยกัน”“รู้ปะ ไอ้ที่เฮียเอาแต่พูดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงเป็นคนดีขึ้นแล้ว แต่การกระทำมันยังเหมือนเดิมเลยเว้ย ยังทำอะไรไม่คิดเหมือนเดิม คิดหน่อยเถอะ ถ้าเกิดลูกร้องไห้งอแงขึ้นมาแล้วปู่กับย่าจะดูยังไงจะเอาหลานอยู่มั้ย ลูกยังต้องให้แม่กล่อมนอนอยู่นะ” พูดไปน้ำตาก็เอ่อมาคลอเบ้า เธอเป็นห่วงลูก ติณณ์เป็นเด็กยิ้มง่ายไม่กลัวคนก็จริง แต่ถึงเวลาที่จะเข้านอนเขาต้องให้คนเป็นแม่กล่อมเท่านั้น“เฮียขอโทษ” เขารู้สึกผิดแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่เฮียอยากปรับความเข้าใจกับหลินนะ” เอ่ยจบก็จะจับตัวเธอ แต่ว่าอีกฝ่ายเบี่ยงหลบ“…” หลินมองหน้าก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน“หลินจะไปไหน” ตุลย์รีบวิ่งตามมาแล้วรั้งไว้“กลับไปหาลูก” เธอตอบพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้ม“นี่มันบนเขาเชียวนะ กว่าจะขับไปถึงถนนหลักก็ใช้เวลานานพอสมควรเลย ใจ
ตอนที่ 17 สถานะบ้านนันทพิวัฒน์ปู่กับย่าเห่อหลานกันใหญ่ ท่านทั้งสองหยอกล้อเล่นกับหลานชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู“หลานย่าทำไมหล่อแบบนี้น้า”“จ๊ะเอ๋ หล่อที่สุดเลยหลานปู่”ตุลย์ที่เห็นว่าลูกอยู่กับปู่และย่าได้โดยไม่ร้องงอแง เขาจึงแอบพาตัวหลินมาคุยกันเงียบๆ แบบสองต่อสองบนห้องนอน“พาหลินมาที่นี่ทำไม”“เฮียอยากให้เราสองคนปรับความเข้าใจกันนะ”“ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเฮียก็ยังเหมือนเดิม”“ไม่ เฮียไม่เหมือนเดิมแล้วนะ”“พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม!”“หลิน…”“ขอบอกตามตรงว่าตอนนี้หลินไม่ได้รักเฮียแล้ว”“แต่เฮียยังรักหลินนะ รักมากกว่าเดิมด้วย”“…”“สองปีที่ผ่านมาเฮียได้ลิ้มรสความเจ็บปวดไปเยอะมาก ดังนั้นหลินอย่าทำให้เฮียเจ็บอีกเลย”“…”“เราเริ่มต้นกันใหม่ได้นะที่รัก” ร่างสูงคุกเข่าลงแล้วกอดขาอ้อนวอนคนตรงหน้า“เฮียรู้อะไรมั้ย แก้วเวลาที่มันแตกไปแล้วถ้าเราเอามาประกอบใหม่มันก็มีแต่รอยร้าว เติมน้ำเข้าไปเท่าไหร่มันก็รั่วออกมาหมด เหมือนกับใจของหลินตอนนี้ ถ้าเฮียเอาแต่เติมความรักเข้ามามันก็ไม่มีทางเติมได้เต็มหรอก”“…”“ใจมันเคยแตกสลายกับเฮียไปแล้ว หลินคิดว่ามันยากมากที่จะกลับไปรักตามเดิม เพร
ช่วงเย็นหลังจากเสร็จงานที่บริษัทเขาก็มานั่งจิบเบียร์อยู่ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งโดยมีเพื่อนคนสนิทอยู่ด้วย“มึงว่ากูจะได้ลูกผู้หญิงหรือว่าผู้ชายวะ” ตุลย์ถามธีที่นั่งอยู่ข้างกัน และที่ถามแบบนั้นเพราะตั้งแต่หลินไปอยู่ต่างประเทศเธอก็ขาดการติดต่อไปเลย ไม่มีส่งข่าวคราวมาให้รับรู้แม้แต่นิดเดียว“ไม่รู้สิ” ธีตอบสั้นๆ เขาเองจะไปรู้ได้ยังไง ไม่ใช่หมอที่ทำคลอดให้เธอสักหน่อย“ก็กูให้มึงช่วยเดาไงไอ้นี่!”“เดาไปแล้วได้อะไร สุดท้ายหลินจะพาลูกมาหามึงหรือเปล่าเถอะ หวังเยอะมึงอะ”“โถ่ไอ้เวร! แทนที่มึงจะพูดให้กำลังใจกัน แต่กลับมาตอกย้ำซะอย่างงั้น เพื่อนกันจริงปะวะ”“เพื่อนแท้ไง”“เพื่อนยังไง?”“ก็เพื่อนแท้มักจะซ้ำเติมก่อนจะปลอบใจเสมอ” ธียิ้มกวนๆ แล้วกระดกเบียร์อึกใหญ่“เพื่อนรักจริงๆ เลยเนอะ” ตุลย์ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะกระดกเบียร์เช่นกัน“แล้วนี่มึงจะสละตำแหน่งท่านรองฯเมื่อไหร่”“ไม่นานหรอก รอไอ้ไกรมันกลับมารับตำแหน่ง ตอนนี้มันไปเรียนรู้งานที่ต่างประเทศอยู่น่ะ”“อ๋อ แล้วมึงก็จะดูแลงานที่โกดังอย่างเดียว”“คงงั้น แล้วมึงล่ะ”“ก็เรื่อยๆ และตอนนี้ว่าจะเปิดเพิ่ม” ธีเป็นเจ้าของคลับหรือสถานบันเท
ตอนที่ 16 เฝ้ารอสองปีต่อมาประเทศxxx ณ ร้านเบเกอรี… “สวัสดีค่า ร้านxxxยินดีต้อนรับค่ะ” หญิงสาวเอ่ยต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาภายในร้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม“มะ ม้า” เสียงอ้อแอ้เรียกผู้เป็นแม่แล้วคลานป้วนเปี้ยนอยู่ใต้เคาน์เตอร์คิดเงินหลินก้มลงไปดูลูกชายวัยขวบเศษก่อนจะอุ้มมาแนบที่เอว “ช่วยหม่าม้าขายของหน่อยนะน้องติณณ์”‘ติณณ์’ คือชื่อที่เธอตั้งให้ลูกชายด้วยตัวเอง“มะม้า ม้ามะ” ติณณ์เรียกแล้วยิ้มแป้นจนเห็นฟันสี่ซี่ทำให้หน้าเอ็นดูสุดๆ“เดี๋ยววันนี้เรากลับบ้านกันเร็วหน่อยดีกว่า ม้าจะได้ทำของอร่อยๆ ให้น้องติณณ์หม่ำๆ ดีมั้ย” เธอหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ก่อนจะคิดเงินให้ลูกค้าที่เลือกขนมปังจนพอใจแล้วร้านเบอเกอรีของหลินเป็นร้านเล็กๆ และเปิดมาได้หนึ่งปีกว่า ขนมทุกชิ้นเธอเป็นคนทำเองทั้งหมดและขายเอง เรียกว่าทำเองทุกหน้าที่ แถมยังเลี้ยงลูกน้อยควบคู่ไปด้วย มันก็เหนื่อยแต่เธอกลับรู้สึกว่ามีความสุขดี“ขอบคุณนะคะ” เธอพูดภาษาไทยเพราะลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนไทยเสียมากกว่า ชาวต่างชาติก็มีบ้างแต่ไม่เยอะเท่าคนไทยด้วยกันผ่านไปจนเย็นก็ได้เวลาปิดร้าน หลินจัดเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเอา







