Home / รักโบราณ / หวนคำนึง / รอฝนตกลงมาเป็นทองคำ 2

Share

รอฝนตกลงมาเป็นทองคำ 2

last update publish date: 2026-01-30 13:21:06

“อีกไม่นานจะถึงเมืองหลวงแล้ว...ข้าอยากร่ำสุราที่หอสุราของท่านนัก” บุรุษบนหลังม้าพูดพลางถอนหายใจ สนทนากับแม่ทัพที่ควบม้าอยู่เคียงกัน

“หอสุราลี่ตงต้อนรับจิ้นอ๋องเสมอ ถึงเมืองหลวงเมื่อใดเราไปร่ำสุราให้คลายเหนื่อยล้าดีหรือไม่” หยางจื่อถงตอบกลับด้วยความยินดี หากกุนซือฝีมือชั้นยอดอย่างจิ้นอ๋องจะแวะเวียนไปหอสุราของเขาเพื่อร่ำสุราแล้ว เขาก็ยินดีร่ำสุราเป็นเพื่อนเช่นกัน

“กลับจวนก่อนเถิดท่านแม่ทัพ เหนื่อยล้าถึงเพียงนี้แม้ว่าใจอยากร่ำสุรา แต่ก็ใช่ว่าจะไปได้โดยทันทีทันใด ข้าไปกรำศึกกับท่านแรมเดือน มิรู้ว่าร้านรวงและที่วังของข้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ หากไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็แล้วไป แต่ข้าก็ต้องจัดการบัญชีหางว่าวที่คั่งค้าง คิดๆ ดูแล้วก็ไม่ทราบว่าจะมีเวลาว่างร่ำสุราอย่างที่ปากพูดหรือไม่”

“ผ่อนคลายบ้างเถิดจิ้นอ๋อง ท่านมั่งคั่งถึงเพียงนี้แล้วจะคร่ำเคร่งสร้างฐานะอีกรึ”

“สร้างฐานะหรือ ช่างเป็นคำที่น่าขันนัก ข้าเกิดเป็นเชื้อพระวงศ์หนา ฐานะมิต้องสร้างดอก เกิดมาก็มีแล้ว เพียงแต่ปล่อยโอกาสไปข้าก็เสียดาย เงินทองมากมายไหลวนเป็นกระแสน้ำ น้อยคนนักที่จะรู้จักวิธีตักตวงน้ำขึ้นมาใช้ ข้าที่รู้วิธีไยจะไม่ตักตวงมันเอาไว้เล่า ใครจะตราหน้าหาว่าข้าเป็นอ๋องหน้าเลือดก็ช่าง หากเงินที่ไหลเวียนเป็นเส้นเลือดในต้าเซี่ย เกื้อหนุนกิจการหลายๆ ด้านนั้นครึ่งหนึ่งมาจากข้า จะดีจะเลวข้าไม่สน”

หยางจื่อถงขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยคำพูดที่แสนจะลำพองออกมา แต่เขากลับปฏิเสธสิ่งหรือคัดค้านได้แม้แต่ครึ่งคำ ท้องพระคลังของต้าเซี่ยที่ถวิลหาสงครามคงพร่องจนไม่มีเหลือหากไม่มีจิ้นอ๋องผู้มั่งคั่งและเก่งการเรื่องการค้าคอยเกื้อหนุนเอาไว้

“ตอนนี้ข้ากับท่านจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น ขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าขัดแม้สักคนเดียว ข้าเป็นดั่งขุมทรัพย์ของต้าเซี่ย ขาดเหลือเท่าใดเพียงหวงตี้ตรัสออกมาข้าก็จัดหาไปทูลถวายได้ทั้งนั้น พระองค์จึงปิดพระเนตร พระกรรณในเรื่องไม่งามหลายๆ ครั้งของข้า ท่านเองก็มิต่างกัน แม่ทัพไร้พ่าย เทพสงครามแห่งต้าเซี่ย ขนาดท่านลาออกจากราชการถึงยามคับขันหวงตี้ยังต้องมีรับสั่งให้ท่านกลับมา และปิดพระเนตรพระกรรณเรื่องไม่งามของท่านเช่นกัน”

“จิ้นอ๋องพูดเช่นนี้ก็หมายความว่า ยามใดเราหมดประโยชน์ พระเนตร พระกรรณที่เคยปิด ก็จะเปิดออก และจัดการทุกอย่างตามครรลองอย่างนั้นหรือ”

“ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรล่ะ...วันหนึ่งเคยเป็นที่โปรด ก็ใช่ว่าวันหน้าจะไม่เป็นที่ชัง ความโปรดปรานของหวงตี้คือสิ่งที่ข้าขยาดมาทั้งชีวิต”

“นั่นพระบิดาของท่าน” เอ่ยปรามบุรุษที่กล่าวกระทบถึงพระบิดาที่เป็นถึงหวงตี้อย่างคล้องปาก

“ถ้าไม่ใช่พระบิดาข้าคงไม่มานั่งวางกลศึกกับท่านเช่นนี้เป็นแน่ ท่านรู้หรือไม่ศึกคราวก่อนแม่ทัพถังทำข้าอยากตีอกชกหัวเป็นร้อยครั้ง อืดอาดยืดยาดเสียจนข้าอยากหยิบดาบขึ้นไปรบให้ตายคาสนามรบให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราว การศึก การสงครามกินเวลานานยอมผลาญเงินทอง แม่ทัพถังถนัดแต่เรื่องผลาญไม่ถนัดเรื่องสร้างก็ได้แต่ประวิงเวลาไปเรื่อยไม่เห็นใจคนที่คอยหามันเข้าท้องพระคลังเช่นข้าบ้างเลย”

ฟังอีกฝ่ายบ่นไปเรื่อยถึงการศึกครั้งก่อนหยางจื่อถงก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย เพราะแม่ทัพถังที่ถูกเอ่ยถึงก็ช่างเก่งกาจเรื่องการ ‘ล้างผลาญ’ จริงอย่างที่จิ้นอ๋องกล่าว จิ้นอ๋องนับเป็นเพียงเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวที่เขาสนทนาได้อย่างสนิทสนม อาจเพราะร่วมศึกกันมานานปี ผ่านสมรภูมิด้วยกันมานับไม่ถ้วน ความสนิทสนมขึ้นตาม อีกอย่างจิ้นอ๋องมิใช่เชื้อพระวงศ์ที่ถือตนเสียเท่าไรนัก หากจะกล่าวให้ถูกคงจะต้องกล่าวว่าไม่มีเชื้อพระวงศ์องค์ใดเอาชีวิตมาเสี่ยงตายเช่นจิ้นอ๋องอีกแล้ว

“ท่านน่ะถึงเมืองหลวงก็รีบกลับจวนเถิด จากฮูหยินไปเสียนานแรมเดือนจะไม่กลับไปหานางหน่อยหรือ”

“ท่านก็ทราบเรื่องของข้ากับนางดี ท่านจะเหย้าแย่ข้าในเรื่องนี้หรือ” หยางจื่อถงเอ่ยพลางโคลงศีรษะสลัดใบหน้าเศร้าหม่นของสตรีที่จวนให้หลุดออกจากศีรษะของตน

“หยางจื่อถง อย่างไรนางก็เป็นสตรีของท่าน อีกอย่างข้าก็เห็นนางมานาน ครอบครัวนางน่าสงสารนัก บิดาตายในสนามรบ ญาติพี่น้องถูกใส่ความโดนทำร้ายต่างๆ นานา นางที่เหลือชีวิตรอดก็ได้บารมีของหวงตี้และหวงโฮ่วคุ้มครองไม่เช่นนั้นนางก็คงตายตกไปไม่ต่างกัน”

“ท่านจะพูดสิ่งใดกับข้า คารมพ่อค้าข้าฟังแล้วจับความไม่ได้”

“หึ” จิ้นอ๋องลอบยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ท่านทราบว่าข้าเอ็นดูนางเหมือนน้องสาว ด้วยว่าเห็นกันมาตั้งแต่นางยังไม่ปักปิ่น... ข้าจึงอยากย้ำเตือนท่าน ว่าน้องสาวของข้ามิใช่ที่ระบายอารมณ์หรือหมากในมือของท่าน”

“ข้าเกรงว่าท่านไปทูลต่อหวงตี้เสียแล้ว เพราะนางไม่ได้มีค่าถึงขั้นข้าจะใช้นางมาเป็นหมากในมือ”

“เช่นนั้นก็มีค่าเป็นที่ระบายอารมณ์”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคำนึง   เคียงกัน (ตอนจบ)

    จ้าวซือหงเปิดม่านในรถม้ามองสองข้างทางของเมืองหลวงที่นางจากมานาน ทุกอย่างยังคงดำเนินไปราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่ ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามปกติทั้ง ๆ ที่ในวังหลวงเต็มไปด้วยความวุ่นวายในการแย่งชิงอำนาจ แต่ช่างน่าขันที่เรื่องพวกนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความแห้งแล้งของชาวบ้าน ปัญหาของคนธรรมดา กับคนยิ่งใหญ่มักต่างกันเสมอ แต่น่าแปลกที่ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นอาศัยความธรรมดาของชาวบ้านในการตะเกียกตะกายเข้าสู่อำนาจ เรื่องราวในวังหลวงเป็นเช่นไร ตอนนี้นางไม่อาจทราบได้ นางทราบแต่เพียงว่าหยางจื่อถงให้หวางมู่ไปรับนางและลูกกลับมายังเมืองหลวงเท่านั้น เพราะเมื่อนางถึงเมืองหลวงทุกอย่างก็คงเรียบร้อยแล้ว และนางก็เชื่อว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจริง ๆ รถม้าหยุดลงที่วังเฉิงกง สถานที่คุ้นเคยทั้งนางและหยางจื่อถง เพราะบัดนี้จวนแม่ทัพของหยางจื่อถงมอดไหม้ไปหมดแล้ว ช่วงนี้คงหนี้ไม่พ้นจะต้องมาอาศัยที่วังนี้เป็นการชั่วคราวกระมัง ลงจากรถม้าก็เห็นหน้าสามีที่ยิ้มร่ารออยู่ก่อน หยางจื่อถงไม่รีรอคว้าตัวนางมากอดและถอนหายใจเบา ๆ คล้ายกับคลายกังวล “เหนื่อยมากไหม” “อืม แต่หายเหนื่อยแล้ว” หยางจื่อถงตอบ เกยคางไว้ที่ไหลเล็

  • หวนคำนึง   ปกป้อง 2

    สุดท้ายปลายดาบก็จอมายังตำแหน่งเดิมในตอนแรกเริ่มคือลำคอ ดวงเนตรของจิ้นอ๋องมองไปยังบุรุษที่สวมชุดมังกรที่เขาไม่มีโอกาสได้ใส่สักครั้งในชีวิต ในดวงตาเฉิงรุ่ยแดงก่ำและทุกอย่างกำลังจะจบลงแล้ว ดาบในมือของเฉิงรุ่ยยกขึ้นสูงในขณะที่จิ้นอ๋องหลับตาลงอย่างคนยอมรับในโชคชะตา แต่ทว่าใบหน้ากลับประดับยิ้มไว้ไม่คลาย เวลาผ่านไปแต่ทว่าความเจ็บปวดกลับไม่ได้เพิ่มพูน ดวงเนตรทั้งสองลืมขึ้นอีกครั้งและเห็นว่ามีดาบอีกเล่มมาช่วยชีวิตของเขาไว้ เสียงดาบกระทบกันดังลั่น จิ้นอ๋องไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองแม่ทัพหยาง ที่เข้ามาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งบุรุษผู้นี้ก็เป็นผู้ที่เลือกเข้ามาช่วยเขาเสมอ “...ดูอยู่นานคิดว่าจะไม่มาช่วยเสียแล้ว” “เจ็บตัวเสียบ้าง จะได้ไม่ทำอะไรบ้า ๆ อีก มีอย่างที่ไหนยื่นดาบให้ศัตรู” “อารมณ์ชั่ววูบกระมัง” บุรุษที่เลือดอาบไปทั้งร่างแสร้งพูด ทิ้งกายลงนั่ง เบื้องหน้าคือแผ่นหลังที่เหยียดตรงของสหาย โดยรอบเต็มไปด้วยความชุลมุนแต่ทว่าทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเพราะทหารที่หยางจื่อถงพามาเริ่มเข้าคลี่คลายด้วยกำลังที่มากกว่า “เช่นนั้นก็หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว” หยางจื่อถงพูด ออกแรงตวัดดาบเพียงเล

  • หวนคำนึง   ปกป้อง 1

    ร่างสูงชะงักเมื่อเข้ามาในตำหนักของหวงตี้ ไท่จื่อทราบว่าเฉิงอี้คงไม่นั่งอยู่ในคุกหลวงให้ตนนั้นไปคาดคั้นเอาความ แต่อีกฝ่ายต้องอยู่ที่ตำหนักของหวงตี้เพราะที่นี่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเฉิงอี้จะยิ้มร่ารอการมาของเขาอย่างจดจ่อเช่นกัน ไร้ความเร่งรีบ ไร้ความกังวล เหมือนวางแผนทุกอย่างมาอย่างดี แผนที่อาจจะไม่มีใครล่วงรู้ด้วยซ้ำ “มาช้ากว่าที่ข้าคิดเสียอีก... เฉิงรุ่ย” เจ้าของชื่อแค่นหัวเราะ คนคนเดียวที่กล้าเรียกชื่อของเขา และเย้ยหยันชีวิตของเขาทั้ง ๆ ที่เขาเป็นถึงไท่จื่อของแคว้น “จะปากดีเรื่องใดก็รีบพูดออกมา” “เจ้าไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาข่มขู่ข้า... ไม่เลยเฉิงรุ่ย” “ครั้งก่อนข้าน่าจะฆ่าเจ้าให้มันจบ ๆ ไป” “เจ้าเสียโอกาสนั้นไปแล้ว และโอกาสที่เจ้าเสียไปมีราคาของมันอยู่เช่นกัน เป็นราคาที่เจ้าต้องจ่ายด้วยชีวิต” “อย่ามาพูดมาก... จับตัวมันไว้! ” ไท่จื่อสั่งทหารที่คอยคุ้มกันตนเอง แต่ทว่าทหารอีกจำนวนหนึ่งก็ออกมาจากที่ซ่อน ตั้งแถวปกป้องนายของตนเช่นจิ้นอ๋อง ทหารที่ไท่จื่อจำได้ว่าเป็นเหล่ากองกำลังที่หลบซ่อนในวังเฉิงกง พวกมันถูกจับเข้าคุกทั้งหมด แต่กลับกลายเป็นว่ามาอยู่ที่นี่ทั้งหมด ช่างเป็นเรื่องน่าขั

  • หวนคำนึง   การจลาจลและผู้ชนะ 2

    “เตรียมบุกเข้าเมืองหลวงแล้วขอรับนายท่าน คิดว่ากองทัพของเว่ยต้ากู้ไม่อาจต้านทานได้คืนนี้เป็นแน่ขอรับ”“อืม... เจ้ากลับไปซีหยางบอกให้ทางนั้นตรึงกำลังที่ชายแดนเอาไว้ หากเกิดความเคลื่อนไหวจากแคว้นใดก็ให้รีบส่งม้าเร็วมาบอกข้า และก็ไปรับฮูหยินกับลูกข้ามา”“จะให้มาเลยหรือขอรับ”“ความลำบากไม่เหมาะกับนางเลยสักนิด จ้าวซือหงควรได้ในสิ่งที่ดีที่สุด อีกอย่างกว่าเจ้าจะไปถึง ไหนจะกลับมา ทางนี้ข้าน่าจะจัดการได้”“นายท่านจะไปสู้ด้วยหรือขอรับ”“ใช่... อีกหนึ่งชั่วยามให้แม่ทัพต่วนถอยทัพ ข้าจะนำทัพเสริมเข้าไปช่วยเอง เว่ยต้ากู้น่าจะเอาทหารทั้งหมดมารบภายในคราวเดียว เขาไม่เคยทำศึกในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันขนาดนี้มาก่อน อีกทั้งไม่เคยออกรบกับข้าสักครั้ง ฉะนั้นเขาไม่มีทางรู้ว่าข้าคิดทำเช่นไรกับศึกครั้งนี้”“แต่จิ้นอ๋องอยู่กับเขา เขาจะไม่ใช่ประโยชน์จากจิ้นอ๋องหรือขอรับ”“หากเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งดี เว่ยต้ากู้จะได้เดินเข้าหาความตายได้เร็วขึ้น... ข้าไม่อยากให้ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายนั้นสูญเสียกำลังพลให้มากนัก หากเข้ายึดครองในค่ายและฆ่าเว่ยต้ากู้ได้เร็วเท่าใด เรื่องจะได้จบเร็วขึ้นเท่านั้น... เจ้ารีบไปจัดการเรื่องที่ข้า

  • หวนคำนึง   การจลาจลและผู้ชนะ 1

    “เกิดเหตุปะทะที่ด้านนอกเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ คาดว่าอีกไม่เกินห้าวัน หากยั้งทัพของหยางจื่อถงไม่ได้ เมืองหลวงจะเป็นอันตราย” “ต้องยั้งให้ได้ ทางเดียวของท่านคือยั้งทัพของหยางจื่อถงให้ได้ใต้เท้าเว่ย” “แต่... นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย” “นั่นเพราะอะไร เพราะท่านไม่เก่งกาจเท่าเทพสงครามอย่างหยางจื่อถงงั้นรึ อย่าพูดจาน่าขันนักเลยใต้เท้า ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ จะให้แม่ทัพธรรมดา ๆ อย่างหยางจื่อถงมาลบเหลี่ยมได้อย่างไร” “กระหม่อมจะพยายาม” “ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ท่านต้องทำให้ได้” แม่ทัพใหญ่แห่งต้าเซี่ยไม่อาจทัดทานสิ่งใดได้อีก นอกจากนั่งนิ่งพร้อมกับความกดดันที่หนักอึ้ง เพราะนี่ไม่ใช่ศึกธรรมดา แต่เป็นศึกที่หยางจื่อถงนำทัพด้วยตนเอง เขาเอาชนะแม่ทัพที่แข็งขืน และยึดเอาทหารที่คอยคุ้มกันเมืองหลวงทั้งสี่ทิศไว้ได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบวัน และนี่คือสิ่งที่น่ากลัว ไม่มีใครอ่านกลศึกของหยางจื่อถง แต่ถ้าจะมีก็คงหนีไม่พ้น... จิ้นอ๋อง “ทูลไท่จื่อ จะเป็นไปได้หรือไม่ หากกระหม่อมต้องการเจรจากับจิ้นอ๋อง เขาเป็นเพียงคนเดียวที่อ่านกลศึกของหยางจื่อถงออก คงจะดีหากกระหม่อมได้สนทนากับเขาเพื่อหา...” “ได้” คำตอบที่รวดเร็วถูกตอบกลับ

  • หวนคำนึง   ไฟในและไฟนอก 4

    “จะทำอะไรก็รีบทำ กบฏด้านนอกนั่นอาจไม่นั่งรอให้เจ้าจัดการทุกอย่างในวังหลวงนี้ให้เรียบร้อย” สุรเสียงจากหวงโฮ่วดังขึ้น ผู้เป็นไท่จื่อยังทำตัวไม่ยี่หระ ทั้ง ๆ ที่เบื้องหน้าคือพระราชมารดา แต่อาจจะดีกว่านี้หากการเรียกเข้าพบในครั้งนี้เป็นไปตามประสาแม่ลูก ไม่ใช่มีคนนอกอย่างกู้เว่ยถิงมาร่วมสนทนาด้วยเช่นนี้ เขาก้าวออกมาจากเงาของกู้เว่ยถิงมานานแล้ว ไยจะต้องกลับไปในเงานั่นด้วยเล่า “พ่ะย่ะค่ะ” ตอบรับอย่างส่ง ๆ ทั้งที่รำคาญเสียยิ่งกว่าอะไรดี ผู้อาวุโสในวังทั้งหลายยังไม่หลุดพ้นจากอำนาจเก่าจนน่าระอา ทระนงตนว่ากุมอำนาจที่เหนือกว่า เนื่องด้วยหวงตี้ประชวรไม่ได้สติ แต่กลับเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ในมือของพวกเขามาเนิ่นนานแล้ว “อย่าทำแบบนี้ อย่าทระนงให้มากนัก อย่าลืมว่ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร” ไท่จื่อหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อถ้อยประโยคของหวงโฮ่วช่างเต็มไปด้วยความน่าขัน ดวงเนตรที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสทอดมองพระราชมารดา สลับกับคนสนิทอย่างกู้เว่ยถิงที่ยังคงนิ่งงัน “เตือนตัวเองไม่ได้กว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ... มาอยู่จุดนี้ได้ด้วยเพราะเหตุอันใด” “เฉิงรุ่ย! ” “หากยังอยากใช้ชีวิตอย่างสุขสบายก็ข

  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 2

    “เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 1

    ถึงยามอู่หยางจื่อถงก็ปลุกสตรีขี้เซาให้ลุกขึ้นมากินอาหารที่นางเอ่ยปากมาตั้งแต่เช้าว่ารสดีกว่าที่จวน แต่ทว่านางก็เอ่ยปฏิเสธอีกทั้งแสดงท่าทีพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนออกมาหยางจื่อถงจึงได้แต่สั่งคนให้นำอาหารเหล่านั้นไปเก็บ และมานั่งคิดไม่ตกในเรื่องนี้ แต่สุดท้ายปัญหาที่คิดไม่ตกนั้นกลับแก้ได้ด้วยสุราเพียงหน

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • หวนคำนึง   หอสุราของสามี 2

    “สุรา... ข้าเข้ามาในหอสุรา ไยข้าจะไม่ทราบว่าในจอกนั้นคือสิ่งใด ท่านคิดว่าข้าเลอะเลือนถึงขั้นไหนกัน”“เจ้า! รู้แล้วไยเจ้ายังคิดดื่มมันอีก” หยางจื่อถงเอ่ยเสียงดัง หากนางรู้แล้วไยเขาต้องมาห้ามปรามเช่นนี้เล่า หรือว่านางทำเพื่อยั่วโทสะของเขาเท่านั้น?!“ดื่ม? ข้าน่ะหรือจะดื่มสุรา”“ก็เจ้า...เมื่อครู่เจ้า

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • หวนคำนึง   ข้าทราบดีว่าจ้าวซือหงคนเก่าจะกลับมา 3

    จ้าวซือหงมิเข้าใจว่าเหตุใดนางจึงมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้กันแน่ นางตั้งครรภ์จึงปรากฏอาการผิดแปลกออกมา เรื่องนั้นนางเข้าใจได้ เพราะมิใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด แม้จะตั้งตัวไม่ทันแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจอาการพิกลของตนเอง แต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจคือบุรุษที่นั่งเท้าคางมองนางอยู่ที่ข้างเตียงเตาเสียมากกว่า“ท

    last updateLast Updated : 2026-03-17
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status