หน้าหลัก / รักโบราณ / หวนคำนึง / รอฝนตกลงมาเป็นทองคำ 3

แชร์

รอฝนตกลงมาเป็นทองคำ 3

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 13:21:34

น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือปนนัยบางอย่างทำเอาหยางจื่อถงชะงัก ด้วยว่าเพิ่งจะตระหนักได้ว่าตกหลุมพรางของจิ้นอ๋อง เมื่อครู่เขามิได้ใส่ใจในนัยที่ซ่อนเร้นบางประการในสิ่งที่จิ้นอ๋องพูดด้วยซ้ำ เป็นปกติที่มนุษย์จะปฏิเสธในสิ่งที่ตนคิดว่ามิใช่เรื่องจริงเป็นอย่างแรก ซึ่งเรื่องที่เขาปฏิเสธไปคือนางเป็นหมากในเมื่อ ส่วนเรื่องที่ระบายอารมณ์นั้นเขาแทบมิได้คิดปฏิเสธด้วยซ้ำไป

“หึ...ท่านมิเกรงหวงตี้ก็ช่าง แต่ข้าว่าท่านทราบดีว่าข้ามิใช่คนที่ท่านจะหยามหมิ่นได้เช่นกัน ข้าเอ่ยปากว่านางเหมือนน้องสาว ท่านคงทราบกระมังว่าควรทำอย่างไรต่อ...ข้ามิใช่คนใจร้าย เพียงแต่ท่านไม่เคยเห็นข้าร้ายเท่านั้นท่านแม่ทัพหยาง หอสุราที่ท่านดึงดันจะเปิดให้ได้ถึงขั้นสละตำแหน่งแม่ทัพนั้น ซ่อนเร้นปักษามีพิษไว้มากมาย หากวันใดมันปีกกล้าขาแข็งโผบินทิ้งรวงรังขึ้นมา วันนั้นท่านจะมิเหลือพันธมิตรไว้ช่วยเหลือ”

“...ท่านหมายความว่าการณ์ข้างหน้าหากเกิดสิ่งใดท่านจะเป็นพันธมิตรกับข้าหรือ”

หยางจื่อถงมองบุรุษที่มากด้วยเล่ห์กล ใช่ที่ว่าเขามิได้หวั่นเกรงหวงตี้เช่นขุนนางอื่นๆ ด้วยว่าไม่ว่าเขาจะเป็นแม่ทัพหรือไม่เป็นนั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาสนใจนัก แผ่นดินกว้างใหญ่ไม่เป็นขุนนางก็ไม่อดตาย แต่กลับกันน้ำหนักของจิ้นอ๋องผู้นี้กลับมีน้ำหนักในใจของเขาอย่างประหลาด บุรุษผู้นี้กุมอำนาจบางอย่างที่เขาเองก็ต้องหวั่นเกรงเอาไว้ อำนาจที่แม้แต่ไท่จื่อยังมิอาจครอบครองได้ แต่ด้วยท่าทีไม่ยี่หระ ไม่เอาไหนในเรื่องการบ้านการเมือง ตำแหน่งเดียวที่มีคือกุนซือแห่งกองทัพต้าเซี่ยเท่านั้น ทุกคนจึงพากันมองข้ามอ๋องผู้นี้ไปโดยปริยาย ทั้งๆ ที่หากจิ้นอ๋องสนใจเรื่องการเมืองสักนิด หนทางข้างหน้าก็คงไม่ลำบากนัก ด้วยว่าพร้อมด้วยทรัพย์ ด้วยกำลัง และสติปัญญาที่ไม่เป็นรองใครในใต้หล้า ด้วยทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงทำให้หยางจื่อถงไม่อาจดูแคลนจิ้นอ๋องแห่งวังเฉิงกงไปได้

“นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องถาม ว่าท่านมีค่าพอที่วังเฉิงกงจะหนุนท่านหรือไม่ ข้านับถือท่านเหมือนสหายหยางจื่อถง แต่บางครั้งท่านก็ย่ำยีเกียรติข้าโดยที่ไม่รู้ตัว...”

“ท่านชอบนางหรือ”

“น้องสาว!” จิ้นอ๋องเอ่ยย้ำเสียงดัง “นี่ข้ายังย้ำเจ้าไม่ชัดอีกรึ! อย่ามาคิดหาบ่วงให้ข้า!”

ใบหน้าเคร่งขรึมในคราแรกมลายหายไป เมื่อพบอีกฝ่ายโหวกเหวกโวยวายมาดังลั่น จิ้นอ๋องก็ยังคงเป็นจิ้นอ๋อง...ปากบอกว่าตนนั้นร้ายกาจ แต่ทั้งๆ ที่เป็นคนที่ใจอ่อนกว่าใครในกองทัพ เช่นนี้แหละหนาคนทั้งหลายในราชสำนักจึงมองข้าอ๋องผู้นี้

“ข้าไม่ทราบเรื่องที่ท่านเอ็นดูนางเหมือนน้องสาว ที่ผ่านมาข้าประพฤติตนไม่ดีกับนาง คงต้องขออภัยจิ้นอ๋อง ต่อแต่นี้ข้าจะพยายามก็แล้วกัน”

“เฮ้อ ความพยายามของท่านไม่รู้ว่าข้าจะให้ค่ามันได้สักกี่มากน้อย สตรีน้อยในรถม้านั่นจะพานางไปไว้ที่ใด”

“จวนของข้า”

“นี่หยางจื่อถง! ที่ข้าพูดปากเปียกปากแฉะนี่มันไม่เข้าหูเจ้าเลยรึ! ไม่รักน้องสาวข้าแล้วยังจะเอาเสี้ยนหนามไปทิ่มแทงใจนางอีกรึ! เจ้าของใจทมิฬหินชาติ”

อีกฝ่ายเดือดดาลไม่อาจคุมอารมณ์อยู่ ในขนาดนี้หยางจื่อถงยังคงลอบยิ้มอย่างสำราญใจที่ได้กลั่นแกล้งจิ้นอ๋องที่ล่อให้เขาตกหลุมพรางเมื่อก่อนหน้า

“ข้าต้องให้นางอยู่ใกล้ตัว หากท่านอยากให้ข้ากลับจวนไปดูแลน้องสาวของท่าน ข้าก็ต้องพานางไปด้วย”

“เฮ้อ ข้าหน่ายใจจะพูดกับบุรุษหยาบกระด้างเช่นท่านจริงๆ เอาเถิดน้ำตาตกเมื่อใดก็อย่าวิ่งโล่มาหาที่วังก็แล้วกัน”

“ข้าน่ะหรือจะน้ำตาตกให้กับสตรี ให้ฝนตกลงมาเป็นทองคำเห็นจะมีโอกาสมากกว่า”

“แล้วข้าจะคอยดู”

หยางจื่อถงไม่ทราบว่าจิ้นอ๋องจะคอยดูสิ่งใด หากให้เขาคาดเดาคงรอดูฝนตกเป็นห่าทองคำเสียมากกว่า หยางจื่อถงน่ะหรือจะร่ำไห้เพราะสตรี ความรักคือสิ่งที่โง่งมและไร้สาระกว่าสิ่งอื่นนานัปการ เพราะฉะนั้นไม่มีวันที่จิ้นอ๋องจะได้เห็นเขาคร่ำครวญเรื่องความรักเป็นแน่!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 2

    “ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 1

    หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

    “แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 2

    “ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 1

    หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล

  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 2

    “เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status