홈 / วาย / หวนคืนครานี้ข้าจะปกป้องฮองเฮาของข้า / บทที่ 6: เสื้อนวมต้านภัยหนาว

공유

บทที่ 6: เสื้อนวมต้านภัยหนาว

last update 게시일: 2026-10-12 14:18:18

บทที่ 6: เสื้อนวมต้านภัยหนาว

หิมะตกหนักติดต่อกันสามวันจนแนวกำแพงวังหลวงถูกฉาบด้วยสีขาวโพลน

ลมบูรพาพัดกรรโชกหวีดหวิว หอบเอาเกล็ดน้ำแข็งซัดสาดกระทบชายคาตำหนักเฟิ่งอี๋จนเกิดเสียงเปรี๊ยะบางเบา ความหนาวเหน็บภายนอกเทียบไม่ได้กับกระแสคลื่นใต้น้ำที่กำลังหมุนวนอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ในเช้าวันนี้

กลิ่นกำยานไม้กฤษณาจางลง ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นธูปหอมดอกบัวอ่อนละมุนที่แผ่ออกมาจากร่างของสตรีผู้หนึ่ง

เต๋อเฟยแห่งตำหนักฉางชุน นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ชิงชันลำดับแรกฝั่งขวา นางสวมชุดผ้าไหมสีม่วงกลีบบัวเรียบหรู คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนกระต่ายสีเทาหม่น มือเรียวขยับนับลูกประคำไม้จันทน์หอมในมือทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ดวงหน้าหมดจดแตะแต้มรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์ แววตาที่ซ่อนอยู่ใต้แพขนตากลับสาดประกายเย็นเยียบ

นับตั้งแต่ซูเฟยถูกสั่งกักบริเวณ เฉินกุ้ยเหรินต้องโทษกรอกยาพิษ และหลิวเจี๋ยอวี๋ถูกลากตัวไปโกนศีรษะบวชชีที่อารามหลวง บรรดาสนมชายาที่เหลืออยู่ในฝ่ายในต่างพากันปิดประตูตำหนักเงียบงัน มีเพียงเต๋อเฟยผู้ครองตนถือศีลกินเจผู้นี้ ที่ยังคงก้าวเข้ามาถวายบังคมฮองเฮาตามกำหนดการเช้ามิได้ขาด

“อากาศเหน็บหนาวถึงเพียงนี้ เหนียงเหนียงยังทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อดูแลฝ่ายใน ช่างเป็นบุญของพวกเรายิ่งนักเพคะ”

เต๋อเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้ม ปลายนิ้วหยุดเลื่อนลูกประคำลงชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบสายตากับหลินจื่ออวี้ที่ประทับอยู่บนตั่งหงส์ “เพียงแต่... หม่อมฉันได้ยินเสียงบ่นพึมพำจากข้าราชบริพารชั้นผู้น้อยในกองภูษาและสำนักพระคลังฝ่ายใน ได้ยินแล้วก็ไม่สบายใจ จนต้องรวบรวมความกล้ามาเรียนถามเหนียงเหนียงให้กระจ่างเพคะ”

จื่ออวี้ที่กำลังใช้ฝาถ้วยกระเบื้องเขี่ยใบชาในมืออย่างสบายอารมณ์ ค่อยๆ ปรายตามองสตรีเบื้องล่าง

“เจ้าได้ยินเรื่องอันใดมารึ เต๋อเฟย?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเต๋อเฟยยิ่งแฝงความหม่นหมองดูน่าสงสาร นางทอดถอนใจยาว ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับมุมปากเบาๆ

“มีคนลอบส่งเสียงวิจารณ์ ว่านับแต่เหนียงเหนียงขึ้นกุมอำนาจตรวจตราพระคลังฝ่ายในด้วยพระองค์เอง กลับมีบันทึกการเบิกผ้าไหมเหลียนฮวาและผ้าต่วนหนาจากแดนใต้ไปมากถึงสามร้อยพับ... ผ้าไหมชั้นเลิศเหล่านั้นถูกขนย้ายเข้าสู่ตำหนักเฟิ่งอี๋จนหมดสิ้น ไร้ซึ่งบันทึกการนำไปใช้งานในราชการฝ่ายใน”

เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นแผ่วเบาในหมู่สนมชั้นล่างและนางกำนัลเวรยาม

เต๋อเฟยค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืน กิริยาแช่มช้อยสง่างาม มือยังคงกำสายประคำแน่น ปล่อยให้ชายเสื้อคลุมทิ้งตัวลงแนบพื้นหิน

“หม่อมฉันย่อมเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเหนียงเหนียงอย่างสุดหัวใจ แต่ยามนี้แผ่นดินต้าเซวียนกำลังเผชิญภัยหนาว ราษฎรภายนอกกำแพงวังไร้ฟืนประทังชีวิต ทหารรักษาการณ์ตามแนวกำแพงเมืองต้องยืนสั่นเทาท่ามกลางพายุหิมะ หากมีข่าวลือแพร่งพรายออกไปว่า ฮองเฮาคู่บัลลังก์เบิกผ้าไหมหลวงไปสะสมไว้ในตำหนักส่วนพระองค์ถึงเพียงนั้น... เกรงว่าบารมีขององค์หงส์และชื่อเสียงความซื่อสัตย์ของตระกูลหลิน จะมัวหมองเอาได้นะเพคะ”

คำพูดทุกถ้อยคำราบเรียบ อ่อนหวาน ประดุจตักเตือนด้วยความหวังดี

เนื้อแท้กลับคมกริบดั่งมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้ม่านเมฆา

เต๋อเฟยจงใจเอ่ยเรื่องนี้ต่อหน้าสนมทุกคน เพื่อป้ายสีว่าหลินจื่ออวี้ใช้อำนาจหน้าที่ยักยอกทรัพย์สินหลวงเข้ากระเป๋าตนเอง ตอกย้ำเรื่องตระกูลหลินเพื่อหวังจุดชนวนให้เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นในท้องพระโรงร่วมมือกับบิดาของนาง ยื่นฎีกาเล่นงานฮองเฮาในวันพรุ่งนี้

จื่ออวี้วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เตี้ยข้างกายเสียงดังกริ๊กเบาๆ

ดวงตาดอกท้อทอดมองรอยยิ้มเสแสร้งของเต๋อเฟยอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ

“เต๋อเฟยช่างมีใจเมตตา คิดถึงความทุกข์ยากของราษฎรและทหารหาญยิ่งนัก ช่างสมกับเป็นผู้ใฝ่ธรรมะจริงๆ” จื่ออวี้เอ่ยเสียงนุ่ม “แต่ก่อนที่เจ้าจะมานั่งห่วงใยชื่อเสียงของเปิ่นกงและตระกูลหลิน เจ้าเคยคิดจะตรวจดูให้แน่ใจก่อนหรือไม่ ว่าผ้าไหมสามร้อยพับเหล่านั้น... บัดนี้แปรสภาพเป็นสิ่งใดไปแล้ว?”

เต๋อเฟยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความระแวง “เหนียงเหนียงหมายความว่าอย่างไรเพคะ?”

จื่ออวี้ไม่ตอบคำถาม นางกำนัลชุนหลานที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวออกมารับคำสั่ง ฮองเฮาหนุ่มเพียงแค่ยกมือขึ้น โบกปลายนิ้วเบาๆ

“เปิดประตูตำหนัก ขนหีบเหล่านั้นเข้ามา”

สิ้นสุรเสียง ทหารยามประจำตำหนักเฟิ่งอี๋สี่นายก็ช่วยกันผลักบานประตูไม้สีชาดเปิดออกจนสุด ลมหนาวพัดกรูเข้ามาหอบใหญ่ พร้อมกับเสียงล้อเลื่อนของเกวียนไม้ขนาดเล็กที่ถูกลากเข้ามาในห้องโถงใหญ่

บนเกวียนไม้นั้น บรรทุกหีบไม้ใบใหญ่ลงรักสีดำขลิบทองถึงสิบใบ

เสียงหีบไม้กระแทกลงบนพื้นหินดังกึกก้อง สายตาทุกคู่ในห้องโถงจับจ้องไปยังหีบเหล่านั้นด้วยความตื่นตะลึง เต๋อเฟยขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ปลายนิ้วที่นับลูกประคำเริ่มสั่นไหว

“เปิดหีบออกให้หมด” จื่ออวี้สั่งการเสียงเฉียบ

ฝาหีบไม้ทั้งสิบใบถูกเปิดอ้าออกพร้อมกัน

สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของทุกคน มิใช่พับผ้าไหมหรูหราที่ถูกกักตุนไว้ และมิใช่เครื่องประดับล้ำค่าอย่างที่เต๋อเฟยวาดหวังไว้แม้แต่ชิ้นเดียว

ภายในหีบอัดแน่นไปด้วย ‘เสื้อนวมบุฝ้ายหนาเตอะ’ นับร้อยนับพันตัว

เสื้อนวมทุกตัวถูกตัดเย็บอย่างประณีต ด้านนอกใช้ผ้าไหมและผ้าต่วนหนาเพื่อกันลมหนาวและละอองหิมะ ด้านในบุด้วยเส้นใยฝ้ายเนื้อดีหนาสองชั้น คอเสื้อและปลายแขนเย็บซับด้วยเศษขนสัตว์เพื่อกักเก็บความอบอุ่น ตรงอกเสื้อด้านซ้าย ปักตราสัญลักษณ์กองทัพรักษาพระนครและตราหงส์เหินคู่กันอย่างเด่นชัด

กลิ่นหอมสะอาดของเนื้อผ้าและสมุนไพรอบแห้งไล่แมลงโชยกรุ่นไปทั่วห้องโถง

“นี่มัน...” สนมแซ่ซ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ

จื่ออวี้ลุกขึ้นยืน ชายชุดผ้าไหมสะบัดพริ้วอย่างสง่างาม ก้าวลงมาจากบันไดตั่งหงส์ทีละขั้น สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังใบหน้าที่เริ่มถอดสีของเต๋อเฟย

“ผ้าไหมสามร้อยพับที่เจ้าว่า เปิ่นกงเบิกมาจริง” จื่ออวี้เอ่ยเสียงก้องกังวาน “เบิกมาเพื่อเป็นผ้าชั้นนอกสำหรับตัดเย็บเสื้อนวมกันหนาวเหล่านี้ เส้นใยฝ้ายชั้นดี ขนสัตว์ และค่าแรงของช่างเย็บปักทั่วเมืองหลวง ทั้งหมดนี้... เปิ่นกงใช้เงินจาก ‘สินเดิมของตระกูลหลิน’ และเบี้ยหวัดส่วนตัวของเปิ่นกงจ่ายออกไปทั้งสิ้น ไม่ได้แตะต้องเงินในพระคลังหลวงแม้แต่อีแปะเดียว”

ฮองเฮาหนุ่มหยิบสมุดบัญชีส่วนตัวเล่มเล็กขึ้นมาจากถาดที่ชุนหลานถือไว้ แล้วสะบัดเปิดออกต่อหน้าทุกคน

“เสื้อนวมหนึ่งพันห้าร้อยตัวนี้ จะถูกส่งมอบให้แก่กองทหารรักษาการณ์บนกำแพงวังหลวงที่ต้องยืนตากลมหนาวตลอดค่ำคืน และอีกสองพันตัว จะถูกลำเลียงออกนอกประตูด้านทิศเหนือเพื่อแจกจ่ายแก่ราษฎรยากไร้ในเพิงพักพิงยามบ่ายวันนี้”

จื่ออวี้ก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเต๋อเฟย ดวงตาดอกท้อหรี่ลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของอีกฝ่าย

“เต๋อเฟย... เจ้าผู้มีจิตใจเปี่ยมเมตตา ถือศีลภาวนาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นอกจากนั่งนับลูกประคำและปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเปิ่นกงอยู่ในตำหนักแล้ว เจ้าเคยควักเบี้ยหวัดของเจ้าแม้แต่ตำลึงเดียว ออกมาซื้อฟืนหรือตัดเสื้อนวมให้คนยากไร้บ้างหรือไม่?”

คำถามนั้นดุจฝ่ามือที่มองไม่เห็น ฟาดเข้าที่ใบหน้าของเต๋อเฟยอย่างจัง

ใบหน้าของสนมเอกซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกจนเอ่ยคำใดไม่ออก ลูกประคำไม้จันทน์ในมือถูกบีบแน่นจนแทบแหลกคามือ สนมคนอื่นๆ ในห้องโถงต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียว

“หม่อมฉัน... หม่อมฉันมิได้มีเจตนา...” เต๋อเฟยละล่ำละลัก ขาเริ่มอ่อนแรง “หม่อมฉันเพียงแต่... ดูตามบัญชีเบิกจ่ายของกองภูษา...”

“บัญชีกองภูษางั้นรึ?”

สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูตำหนักเฟิ่งอี๋

เสียงนั้นเปรียบประดุจฟ้าร้องคำรามกลางเหมันต์ ทุกคนในห้องโถงสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองพร้อมกัน

เซียวหลงเหยียนในฉลองพระองค์มังกรสีดำทอง ก้าวเท้ายาวๆ ข้ามธรณีประตูเข้ามา รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่จนอากาศรอบด้านหนาวสะท้านยิ่งกว่าเดิม ด้านหลังของพระองค์ มีองครักษ์เสื้อแพรสองนายกำลังลากร่างของขันทีผู้หนึ่งเข้ามาในสภาพสะบักสะบอม

“ฝ่าบาท!” เหล่าสนมและนางกำนัลรีบทิ้งตัวลงคุกเข่าหมอบกราบกับพื้นทันที

เซียวหลงเหยียนไม่แม้แต่จะปรายตามองใคร พระองค์เดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหลินจื่ออวี้ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของฮองเฮาไว้แน่น ถ่ายทอดไออุ่นผ่านผิวเนื้อ ก่อนจะตวัดสายตามังกรอันดุดันไปยังเต๋อเฟยที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหน้า

“เจ้ากำลังพูดถึงบัญชีเล่มนี้ใช่หรือไม่ เต๋อเฟย?”

เซียวหลงเหยียนสะบัดมือ โยนสมุดบัญชีปกสีน้ำเงินเล่มหนึ่งลงแทบเท้าของนาง

“ขันทีเฉียนแห่งกองภูษาผู้นี้... สารภาพออกมาหมดแล้ว” เซียวหลงเหยียนแค่นยิ้มเหี้ยม แววตาคมกริบดั่งจะฉีกร่างคนตรงหน้าเป็นชิ้นๆ “มันรับเงินสินบนจากตำหนักฉางชุนของเจ้าไปห้าร้อยตำลึง เพื่อลอบฉีกหน้าบันทึกการเบิกจ่ายส่วนตัวของฮองเฮาทิ้ง แล้วเขียนบัญชีปลอมขึ้นมาใหม่ ใส่ความว่าฮองเฮายักยอกผ้าไหมหลวงเข้าคลังส่วนพระองค์!”

เต๋อเฟยเบิกตากว้าง ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหินทันที ลูกประคำในมือขาดผึง เม็ดไม้จันทน์กลิ้งกระจายไปทั่วพื้นห้อง ส่งเสียงกระทบกระดอนดังกึกกักประหนึ่งเสียงชะตากรรมที่ขาดสะบั้น

“ฝ่าบาท! หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! ขันทีผู้นี้มันใส่ความหม่อมฉัน!” นางกรีดร้องคร่ำครวญ น้ำตาไหลพราก ละทิ้งท่าทีสงบนิ่งดั่งพระโพธิสัตว์ไปจนหมดสิ้น

“ใส่ความงั้นรึ?” เซียวหลงเหยียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ก้มลงมองสตรีที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยสายตาชิงชัง “ตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงที่ยึดได้จากห้องพักของมัน มีตราประทับของ ‘โรงรับจำนำตระกูลหวัง’ ของบิดาเจ้าหราอยู่บนเนื้อกระดาษ! เจ้ายังจะกล้าอ้างว่าถูกใส่ร้ายอีกรึ!”

เซียวหลงเหยียนไม่รอให้นางได้แก้ตัวอีกต่อไป พระองค์หันไปตวาดสั่งการองครักษ์เสื้อแพรด้วยสุรเสียงเฉียบขาด

“ลากตัวขันทีเฉียนออกไปที่ลานหน้าตำหนัก! ใช้ไม้พายหนาโบยมันแปดสิบไม้ต่อหน้าธารกำนัล! โบยจนกว่ามันจะคายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดในตระกูลหวังออกมาจนหมดสิ้น! หากมันหมดสติ ให้ใช้น้ำเกลือสาดปลุกขึ้นมาโบยต่อ!”

“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เสื้อแพรลากตัวขันทีเคราะห์ร้ายออกไปทันที

ชั่วอึดใจต่อมา เสียงไม้หนากระทบเนื้อดังกึกก้องสะท้อนเข้ามาในห้องโถง ผสานกับเสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจของขันทีเฉียนที่ถูกลงทัณฑ์กลางลานหิมะ เลือดสดสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะสีขาวจนแดงฉาน

เสียงร้องนั้นกรีดแทงเข้าไปในโสตประสาทของเต๋อเฟย นางตัวสั่นงันงก ก้มหน้าแนบพื้นหิน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ

เซียวหลงเหยียนยังไม่สั่งลงโทษเต๋อเฟยในทันที

พระองค์รู้ดีว่าเบื้องหลังของนางคือเสนาบดีหวังแห่งกรมโยธา การจะโค่นล้มตระกูลหวัง ต้องรอให้หลักฐานเรื่องผังเขื่อนศิลาในท้องพระโรงพร้อมเสียก่อน เพื่อที่จะได้ถอนรากถอนโคนพวกมันทั้งตระกูลไปพร้อมกันในคราเดียว

จักรพรรดิหนุ่มหันกลับมามองหลินจื่ออวี้ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและอ่อนโยนในพริบตา พระองค์ยกมือขึ้นจัดเสื้อคลุมขนสัตว์ของภรรยาให้กระชับเข้าที่ บรรจงปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างแผ่วเบา

“เสื้อนวมเหล่านี้ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก” เซียวหลงเหยียนเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ “จื่ออวี้ของข้า... ช่างเป็นฮองเฮาที่คู่ควรแก่แผ่นดินนี้อย่างแท้จริง”

จื่ออวี้สบสายตากับสามี แม้จะระอาใจกับความเล่นใหญ่และท่าทีคลั่งรักที่ไม่สนใจสายตาผู้ใดของพระองค์ ทว่าความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นผ่านฝ่ามือที่กุมประสานกันไว้ ก็ทำให้ฮองเฮาหนุ่มลอบแย้มยิ้มออกมาบางเบา

กระดานหมากตานี้... ตระกูลหวังและเต๋อเฟยมิเพียงไม่ได้ทำลายเกียรติยศของเขา

ทว่ายังช่วยส่งเสริมให้บารมีของฮองเฮาแห่งต้าเซวียน เปล่งประกายงดงามและหยั่งรากลึกในใจของเหล่าทหารและราษฎรอย่างไม่อาจสั่นคลอนได้อีกต่อไป.

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หวนคืนครานี้ข้าจะปกป้องฮองเฮาของข้า   บทที่ 40 (ตอนจบ) : ร่มเงาแห่งต้าเซวียน นิรันดร์กาล

    บทที่ 40 (ตอนจบ) : ร่มเงาแห่งต้าเซวียน นิรันดร์กาลเสียงระฆังสำริดทองคำเก้าใบยักษ์บนหอระฆังหลวง ดังก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งสี่ทิศของนครหลวงต้าเซวียนควันกำยานมังกรและไม้จันทน์หอมสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าโปร่งกระจ่าง ลมวสันต์พัดพาไออุ่นชโลมพรมแดงผืนหนาที่ปูทอดตัวยาวตั้งแต่บันไดหินอ่อนหน้าท้องพระโรงไท่เหอเตี้ยน ลากผ่านลานกว้างไปจนจดประตูวังชั้นนอก ธงมังกรทองและธงหงส์เหินสีชาดโบกสะบัดเคียงคู่กันเหนือแนวเฉลียงหินบนแท่นบัลลังก์ทองคำคู่...เซียวหลงเหยียนประทับตระหง่านในฉลองพระองค์มังกรทองปักดิ้นดำ พระพักตร์คมคายเปี่ยมล้นไปด้วยบารมีของโอรสสวรรค์ผู้กุมอำนาจสูงสุดในใต้หล้า พระหัตถ์แกร่งข้างหนึ่งวางประสานกุมมือเรียวนุ่มของหลินจื่ออวี้ไว้แน่นหนา ฮองเฮาคู่บัลลังก์ในชุดหงส์แดงปักดิ้นทองคำวิจิตร นั่งเคียงข้างด้วยใบหน้างดงามหมดจด แต้มชาดสีแดงสดกลางหน้าผากมนส่องประกายสุกสกาวล้อเปลวแดดยามสายเบื้องล่างบันไดหินเก้าขั้น ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊นับร้อยชีวิตในชุดขุนนางเต็มยศ ยืนเข้าแถวคุกเข่าหมอบกราบสองฟากฝั่งใจกลางพรมแดง...ร่างเล็กสูงโปร่งของ ‘เซียวอวี่เฉิง’ (เฉิงเอ๋อร์) ก้าวเดินขึ้นบันไ

  • หวนคืนครานี้ข้าจะปกป้องฮองเฮาของข้า   บทที่ 39: หลบฝูงก้อนแป้ง สู่เรือนพักริมทะเลสาบ

    บทที่ 39: หลบฝูงก้อนแป้ง สู่เรือนพักริมทะเลสาบสายลมยามบ่ายพัดผ่านลานฝึกยุทธหน้าจวนแม่ทัพหลวง กลิ่นไอแดดอบอุ่นลอยแตะยอดธงศึกตระกูลหลินเสียงตวาดสั่งการอันดุดันของ แม่ทัพใหญ่หลิน ดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ ชายชราหนวดเคราขาวขลิบยืนเท้าสะเอว ถลึงตามองดูหลานสาวตัวแสบอย่าง หลิงเอ๋อร์ ที่กำลังควงทวนไม้ปลายมนไล่ต้อนทหารองครักษ์จนหัวหมุน ข้างสนามมี เฉิงเอ๋อร์ นั่งคัดผังกลยุทธ์การเดินทัพส่งให้อาจารย์ราชบัณฑิตตรวจ ส่วน หรานเอ๋อร์ นั่งประคองจอกชา คอยโยกเปลเด็กของ อันเอ๋อร์ ที่กำลังนอนเคี้ยวผลพุทราตากแห้งตุ้ยๆ ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก“ตาเฒ่าหลิน! เจ้าดูหลานสาวเจ้าสิ เพลงทวนดุดันเหมือนพ่อมันไม่มีผิดเพี้ยน!” แม่ทัพหลินบ่นพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเหี่ยวย่นฉายแววภาคภูมิใจจนหุบยิ้มไม่ได้ มือหนึ่งคอยเช็ดน้ำลายให้อันเอ๋อร์ อีกมือหนึ่งคอยชี้แนะกระบวนท่าให้หลานชายคนโตศึกรับมือฝูงก้อนแป้งทั้งสี่พระองค์ ตกเป็นของท่านตาผู้ยิ่งใหญ่ไปโดยปริยายเบื้องหลังแผนการจัดฉากอันแยบยลนี้...คือจักรพรรดิผู้กำลังลอบกระทำการ ‘ลักพาตัวฮองเฮา’ อย่างหน้าด้านๆที่ท่าเทียบเรือลับหลังตำหนักเฟิ่งอี๋...หลินจื่ออวี้ในชุดคลุมผ้าไหมสีเข

  • หวนคืนครานี้ข้าจะปกป้องฮองเฮาของข้า   บทที่ 38: ผ้าห่มอุ่นนอกม่าน และจุมพิตใต้แสงจันทร์

    บทที่ 38: ผ้าห่มอุ่นนอกม่าน และจุมพิตใต้แสงจันทร์ยามโฉ่ว ลมหนาวปลายวสันต์พัดกรูผ่านรอยต่อบานหน้าต่างไม้แกะสลักเสียงหวีดหวิวแผ่วเบาของสายลมราตรี ผสมผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเหล่าก้อนแป้งทั้งสี่พระองค์บนเตียงกว้างแปดศอก อันเอ๋อร์ยังคงหลับสนิท แก้มกลมยุ้ยจมลงในหมอนนุ่ม หลิงเอ๋อร์นอนกอดขาน้องแน่นไม่ยอมปล่อย ส่วนหรานเอ๋อร์และเฉิงเอ๋อร์นอนหลับพริ้มอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขในความเงียบสงัด ม่านโปร่งสีฟ้าอ่อนค่อยๆ ถูกแหวกออกช้าๆร่างโปร่งบางของหลินจื่ออวี้ก้าวลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง ฮองเฮาหนุ่มก้มลงดึงผ้าห่มไหมคลุมอกให้ลูกๆ อีกรอบ ตรวจดูจนแน่ใจว่าไม่มีใครเตะผ้าห่มออก จึงค่อยๆ ย่องออกจากม่านเตียงในอ้อมแขนเรียว... หอบอุ้ม ‘ผ้าห่มขนจิ้งจอกขาวผืนหนาหนัก’ กลิ่นหอมสะอาดของแสงแดดและสมุนไพรแห้งยังคงอบอวลอยู่บนผืนขนสัตว์จื่ออวี้ก้าวเท้าเปลือยเปล่าลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่ม เดินลัดเลาะผ่านความมืดสลัว มุ่งหน้าตรงไปยังห้องโถงด้านนอกแสงจันทร์สีเงินยวบสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ทาบทาบลงบนพื้นไม้ขัดมันตรงริมหน้าต่าง...ร่างสูงใหญ่กำยำของเซียวหลงเหยียน กำลังนอนขดตัวคุดคู่อยู่บนตั่งไม้หลัวฮั

  • หวนคืนครานี้ข้าจะปกป้องฮองเฮาของข้า   บทที่ 37: วิกฤตเตียงแปดศอก... ที่นอนของฮ่องเต้อยู่ที่ใด?

    บทที่ 37: วิกฤตเตียงแปดศอก... ที่นอนของฮ่องเต้อยู่ที่ใด?เสียงพู่กันจุ่มหมึกดำขีดเส้นอนุมัติลงบนม้วนฎีกาฉบับสุดท้ายดังขึ้นติดๆ กันเซียวหลงเหยียนวางด้ามพู่กันขนแกะลงบนที่วางจานหยกทันที แผ่นหลังกว้างเหยียดตรง สูดลมหายใจเข้าลึก พระพักตร์คมคายที่เคร่งเครียดตลอดช่วงบ่าย บัดนี้ผุดพรายรอยยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกพระเนตรสีหมึกเหลือบมองนาฬิกาน้ำทองเหลืองมุมห้อง ยามไฮ่ล่วงเลยมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว“จางกงกง!”สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งการโดยไม่ต้องหันไปมอง “เก็บฎีกาทั้งหมดส่งเข้าสำนักราชเลขาธิการ คืนนี้ห้ามใครหน้าไหนเข้ามารบกวนเจิ้นอีกเด็ดขาด เจิ้นจะไปค้างที่ตำหนักเฟิ่งอี๋!”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” จางกงกงรีบก้มหน้ารับคำสั่ง ปาดเหงื่อที่หน้าผากพลางมองดูโอรสสวรรค์ที่ผลัดเปลี่ยนเป็นชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มตัวบางอย่างรวดเร็วตลอดหลายวันที่ผ่านมา ราชกิจเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎรแดนประจิมและการคัดเลือกขุนนางใหม่รัดตัวจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เซียวหลงเหยียนต้องทนนอนเดียวดายในห้องทรงอักษรมาหลายคืน หัวใจของพญามังกรโหยหากลิ่นกายหอมสะอาดของดอกมู่หลานและอ้อมกอดนุ่มนิ่มของภรรยาจนแทบจะคลั่งตายคืนนี้... งานเสร็จสิ้นลง

  • หวนคืนครานี้ข้าจะปกป้องฮองเฮาของข้า   บทที่ 36: ‘อันเอ๋อร์’ ก้อนแป้งนุ่มฟูของวังหลวง

    บทที่ 36: ‘อันเอ๋อร์’ ก้อนแป้งนุ่มฟูของวังหลวงสายลมเหมันต์พัดผ่านชายคาตำหนัก นำพาเกล็ดหิมะแรกแห่งปีโปรยปรายลงมาแตะยอดกิ่งเหมยสีชาดภายในห้องบรรทมชั้นในของตำหนักเฟิ่งอี๋ อุณหภูมิอบอุ่นด้วยไอถ่านไร้ควันกลิ่นไม้สน เตาผิงสำริดส่งประกายไฟสีส้มละมุน ขับไล่ความเยียบเย็นภายนอกให้มลายหายไปจนสิ้น กลิ่นน้ำต้มโสมแดงและชะเอมเทศอ่อนๆ ลอยกรุ่น ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมสะอาดของผ้าฝ้ายขาวเนื้อนุ่มที่เพิ่งอบแห้งบนเตียงกว้าง หลินจื่ออวี้ในชุดผ้าไหมสีขาวผ่องตัวยาว นอนหนุนหมอนขนนกอย่างผ่อนคลายเหงื่อกาฬที่เคยผุดซึมตามไรผมถูกเช็ดซับจนแห้งสนิท ใบหน้างดงามขาวนวลปรากฏรอยยิ้มบางเบา ดวงตาดอกท้อทอดมองดูสิ่งมีชีวิตตัวกระจ้อยร่อยที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนการคลอดในครั้งนี้... ราบรื่นและปลอดภัยอย่างน่าอัศจรรย์ไม่มีภาวะตกเลือด ไม่มีคมดาบหรือเสียงกรีดร้องของสงครามรอบข้าง มีเพียงมือหนาที่คอยกุมประสานกันไว้แน่นตลอดเวลา และคำพร่ำบอกรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าของสามี“จื่ออวี้... เจ้าดูเขาสิ”เซียวหลงเหยียนนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง พระพักตร์คมคายเปี่ยมล้นไปด้วยประกายแห่งความสุขจนปิดไม่มิด พระเนตรสีหมึกทอดมองทารกน้อยด้วยควา

  • หวนคืนครานี้ข้าจะปกป้องฮองเฮาของข้า   บทที่ 35: ศาลเตี้ยเด็กน้อยไต่สวนเสด็จพ่อ

    บทที่ 35: ศาลเตี้ยเด็กน้อยไต่สวนเสด็จพ่อกลิ่นหอมอบอวลของน้ำแกงปลาคาร์ปตุ๋นขิงอ่อนที่เพิ่งยกเข้ามาในห้องโถงตำหนักเฟิ่งอี๋ แทนที่จะช่วยเจริญอาหาร กลับทำให้ผู้เป็นเจ้าของตำหนักต้องยกมือขึ้นปิดปากแน่น“อุ้ก...”หลินจื่ออวี้เบือนหน้าหนี คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น ใบหน้างดงามขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีเริ่มซีดเผือด ลมหายใจสะดุดกึกก่อนจะส่งเสียงพะอืดพะอมออกมาอย่างไม่อาจควบคุม“จื่ออวี้! เจ้าเป็นอันใดไป!”เซียวหลงเหยียนที่กำลังนั่งปอกผลส้มอยู่ข้างๆ ทิ้งผลไม้ลงจานกระเบื้องทันที พระพักตร์คมคายตื่นตระหนก รีบถลาเข้าไปประคองแผ่นหลังบางของภรรยา ลูบแผ่วเบาด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ“จางกงกง! ตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้! ไปลากคอหัวหน้าสำนักหมอหลวงมาพบเจิ้นภายในครึ่งเค่อ!”ไม่ถึงชั่วจิบน้ำชา...หมอหลวงเฒ่าในชุดขุนนางสีคราม วิ่งหอบกระเป๋ายาสมุนไพรเข้ามาจนชายเสื้อแทบหลุดลุ่ย ร่างชราคุกเข่าลงข้างตั่งเตียง ปูผ้าไหมผืนบางลงบนข้อมือเรียวของฮองเฮา วางสามนิ้วลงแตะตรวจชีพจรอย่างระมัดระวังความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องบรรทมชั้นในหมอหลวงเฒ่าขมวดคิ้วแน่น สีหน้าแปรเปลี่ยนจากความตึงเครียด กลายเป็นความงุนงง ดวงตาทั้งสองข้างพลันเบิกกว้างจ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status