เข้าสู่ระบบ“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”
“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”
มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง
“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”
“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”
พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย
“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
“อีมาร์! มึงคิดว่าเพราะใครกันที่ทำให้ชีวิตกูอับจน”
“เพราะพ่อเลี้ยงทำตัวเอง! ดีแต่กินเหล้าเมายาไปวันๆ”
“ก็เพราะมีตัวกาลกิณีอย่างมึงมาเกิดต่างหากล่ะ ชีวิตกูถึงได้บัดซบลงทุกวัน ถ้าไม่มีมึง ไม่มีแม่ร่านๆ ของมึง ป่านนี้กิจการรีสอร์ตของกูคงรุ่งเรืองไม่น้อยหน้าไปกว่าพวกภูวรา แต่เพราะมีมารหัวขนอย่างมึงมาขัดขวาง สภาพของกูก็เลยทุเรศต้องเกาะพวกภูวรากิน!”
“ก็ถ้าไม่ติดเหล้า ไม่ออกไปมั่วผู้หญิงนอกบ้าน ไม่ล้างผลาญสมบัติตัวเอง จะมารหัวขนหรือจะตัวกาลกิณีก็ทำอะไรพ่อเลี้ยงไม่ได้ แต่เพราะไม่เอาไหนเอง ก็เลยต้องเกาะคนอื่นกินแบบนี้ไง!”
“มึงก็เกาะกูกินเหมือนกันนั่นแหละ อีมาร์!”
เพียะ!
ฝ่ามือใหญ่ง้างฟาดเข้าที่ข้างแก้มเด็กปากดี แรงผู้ชายมีมากกว่าผู้หญิง ตบทีเดียวเลือดมาลินีออกทั้งทางปากและจมูก ไม่สาแก่ใจพ่อเลี้ยงตามไปทำร้ายมันซ้ำเพราะเกลียดมันจนอยากจะฆ่าให้ตายคามือ เคยบอกไม่ให้มันมาเหยียบบ้านใหญ่ มันโผล่หน้ามาทำไม ในเมื่อโผล่มาแล้วมันต้องตายคามือคาตีนท่าน
“มึงตาย! กูจะฆ่ามึงให้สมกับที่มึงเกิดมาเป็นลูกนังร่าน!”
“พ่อเลี้ยง ปล่อยนังมาร์!”
แม่เลี้ยงแจ่มจันทร์มาทันเห็นภาพพ่อเลี้ยงธงไทยขยุ้มเส้นผมมาลินีและตบสั่งสอนรุนแรง จนเรือนร่างเล็กของเธอเสียหลักพลัดล้มลงไปกองบนพื้น แต่ถึงอย่างนั้นฝ่ามือหยาบใหญ่ก็ขยุ้มเส้นผมยาวแรง จนมาลินีหลุดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“แรงมีแค่นี้เองเหรอ หรือเส้นเลือดในสมองใกล้จะแตกตายแล้วถึงได้มือไม้อ่อนลงกว่าเมื่อก่อน”
“พอได้แล้วนังมาร์ ฮือ...” คุณแจ่มกรีดร้องลั่นบ้าน
“มึงเหลือกตาใส่กูเหรอ อีลูกชู้!”
มาลินีอวดดีไม่ขอร้องให้ชายสูงวัยปล่อย ถูกตบสั่งสอนไปหลายฉาดสีหน้าเธอก็ยังไม่ซึมลง ดวงตาสองคู่ของคนสองคนอาฆาตมาดร้ายต่อกันและกัน พ่อเลี้ยงเกลียดมาลินีจนอยากฆ่าให้ตาย มาลินีก็พร้อมจะโต้กลับถ้าหากพ่อเลี้ยงคิดจะฆ่าเธอให้ตายจริงๆ
“พอเถอะค่ะพ่อเลี้ยง อย่าทำมันเลย ปล่อยมันไป ฮือ...”
“เธอน่ะ ถอยไปแจ่ม อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน!”
สะบัดแขนทีเดียวร่างท้วมของคุณแจ่มก็ปลิวไปชนกับชั้นวางของ ใบหน้าของหญิงสูงวัยซีดเผือด เอามือกุมท้องโรยตัวช้าๆ นั่งเหยียดขาบนพื้น
มาลินีเห็นคุณแจ่มเจ็บแล้วเจ็บตาม เธอผลักเจ้าของบ้านรุนแรงแม้ว่าจังหวะนั้นมือเขาจะกระชากเส้นผมอยู่ทำให้เธอเจ็บตัวไปด้วยก็ตาม
“อย่าทำร้ายคุณแจ่ม! ถ้าทำ มาร์ไม่ยอม!”
“แจ่มก็ไม่ต่างอะไรกับมึง เป็นแค่คนงานในบ้านกู กูมีสิทธิ์! รักมันมากนักใช่ไหม! กูจะตีมันต่อหน้ามึงให้ดู!”
เพราะรักคุณแจ่มเหมือนแม่แท้ๆ มาลินีเอาตัวไปขวางจนถูกพ่อเลี้ยงธงไทยทุบตีจนน่วม
แค่ฝ่ามืออย่างเดียวพ่อเลี้ยงไม่สาแก่ใจ ไปดึงไม้แขวนเสื้อมาฟาดต่อเนื่องจนแม่เลี้ยงกราบเท้าขอโทษแทนมาลินีชายสูงวัยถึงยอมหยุด
“นับจากวันนี้เป็นต้นไป มึงห้ามมาเหยียบบ้านกู ห้ามเอาหน้ามาให้กูเห็น ถ้ากูเห็นมึงโผล่หน้ามาที่นี่อีกกูจะเอาปืนลูกซองกรอกปากมึง”
ตอบโต้ไม่ได้แล้วเพราะคุณแจ่มใช้ฝ่ามือปิดปากมาลินีไว้ กระทั่งพ่อเลี้ยงธงไทยกลับไปเรือนกล้วยไม้ ทั้งนายทั้งบ่าวต่างเนื้อตัวอ่อนแรงไปตามๆ กัน ยกเว้นมาลินีที่โกรธจนตัวสั่น เธอร้องไห้ เธอเจ็บ แต่ความเจ็บนั้นมาจากหัวใจไม่ใช่มาจากร่างกาย
“ฉันจะตีแกให้ตาย”
มาลินีไม่ได้คำชม แต่กลับโดนดุ ซ้ำร้ายยังถูกคุณแจ่มฟาดฝ่ามือหนักตีเข้าที่หัวไหล่โทษฐานที่ปีกกล้าขาแข็งใส่พ่อเลี้ยง
“โอ๊ย มาร์เจ็บนะ มาร์ปกป้องคุณแจ่ม คุณแจ่มกลับทำร้ายมาร์”
“ฉันขอให้แกปกป้องตอนไหน ตัวแกยังเอาตัวเองไม่รอดเลยนังมาร์”
“ก็มาร์ทนเห็นคุณแจ่มถูกทำร้ายไม่ได้”
“ทนไม่ได้ก็ต้องทน! คนอยู่บ้านเดียวกันจะทะเลาะกันไปทำไม ยอมได้ก็ยอม! ส่วนแก นังบัว คราวหลังไม่ต้องเสนอหน้าไปตามใครมาช่วยฉัน จากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่เลยแกเห็นไหม มีอะไรทำก็ไปทำ วันนี้อย่าเอาหน้ามาให้ฉันเห็น นี่เป็นการลงโทษ”
“ค่ะคุณแจ่ม” บัวอิดออดแต่ก็ยอมไป
“คุณแจ่มเจ็บมากไหมคะ รอยช้ำเต็มตัวไปหมดเลย”
“ไม่เยอะเท่ารอยช้ำตามตัวแกหรอก”
“มาร์ยังเด็ก แผลหายไว แต่คุณแจ่มแผลหายช้านะคะ”
“หลอกด่าว่าฉันแก่เหรอ เดี๋ยวฉันจะฟาดเข้าให้อีกที”
“พอแล้วค่ะ น่วมไปทั้งตัวแล้ว มาร์จะทายาให้เบาๆ นะคะ เสร็จแล้ว”
มาลินีตั้งใจทายาทำแผลให้ท่าน เรียบร้อยแล้วเธอเตรียมเก็บยาและอุปกรณ์ทำแผลทั้งหมดกลับใส่กล่องปฐมพยาบาล แต่แล้วน้ำตาเธอเกือบร่วง เมื่อคุณแจ่มผลัดเปลี่ยนมาทายาและทำแผลให้เธอ
“ฉันแก่แล้ว ไม่อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น ถึงถูกทำร้ายฉันก็จะอดทน แกไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ฉันชินแล้ว แกน่ะ ยังสาว การศึกษาก็ดี แกจะไปอยู่มุมไหนของโลกก็ได้ เรียนจบแล้วไปหางานที่อื่นเถอะ ไม่ต้องมาทำงานที่นี่ให้พ่อเลี้ยงกับฉันโขกสับ ชอบนักเหรอ ทำงานในห้องอาหารรับเงินเดือนสามพันสี่พัน กับขัดสระว่ายน้ำในรีสอร์ตที่ใกล้จะเจ๊งเนี่ย”
“มาร์เกิดที่นี่ จะให้มาร์ไปอยู่ไหนล่ะคะ มาร์อยากวนเวียนอยู่แถวนี้”
“วนเวียนทำไม แกเป็นวิญญาณหรือไง ถึงไปผุดไปเกิดไม่ได้ต้องลอยไปลอยมาอยู่ที่เดิมเป็นยี่สิบสามสิบปีฮะ หรือแกยังเพ้อฝันเหมือนตอนเด็ก ว่าแม่แกจะกลับมารับแกไปอยู่ด้วย ตื่นได้แล้ว แม่แกเขาตายไปนานแล้ว เขาไม่กลับมารับแกหรอก ตัดใจแล้วไปใช้ชีวิตของแกให้มีความสุข”
“มาร์เชื่อว่าแม่ยังไม่ตาย แม่แค่ไม่กล้ากลับมาที่นี่ เพราะกลัวจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย แม่อาจจะกลับมาในสักวัน มาแอบดูมาร์ น่าเสียดายก็แต่มาร์ไม่เคยเห็นหน้าแม่เลย ถ้ามีรูปแม่สักใบ วันที่แม่กลับมามาร์อาจจะจำหน้าแม่ได้ แต่เพราะมาร์ไม่รู้จักหน้าแม่ มาร์ก็เลยไม่รู้ว่าแม่ได้กลับมาหามาร์หรือเปล่า ของแทนตัวแม่สักชิ้นมาร์ก็ไม่มี มาร์มีแค่ชื่อเล่น ชื่อจริงที่แม่ตั้งให้ แค่ชื่อของมาร์เท่านั้นที่จะทำให้แม่กลับมาหามาร์”
“ถ้าได้เห็นรูปแม่แกสักครั้ง แกจะปลดล็อกปมในใจของแกได้ใช่ไหม”
“จะมีเหรอคะ มาร์ว่า พ่อเลี้ยงคงเอารูปแม่ไปเผาทิ้งหมดแล้ว”
“กรอบรูปสีขาวในลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานในเรือนกล้วยไม้มีรูปแม่แกสมัยสาวๆ พ่อเลี้ยงยังเก็บไว้ ไม่เคยทิ้งรูปแม่แก เพราะเขารักแม่แกมาก รักมาจนถึงวันนี้ เพราะรักมาก เขาถึงได้เกลียดแกมาก ถ้าแม่แกไม่ตาย และบังเอิญว่าแกเป็นลูกเขาจริงๆ เขาคงรักแกกับแม่ของแกมาก และอาจจะไม่เหลวแหลกตอนแก่อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้”
“แต่มาร์เป็นลูกชู้และถูกแม่ทิ้ง เขาก็เลยเกลียดมาร์เข้าไส้” แล้วความเศร้า ก็ทำให้ผู้หญิงสองคนจมอยู่กับความเงียบ
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







