เข้าสู่ระบบหลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋
“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”
“พี่นุ”
เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน
“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”
“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”
“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”
“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”
“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม่ใช่เหรอ”
“อยากให้มาร์ได้กินด้วยกัน ถ้าดึกๆ หิว พี่ลุกมาต้มมาม่ากินก็ได้”
“หืม พูดซะมาร์อยากเดินไปขอแบ่งมากินสักถ้วยเลยค่ะ”
“ถ้าไม่กลัวก็มาได้ พี่ต้อนรับมาร์เสมอ กินเลย ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณค่ะ มาร์กินเลยนะ ไม่เกรงใจแล้วค่ะ”
อาหารมีสองอย่างมาลินีตักกับข้าวนิดเดียวเน้นกินข้าวให้เยอะๆ เกรงใจดนุ เขาซื้อมากินคนเดียว แต่ต้องแบ่งให้เธอกินด้วย กลัวเขาจะไม่อิ่ม
“พี่ไม่รู้ว่ามาร์จะกลับมานอนร้าน ไม่อย่างนั้นคงแวะรับที่หอ”
“พี่นุเข้าไปทำธุระในเมืองมาเหรอคะ”
“ใช่ พี่ไปสั่งปุ๋ย วันพรุ่งนี้ร้านจะเอามาส่ง”
“จัดสวนเตรียมสถานที่ไว้จัดงานแต่งคุณลิตาเหรอคะ”
“จ้ะ ตอนแรกคุณกิ่งกับคุณลมอยากให้ไปจัดในภูวราบอกว่าพื้นที่กว้างมากกว่า แต่พ่อเลี้ยงอยากให้จัดบ้านเจ้าสาวมากกว่า ก็เลยเจรจากันใหม่ คุณแทนไม่มีปัญหาบอกว่าจัดที่ไหนก็ได้ยังไงก็อยู่ใกล้ๆ กัน แต่งกน่าดูเลยนะมาร์ ไม่ให้เงินก้อนมาบริหารจัดการเอง แต่บอกพี่ให้เอาบิลไปเบิกกับเขา”
“อาจารย์คงจะกลัวพ่อเลี้ยงเอาไปลงกับเรื่องไร้สาระมั้งคะ”
“น่าจะอย่างนั้น ตอนแรกพี่ก็เคือง แต่ก็เข้าใจเขา มีอีกเรื่องนะมาร์ พี่ไม่รู้ควรเล่าให้ฟังดีไหม เรื่องคุณแทน”
“อะไรเหรอคะ”
“คุณแทนพาผู้หญิงมามีอะไรกันในบ้าน”
มาลินีตักน้ำพะโล้มาชิมจากนั้นเธอสำลัก
“แค่กๆๆๆ พี่นุ... รู้ได้ยังไงคะ”
ดีว่าเธอเบี่ยงประเด็นทัน
“พี่เห็นกับตา คุณแทนให้พี่เป็นธุระจัดการเรื่องสร้างเรือนหอแล้วก็ตกแต่งภายใน พี่ไปหาเขาตอนเช้า โป๊ะเชะเห็นเสื้อผ้าผู้หญิง แถมยังเป็นนักศึกษาด้วยนะ มาร์เรียนกับคุณแทน มาร์พอจะรู้หรือเปล่าว่าเขาแอบเลี้ยงดูนักศึกษาคนไหน”
“มาร์... ไม่รู้หรอกค่ะ มาร์ไม่ชอบเรียนกับอาจารย์แทน เขาดุ แล้วก็ชอบตัดเกรดซี เกรดดีบวกให้มาร์ มาร์ไม่ชอบเขาเลยค่ะ”
“หรือไม่ก็อาจจะเป็นรสนิยมทางเพศที่ให้คู่นอนใส่ชุดนักศึกษา พี่โกรธนะ แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวเขาก็คงหยุดไปได้เองหลังแต่งงาน ไม่อยากจะเอาเรื่องไม่ดีไปเล่าให้พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงฟังให้พวกท่านกังวล มาร์ไม่ชอบคุณแทนก็ดีแล้ว อยู่ห่างเขาไว้ พี่ไม่ไว้ใจเขาเลย”
“...”
“นึกว่ากลับบ้านมาเยี่ยมฉัน ที่ไหนได้ มีนัดกินข้าวกับผู้ชายหรอกเหรอ”
“คุณแจ่ม” ท่านไม่ได้มาคนเดียว มีบัวกับป้านิดช่วยกันถือสัมภาระหลายอย่างเข้ามาในห้องอาหาร
“กินข้าวด้วยกันไหมครับแม่เลี้ยง อาหารถุงพื้นๆ ซื้อจากตลาด ถ้าไม่รังเกียจขอเชิญร่วมโต๊ะนะครับ”
เอ่ยชวนด้วยความหวังดี ดนุกลับได้รับสายตาไม่พอใจจากคุณแจ่ม เพิ่งจะกินไปไม่กี่คำแต่ท้องไส้เขาไม่อยากจะรับอาหารอีก จึงยกจานส่วนของตัวเองไปเก็บในครัว ก่อนจะขอตัวกลับบ้านพักคนงาน
“นัดเจอดนุบ่อยเหรอ”
“พักอยู่ในเขตรีสอร์ตเดียวกัน เจอกันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอคะ”
“บัวกับแม่นิดก็อยู่เขตไร่เดียวกัน ไม่เห็นจะได้มากินข้าวด้วยกัน ฉันไม่ได้จะขัดขวางหรอกนะถ้าพวกเธอจะคบกัน แต่อย่าทำตัวไม่ดีในรีสอร์ต ลูกค้ามาเห็นเข้าจะเอาไปลือให้รีสอร์ตเสื่อมเสียชื่อเสียง”
“ค่ะ มาร์จะระวัง”
โดนดุเรื่องอะไรมาลินียังไม่เข้าใจ แต่เพราะเป็นคุณแจ่มเธอจึงก้มหน้าก้มตารับฟังทุกคำสั่งจากท่าน
“ฉันเอาที่นอน ผ้าห่ม หมอน แล้วก็ของใช้อื่นๆ มาให้ ชดเชยกับที่ฉันเอาของๆ แกไปเผาทิ้ง ส่วนพวกเฟอร์นิเจอร์โต๊ะเตียง ถ้าแกอยากได้ วันหยุดครั้งหน้าไปหาฉันที่บ้าน ฉันจะให้แม่นิดขับรถพาไปซื้อ”
“ขอบคุณค่ะ แต่แค่เครื่องนอนก็พอแล้ว มาร์ใกล้เรียนจบ พวกเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องอาจจะไม่จำเป็นค่ะ ซื้อมาจะสิ้นเปลืองเปล่าๆ”
“แผลแกเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่เจ็บแล้ว ทั้งแผลรถล้มแล้วก็แผลที่หน้า”
“เจ็บขนาดนี้ยังจะกลับมานอนเฝ้าร้าน มีหอทำไม ถ้ามีแล้วไม่นอน”
“มาร์เป็นห่วงคุณแจ่มค่ะ กลัวจะจับไข้ หรือไม่ก็... ถูกพ่อเลี้ยงตีซ้ำ”
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”
น้ำเสียงคุณแจ่มห้วนและแฝงไปด้วยอารมณ์ร้าย มาลินีอยากถามว่าเธอไปทำอะไรให้ท่านโกรธเคืองหรือเปล่า แต่คิดว่าถามออกไปอาจจะโดนด่ากลับมาจึงเลือกที่จะก้มหน้าลงให้ต่ำกว่าเดิม การกระทำของเธอส่งผลต่ออารมณ์แม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ เธอเก็บอารมณ์ฉุนเฉียวไม่อยากจะสาดคำพูดแย่ๆ ใส่มาลินีมากไปกว่านี้
“จำที่แกเคยบอกว่าอยากเห็นหน้าแม่สักครั้งได้หรือเปล่า”
“คุณแจ่มเอารูปแม่มาให้มาร์เหรอคะ”
“ฉันไม่ได้สิ้นคิดถึงขั้นขโมยของรักของหวงมาจากพ่อเลี้ยง ขืนทำไป เขาจับได้ หลังฉันได้ขาดเพราะถูกเขาตีกันพอดี นี่เป็นกุญแจสำรองของเรือนกล้วยไม้ ถ้าแกอยากเห็นหน้าแม่ แกต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง ระวังตัวให้ดี ห้ามให้ถูกจับได้ ถ้าพลาด จำไว้ว่าตัวใครตัวมัน ห้ามไม่ให้แกบอกว่าได้กุญแจมาจากฉัน”
“จะมีรูปแม่ของมาร์อยู่ในนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ”
“ฉันเห็นมากับตา แต่มันไม่ใช่หน้าที่ที่ฉันจะต้องช่วยเหลือแกไปมากกว่านี้ เพราะฉันก็ไม่ได้ชอบแกกับแม่แกนักหรอก”
ความทรงจำครั้งล่าสุดย้อนกลับไปในวัยสิบขวบ มาลินีเข้าไปทำความสะอาดในเรือนกล้วยไม้คนเดียว เพราะอยากแบ่งเบาภาระคุณแจ่ม เธอไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย แค่กวาดบ้านกับเอาผ้ามาชุบน้ำถูพื้นไม้ทีละแผ่น พ่อเลี้ยงเข้ามาเห็น เขาตีเธอ และคว้ากรรไกรมาตัดผมเธอจนแหว่ง นับจากนั้นเป็นต้นมา มาลินีแทบจะไม่เฉียดไปทางหลังบ้าน และไม่คิดจะเข้าไปในเรือนกล้วยไม้อีกเลย
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







