Share

ตอนที่ 7 มื้อค่ำที่เปลี่ยนไป Part1

Author: Jiulin
last update publish date: 2026-10-07 11:49:39

หลังจิ้งชินอ๋องเดินออกจากเรือนร้างไปด้วยความขุ่นเคืองใจ เสี่ยวเฉียวก็รีบหันมองนายสาวของตนด้วยความทึ่งระคนหวาดหวั่นในอาญา นางขยับเข้ามาใกล้ผู้เป็นนาย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

“คุณหนู... ทำเช่นนี้จะไม่เป็นการล่วงเกิน จนทำให้ท่านอ๋องโกรธและสั่งลงโทษเอาได้หรือเจ้าคะ”

“ลงโทษงั้นหรือ”

เสี่ยวเฉียวพยักหน้าหงึกหงักด้วยความกังวล ทว่าลู่หมิงเซียนกลับทำเพียงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ

“เด็กน้อยเอ๋ย... เจ้ายังมองคนไม่ออกหรอก คนจำพวกนี้น่ะหน้าเนื้อใจเสือจะตายไป ยิ่งข้าทำตัวหมางเมินไม่แยแส มีหรือที่พวกเขาจะกล้าเอาเรื่องให้เป็นข่าวใหญ่โต แค่กลัวว่าความลับเรื่องยักยอกสินเดิมจะสาวไปถึงตัว พวกเขาก็ร้อนรนจนแทบแย่อยู่แล้ว”

“ตะ... แต่ว่าเมื่อครู่”

“จิ้งชินอ๋องก็แค่ยังไม่ชินกับการที่ข้าเปลี่ยนไปก็เท่านั้น แต่ต่อไปเขาจะต้องปรับตัวให้คุ้นเคยเอง เพราะหลังจากนี้เป็นต้นไปข้าจะทบต้นทบดอกทวงคืนทุกสิ่งที่ควรจะเป็นของข้ากลับมาให้หมดทุกอีแปะอย่างไรเล่า”

ลู่หมิงเซียนกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ ในเมื่อโชคชะตาส่งให้นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ เช่นนั้นนางก็ขอใช้ความรู้ความสามารถที่มี ทำตามเป้าหมายของชีวิตให้สมกับที่เคยทุ่มเทมาตลอดก็แล้วกัน

ในขณะที่กำลังพูดคุยกัน สายตาของเสี่ยวเฉียวก็เหลือบไปเห็นสำรับอาหารยามค่ำที่ถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะด้านในพอดี สีหน้าของเด็กสาวจึงเจือความประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย

“เอ่อ... คุณหนูเจ้าคะ วันนี้พวกบ่าวในห้องเครื่องดูแปลกไปจริงๆ เจ้าค่ะ” เสี่ยวเฉียวเอ่ยขึ้นพลางชี้ไปยังสำรับอาหารที่มีทั้งซุปไก่ตุ๋นร้อนๆ และผัดผักหน้าตากิน ซึ่งต่างจากข้าวต้มน้ำใสแจ๋วเช่นเมื่อเช้าลิบลับ

“แปลกอย่างไรหรือ” ลู่หมิงเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางมองตามสายตาของบ่าวคนสนิทไป

“ก็ตั้งแต่เมื่อเช้าที่คุณหนูบุกไปเรือนหน้าเพื่อทวงสินเดิมคืน ทั้งยังตอกหน้าพระชายารองเสียจนหน้าหงายไม่เป็นท่า ข่าวลือเรื่องที่คุณหนูหายจากอาการป่วยปางตายแถมยังดุร้ายขึ้นเป็นกองก็แพร่สะพัดไปทั่วจวนแล้วล่ะสิเจ้าคะ”

เสี่ยวเฉียวอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงท่าทางหน้าซีดเผือดหวาดผวาของพวกบ่าวไพร่ในจวน ที่ในอดีตมักจะวางอำนาจบาตรใหญ่ใส่ร้ายป้ายสี และปฏิบัติกับเรือนท้ายจวนราวกับเป็นขอทาน ทั้งยังเคยผลักไสไล่ส่งนางหมือนหมูเหมือนหมาในยามที่ต้องเดินทางไปรับสำรับอาหารที่โรงครัวด้วยตนเอง

ทว่ายามนี้ แค่เพียงได้ยินชื่อของพระชายาเอกลู่หมิงเซียน พวกนั้นต่างก็พากันตัวสั่นงันงกจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา 

“เมื่อครู่ตอนที่บ่าวจะไปรับสำรับมื้อเย็นที่ห้องเครื่อง พวกเขาต่างพากันตัวสั่นงกบอกว่าจะรีบจัดหามาให้พระชายาที่เรือนเอง บ่าวยังแอบเห็นนะเจ้าคะว่าพวกนั้นรีบจัดหาอาหารชั้นดีและก้มหน้าก้มตาทำให้ด้วยความหวาดกลัวอาญา ไม่มีใครกล้าตุกติกหรือกลั่นแกล้งพวกเราเหมือนก่อนอีกแล้วเจ้าค่ะ”

“เห็นไหมล่ะ... อำนาจและความเด็ดขาดนี่แหละที่ทำให้คนพวกนั้นเลิกวุ่นวายกับพวกเราได้ดีที่สุด”

เสี่ยวเฉียวพยักหน้ารับด้วยแววตาเป็นประกายเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงท้องร้องจ๊อกๆ อันดังสนั่นก็สวนขึ้นมาทำลายบรรยากาศเงียบสงบในทันที พร้อมกับที่เจ้าตัวเผลอสูดจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยโชยมาแตะจมูก จนต้องยกมือขึ้นกุมท้องแก้เขิน

ลู่หมิงเซียนชำเลืองมองท่าทีท้องร้องหิวโหยด้วยความไร้เดียงสาของบ่าวคนสนิท ก็อดยิ้มด้วยความเอ็นดูระคนขบขันไม่ได้

“เอาล่ะ ท้องร้องประท้วงเสียงดังขนาดนี้ รีบเข้าไปจัดการสำรับพวกนี้กันเถอะ”

“เจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเฉียวยิ้มแก้มปริ รีบสาวเท้านำหน้าเข้าไปจัดแจงสำรับอาหารด้านในเรือนทันที

ลู่หมิงเซียนก้าวเดินตามหลังบ่าวคนสนิทเข้าไป พลางกวาดสายตาสำรวจสภาพภายในเรือนพักที่ทั้งทรุดโทรมและอับทึบ

แม้ในใจลึกๆ จะยังคงรู้สึกแปลกประหลาดและเคว้งคว้างกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ ทว่าชะตากรรมที่นำพานางให้ต้องมาติดอยู่ในร่างนี้โดยไม่อาจหวนคืน ก็ทำให้นางต้องจำใจยอมรับความจริงและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดให้ได้

แต่ยิ่งมองสภาพแวดล้อมรอบตัว ความหงุดหงิดก็ยิ่งพวยพุ่งขึ้นมาในอก

“ให้ตายสิ! มันน่าบุกไปริบทรัพย์สินในคลังจวนมาให้เกลี้ยงนัก ดูสิ... แม้แต่บานหน้าต่างผุพังพวกนี้ก็ยังไม่มีใครคิดจะส่งช่างมาซ่อมแซมให้ข้าเลยสักคน เจ้าอ๋องบ้าหน้าหล่อเหลาแต่สมองกลวงผู้นั้น มีดีแค่เปลือกจริงๆ สินะ”

“คุณหนู... อย่าพูดเสียงดังไปสิเจ้าคะ” เสี่ยวเฉียวที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะอาหารถึงกับตกใจสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ของผู้เป็นนาย

นางรีบหันมาเอ่ยปรามนายสาวเสียงหลง พลางชะโงกหน้ามองลอดผ่านประตูออกไปสำรวจความเรียบร้อยรอบเรือนด้วยท่าทีหวาดระแวง

“จะกลัวอันใดกันเล่า?” ลู่หมิงเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน

“ในเมื่อพวกเขาต่างหากที่ควรจะต้องกลัวข้า ข้าเป็นถึงบุตรีสายตรงสกุลลู่ทั้งยังควบตำแหน่งพระชายาเอกของชินอ๋องอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่พวกนั้นกลับปล่อยให้ข้ามานอนตากลมหนาวอยู่ในเรือนร้างเช่นนี้ ถ่านให้ความอบอุ่นสำหรับเรือนของชายาเอกก็ไม่มีสักก้อน หากว่าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจนคนนอกล่วงรู้ ผู้ที่จะต้องเสื่อมเสียเกียรติและรับโทษทัณฑ์ฐานละเลยชายาเอก ก็คือเจ้าสามีเฮงซวยหลี่เฟิงหยวนผู้นั้นต่างหากเล่า”

“คะ... คุณหนู”

เสี่ยวเฉียวอ้าปากพะงาบๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ทว่าสุดท้ายก็ทำได้เพียงหุบปากลงและไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะมาโต้แย้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 66 เสียหน้า... หน้าเสีย

    ทว่าอีกด้าน จิ้งชินอ๋องที่ยืนกอดอกจ้องมองหอการค้าของอดีตชายาเอกของตนอยู่นั้น จู่ๆ หลินโม่ก็เอ่ยถามขึ้นว่า“ยามนี้สายมากแล้ว ท่านอ๋องจะเข้าวังเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงเคาะนิ้วเบาๆ เป็นจังหวะตรงกรอบหน้าต่างไม้แกะสลักเท่านั้นทันใดนั้น หลินเจ๋อที่หายตัวไปไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับกล่องไม้หอมแกะสลักลวดลายประณีตในมือ“เจ้าหายไปไหนมา” หลินโม่ก้าวเข้าไปใกล้พลางเอ่ยถามสหายของตนด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น“ไปทำงานสำคัญมา นี่เจ้าไม่ได้ฟังที่ท่านอ๋องสั่งการก่อนออกนอกจวนเลยหรือ”“เรื่องอันใดกัน” หลินโม่ตาโตเอ่ยถามหลินเจ๋อพลางสลับมองกล่องไม้ในมือของสหายไปด้วยหลินเจ๋อส่ายหัวเบาๆ ให้สหายคู่ใจ ก่อนจะรีบก้าวเดินเข้าไปห

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 65 กำเนิดแป้งผลัดหน้าไร้สารพิษ

    ภายในหอการค้าที่ผู้คนพากันจับจ่ายซื้อของกันพลุกพล่าน ลู่หมิงเซียนกวาดสายตามองความสำเร็จตรงหน้าด้วยความอิ่มเอมใจ แม้จะรู้สึกคล้ายมีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องมาจากมุมมืดฝั่งตรงข้าม แต่นางก็เพียงปรายตามองผ่านเลยไปอย่างไม่ใส่ใจสำหรับนางในเวลานี้ อดีตสามีผู้โง่เขลารายนั้นก็เป็นได้เพียงแค่คนแปลกหน้าที่ไม่มีค่าพอให้ต้องชายตามองอีกต่อไปแล้วหมากบนกระดานเมืองหลวงถูกนางกวาดจนเรียบแล้ว และก้าวต่อไปของนาง ก็คือการสร้างธุรกิจการค้า เครื่องประทินโฉมและอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะทำให้นางได้กลายเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งที่สุดในใต้หล้า ซึ่งไม่ใช่แค่ในเมืองหลวงแห่งนี้และแน่นอนที่สุด ตระกูลลู่และจวนจิ้งชินอ๋อง จะไม่มีวันได้แตะต้องทรัพย์สินของนางได้อีก หากอับจนหนทางก็คงเหลือเพียงทางเดียวคือการก้มหัวขอให้นางช่วยเหลือเท่านั้น‘ซึ่งไม่มีวันนั้น... วันที่ข้าจะหยิบยื่นมือช่วยพวกเขาอย่างแน่นอน!’บรรยากาศภายในหอการค้าชั้นลอยและโถงกลางคึกคักไปด้วยบรรดาฮูหยิน และคุณหนูจากตระกูลขุนนางสูงศักดิ์ที่กำลังจับจ่ายเลือกซื้อสินค้านอกจากผ้าไหมแพรพรรณชั้นเลิศจากร้านเว่ยเซียง และ

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 64 ไม่มีวันหวนคืน

    ณ หอการค้าหมิงเซียน ยามสายของวัน..อาคารสามชั้นอันโอ่อ่า ป้ายทองคำขนาดใหญ่สลักตัวอักษรพู่กันเด่นชัดว่าหอการค้าหมิงเซียน ส่งประกายระยิบระยับรับแสงอาทิตย์ที่สอดส่องลงมาผ่านไปราวสองวันแล้วแม้ว่าพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่จะผ่านพ้นไป ทว่าในเช้าวันที่สามของการเปิดหอการค้านี้ บรรดาพ่อค้าวาณิชและลูกค้ากลับยิ่งหลั่งไหลกันเข้ามาอุดหนุนและสั่งจองสินค้ากันอย่างเนืองแน่นยิ่งกว่าเดิมโดยเฉพาะถุงแร่ความร้อนรุ่นรีฟิล หรือที่รู้จักกันไปทั่วเมืองหลวงในนามถุงแร่คลายหนาว ตลอดจนผ้าไหมตัดเย็บประณีต ซึ่งกลายเป็นสินค้าหายากและเป็นที่ต้องการสูงสุดในเมืองหลวงเวลานี้ภายในโถงกว้างชั้นล่าง ลู่หมิงเซียนในชุดอาภรณ์สีแดงทับทิมปักลวดลายเมฆมงคลเรียบหรู ยืนตรวจสอบความเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มสดใส มั่นใจ และฉายแววความสุขุมของผู้บริหารหญิงอย่างเต็มเปี่ยม โดยมีเสี่ยวเฉียวและหลงจู๊ฝีมือดีคอยช่วยเหลือจัดการบัญชีและต้อนรับแขกเหรื่อไม่ขาดสายผ่านไปชั่วยามกว่าๆ เมื่อลูกค้าเริ่มบางตาลง องค์หญิงใหญ่ในคราบฮูหยินเซียวแห่งร้านฝ

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 63 แผนการที่พังไม่เป็นท่า

    จวนจิ้งชินอ๋อง เมืองหลวงแคว้นหลี่ภายในเรือนหลิวอวี่ เรือนพักส่วนตัวของชายารองที่แยกออกมาจากเรือนใหญ่ของจวน ท่ามกลางม่านมุ้งแพรไหมเนื้อดีที่ประดับประดาอย่างหรูหรา ทว่าบรรยากาศภายในกลับอบอวลไปด้วยความอึดอัดและระทึกขวัญลู่หมิงจูนั่งหน้าซีดเผือดอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง มือเรียวบางที่สวมปลอกเล็บทองสั่นระริกจนแทบถือหวีไม่อยู่ข่าวลือที่แพร่สะพัดในจวนเมื่อวานนี้... มือสังหารสองคนที่นางส่งไปจัดการลู่หมิงเซียนถูกชาวบ้านพบเป็นศพไร้รอยแผลภายนอก และถูกโยนทิ้งไว้นอกกำแพงเมืองอย่างเหี้ยมโหดนั่นหมายความว่าแผนการทั้งหมดที่นางเพียรวางเอาไว้พังพินาศไม่เป็นท่าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ก็คือป้ายหยกประจำตัว สิ่งของล้ำค่าที่นางแอบมอบให้เสี่ยวชุ่ยนำไปใช้เป็นมัดจำล่วงหน้า ยามนี้กลับหายสาบสูญไปพร้อมกับพวกมันอย่างไร้ร่องรอย&lsquo

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 62 แผนการต้อนรับฉบับท่านอ๋องปากแข็ง

    “พวกขุนนางคดโกงในเมืองหลวง กล้าดีอย่างไรมาสูบเลือดสูบเนื้อกองทัพเกราะพยัคฆ์ของข้า!”น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังแผ่กังวานไปทั่วห้องทรงงาน ทำเอาทหารม้าเร็วเบื้องนอกรวมไปถึงองครักษ์คนสนิททั้งสองต้องก้มศีรษะลงด้วยความสะท้านทว่าเมื่อนึกไปถึงสตรีที่เป็นผู้ส่งหลักฐานชิ้นนี้มา นัยน์ตาแข็งกร้าวของเขากลับปรากฏรอยแห่งความทึ่งและสนใจอย่างลึกซึ้ง‘ลู่หมิงเซียน อดีตพระชายาเอกของจิ้งชินอ๋องงั้นหรือ?’เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของนางในคราบคุณหนูเจ้าอารมณ์ผู้ไล่ตามสวามีมาบ้าง ทว่าพฤติกรรมในกระดาษแผ่นนี้ กลับแสดงให้เห็นถึงสตรีผู้มีสายตาการเมืองแหลมคม สติปัญญาเฉียบขาด และกล้าเดินหมากตลบหลังทั้งบิดาและอดีตสวามีของตนเองได้อย่างสะอาดหมดจดสตรีผู้นี้รู้ดีว่า หากมอบหลักฐานนี้ให้จิ้งชินอ๋องผู้เป็นผู้คุมกรมอาญาโดยตรง เรื่องราวคงถูกปกปิดและกลายเป็นห

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 61 เขาก็คือเซียวเจิ้นเป่ย

    ‘คิดจะใช้หีบนี้เป็นข้ออ้าง แล้วส่งสตรีมากเล่ห์ผู้นี้มาเป็นเหยื่อล่อให้ข้าตกหลุมพรางยอมตบแต่งนางเข้าจวนเพื่อผูกมัดงั้นหรือ ช่างไร้สาระสิ้นดี!’เซียวเจิ้นเป่ยปัดผ้าคลุมขนหมาป่าไปด้านหลังด้วยความหงุดหงิด สายตาดุดันจ้องมองหีบไม้ตรงหน้าด้วยความเย็นชา ชายหนุ่มปักใจเชื่อไปเสียแล้วว่า สตรีที่ทำให้มารดาของเขาตื่นเต้นจนยอมลงทุนลงแรงถึงเพียงนี้ ย่อมต้องเป็นสตรีมากมารยา เจ้าเล่ห์เพทุบาย และรู้จักใช้เรือนร่างหรือน้ำตาเพื่อหลอกใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมืออย่างแน่นอน“นำหีบไปเก็บไว้ในห้องหนังสือที่จวนเสีย” อ๋องหนุ่มออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากระแสเสียงกลับแฝงแววเหินห่างและกีดกันอย่างเด็ดเดี่ยว“ส่วนสตรีเจ้าของหีบผู้นั้น บอกคนของเราไว้ หากนางคิดจะใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงขององค์หญิงใหญ่ หรือจวนเจิ้นเป่ยอ๋องเพื่อสร้างอำนาจเบ่งบานในเมืองหลวงล่ะก็...”“ก็ให้อยู่ห่างๆ เอาไว้ อย่าไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status