INICIAR SESIÓNเสียงโทรศัพท์ดังถี่ๆ พร้อมกับระบบสั่นของมันในกระเป๋ากางเกงของนาวิน ปลุกให้เขาตื่นขึ้น เขางัวเงียแล้วเอามือลูบหน้าตนเอง นึกตกใจที่รอบตัวมืดไปหมด เขาสะบัดหน้าไปมา แล้วกดรับสาย
“ครับ”
“โอ๊ย รับเสียทีนะนาวิน นี่อยู่ไหนกันอะ ป้าตวงโทรมาหาที่พี่ บอกว่าโทรหาหวานกับนาวินไม่มีคนรับเลย”
สร้อยสายถอนหายใจอย่างโล่งอกที่โทรติดเสียที นาวินหันขวับมองพี่สาวเมื่อได้ยินว่าแบบนั้น ตายล่ะ...ขืนป้าตวงรู้ว่าแอบทำเหลวไหลกันแบบนี้ ป้าตวงไม่น่ากลัวเท่าลุงเพลิงเสียด้วย เขาเขย่าปลุกหวานใจ ที่ทำเสียงอืออาตอบรับ แล้วปัดมือไปมาเหมือนรำคาญ
“อยู่ที่อ่างเก็บน้ำพี่สร้อย เฮ้ย...นี่กี่โมงแล้วนี่”
“จะทุ่มแล้วย่ะ รีบโทรไปหาป้าตวงด่วนๆ เลย”
“ครับๆ”
เขารีบกดโทรศัพท์หาตวงรัก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้ตื่นเต้น จะแก้ตัวยังไงดีหว่า ป้าตวงกับลุงเพลิงถึงบ้านหรือยังหนอ เขากับหวานใจกลิ่นหึ่งกันขนาดนี้ โดน...โดนแน่ๆ
“นาวินพากันไปเที่ยวไหนหรือลูก ป้าโทรไปไม่รับสายเลย ไปกับยัยหวานด้วยหรือเปล่า”
เสียงของตวงรักทำให้นาวินตัวแข็ง แล้วเอ่ยตอบตะกุกตะกัก
“มาอ่างเก็บน้ำครับป้าตวง เอ่อ...แต่เดี๋ยวจะกลับแล้วครับ”
“หาอะไรกินกันไปเลยนะ ป้ากับลุงเพลิงวันนี้ก็จะนอนค้างที่นี่ไม่ได้กลับ เพราะพรุ่งนี้จะต้องออกไปรับสมัครคนงานกันแต่เช้า คงจะกลับบ่ายๆ น่ะจ้ะ”
“ครับ”
เหมือนยกภูเขาออกจากอกเมื่อได้ยินตวงรักพูดแบบนั้น เกือบไปแล้วนะนาวินเอ๊ย...เขาเขย่าตัวหวานใจอีกหน หนนี้พี่สาวก็ยังไม่ยอมตื่น
“ยัยหวานล่ะอยู่แถวนั้นหรือเปล่า เรียกมารับสายที น่าตีจริงๆ นะเราสองคนน่ะ เที่ยวเล่นกันเพลินไม่ยอมรับสายป้า”
“พี่หวานไป ไปเข้าห้องน้ำน่ะครับ”
“งั้นก็ไม่เป็นไร อย่าพากันไปทำเรื่องยุ่งล่ะ ป้ากับลุงไม่อยู่”
“แหะๆ ครับ เดี๋ยวกลับบ้านจะรีบนอนเลยล่ะครับป้าตวง”
เขาถอนใจเฮือก เมื่อวางสายแล้วจากตวงรัก หวานใจไม่ยอมตื่นเสียที หนุ่มล่ำเลยตกลงใจอุ้มพี่สาวไปที่รถ แล้วขับกลับไปที่บ้าน
เขาพอจะสร่างเมาไปบ้างแล้ว เพลงในรถดังขึ้นอีกหน เป็นเพลงเดิมที่ทำให้เขาน้ำตาซึมเมื่อตอนมา แต่ตอนขากลับ นาวินกับยิ้มออกกับเนื้อเพลง จะอย่างไรสำหรับเขา ความรักก็คือสิ่งที่ดี แม้จะไม่สมหวังก็ตามทีเถอะ...
.........................................................................................................................................................................
เมื่อกลับไปถึงบ้านเขาก็เจอเข้ากับสร้อยสาย ที่ยืนท้าวเอวรออยู่หน้าบ้าน สีหน้าเป็นกังวล พอเขาลงจากรถ หล่อนก็เดินตรงมาหา แล้วใช้มือตีแขนล่ำๆ ของเขาแรงๆ
“เจ็บนะพี่สร้อย”
เขาแกล้งทำเสียงโอด สร้อยสายทำจมูกฟุตฟิต ก่อนจะหยิกเขาแถมอีกที
“แอบไปกินเหล้ากันมาเรอะ เดี๋ยวจะฟ้องป้าตวงกับลุงเพลิง คิดยังไงหนีไปก๊งกันสองคนยะ ไม่มีชวนเลย” ประโยคหลังทำให้เขาหัวเราะชอบใจ
“นี่โกรธเพราะไม่ชวนใช่ไหมนี่พี่สร้อย”
“เปล่าย่ะ เป็นห่วงหรอก”
หล่อนว่า นาวินกระแอม เขามองหน้าหวานๆ ของสร้อยสาย แล้วเอ่ยพึมพำออกมาเสียงเบา แต่ดังพอได้ยิน
“ไปกินเหล้าแก้ช้ำใจมา ชวนพี่สร้อยไปด้วยไม่ได้หรอก”
“แหม...”
สร้อยสายเองก็พอจะรู้ความนัยของน้องชายคนสนิท เธอมองสบตากับเขา แล้วเสหลบตาเมื่อถูกนาวินจ้องเอาตรงๆ แบบนั้น
“หายช้ำหรือยังล่ะ”
“อืม...หายแล้ว ลูกผู้ชายอกล่ำ นมโตแบบผม ช้ำไม่นาน”
“ดีแล้วล่ะย่ะ แล้วยัยหวานล่ะทำไมไปเมาด้วยล่ะนั่น เมื่อคืนเพิ่งจะบอกเองว่าเข็ดๆ”
เธอเปิดประตูรถออก หวานใจที่ดูเหมือนหลับมาตลอดทาง เมื่อถึงบ้านก็ลืมตาขึ้น แล้วครางเสียงอ่อยเธอเอามือกุมขมับ สร้อยสายท้าวเอวแล้วส่ายหน้านิดๆ กับสภาพของเพื่อนรัก
“โอย...ปวดหัว”
“ยัยหวาน ลงมาเลย ลงมาไหวไหมยะ”
“ไหว...”
หล่อนขานรับ ก่อนจะค่อยๆ เดินลงมา ปัดมือของนาวินที่จะช่วยพยุง สร้อยสายกระแอม แล้วเอ่ยขึ้นตามหลังคนที่เดินโซเซจะเข้าบ้าน
“มีแขกมารอพบหล่อนนะยะยัยหวาน มารอตั้งแต่สี่โมงเย็นล่ะ”
“แขก...แขกไหนอะ” หวานใจหันมาขมวดคิ้ว
“ไม่รับแขกได้มะ ตอนนี้ง่วง มึน...ไล่แขกแทนได้หรือเปล่า?”
“แขกคนนี้ไล่ไม่ได้ล่ะ เพราะเป็นแขกพิเศษของแก พี่รามยังไงล่ะ”
ฟังชื่อแล้วหวานใจก็แทบจะหายมึน...
มาทำไมกันนะอีตานี่!
สาวน้อยคิดอย่างเคืองๆ จะมาย้ำเตือนให้เธอช้ำอีกทำไมกัน
เอ๊ะ...แล้วทำไมเธอต้องช้ำด้วยล่ะ
เฮ้อ...ก็เธอหลงรักเขาแล้วน่ะสิ แถมยังอกหักไปแล้วเรียบร้อยอีกด้วย ดีล่ะ! หวานใจคิดอย่างฉุนปนเมา ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างทำให้เธอเดินก้าวเร็วๆ เข้าไปในตัวบ้าน แบบเซนิดๆ
เธอจะคุยกับตาบ้านี่ให้รู้กันไป ให้รู้กันไปเลยล่ะ ไหนๆ ก็อกหักไปแล้ว จะอายอะไรล่ะที่จะบอกกับเขาให้รู้ว่าเธอคิดกับเขาแบบไหน ห้ามมาป้วนเปี้ยนใกล้ให้เธอรู้สึกมากไปกว่านี้อีกนะ!
.......................................................................................................................................................................
“เราจะไม่ตามพี่หวานเข้าไปเหรอพี่สร้อย”
นาวินถูกสร้อยสายดึงไว้ ไม่ให้ตามเข้าไป เพราะเธออยากจะปล่อยธงรามไว้กับหวานใจให้ได้พูดคุยกัน
“ไม่ต้องหรอกน่า ปล่อยยัยหวานไปคุยกับพี่รามสองคนอะดีแล้ว”
“พี่หวานเมาด้วยนะนั่นพี่สร้อย จะดีเหรอ?”
“คนเมาจะไม่โกหกยังไงล่ะ ดีออก”
สร้อยสายอมยิ้ม นาวินกระแอมหนนี้ เขากอดอก แล้วมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่หน้าสร้อยสาย
“คนเมาไม่โกหก ก็จริงอย่างที่พี่สร้อยพูด เอ่อ...ผมก็มีเรื่องอยากจะบอก ตอนที่ยังมึนๆ เมาๆ อยู่เหมือนกันนะ”
“อืม แต่บางเรื่องก็ไม่ต้องพูดก็ได้หรอกน้องชาย เพราะว่าพี่กับนาวินน่ะมองตาก็รู้ใจล่ะ”
หล่อนตบเอื้อมตบบ่าเขาเบาๆ แล้วยิ้มกว้าง นาวินมองสบตาพี่สาวคนสนิท แล้วก็ถอนใจเฮือกใหญ่
“บางทีพี่สร้อยก็ใจร้ายเนาะ”
“บางเรื่องไม่พูดก็จะดีกว่าเนาะน้องชาย”
“อืม...งั้นก็ได้”
“มีเบียร์เหลือหรือเปล่าอะ”
“เหลือนะ”
“นาวินยังดื่มไหวหรือเปล่าล่ะ ท้าชนกันไหม”
สร้อยสายว่า นาวินหัวเราะ ก่อนจะพยักหน้า
บางทีก็อย่างที่สร้อยสายพูดนั่นแหละ บางเรื่องไม่พูดเสียก็จะดีกว่า
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







