INICIAR SESIÓNงานประจำปีของรีสอร์ตตะวันฉายจบลงอย่างราบรื่น หวานใจที่รอดพ้นจากการซักของมารดาว่าทำไมเธอถึงได้ป่วยกะทันหันกลางเวที ก็ให้โล่งใจที่ไม่ต้องโกหกอะไรท่าน แต่พักหลังสองสามวันนี้ท่านก็ถามอะไรเธอแปลกๆ เกี่ยวกับธงราม ทำให้เธอกำลังนึกลังเลอยู่ว่าจะคุยกับท่านดีไหมนะ
เขายังคงพักยาวอยู่ที่รีสอร์ต จ่ายค่าห้องสม่ำเสมอ ไม่มีกำหนดว่าจะกลับเมื่อไหร่ การอยู่ยาวของเขากำลังทำให้บิดาของเธอเริ่มสงสัย
“นายวิชญ์โทรมาเรื่องประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี ปีนี้พี่กับตวงต้องไปเข้าประชุมด้วย”
บิดาเอ่ยขึ้นในมื้ออาหารเช้า วันนี้หวานใจแสดงฝีมือด้วยการทำโจ๊กปลา เพลิงกินข้าวไปแล้วเป็นชามที่สามอย่างจะเอาใจคนทำ ที่นานหนลูกสาวจะทำอาหารให้กินสักที
“ค่ะ ยัยน้องบอกตวงแล้ว ย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้ไปให้ได้ จะพาเราสองคนไปเซอร์ไพรส์ด้วยสิ ไม่รู้ว่าจะเซอร์ไพรส์อะไร เด็กๆ จะกลับกรุงเทพฯ เลยไหม จะได้ไปพร้อมกับพ่อแม่เลย นี่ก็เหลืออีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว”
ตวงรักหันมาถามลูกสาว นาวินและหวานใจสั่นหน้าพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ตวงรักมองลูกสาว แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ
“จะมีคอนเทนต์อะไรหรือเปล่าเราน่ะ ยัยหวาน ถึงได้จะอยู่ต่อ ไม่กลับไปเตรียมตัวรับเปิดเทอมหรือลูก”
“เอ่อ...อ้อ...มีสิคะแม่หวานยังทำงานไม่เสร็จเลยน่ะค่ะ มีโปรแกรมไปต่อเรื่องพิสูจน์สิ่งลี้ลับ อีกสองสามที่น่ะค่ะ”
“แม่เห็นคุณราม โพสต์ลงอินสตาแกรมเรื่องผีๆ หลอนๆ ของเชียงใหม่อยู่ นี่เราไปทัวร์หลอนกับเค้าด้วยหรือเปล่าน่ะ”
“เปล๊า...ครับป้าตวง”
เสียงนาวินเอ่ยแทรกขึ้นมา เพราะเขาเห็นว่าเพลิงเริ่มหยุดช้อนที่กำลังป้อนโจ๊กเข้าปาก แล้วเริ่มเหลือบมองตวงรัก ขืนให้รู้ว่าพี่สาวของเขาตะลอนๆ ไปกับธงรามล่ะก็...นาวินไม่อยากจะคิดจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“พวกผมไปกันเองน่ะครับ มีเพื่อนของผมก็ทำโครงการนี้เหมือนกัน ก็เลยกะว่าจะเกาะๆ ไปด้วยกันเป็นทีมล่าพิสูจน์ผี”
“เพื่อน? ใคร...”
เพลิงเอ่ยถามขึ้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของคนที่เขาเกือบลืมไปแล้วสิ...ว่าหมอนั่นยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ นี้
“แล้วนายธงรามอะไรของตวงนี่ เค้าไม่มีบ้านมีช่องหรือไงกัน หรือติดใจอะไรรีสอร์ตเรานักหนา พักยาวเหลือเกิน จนน่าสงสัย”
“มีแขกก็ดีแล้วน่ะพี่เพลิง สงสัยอะไร คนเค้ามีเงิน เป็นนักเขียนที่แบบต้องการบรรยากาศในการเขียนนิยาย มันก็ธรรมดาจะตายที่เขาจะติดใจแล้วก็พักทำงานที่รีสอร์ตของเราน่ะ เค้าเป็นลูกค้านะคะ แล้วอีกอย่างหนึ่ง พี่เพลิงก็เลิกระแวงเรื่องตวงกับน้องเค้าแล้วไม่ใช่หรือไง เอ่อ...ถ้าเค้าอยากได้ตวงไปเป็นแม่อีกคนหนึ่งค่อยว่าหน่อย ค่อยหวงละกัน”
“บางทีพี่รามอาจจะอยากได้ป้าตวงไปเป็นแม่จริงๆ นะครับลุงเพลิง”
นาวินเอ่ยเปรยขึ้น แล้วหันมายักคิ้วให้กับหวานใจ พร้อมกับทำปากขมุบขมิบให้ได้เห็นกันสองคน
‘แม่ยาย’
เล่นเอาหวานใจที่กำลังตักโจ๊กเข้าปากถึงกับสำลัก
“แค่กๆๆ”
“เอ้าค่อยๆ กินสิลูก นี่น้ำ”
บิดายื่นส่งน้ำให้ หวานใจรับไว้แล้วค่อยๆ ดื่ม ตาแอบตวัดมองค้อนน้องชาย ที่ยักคิ้วให้กับเธอ ตวงรักสะกิดใจนิดๆ กับคำพูดของหลานชาย แต่ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมา
“พี่ก็สงสัยตามประสาพี่น่ะสิ เรื่องนายนักเขียนอะไรนี่ แต่เอาเหอะ...อยากพักนานก็พักไป แต่ถ้าพักนานไปพี่จะเก็บราคาเพิ่ม”
“พี่เพลิง” ตวงรักทำตาดุๆ ส่งให้กับสามี
“แหม...ทำอย่างนั้นไม่ได้นะคะ ชื่อเสียงของรีสอร์ตเราจะกลายเป็นชื่อเสียพอดี ให้มันพอดีๆ บ้างเหอะค่ะ ไอ้เรื่องหวงเมียหวงลูกนี่”
“ก็พี่รักของพี่นี่นา” เพลิงวางช้อนพลางเลิกคิ้วอย่างกวนๆ ให้กับภรรยา
“เรื่องของรักของหวง บางทีพี่ก็เยอะไปบ้าง น้องตวงกับลูกก็ต้องทำใจนะจ๊ะ”
“พ่ออย่ารักหวานมากจนหวานขึ้นคานก็แล้วกันนะจ๊ะ”
เสียงลูกสาวเอ่ยแว่วดังขึ้น บิดาหันไปมองก่อนจะกระแอม
“ไม่หรอกน่า ถ้าเกิดว่าไอ้หมอนั่น ผู้ชายที่หวานรักผ่านการพิจารณาของพ่อ พ่อก็จะยอมยกลูกสาวพ่อให้ แต่ว่าตอนนี้...ยังห้าม!”
ชะอุ๋ย...
หวานใจกับนาวินลอบมองตากัน นาวินแอบทำมินิฮาร์ทส่งให้กับพี่สาว เป็นกำลังใจให้ เพลิงกับตวงรักยังคงคุยกันกระหนุงกระหนิง ส่วนสองหนุ่มสาวค่อยๆ วางช้อน แล้วยกจานไปเก็บ ก่อนจะพากันเลี่ยงออกมาด้านนอก
“พ่อพูดแบบนี้พี่ยิ่งไม่กล้าบอกเรื่องพี่ราม”
หวานใจถอนใจ นาวินเอื้อมมือตบบ่าพี่สาวเบาๆ สองพี่น้องพากันไปเดินเล่นในสวนส้ม เพราะจะได้คุยกันเป็นส่วนตัว พร้อมกับเก็บส้มไปฝาก ‘คณะล่าผี’ วันนี้ตามที่แอบนัดกลุ่มกันกับธงรามไว้
“เอาน่าพี่หวาน พี่รามเป็นคนแบบว่า...เฮ้ย เจ๋งว่ะ ดูอย่างแผนของพี่รามเรื่องพ่อเลี้ยงอุดมนี่สิ ผมว่านะ ลุงเพลิงน่ะจะต้องยอมรับแหละพี่ ในสักวันหนึ่ง...แหะๆ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งให้รู้นะ ผมล่ะหนาวแทน”
“เฮ้อ...พี่รามก็บอกว่าอยากจะคุยกับพ่อกับแม่ให้เรียบร้อย เรื่องที่พี่ตกลงคบกับเขา มันเครียดจริงๆ นะนาวิน โอ๊ย...มีรักแล้วปวดหัวอะ”
“ไม่มีได้ไหมอะ” น้องชายแกล้งว่า หวานใจหันมาค้อน แล้วสั่นหน้า
“มันมีไปแล้วน่ะสิยะ รักแล้ว...มันเป็นยังไง แกก็รู้นี่นานาวิน เฮ้อ...”
“แนะ วกมาเข้าตัวผมซะงั้นอะ แต่ก็อย่างที่พี่หวานว่านั่นแหละ รักแล้วมันก็ดี แต่มันก็มีที่แอบปวดหัวล่ะ รักสมหวังแบบพี่หวานก็ยังมีเรื่องต้องเครียดอะเนาะ แล้วรักอย่างผม...เฮ้อ”
นาวินถอนหายใจบ้าง พี่สาวมองแล้วจึงขมวดคิ้ว เธอกับเขาถือตะกร้าใส่ส้มพร้อมกับกรรไกรตัดกิ่งพร้อมแล้วในมือ เดินหาส้มสวยๆ พร้อมตัดกันไปพลาง คุยกันไปพลาง
“นี่เอาจริงเหรอเนี่ยเรื่องพัดชาน่ะ นั่นมันทอมนะนาวิน เค้าจะชอบแกเหรอ กล้ามแกออกจะบะเริ่ม นมแกก็โตกว่านมเค้าไปอี๊ก”
“ผมชอบอะ ความรักมันห้ามได้เหรอพี่หวาน แต่เค้าก็จะไปเข้าแก๊งกะเราคืนนี้ด้วยนะ ผมชวนไว้แล้ว”
“หลงรักทอมนี่ทางมันโคตรจะมืดมนเลยนะ”
“ผมก็จะได้กลุ้มเป็นเพื่อนพี่หวานเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไง พี่หวานกลุ้มเรื่องพ่อ ส่วนผมก็กลุ้มเรื่องอยากเปลี่ยนทอมเป็นเธอ”
“เอาเข้าไป” หวานใจเริ่มตัดส้ม พร้อมกับถอนใจเฮือก
“อิจฉายัยสร้อยที่โสดแล้วก็ไม่ได้มีความรักแหะตอนนี้ ไม่ปวดหัวดี”
“มีรักก็มีทุกข์ล่ะพี่หวาน แต่มันก็หวานๆ ขมๆ แล้วก็สุขปะแล่มๆ ดี” น้องชายว่า เขาเองก็เริ่มตัดส้มบ้าง
“ผมมีเรื่องอยากจะขอพี่หวาน ถ้าพัดชาเค้าพูดอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับผมก็ให้อือออไปนะ เพราะตอนนี้เขาเชื่อไปล่ะ ว่าผมเป็นกะเทยแอ๊บแมน”
“เฮ้ย”
“พี่หวานเคยได้ยินเรื่องความรักข้ามเพศ ความรักมีหลายรูปแบบไหมล่ะ ผมเชื่อล่ะว่า ความรักมันเอาชนะข้อจำกัดได้ทุกอย่างนา ผมก็...อาจจะมีหวังไง”
“แต่ความรักก็ไม่ควรโกหกนะนาวิน”
หวานใจเอ่ยขัดขึ้น นาวินชะงักไปเล็กน้อย มันทิ่มใจเขานิดๆ ล่ะที่พี่สาวพูด เขากลืนน้ำลาย ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“ผมไม่ได้โกหกเค้าเสียหน่อยนะพี่หวาน แต่ความรักมันเอาชนะได้ทุกอย่าง...พี่หวานเชื่อสิ”
“อืม...เนาะ ความรักมันเอาชนะได้ทุกอย่าง พี่ก็จะพยายามเหมือนกันล่ะ เรื่องพ่อ...”
“เรามาพยายามกันนะพี่หวาน”
สองพี่น้องจับมือกัน แล้วก็แอบถอนใจพร้อมกัน
เรื่องรักๆ ที่ว่านี้บางทีก็ปัญหาโลกแตกจริงๆ นั่นแหละ มีรักก็เหมือนมีทุกข์ปนสุข แต่คนก็ช่างโหยหาความรักใส่ตัวกันเสียเหลือเกิน
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







