LOGIN“เลยกลับค่ำเลยวันนี้ เพราะนาวินนั่นแหละ มัวแต่ไปต่อคิว”
“ของมันต้องกินให้ได้ไงพี่หวาน แต่ก็ได้มาแล้วล่ะ อิอิ พี่รามครับ แวะตรงคอนโด...นิ้ด หนึ่งได้ไหมครับ เลยจากทางด่วนไปนิดเดียวเอง ผมจะเอาของแวะให้พัด”
“แนะ...ตกลงต่อคิวนี่เพื่อสาวใช่มะ” หวานใจทำตาวาวๆ ใส่น้องชาย นาวินยักไหล่ แล้วเอ่ยออกมาเสียงอ่อน
“ก็เค้าไปซุ่มซื้อชุดให้ผม สนับสนุนผมเต็มที่ ผมก็ต้องตอบแทนเค้าหน่อยล่ะ พัดชอบกินของแซ่บๆ ด้วยสิ น่าจะถูกใจ”
“ซื้อชุด” หวานใจทำตาโต ก่อนจะหัวเราะคิก
“ชุดอะไรน่ะนาวิน อย่าบอกนะว่า แกจะไปอีกแล้วอะ”
“เอ่อ...ก็นั่นล่ะ สนับสนุนผมจังเลย พัดเค้าชอบแต่งหน้านะ เป็นสาวห้าวที่ดันชอบเรื่องแบบนี้ พัดบอกว่าเค้าชอบแต่งหน้าให้ผมด้วยล่ะ เอ่อเห้อ...เหมือนจะดีใจ แต่ก็ปวดใจ โอ๊ย อยากจะร้องไห้ปนร้องเพลง”
เห็นอาการกลัดกลุ้มของนาวินแล้ว หวานใจและธงรามก็อดยิ้มไม่ได้ แต่ไม่กล้าขำกันดัง เพราะสงสารชายหนุ่ม ที่ความรักคับอก จนต้องยอมทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองแถมมีชนักติดหลังที่ไปโกหกเขาไว้อีกต่างหาก
“รอผมสิบห้านาทีเด้อ เดี๋ยวรีบลงมา”
“ไม่ต้องรีบก็ได้นาวิน”
หวานใจโบกมือแล้วตะโกนตามหลัง หากน้องชายสั่นหน้า แล้วทำท่าเอามือปาดคอตัวเอง
“ไม่ได้ๆ พี่หวานกับผมต้องถึงบ้านก่อนสองทุ่ม รายงานป้าตวงไปแล้ว เดี๋ยวพลาดเวลา ป้าตวงจะห่วง วันหลังอดไปอีกนา”
หวานใจแลบลิ้นตามหลังน้องชายตัวยุ่ง หันมาอีกทีก็เจอเข้ากับรอยยิ้มอุ่นๆ ของคนรัก เธอหน้าแดงน้อยๆ นึกถึงเช้าที่ตื่นมาในอ้อมแขนเขา ต่างมองกันแล้วเขินทั้งคู่ ดีที่นาวินไม่ได้ล้อเลียนอะไร ทำเหมือนปรกติ ไม่อย่างนั้นคงจะพากันอายหนักกว่านี้แน่ๆ เฮ้อ...มันเป็นการใกล้ชิดกันอย่างยิ่งของเขาและเธอ การได้เรียนรู้ในสัมผัสและก้าวแรกของการก้าวสู่โลกแห่งหนุ่มสาวของหวานใจ ถ้าจะถามว่ารู้สึกอย่างไร หวานใจก็ตอบได้ตรงๆ ว่ามันช่างหวานละมุนเหลือเกิน
มือเรียวของเขาค่อยเอื้อมจับมือเธอ เอาไปกุมไว้พลางบีบเบาๆ
หวานใจดึงมืออุ่นนั้นมาจูบเสียเลย ทำให้ธงรามขมวดคิ้ว ก่อนจะหัวเราะหึๆ แล้วดึงเธอมากอด รัดเธอแน่นเหมือนจะแกล้ง จนหวานใจร้องโอ๊ย เขาถึงคลายอ้อมแขนลงบ้าง
“พี่รามแกล้งหวานทำไม” เธอพึมพำอู้อี้กับอกเขา ธงรามขยี้ผมเธอเล่น แล้วถอนใจนิดๆ
“หวานนั่นแหละ แกล้งพี่”
“หวานแกล้งอะไรพี่ราม?”
“ก็หวานจูบพี่ พี่ก็เลยอยากจูบหวานบ้าง แต่กลัวจูบแล้ว นาวินจะเห็น”
“แน้...หวานแค่จุ๊บมือพี่รามเองอะ”
หวานใจว่า เขาเชยคางมนให้เงยมองหน้าเขา นัยน์ตาของเขายามมองเธอ แพรวพราวทำเอาเธอหน้าแดงและใจเต้น สายตาแบบนี้ของธงรามเธอเพิ่งจะเคยเห็น มันเจือไปด้วยความปรารถนาปนไปด้วยความรัก
“พี่ก็ต้องจุ๊บหวานคืนไง”
“พี่ราม”
หวานใจหลับตาปี๋ เหมือนเขาก้มหน้าลงใกล้ เผยอปากอย่างรอคอย...รอที่จะได้ลิ้มรสความหวานล้ำที่ชวนใจเต้นแรงอีกหน
หากริมฝีปากนั้นแตะมาเบาบาง และถอยออกไป เธอปรือตาขึ้นมอง เห็นใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ๆ ธงรามบีบจมูกเธอเหมือนหมั่นเขี้ยว ก่อนจะปล่อยหวานใจออกจากอ้อมแขน
“มาแล้วคร้าบ แอบทำอะไรกันหรือเปล่าน่ะ”
นาวินส่งเสียงมาก่อนตัว เหมือนรู้คิวเป็นอย่างดี ว่าควรทำอะไร หวานใจค้อนให้กับน้องชายเมื่อนาวินก้าวขึ้นรถมา ในมือมีถุงขนาดใหญ่มาด้วย
“ใครจะไปทำอะไรกันในรถเล่า”
“ก็ทำได้นาพี่หวานถ้าจะทำ”
“นาวินไปแค่สิบนาที พี่ไม่ทันทำอะไรหรอกครับ” ธงรามว่าเปรยๆ
“ถ้าอยากให้ทำก็ต้องให้เวลานานกว่านั้น”
“โอ๊ย! พี่รามอะ”
หวานใจเขินจัด เลยหันไปทุบๆๆ แขนเขา ส่วนนาวินหัวเราะชอบใจ นานครั้งหรอกธงรามจะเอ่ยหยอกแหย่ขึ้นมาแบบนี้
เขามองพี่สาว มองว่าที่พี่เขยอย่างสุขใจ เขาหวังว่าเรื่องของทั้งคู่จะราบรื่น สดชื่น เหมือนกับท้องฟ้าในวันนี้นะ
แล้วเมื่อถึงบ้าน เมื่อเห็นคนที่นั่งตัวตรงแด่วหน้าตึง จนไม่มีคนกล้านั่งใกล้ อยู่ในห้องนั่งเล่นของครอบครัว โดยมีตวงรัก พ่อกับแม่ของเขานั่งหน้าเจื่อนอยู่ด้วย นาวินก็ถึงกับเข่าอ่อน...
อา...ฟ้าใสอยู่ดีๆ ไหงพายุเข้าหว่านั่น ดำทะมึนมาเลย...
............................................................................................................................................................................
“หวานไปคุยกับพ่อ”
เพลิงเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อเห็นหน้าบุตรสาว เหมือนจะเป็นประโยคแรกที่เขาพูดขึ้น เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านแล้วเจอภรรยา น้องชายและน้องสะใภ้ยืนหน้าสลอนรอเขา พร้อมกับคำแก้ตัวมากมาย เขาไม่ฟัง เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องส่วนตัวและปิดประตูโครมใส่หน้าทุกคน ล็อคประตูแถมด้วยไม่ให้ใครเข้า ปิดโทรศัพท์ทั้งของตนเองและของภรรยาที่เขายึดเอาไปถือไว้ ทิ้งให้ตวงรักเครียดจนร้องไห้ ให้ชนิตสิรีเพื่อนรักต้องปลอบโยน ส่วนนราวิชญ์นั้นก็พยายามคุยกล่อมพี่ชาย แต่คนอย่างเพลิง...ถ้าโกรธจริงจังแบบลมออกหูขนาดนี้ คงจะต้องปล่อยให้ค่อยๆ เย็นลงเอาเอง
แล้วตอนนี้เย็นลงหรือยังนะ...
ผู้ใหญ่ทั้งสามคนแอบมองหน้ากัน ขณะที่นาวินนั่งพับเพียบแปะอยู่ตรงนั้นเพราะกลัวจะโดนหางเลขไปด้วย ส่วนหวานใจนั้น น้ำตาคลอนำไปแล้ว เพราะความกลัวบิดา
เพลิงเดินนำบุตรสาวเข้าไปยังห้องสมุดของบ้าน เขาเคยอยู่บ้านนี้ก่อนแต่งงานและไปทำธุรกิจของตนเอง คุณย่าหญิงที่เสียไปแล้วของเขา ท่านยกบ้านนี้ให้เขาและน้องชาย แต่เพลิงก็ยกมันให้กับนราวิชญ์และชนิตสิรีที่สืบต่อกิจการของครอบครัวอย่างแข็งขัน เพราะตัวเขาเองไปสร้างเนื้อสร้างตัวทางอื่นแล้ว สองพี่น้องไปมาหาสู่กันเสมอไม่มีขาด ตวงรักและชนิตสิรีเป็นเพื่อนรักกัน เรียกได้ว่าเรื่องราวความรักระหว่างเขาและตวงรัก แม่สื่อก็คือชนิตสิรีและคุณย่าหญิง ที่ชักพาสายสืบอย่างเธอเข้าไปในสวนส้มของเขา นราวิชญ์ตกลงอยู่ดูแลคุณย่าหญิงเมื่อแต่งงานกับชนิตสิรีที่บ้านหลังนี้ ก็พากันอยู่ยาวมาจนถึงปัจจุบันไม่ได้ย้ายไปไหน
“มีอะไรจะบอกพ่อไหม?”
“พ่อรู้อะไรแค่ไหนแล้วล่ะคะ”
แม่ตัวแสบประจำบ้านเอ่ยตอบ ไม่กล้ามองสบตาบิดา เสียงก็สั่น จะอย่างไรเธอก็กลัวท่าน เกรงท่าน เพลิงเป็นคนที่รักลูกมาก ตามใจมาก แต่บทจะเอาจริงแล้ว หวานใจก็กลัวบิดาเสียยิ่งกว่ามารดาเสียอีก
“รู้ทั้งหมดล่ะ” เพลิงขบกรามกรอด
“เราคบกับไอ้หมอนั่น? ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่ ไม่สิ แม่เรานี่ตัวดีเลย ชักศึกเข้าบ้านแท้ๆ”
“พ่อขา”
เธอเริ่มไม้ออด เธอทำท่าจะโผเข้ากอดท่าน ที่กำลังนั่งทำหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ แต่ก็เปลี่ยนใจ ยืนนิ่งมือจับเข้าหากัน บีบไปมา ใจเต้นตุบๆ
“ตอนนี้เราเรียนปีสามแล้วใช่ไหม?”
“ค่ะ”
“มหาวิทยาลัยเราโอนหน่วยกิตได้ไหม?”
เพลิงถามแบบนั้น เล่นเอาหวานใจกะพริบตาปริบๆ แล้วเงยหน้ามองท่าน ปากสั่นน้อยๆ
“เอ่อ...หวานไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
“ลองไปติดต่อฝ่ายทะเบียนแล้วถามดู เผื่อพ่อจะย้ายเราไปเรียนที่มหาวิทยาลัยทางโน้น ไม่ต้องเรียนมันล่ะทางนี้”
“ถ้าไม่มีล่ะคะ”
“พ่อก็จะมาเฝ้าเราทางนี้”
หวานใจกะพริบตาปริบๆ รู้ว่าท่านห่วงงานรักงานมาก นี่ท่านลงทุนจะทิ้งงานเพี่อมาเฝ้าเธอกันเลยหรือนี่ สาวน้อยเม้มปากแน่น ใจคอหน่วงหนักไปหมด
“พ่อขา...เรื่องพี่ราม”
“แม่เราพูดจาล้านแปด เพื่อไม่ให้พ่อขัดขวางเรากับไอ้หมอนี่ ไม่ให้พ่อบอกให้เราเลิก ไม่ให้พ่อไปไล่ยิงมัน ฐานมาจีบลูกสาวพ่อ” เพลิงทำเสียงขรึมๆ ก่อนจะกระแอม แล้วยักไหล่
“พ่อก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ พ่อแค่อยากพิสูจน์มัน ว่ามันรักมันชอบหวานจริง มันก็ต้องรอได้”
“รอได้นี่ รอแบบไหนพ่อจ๋า?”
หวานใจเอ่ยอ้อมแอ้ม ใจมานิดหน่อย เมื่อบิดาพูดมาแบบนั้น
“รออยู่ในที่ของมัน หวานก็รออยู่ในที่ของหวาน จนกว่าหวานจะเรียนจบ รอได้ไหม รอได้ก็ผ่าน พ่อก็จะยอมให้คบกัน”
“พ่ออะ”
หวานใจหน้าเสีย โอ๊ย...นี่เธอจะต้องอดทนไม่พบหน้ากับธงรามตั้งปีกว่าเลยเหรอ พ่อเพลิงใจร้ายกับเธอจริงๆ
“ไม่ต้องมาพ่ออะ โน่น จนกว่าหวานจะรับปริญญา เป็นทางการเรียบร้อย ค่อยว่ากัน ตกลงไหม? ระหว่างนี้โทรหากันได้พ่อไม่ว่านะ แต่พ่อต้องอยู่ด้วย แล้วก็ห้ามเกินวันล่ะสองหน ถ้ารับได้พ่อก็ยอม ถ้ารับไม่ได้...” เพลิงหรี่ตาลง เล่นเอาหวานใจขนลุก
“พ่อจ๋า”
“พ่อจ๋าก็ไม่มีประโยชน์” เพลิงทำเสียงเข้ม ก่อนจะแบมือออก
“เอาโทรศัพท์ของหวานมา พ่อจะโทรคุยกับมันด้วย”
เธอจำต้องยื่นโทรศัพท์ส่งให้ท่าน เพลิงโบกมือไล่เธอให้ออกมาข้างนอก โดยบอกว่าจะคุยกับธงรามเอง หวานใจเดินคอตกออกมา โดยมีตวงรักยืนอยู่หน้าห้องที่เธอกับเพลิงหายไปคุยด้วยกัน เมื่อเห็นหน้ามารดาแล้ว หวานใจก็ร้องไห้โฮออกมาแล้วโผเข้ากอดท่านทันที
“แม่จ๋า หวานจะทำยังไงดี จะทำยังไงดี พ่อจ๋าบอกว่าไม่ได้ให้เลิกกัน แต่ ฮือๆ แต่...”
“เอาน่าใจเย็นๆ รอพ่อเราอารมณ์ดีก่อนเนาะ แล้วแม่จะคุยให้”
ตวงรักถอนใจ แล้วลูบหลังไหล่บุตรสาวไปด้วย เธอประคองพาหวานใจมาที่ห้องนั่งเล่น นราวิชญ์เห็นสภาพของหลานแล้วก็ถอนใจ
“เดี๋ยวพี่ช่วยคุยให้อีกทางนะ พี่เพลิงหัวดื้อ...เฮ้อ หัวชนฝาแบบนี้แหละ”
“นั่นสิ ใจเย็นๆ นะหลานรักของอา” ชนิตสิรีเอ่ยเสียงอ่อนอย่างปลอบๆ
“เราจะช่วยกันนะ”
“พ่อเพลิงบอกให้หวาน ไม่ต้องเจอพี่รามจนเรียนจบปริญญา รับปริญญาก่อนแล้วค่อยอนุญาตให้เจอกัน พ่อเพลิงบอกให้หวานย้ายมหาวิทยาลัยไปที่เชียงใหม่ ถ้าย้ายไม่ได้ พ่อเพลิงก็จะมาอยู่ด้วยที่นี่ มาเฝ้าหวาน ยอมทิ้งงานมาเลยนะคะ แล้วหวานจะทนไหวไหม พี่รามจะรอหวานไหม แม่ขา อาน้องขา อาวิชญ์ขา หวานทนไม่ได้หรอกค่ะ หวานรักพี่รามมาก พี่รามเหมือนเป็นกำลังใจให้หวาน ถ้าพี่ราม...”
หวานใจสะอื้น ปาดน้ำตาที่ไหล ใจเจ็บหน่วงไปหมด นี่ล่ะหนอรัก หวานนักยามได้รับสิ่งดีๆ จากมัน ทุกข์นักเหมือนตกนรกทั้งเป็นยามรักแผลงพิษให้ไม่สมหวังดั่งใจ
“ใจเย็นๆ ก่อนลูก พ่อแค่ขู่หรือเปล่า พี่เพลิงจะยอมทิ้งงานเลยเหรอ”
ตวงรักขมวดคิ้ว แต่ความที่รู้จักสามีดี เธอก็มีคำตอบในใจ ตอนนั้นเขาก็ทิ้งทุกอย่างไปทำสวนส้ม เขาก็เคยทำมาแล้ว
“พี่เพลิงนะพี่เพลิง” ชนิตสิรีทำปากยื่น มองไปทางห้องที่เพลิงอยู่ ค้อนลมส่งไปให้พี่ชาย
“ทำยังกับว่าตัวเองไม่เคยมีความรัก ไม่เคยเสียใจ ไม่เคยเจ็บงั้นล่ะ มาทำกับลูกแบบนี้ได้ลงคอ ทางนั้นก็นิสัยใจคอดี มีฐานะมั่นคง ไม่ได้น่ารังเกียจเลยสักนิด น่าจะคว้าไว้เสียมากกว่า คนแบบคุณรามน่ะ หายากจะตายไป ถ้าอาสาวๆ ล่ะก็ อาจะแย่งหวานจีบเลยล่ะ”
“อะแฮ่ม!”
ภรรยามาชมคนอื่นต่อหน้า เล่นเอานราวิชญ์ถึงกับกระแอมกระไอ ทำตาเขียวส่งให้กับหล่อน ชนิตสิรีเหมือนจะคิดขึ้นได้ ว่าพูดหยอกอำอะไรไปต่อหน้าพี่วิชญ์ที่แสนจะขี้หึงของเธอ ไอ้พันธุกรรมนี้ มันติดต่อกันใช่ไหมนี่ คนตระกูลนี้ ขี้หึงขี้หวงกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยทีเดียว
“แหม...หยอกหลานเล่นน่ะพี่วิชญ์”
“อย่าจริงจังล่ะ”
“โอ๊ย...ปูนนี้ล่ะ สามีแสนดีก็มีแล้ว น้องไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ พี่วิชญ์ขา”
ว่าแล้วก็กอดแขนสามีอย่างประจบ แล้วแอบกระซิบเบาๆ
“อย่างอนน้องนะ ถ้างอนมาก คืนนี้น้องจะลงโทษ”
“ยัยน้อง”
นราวิชญ์กระซิบตอบดุๆ หากนัยน์ตาเขาเป็นประกายระยับ ชนิตสิรีย่นจมูกใส่สามี แล้วหันมาปลอบหลานสาวต่อ ตอนนี้หวานใจยังคงร้องไห้เสียใจ ที่บิดาจะกีดกันเธอและธงราม
พ่อจ๋าจะคุยกับพี่รามว่ายังไงบ้างหนอ...
โทรศัพท์ของเธอยังไม่ถูกส่งคืน แม้ว่าเพลิงจะออกมาข้างนอกแล้ว มื้อเย็นของครอบครัวที่ครบหน้าวันนั้น เป็นไปอย่างเงียบเชียบและฝืดคอ ไม่มีใครกินอะไรลงสักเท่าไหร่ เพราะนึกสงสารหวานใจ และลุ้นว่าเพลิงจะยอมไฟเขียวให้ว่าที่บุตรเขยอย่างธงรามเสียที
“พ่อจ๋า” ก่อนจะเข้านอนคืนนั้น หวานใจทำใจกล้าเดินตรงไปหาท่าน แล้วกอดแขนของท่านไว้ เพลิงมองลูกสาว แล้วเอ่ยเปรยๆ
“พรุ่งนี้เก็บของ ไปเชียงใหม่กัน”
“อ้าว...แล้วหวานต้องไปเรียน”
“หยุดเรียนก่อน ไม่เป็นไรหรอก เพราะพ่อจะให้แกย้าย”
“พ่อ!”
“พี่เพลิงทำได้หรือคะ ลูกเสียการเรียนหมด แยกแยะบ้างสิ”
ตวงรักที่ยืนอยู่ตรงนั้น ฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่ที่แย้งขึ้นมา สามีปรายตามองเธอ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ได้ไม่ได้ไม่รู้ล่ะ แต่พ่อจะให้เราหยุดเรียนก่อนอาทิตย์หนึ่ง กลับไปเชียงใหม่กับพ่อก่อน พ่อมีงานจะต้องไปสะสาง แล้วก็ติดต่อทางนั้นให้เรา ถ้าไม่ได้ พ่อก็ค่อยมาอยู่ที่นี่เอา พ่อคุยกับไอ้หมอนั่นแล้ว มันตกลงตามเงื่อนไขของพ่อทุกประการ” เพลิงยิ้มที่มุมปาก แล้วยักไหล่
“เห็นไหมว่าพ่อไม่ได้ให้เราเลิกรากัน กีดกันอะไรสักหน่อย โทรศัพท์นี่พ่อจะยึดไว้อาทิตย์หนึ่งก่อน แล้วค่อยมาคุยกันเรื่องระเบียบการใช้ว่าจะให้ใช้ได้เท่าไหร่ ยังไง ไปๆ แยกย้ายกันไปนอน พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”
ว่าแล้วก็ปลดแขนบุตรสาวออก รุนหลังภรรยาเข้าห้อง ทิ้งให้หวานใจได้แต่มองตามหลัง น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
เพลิงทำกับเธอเกินไปจริงๆ
ธงรามด้วย เขาทำไมยอมไปได้กับเงื่อนไขของบิดากันนะ แค่คิดเธอก็ใจจะขาดแล้ว เขาล่ะไม่คิดถึงเธอบ้างเลยเหรอ?
เธอจะต้องหาวิธี...ขบถบิดาให้จงได้หนนี้
หวานใจไม่ยอมหรอก
แม่ตัวแสบคิด
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







