LOGINเพลิงแอบมองหน้าลูกสาว ที่วันนี้ดูจะสดชื่นขึ้นบ้าง หลังจากทำหน้างอใส่เขามาหลายวัน เขาลองติดต่อดูมหาวิทยาลัยเอกชนทางนี้ และจังหวัดใกล้เคียง ดูว่าจะมีที่ไหนรับนศ. กลางครันบ้าง คำตอบที่ได้รับทำให้เขาพอใจมาก และกำลังแอบติดต่อไว้เงียบๆ กะว่าจะย้ายบุตรสาวมาเรียนทางนี้ มาใกล้หูใกล้ตา และไกลเสียจากนายธงรามอะไรนั่น
‘ผมยอมได้ทุกอย่างครับ เพื่อให้คุณเพลิง ยอมรับผม และเปิดใจให้ผม ผมรอหวานได้ครับ’
แหม...คำตอบช่างน่าประทับใจอย่างเหลือเกิน เขาก็เคลิ้มไปกับหมอนั่นพักหนึ่งเหมือนกัน เพราะไม่คิดจะได้คำตอบแบบนั้น แถมหมอนั่น ยังทำตามกติกาโทรวันล่ะครั้ง ในสายตาเขา ด้วยการโทรเข้าเครื่องเขาอีกด้วย เอากะมันสิ เขายังยึดโทรศัพท์ลูกสาวไว้ เพราะไม่ไว้ใจทางหวานใจว่าจะแอบนัดแนะอะไรกับไอ้เจ้าธงรามนั่นหรือเปล่า
ห่างกันแบบนี้เขาก็วางใจในระดับหนึ่งล่ะ
ภาวนาเลยล่ะให้ไอ้ธงรามอะไรนี่ถอดใจไปเสีย กับความยุ่งยากที่เขาจงใจสร้างกฎขึ้นมาให้มันวุ่นวาย ไหนจะระยะทาง ไหนจะระยะห่าง ทนไหวก็ทนไปสิวะ! ถ้าทนไหวจริงๆ เอ่อน่ะ ถึงเวลาเขาจะยอมให้คบกัน แต่ยังไม่ยอมให้แต่งไปง่ายๆ หรอก แฮ่!
“วันนี้พ่อจะต้องไปรับคนงานใหม่ แล้วก็ดูแลสวนส้มทางโน้น หวานไปกับพ่อด้วยนะ”
“หวานไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”
หวานใจว่า เธอไออีกสองสามที แล้วเอามือของเพลิงไปแปะหน้าผากตัวเอง มันรุมนิดๆ จนเขาขมวดคิ้ว แล้วซักบุตรสาวอย่างเป็นห่วง
“ตัวรุมๆ นะเราน่ะ กินข้าวกินยาแล้วนอนพักนะลูก”
“ค่ะ”
เสียงไอดังขึ้นอีกสองสามที เขาหันไปหาภรรยา ตวงรักกำลังเดินไปที่ตู้ยาประจำบ้านที่ติดไว้กับผนังห้อง เพื่อค้นหายาให้กับลูกสาว
เขาดูตวงรักถามไถ่อาการของหวานใจ ก็ให้นึกระแวงตงิดใจแปลกๆ กริ่งเกรงว่าถ้าปล่อยลูกสาวไว้ไกลตา มันอาจจะเกิดอะไรขึ้น? แต่...หมอนั่นอยู่ตั้งโน่น เขาเช็คแล้วล่ะว่ามันเข้าทำงานทุกวัน ลงทุนโทรศัพท์เข้าออฟฟิศที่หมอนั่นทำงาน เพื่อถามว่าธงรามมาทำงานไหม ซึ่งเช้านี้ก็เช็คแล้วเรียบร้อยล่ะ ว่าเข้าทำงานแล้วคงไม่มีทางโผล่มาที่นี่ กรุงเทพฯ-ฝาง ห่างกันหลายร้อยกิโลเมตร หึๆ หมอนั่นต้องเป็นซุปเปอร์แมนแล้วล่ะ ถึงจะเหาะมาหาลูกสาวเขาได้
แต่ก่อนออกมาก็ยังไม่วาย ถามย้ำเมียรักว่าไม่ไปไหนกันนะ ห้ามพาลูกไปไหนเพราะลูกไม่ค่อยสบาย ค่อยมั่นใจแล้ว จึงออกมาจากบ้านได้
เพลิงลืมไปหรือเปล่าว่า...ระยะทางขนาดนี้ก็จริง แต่ถ้ามาทางเครื่องบินก็แป๊บเดียว
เพลิงลืมไปหรือเปล่าว่า...โอเปอเรเตอร์รับสายบางทีก็ไม่ได้เห็นธงรามจริงๆ เพียงแค่โอนสายเข้ามาถามยังเลขานุการของชายหนุ่มเท่านั้น
พ่อเสือหวงลูกผละจากถ้ำ ทิ้งโอกาสให้แม่เสือที่โบกธงเชียร์ว่าที่ลูกเขย ชักศึกเข้าบ้านมาอีกหนล่ะ!
……………………………………………………………………………………………………………………..
“จะกลับเย็นนี้เลยเหรอ”
ตวงรักเอ่ยถามธงราม เมื่อให้คนไปรับเขามาจากสนามบิน ตรงมายังบ้าน ที่ที่แลจะอันตรายที่สุดนี่ล่ะ จะปลอดภัยที่สุดจากหูตาของเพลิง เพราะคนในนี้เธอควบคุมได้ทุกคน
“ครับ มีงานประชุมด่วนตอนเก้าโมงเช้า”
ธงรามตอบ ตาเขามองหาแต่หวานใจ ตวงรักเห็นอาการของชายหนุ่มแล้ว ก็ให้นึกสงสารนัก เฮ้อ...พี่เพลิงนะพี่เพลิง น่าตีจริงๆ
“ยัยหวานอยู่ในห้องนั่งเล่นแนะ ตามสบายนะ”
เลี่ยงออกมาให้เวลาสองหนุ่มสาว ที่คงจะได้คุยกันไม่บ่อยนัก...ตวงรักถอนใจ เธอหยิบหนังสือ เดินไปที่เปลญวนที่ประจำ ตรงนี้ชัยภูมิดีงาม เห็นก่อนล่ะว่าใครเข้าบ้านมา ถ้าสามีเกิดลืมของกลับมาตอนนี้ เธอจะได้บอกธงรามให้หลบไปทัน
“พี่ราม”
หวานใจโผเข้ากอดเขาทันที เมื่อเขาเดินไปหาเธอ เขาอ้าแขนรับเธอ ก่อนที่เขาจะทันได้พูดคุยทักทาย เธอก็โน้มคอเขาลงมา แล้วแตะกลีบปากนุ่มเข้าหาเขา
โอ...
แค่นั้นสติของธงรามก็เตลิด และด้วยอารมณ์รักอารมณ์คิดถึงอย่างเหลือเกิน ทำใจไว้แล้วว่าจะไม่ได้เจอหน้าเธอ อีกนานแสนนาน ปากบอกทนได้ แต่เขาก็ทรุดโทรมลงทุกวัน จนน้องชายแฝดนึกสงสารกับสภาพของพี่ชายที่เห็น
เขาบดริมฝีปากเคล้ากับปากนุ่ม จูบเธออย่างดูดดื่ม โหยหา ตักตวงความหวานจากหวานใจ และให้ไปด้วยพร้อมๆ กัน ทั้งคู่กอดและจูบกันแทบจะลืมหายใจ เขาผละริมฝีปากออกเพียงครู่ ก่อนจะบดจูบลงใหม่ เหมือนครั้งเดียวไม่พอ
หวานใจถูกอุ้มมานั่งด้วยกันบนโซฟา เขาพรมจูบไปตามนวลแก้ม บ่าไหล่ ทุกที่ ที่ใบหน้าโน้มถึง ปากพร่ำกระซิบซ้ำๆ เสียงพร่า
“หวานจ๋า คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน”
“หวานก็คิดถึงพี่ราม พี่รามใจร้าย ยอมพ่อได้ยังไง ยอมไม่เจอหวาน คุยกับหวานวันล่ะแค่คำสองคำแบบนั้นได้ยังไง”
หวานใจตัดพ้อ เธอเองก็กอดเขา จูบเขา หอมเขา ทุกที่เช่นกัน ดีใจจนน้ำตาไหลปริ่ม เมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดนี้อีกครั้ง ได้รับสัมผัสจากเขาอีกหน
“โธ่...จะให้พี่ทำยังไงล่ะครับ คุณเพลิงยื่นข้อเสนอมาแบบนั้น มันก็ดีกว่า...ดีกว่าพี่ต้องเลิกกับหวานนะ”
“แต่หวานรอไม่ได้ หวานรอนานขนาดนั้นไม่ได้จริงๆ หวานคิดถึงพี่ราม อยากคุย อยากเจอพี่รามทุกวัน หวานรักพี่ราม พี่รามเป็นกำลังใจของหวาน”
ธงรามปาดเช็ดน้ำตาให้เธอ ตอนนี้เขายังคงกอดเธอไว้บนตัก แน่ล่ะ ถ้าเพลิงมาเห็นตอนนี้แล้วล่ะก็ อกเขาจะต้องเป็นรูแน่ๆ แต่...เขาก็ไม่กลัวหรอก แค่ได้กอดเธอเขาก็ไม่กลัวทุกสิ่ง แค่ได้จูบเธอ เขาก็กล้าไปเสียทุกเรื่องแล้วตอนนี้
“พี่เอง...ก็ทรมานเหมือนกัน”
ธงรามตอบรับเสียงอ่อย หวานใจประคองหน้าเขาไว้ในมือ ย่นคิ้วเมื่อเห็นว่าเขาดูผอมลงขนาดไหน เธอเห็นผมขาวบางเส้นปะปนในผมดำสนิทของเขา จึงเม้มปากแน่น
“แล้วพี่รามทำอะไรกับตัวเอง ทำอะไรกับหวานล่ะ ทำไมถึงได้ยอมพ่อ หวานไม่ยอมอีกต่อไปแล้วล่ะ”
“แล้วหวานจะทำยังไง...” เขาถอนใจ มองสบตากับเธอ เห็นความแน่วแน่อยู่ตรงนั้น
“หืม?”
“หวานว่าเราควรหนีตามกัน”
“หา!” ธงรามถึงกับอุทาน แม่เจ้าประคุณสุดแสบ คิดอะไรออกมาล่ะนั่น
“พ่อเพลิงทำอะไรพี่รามไม่ได้หรอก พ่อเพลิงไม่มีสิทธิ์จะมาโกรธ มาทำปืนลั่นใส่พี่รามด้วย เพราะหวานนี่ล่ะจะเป็นคนพาพี่รามหนี หนีตั้งแต่วันนี้เลยละกัน”
“เราจะหนีไปไหนล่ะ”
ธงรามอดขำไม่ได้ กับความคิดของหวานใจ โธ่...เด็กหนอเด็ก
“ไปไหนก็ได้ล่ะ ไปสักสี่ห้าวัน หวานจะประท้วง”
หวานใจปรายตามองธงราม แล้วผละออกจากอ้อมแขนเขา ตรงไปเอากุญแจมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะตรงมาฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน
“หนีตามกันเถอะพี่ราม แล้วก็...จะทำอะไรกับหวานก็ทำให้มันเสร็จๆ ไปเสีย”
“หวานหมายความว่ายังไง” ตามแรงฉุดของเธอออกมาข้างนอก
“ก็หมายความว่า โอ๊ย! ทำไมต้องให้พูดเยอะแยะนะ เอางี้ หาโรงแรมสักที่ เดี๋ยวหวานจะปล้ำพี่รามเอง แค่นี้พ่อก็มาแยก มากีดกันเราสองคนไม่ได้แล้ว”
“หวานใจ”
เขาอุทาน จะขำก็ไม่ได้จะร้องไห้ก็ไม่ดี แม่หวานใจของเขาทำไมคิดอะไรได้ถึงขนาดนี้กันนะ
หล่อนสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ เขาก็จำเป็นจะต้องขึ้นเพราะเธอเอ่ยเร่ง ก่อนจะขับปร๋อออกไป มารดาได้แต่ตะโกนถามตามหลัง เมื่อเห็นว่าลูกสาวขับรถแล่นฉิวออกไปโดยมีธงรามซ้อนไปด้วย
“ยัยหวาน ยัยหวาน ไปไหนล่ะลู้กกกก”
ตวงรักมองตามคนทั้งสองด้วยจิตใจร้อนรุ่ม พากันออกไปไหนนะ ถ้าเกิดสวนทาง เกิดเจอเข้ากับเพลิงล่ะ
เธอได้แต่กุมขมับใจเต้นตึกตักกันล่ะหนนี้ใจภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นเลย
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







