INICIAR SESIÓN“พี่เพลิง ตวงติดต่อพ่อแม่ของคุณรามแล้วเรื่องที่ลูกสาวเราทำลูกชายเค้าแขนหัก แล้วก็...”
ตวงรักกระแอม มองสองพ่อลูกที่ตอนนี้เมินหน้าหนีกันคนล่ะทาง ทั้งที่นั่งตรงกันข้าม
“เรื่องที่ลูกสาวเราพาลูกชายเค้าหนี”
“ใคร ไอ้หมอนั่นต่างหาก พาลูกเราหนี”
เพลิงเถียงขัดขึ้นมา ตวงรักกอดอก ก่อนจะมองหน้าสามี พลางทำหน้านิ่งๆ
“ใครคนขี่รถล่ะคะ”
“ยัยหวาน...”
“พี่เพลิงคิดสิ ว่าแบบนั้นล่ะใครพาใครหนี”
“เอ่อ...” เถียงเมียไม่ออก เลยพานไปเรื่องอื่นแทน
“มันทำลูกเราเกือบตาย ดีนะที่ยัยหวานไม่เป็นอะไร ถ้าเป็นอะไรไปล่ะก็...”
“หวานต่างหากทำพี่รามเกือบตาย สองหนแล้วด้วย ที่พี่รามเกือบตายเพราะหวาน”
หวานใจเอ่ยขัดขึ้น เธอร้องไห้โฮอย่างอดไม่ได้ ตวงรักเข้าไปปลอบบุตรสาว เพลิงถอนใจ หากทว่าเขายังดื้อดึง
“แบบนี้พ่อจะยิ่งเพิ่ม...”
“ขนาดนี้แล้วพี่เพลิงยังจะกล้าขัดขวางลูกเรากับคุณรามเค้าอีกเหรอ? พี่เพลิงจะให้ยัยหวานทำยิ่งกว่านี้อีกเหรอไง หนนี้ลูกเราแค่พาลูกเค้าหนี ถ้าหนหน้าล่ะ”
ตวงรักทำเสียงเข้ม คนเป็นสามีเลยได้แต่อ้าปากหวอ ตวงรักหันมาหาบุตรสาว แล้วเช็ดน้ำตาให้กับหวานใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“ไปดูคุณรามเค้าหน่อยไป ทางนี้ปล่อยให้แม่จัดการเอง ตาแก่หัวดื้อ ก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด”
“ค่ะ”
“ใครตาแก่หัวดื้อ”
เพลิงเอะอะทันที มองตามหลังลูกสาวที่เลี่ยงหลบไปไวๆ ก็ทำท่าจะลุกตาม หากตวงรักขยับขวางหน้า เธอจิ้มนิ้วไปที่อกของสามี แล้วมองเขาด้วยนัยน์ตาดุดัน
“ตาแก่คนนี้ไง ดื้อมาก ดื้อที่สุด”
เพลิงก็เพลิงเหอะ เจอเมียตาดุวับๆ แบบนี้ ก็แอบฝ่อไปเล็กน้อย เขาท้าวเอว ก่อนจะเอ่ยเสียงห้วนๆ แต่อ่อนลง
“พี่ผิดตรงไหนล่ะ ที่จะปกป้องลูกของเรา จาก...”
“จากอะไรคะ พี่เพลิงบอกมาสิ ว่าผู้ชายอย่างคุณราม เสียหาย นิสัยไม่ดีตรงไหน ไหนลองบอกข้อที่พี่เพลิงเห็นมาให้ตวงฟัง ให้ได้สักสิ”
“คือ” เพลิงนิ่งไปนิด ห่าเอ๊ย! ไอ้บ้านั่นก็ไม่มีอะไรให้ติจริงๆ นั่นแหละ เอ่อเห้อ...
“พี่ไม่ชอบหน้ามัน”
ตอบห้วนๆ ขุ่นๆ มันแบบนี้นั่นแหละ ตวงรักเกือบจะขำ แต่ก็แสร้งทำหน้าดุเหมือนเดิม
“พี่เพลิง พี่เพลิงอายุเท่าไหร่แล้ว พี่เพลิงจะมาพูดอะไรแบบนี้ คิดแล้วหรือคะ?”
“โอ๊ย...ไม่มี มันไม่มีที่เสียหายหรอก ไอ้เทวดานั่นล่ะ”
แสร้งโวยวายแก้เขิน ที่โดนเมียด่าเอาแบบนั้น หน้าเขาแดงนิดๆ เพราะอายมากกว่าจะโกรธเมีย
“ถ้าเค้าเป็นเทวดา เป็นคนดีไม่เสียหาย ทำไมพี่เพลิงถึงไม่เปิดใจ ยอมรับให้ลูกเราคบกับเขาล่ะคะ ผู้ชายแบบคุณรามน่ะ งมหายากมากนะ นี่หลงมาถึงยัยหวานตัวแสบของเรานี่ บุญของลูกเราเท่าไหร่แล้ว”
“ก็มันยัง...”
“พี่เพลิงอย่ามาอ้างว่าไม่ถึงเวลา ลูกโตแล้วนะคะ ตัดสินใจเองได้”
ตวงรักถอนใจเธอตรงเข้ากอดเขา ไม้แข็งไปแล้ว ก็ต่อด้วยไม้นวม เธอเอ่ยเสียงอ่อน มองหน้าของสามีที่ดูจะคลายความตึงไปมาก
“เราควรจะเคารพการตัดสินใจของยัยหวานนะคะ ลูกน่ะ วันหนึ่งก็ต้องไปพ้นอกเราในที่สุด แล้วในเมื่อเรามองเห็นว่าคนที่แกตกลงใจจะรัก จะคบหาด้วยนั้น ก็ไม่มีข้อติ ตำหนิอะไร เป็นคนดี มีความมั่นคง พี่เพลิงไม่อยากปล่อยให้ยัยหวาน ได้ลองคบหาดูใจกับเขาหรือคะ?”
“ก็...”
“ถ้าพี่เพลิงกลัวว่า คุณรามเค้าจะเหลวไหล เปลี่ยนใจจากลูกสาวเรา ก็...” ตวงรักกระแอม มัดมือชกสามีกันล่ะหนนี้
“ก็ให้เค้าหมั้นกับยัยหวานให้เรียบร้อยไปเลย ทางนั้นตกอกตกใจมาก ที่ตวงแจ้งไปแบบนั้น ก็ลูกเค้าเสียหายอะนะ”
“ตวง”
เพลิงทำเสียงดัง แล้วก็อดถอนใจเฮือกออกมาไม่ได้ จนด้วยแต้ม ไม่รู้จะเถียงอะไร พูดก็ไม่ออก เพราะลูกสาวตนพาลูกชายเค้าหนีเข้าจริงๆ
และเหนือกว่านั้น ฟังภรรยาแล้ว นำมาคิดตาม เขาก็มองเห็นตามนั้น ธงรามเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยล่ะ
แบบนี้แล้วคุณพ่อจอมหวง พ่อเสือจอมดุ ก็ได้แต่หน้ามุ่ย แล้วเงียบ...อย่างยอมรับความจริง
“ไม่ต้องหมั้นได้ไหมล่ะ ให้มันคบกันก็ได้ แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่แล้วล่ะค่ะ” ตวงรักกระแอม
“ทางนั้นตกลงจะจัดการเรื่องหมั้นหมายทันที ที่คุณรามหาย”
“ตวง!”
“ถ้าพี่เพลิงงอแง เรื่องมาก ไม่ยอมรับความจริง แล้วก็ไม่สำนึกว่าตัวเองผิดน่ะ ตวงจะให้พี่เพลิงนอนนอกห้องไปเลยสองเดือน อ้อ...เอาแบบนี้ดีกว่า ตวงจะหนีไปกรุงเทพฯ กับลูกเสียเลย”
“เฮ้อ...เอ่อๆ อยากทำอะไรกันก็ทำ”
โวยแล้วก็เดินหนี หงุดหงิดโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ ตวงรักได้แต่แอบขำตามหลังเขา เธอตะโกนตามหลังสามีที่เห็นไวๆ เสียงเข้ม
“ห้ามไปขัดคอลูกล่ะ ห้ามไปขู่ว่าที่ลูกเขยในอนาคตของตวงด้วย”
“โว้ย”
เธอถึงกับหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะส่งข่าวดีไปยังเพื่อนรักและสามีของหล่อน รวมถึงนาวิน ว่าทุกอย่างทางนี้เรียบร้อยแล้ว
............................................................................................................................................................................
“พี่รามเจ็บมากไหมคะ?”
“ก็...” ธงรามยิ้มแหย เขามองไปทางแขนที่พันเฝือกไว้แทนคำตอบ แล้วสั่นหน้า
“ไกลหัวใจ แค่กอดหวานไม่ได้เท่านั้นเองครับ”
“ยังจะมาตลกอีกนะ”
หวานใจทรุดลงไปนั่งข้างเขา เธอจับมืออีกข้างของเขามาแนบแก้ม น้ำตาไหลพรู
“หวานทำพี่รามเจ็บตัวอีกแล้ว”
“พี่บอกแล้ว ว่าอย่าพาพี่หนี หวานก็ไม่เชื่อ”
“แหม...หวานนี่ก็บ้าบอจริงๆ นะที่คิดจะทำอะไรแบบนั้น”
เธอสูดน้ำมูก ธงรามเช็ดน้ำตาให้ ทั้งเขาและเธอหัวเราะออกมาพร้อมๆ กันอย่างอดไม่ได้ กับสถานการณ์ทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้นมา จนต้องมาเจ็บตัว เข้าโรงพยาบาลอยู่นี่ ธงรามนั้นแขนหัก ส่วนหวานใจมีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น
“นี่ถ้าหวานพาพี่หนีสำเร็จจริงๆ จะปล้ำพี่จริงๆ ใช่ไหมนั่น”
เขากระเซ้า พอจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ตวงรักบอกกับเขาแล้วว่าแจ้งกับบิดามารดาของเขาแล้ว และเธอยังบอกกำชับ ว่าเรื่องของต้นเหตุที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ เธอจะจัดการเอง จะยังไงกฎทุกสิ่งที่เพลิงตั้งให้ เธอจะพังมันให้เรียบเลยล่ะ
‘อันนี้พูดจากใจ และไม่อายเลย พี่น่ะ อยากได้คุณรามเป็นลูกเขยมาก เดี๋ยวจะจัดการพี่เพลิงให้เอง เรื่องที่ลูกสาวแม่พาคุณรามหนีน่ะ พ่อแม่คุณรามรับรู้แล้วล่ะ กำลังจะจับไฟลท์บินมาเชียงใหม่ คุณสีดาบอกว่าจะต้องรับผิดชอบด้วยการหมั้น’
แม่ของเขาคงจะตกใจมากเลยล่ะ แต่คุณสีดาก็ไม่พลาดที่จะจับโอกาสนี้เพื่อให้บุตรชายเป็นฝั่งเป็นฝาสินะ คุณสีดาคงจะสืบเรื่องของหวานใจหมดจดแล้วตั้งแต่ที่เกิดเหตุคราวโน้น ท่านพอจะรู้เลาๆ อยู่ว่าลูกชายคบหากับใคร นึกเอ็นดูหวานใจด้วยซ้ำ ว่าเจ้าหล่อนน่ารัก สวย ถูกใจท่าน ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร ท่านยังเปรยๆ ลอยๆ ด้วยซ้ำ ว่าทางหวานใจเรียกสินสอดเท่าไหร่ ท่านจะได้เตรียมพร้อมเมื่อหล่อนเรียนจบ
“แหม...” หวานใจชักจะเขิน เขาหยิกแก้มเธออย่างหยอกๆ มองเธออย่างเอ็นดูและรักหมดใจ
“ไม่รู้ว่าพ่อคุยกับแม่ถึงไหนแล้วเนาะ” เธอทำเป็นมองประตูห้องแก้เขิน มันยังปิดนิ่งอยู่
“พี่เชื่อว่าแม่ตวงจัดการทุกอย่างได้”
“เรียกแม่จ๋าว่าแม่ตวงแล้วเหรอ ขี้ตู่มาตู่แม่เค้าเป็นแม่ตัวเอง”
ธงรามหัวเราะ เขาดึงเธอมาให้ซบอยู่กับอกเขา หวานใจไม่กล้าเขยื้อน เพราะเกรงว่าเขาจะเจ็บ เธอซบนิ่งอยู่ตรงนั้น ฟังเสียงหัวใจเขาเต้น...
“ถ้าคุณเพลิงไม่ยอมอีกล่ะ”
“หนนี้หวานก็จะพาพี่รามหนีอีก”
“หื้ม...หึๆ หนหน้าพี่จะพาหวานไปจดทะเบียนเลยดีกว่า”
“เอาจริงเหรอคะ”
เธอย่นจมูกน้อยๆ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา อยู่ตรงนี้ก็อุ่นดีนะ มือของเขาไล้ผิวนุ่มเบาๆ ธงรามจูบที่กระหม่อมของเธอ แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม
“เอาจริงสิ แล้วพี่จะเป็นคนปล้ำหวาน แทนที่หวานจะปล้ำพี่ด้วย”
“แน้”
ตวงรักทำท่าจะเปิดประตูเข้าไป บอกสองหนุ่มสาวว่า เพลิงยอมแล้วเรื่องของพวกเขา แต่ภาพของลูกสาวที่อยู่ในอ้อมอกของบุรุษหนุ่ม ที่เธอมองเห็นและเชื่อใจ ว่าจะดูแลแก้วตาดวงใจของเธอและเพลิงได้เป็นอย่างดี ก็ทำให้เธอถอยออกมายืนอยู่ที่เดิม ปล่อยโอกาสให้พวกเขาได้อยู่ตามลำพังกันอีกสักนิด ก่อนจะไปบอกข่าวดี
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







