Masuk2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!
เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน
"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย
"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ
"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด"
"อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน
ไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย
"รอยน่ะไม่ทำหรอก แต่เฮียจะทำลูกคนแรกให้เสร็จทันฤกษ์รับปริญญาขิมเนี่ยแหละ! ถือเป็นของขวัญจากเฮียไงจ๊ะ"
"ของขวัญบ้าอะไร... อ๊ะ! อ๊ายยย! เฮีย... เบาๆ โต๊ะเครื่องแป้งมันสั่น ขิมจะปัดมาสคาร่าเลอะแล้วเนี่ย!" ขิมบ่นพึมพำแต่ก็แอ่นสะโพกรับจังหวะรักของไทอย่างรู้ใจ มือหนึ่งถือแปรงปัดแก้ม อีกมือหนึ่งเกาะขอบโต๊ะไว้แน่น ถ้าใครมาเห็นก็คงเป็นภาพที่แปลกใหม่แน่นอน
ในขณะที่สงครามสวาทบนโต๊ะเครื่องแป้งกำลังถึงจุดเดือด เสียงตะโกนจากหน้าอู่ก็ดังแทรกเข้ามา
"เฮียไท เจ๊ขิม รถตู้มารอแล้วนะครับ พ่อแม่เจ๊ขิมก็นั่งรอจนเหงือกแห้งแล้วเนี่ย!" เสียงไอ้กัสตะโกนลั่นอู่ ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของไอ้ปอและไหม
"ไอ้กัส! มึงไปบอกรถตู้รออีก 5 นาที! ใครเร่งกู กูจะไล่ออกให้หมด!" ไทตะโกนสวนกลับโดยที่จังหวะช่วงล่างยังไม่ลดละ
ไทเร่งจังหวะให้เร็วกว่าเดิม เพื่อที่จะได้เสร็จสมไวๆ เขาอุ้มร่างขิมขึ้นมาวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง ทับบรรดาลิปสติกและน้ำหอมจนล้มระเนระนาด
ทั้งมองไปยังจุดเชื่อมต่อที่กำลังเสียดสีกัน มันผลุบเข้าผลุบออก ทำให้เกิดเสียงหยาบโลนดังไปทั่วห้อง
"ซี้ดดด…ใกล้แล้วขิม"
"เร็วๆ เลยเฮีย…อ๊ะๆ"
ขิมกอดคอไทแน่น หลับตาพริ้มรับสัมผัสสุดท้ายที่ไทมอบให้จนร่างกายกระตุกเกร็งไปพร้อมๆ กัน
"อ่าส์../อื้มมม"
"แฮก... แฮก... เฮียนะเฮีย ทำชุดขิมยับหมดเลย" ขิมบ่นอุบอิบขณะรีบคว้าชุดครุยมาสวมทับ พลางเช็คความเรียบร้อยของหน้าตาในกระจก
"ยับก็ช่างมัน เดี๋ยวเฮียรีดให้ใหม่...ในรถ" ไทเดินเข้ามาสวมกอดจากข้างหลัง จูบขมับเมียเบาๆ
"ไม่ต้องเลย! แค่นี้ขิมก็จะเดินขาถ่างเข้าหอประชุมอยู่แล้ว!" ขิมค้อนขวับ แต่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
ไทมองเมียรักในชุดครุยด้วยสายตาภาคภูมิใจ
"ยินดีด้วยนะบัณฑิตของเฮีย... วันนี้ขิมสวยที่สุดเลย เดี๋ยวเฮียจะหอบดอกไม้ช่อใหญ่ที่สุดไปให้ทุกคนที่เห็นอิจฉาเลย"
ขิมหัวเราะร่า ทั้งคู่จูงมือกันเดินออกจากห้องพัก พ่อแม่ของขิมนั่งยิ้มแฉ่งรออยู่ในรถตู่ โดยมีลูกน้องที่อู่นับสิบชีวิตยืนตั้งแถวอวยพร "เจ๊ขิม" ไปรับปริญญา
"ไปเว้ยพวกเรา ไปดูเมียกูรับปริญญา ใครลืมป้ายไฟกูไล่ออก" ไทตะโกนสั่งลูกน้องเสียงดังลั่นอู่
บรรยากาศที่หน้าหอประชุมมหาลัยเนืองแน่นไปด้วยบัณฑิตและญาติๆ ที่ต่างมาดูลูกหลานของตัวเอง แต่ไม่มีที่ไหนจะเด่นเท่ากับกลุ่มของ "อู่ไทการช่าง" อีกแล้ว ไอ้กัสและลูกน้องในอู่ยกพรรคพวกมาเกือบยี่สิบคน พร้อมป้ายไฟชื่อขิมขนาดมหึมาและแตรวงชุดเล็กที่คอยประโคมรับจังหวะอย่างคึกคัก จนคนทั้งมหาลัยต่างหันมามองเป็นตาเดียว
"เจ๊ขิมมาแล้ว! โห่... ฮิ้ววววว!" เสียงไอ้กัสตะโกนนำ
ขิมเดินยิ้มกริ่มมาในชุดครุยที่สง่างามเคียงข้างกับไหม เพื่อนรักที่วันนี้ก็สวยไม่แพ้กัน พอมาถึงซุ้ม ไทในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนดูหล่อสะอาดตาผิดจากปกติ เดินยืดอกเข้ามาหาขิม
"มานี่มาบัณฑิตของเฮีย!" ไทคว้ามาลัยเงินที่ร้อยด้วยแบงก์พันล้วนๆ มูลค่ารวมหลายแสนบาทคล้องคอขิมจนตัวเธอแทบเอน
"นี่แค่เริ่มต้นนะขิม ของขวัญชิ้นใหญ่กว่านี้รออยู่ที่อู่!"
ขิมหัวเราะร่าพลางไหว้ขอบคุณ "เฮีย... มันหนัก! ขิมจะคอเคล็ดก่อนถ่ายรูปเสร็จเนี่ย"
"เฮีย…แล้วไหนของน้องสาวเฮียอะ"
"…นู้น ของไหมอยู่กับไอ้ปอ"
"จิ! น้อยใจวะ"
"โอ๋ๆ หยอกเล่น ของไหมก็มี มาๆ ก้มหัวมา แต่น้อยกว่าของเมียเฮียนะ ฮ่าๆ"
"ถึงไม่บอกก็รู้จ้า"
พ่อแม่ของขิมที่เดินทางมาจากดอยเห็นลูกสาวประสบความสำเร็จและเห็นลูกเขยดูแลดีขนาดนี้ก็ยิ้มแก้มปริ
"ป้อกะแม่ภูมิใจ๋ในตั๋วขิมขนาดเน้อลูก" พ่อขิมเอ่ยพลางลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู
"ขิมฮักพ่อกะแม่ขนาดเน้อเจ้า ขอบคุณที่เลี้ยงขิมมาเจ้า"
"มาเร็วไอ้ไหม วันนี้เราสองคนเก่งที่สุดเลยนะ" ขิมรีบดึงไหมเข้ามาถ่ายรูปด้วยกัน
ทั้งคู่กอดคอกันถ่ายรูปด้วยรอยยิ้มที่สดใส จากนั้นขิมก็สลับไปถ่ายรูปกับพ่อแม่ ลูกน้องในอู่ และเพื่อนๆ จนกระทั่งถึงคิวคนสำคัญที่สุด...
"มานี่เฮีย ถ่ายรูปคู่กันหน่อย" ขิมกวักมือเรียกไทที่กำลังยืนแอ็คท่าเท่ให้สาวๆ ในงานมอง
"ถ่ายดีๆ นะไอ้กัส ถ้ากูไม่หล่อกูเตะมึงตกรถตู้จริงๆ ด้วย" ไทเดินเข้ามาโอบเอวขิมไว้แน่น
ไทยื่นช่อดอกไม้กุหลาบสีแดงช่อโตเท่าบ้านให้ขิม พร้อมกับกล่องของขวัญแบรนด์เนมอีกหลายกล่องที่วางกองอยู่ข้างๆ
"ขอบคุณนะเฮีย"
"เฮียให้ขิมเยอะแล้ว... ขิมก็มีของขวัญชิ้นพิเศษจะให้เฮียเหมือนกัน" ขิมพูดพลางล้วงกล่องเล็กๆ สีขาวผูกโบว์สีฟ้าออกมาจากกระเป๋าชุดครุย
"อะไรวะ นาฬิกาเหรอ หรือแหวน?" ไทเลิกคิ้วสูงสงสัย
"เปิดดูเองดิ" ขิมยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกาย
ไทรับกล่องมาเปิดออกอย่างใจร้อน แต่พอเห็นของข้างใน... มือกลับสั่นเทาขึ้นมาทันที มันไม่ใช่ทอง ไม่ใช่นาฬิกาหรู แต่มันคือ "ที่ตรวจครรภ์" ที่ขึ้นขีดสีแดงเข้มๆ สองขีดชัดเจน พร้อมกับใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล
ไทนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ดวงตาเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เขาเงยหน้ามองขิมสลับกับของในมือ
"ขิม... นี่มึง... ขิมท้องเหรอ?"
ขิมพยักหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มกว้าง
"ใช่ค่ะเฮีย... 2 เดือนแล้วนะ ไอ้ตัวเล็ก มาตามนัดที่เฮียขอไว้เลย"
"เฮ้ยยยย พวกมึง กูมีลูกแล้วโว๊ย!" ไทตะโกนลั่นมหาลัยอย่างลืมตัว เขาโผเข้ากอดขิมแล้วอุ้มเธอหมุนไปรอบๆ ด้วยความดีใจ น้ำตาแห่งความปิติไหลอาบแก้มอย่างไม่อายใคร
"เราจะได้เป็นพ่อแม่คนแล้วขิม ขอบคุณนะ ขอบคุณที่เป็นเมียที่ดีที่สุดของเฮีย" ไทจูบหน้าผากขิมซ้ำๆ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของทุกคนในอู่และรอยยิ้มที่อบอุ่นของพ่อแม่
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
อู่เฮียไท... ไทที่กำลังนั่งตรวจเช็คอะไหล่รถอย่างอารมณ์ดี เขามองนาฬิกาเป็นระยะ รอเวลาเมียกลับมาจู๋จี๋กันตามที่นัดไว้ติ๊ง!เสียงข้อความเข้า ไทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เพราะนึกว่าเป็นขิม แต่พอเปิดดู รอยยิ้มของไทกับหายวับไปกับตา ตัวแข็งค้างราวกับหินที่ถูกสาปภาพที่ส่งมาจากเมสเสจภาค คือภาพ ขิมท
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ความรักของไทและขิม ยังคงหวานชื่นจนใครๆ ก็ต่างที่จะอดอิจฉาไม่ได้ ลูกน้องทุกคนต่างยินดีกับไทที่สมหวังกับความรักในครั้งนี้ พวกเขาเห็นขิมที่อยู่ในอู่และคอยช่วยไทคิดบัญชีจนชินตากัน เธอแทบไม่ได้กลับไปนอนคอนโดตัวของเองเลย เพราะไทประเคนทั้งเงิน ทั้งทอง ทั้งตัว (ที่ขยันทำการบ้าน…)
ไทวางขิมลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือแต่แววตากับฉายแววพลุ่งพล่านไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ รีบตามขึ้นมาคร่อมร่างบางไว้ทันที"เฮีย! พอแล้ว ขิมเหนื่อย เมื่อกี้ก็ทำกันไปในห้องน้ำเอง" ขิมประท้วงพลางเอามือดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว"เหนื่อยอะไรนี่มันพึ่งเริ่มเอง เมื่อกี้ในห้องน้ำมันแค่
ขิมและไทอยู่ใต้ฝักบัว น้ำอุ่น ๆ เปิดใส่ตัวเปียกโชกไปทั่วทั้งสองร่าง ไทก้มลงมาจูบปากขิมอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นสลับกันไปมาเปียกปอนไปด้วยน้ำลาย ไทครางออกมาเมื่อลิ้นเล็ก ๆ เป็นฝ่ายแทรกลึกเข้ามาในอุ้งปากของเขาเสียเอง ขิมตวัดลิ้นหวาน ๆ นั้นกับลิ้นใหญ่ของเขา ก่อนจะดูดกลืนมันคล้ายกับลิ้นของไท ไม่ต่างจากขนมหวา







