Masukไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น
"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง
"อย่าเป็นอะไรนะขิม"
ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ
หลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม
"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม
"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีสภาวะเครียดจัดสะสม ทำให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว ดีนะที่พามาส่งทัน ถ้ามาช้ากว่านี้อาจจะช็อกเพราะไข้สูงได้ครับ" หมอถอนหายใจยาว
คำพูดของหมอเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงใจไทจนเหวอะหวะ แม่ขิมฝากให้เขาดูแลเธอแท้ ๆ แต่เขากลับเป็นคนทำร้ายจิตใจเธอ ไล่เธอไปนอนอดตายอยู่ในห้องเพียงลำพัง
"ขอบคุณมากครับหมอ"
พยาบาลย้ายขิมมาที่ห้องพักฟื้น ไทเดินเข้าไปนั่งข้างเตียง มองดูร่างเล็กที่ดูซูบผอมลงไปภายในเวลาไม่กี่วัน สายน้ำเกลือที่ระโยงระยางอยู่ที่ข้อมือยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดจนอยากจะชกหน้าตัวเอง
"ขอโทษนะขิม... เฮียขอโทษ เฮียแม่งเหี้ยเองที่ทิ้งมึงไว้แบบนี้" ไทคว้ามือขิมมากุมไว้แน่น พลางซุกหน้าลงที่มือของเธอ
เขานั่งเฝ้าเธออยู่อย่างนั้นทั้งคืน ไม่ยอมห่างไปไหน คอยซับหน้าผากและมองดูเครื่องวัดชีพจรตลอดเวลา จนกระทั่งขิมเริ่มขยับตัวและค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟสลัวของโรงพยาบาล
"หนูฝันไปรึเปล่า ทำไมถึงเห็นเฮียอยู่นี่ละ เฮีย... ขิมยังไม่ตายใช่ไหม " ขิมมองหน้าไทด้วยสายตาที่ยังพร่ามัว
"ไม่ได้ฝัน แล้วก็ยังไม่ตายด้วย"
"อ๋อ…อืม"
"ขิม... เฮียขอโทษนะ ที่เฮียโมโหขิมวันนั้นอะ ต่อไปนี้เฮียจะฟังขิมทุกเรื่องเลย สัญญา"
ขิมน้ำตาไหลรินออกมา เธอไม่มีแรงจะพูดอะไรมาก แต่สัมผัสจากมือที่ไทกุมไว้นั้นมันบอกเธอว่า...เขาให้อภัยเธอแล้ว
แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลียแต่ในใจมันยังค้างคาเรื่องภาพติดตาเมื่อเช้านี้ เธอหันมามองหน้าไทที่นั่งกุมมือเธออยู่ข้างเตียง แววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจฉายออกมาจนเห็นได้ชัด
"เฮีย..." ขิมเรียกเสียงแผ่ว ๆ
"หื้ม…มีอะไร เจ็บตรงไหนรึเปล่า"
"เปล่า…ผู้หญิงคนนั้น...ที่นั่งข้างเฮียเมื่อเช้า...ใครเหรอ?"
"อ๋อ!"
"หึงเหรอจ๊ะเมียจ๋า?" ไทแกล้งทำหน้าทะเล้นใส่
"นั่นพี่จอย ลูกพี่ลูกน้องเฮียเอง พึ่งมาจากบ้านนอกมาทำธุระที่กรุงเทพฯ เฮียเลยให้มันติดรถมาส่งไหมด้วยเฉย ๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่เลยจ้า"
"จริงเหรอ... ไม่ใช่ว่าเฮียหาคนใหม่มาแทนขิมแล้วนะ?" ขิมขมวดคิ้ว
"โถ่ขิม! สภาพเฮียตอนมึงหายไปน่ะ เหมือนหมาโดนรถทับซ้ำสามรอบ เหล้าก็แดกแทนน้ำ ใครเขาจะเอาคนสภาพแบบนั้นวะ" ไทสบถขำ ๆ พลางลูบหัวขิมอย่างเบามือ
"พี่จอยนั่นแหละที่ตบหัวเรียกสติเฮีย บอกว่าสายตาผู้หญิงดูออกว่าขิมไม่ได้นอกใจเฮีย เฮียถึงได้รีบบึ่งมาหามึงเนี่ย"
ขิมได้ยินแบบนั้นก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ความรู้สึกหนักอึ้งในใจมันเบาบางลงไปทันที
"คราวหลังมีอะไรก็บอกขิมตรง ๆ ดิ ไม่ใช่เอาผู้หญิงมานั่งประชดกันแบบนี้ ขิมจะช็อกตายอยู่แล้วนะเฮีย"
"จ้า ๆ เฮียผิดไปแล้วจ้ะ ต่อไปนี้จะไม่มีผู้หญิงหน้าไหนมานั่งทับที่ขิมอีกแน่นอน ยกเว้นแม่เฮียคนเดียวโอเคมั้ย?" ไทพูดพลางก้มลงจุ๊บมือเธอ
ไทที่นั่งเงียบอยู่พักใหญ่ก็ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ เขายังมีคำถามที่ค้างคาใจอยู่ และเขารู้ว่าถ้าไม่เคลียร์ตอนนี้ มันก็จะกลายเป็นหนามที่แทงใจเขาไปตลอด
"ขิม... เฮียขอถามตรง ๆ นะ มึงอย่าโกหกเฮียอีกนะขิม"
"ค่ะเฮีย ถามมาเลย" ขิมพยักหน้าช้า ๆ
"มึงไปอยู่ที่ห้องไอ้ภาคในสภาพแบบนั้นได้ยังไง?"
"รูปที่มันส่งมาน่ะ... มึงก้มลงไปหาหน้ามันจนแทบจะจูบกันอยู่แล้ว ถ้ามันป่วยจริง ทำไมมันมีแรงตั้งกล้องถ่ายรูปวะ มึงเล่าความจริงให้เฮียฟังทั้งหมดที"
ขิมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเล่าความจริงทั้งหมด
"วันนั้นมันส่งข้อความมาบอกขิมว่ามันป่วยหนัก โทรหาใครก็ไม่รับสาย มันขอร้องให้ขิมไปป้อนยาป้อนข้าวหน่อย ขิมเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าที่มันเคยดีกับพ่อแม่ขิม ขิมเลยยอมไป... แต่กะว่าไปแป๊บเดียวแล้วจะรีบกลับอู่เฮีย"
"แล้วไอ้ท่าทางในรูปนั่นล่ะ!" ไทถามขัดขึ้นมา
"ตอนที่ขิมป้อนโจ๊กมันเสร็จ มันแกล้งลุกไม่ไหวแล้ว กระชากแขนขิมลงไปหาตัวมัน" เธออธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ขิมไม่รู้เลยว่ามันตั้งกล้องไว้ พอมันดึงขิมเข้าไป ขิมก็รีบสะบัดตัวออกแล้วเดินหนีออกมาเลย ขิมไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องแบบนั้น ขิมสาบานได้ว่าขิมไม่ได้คิดอะไรกับมันแล้วจริงๆ"
ไทฟังจบก็นิ่งไป มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด
"ไอ้เหี้ยภาค มึงนี่มันเหี้ยกว่าที่กูคิดจริงๆ" ไทสบถออกมาอย่างเหลืออด เขาเพิ่งเข้าใจแผนการสกปรกของมันทั้งหมด
"เฮียเชื่อขิมมั้ย?" ขิมถามพลางมองหน้าไทด้วยความกังวล
"เชื่อ... เฮียเชื่อแล้วขิม เฮียมันโง่เองที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล จนลืมมองความจริงไปว่าขิมไม่ใช่คนแบบนั้นเลย"
"มึงนอนพักซะขิม เรื่องไอ้ภาคเดี๋ยวเฮียจัดการเอง คราวนี้เฮียจะไม่แค่ไล่มันไปเฉยๆ แน่ แต่ขิมน่ะ... ห้ามไปหามันอีกเด็ดขาดนะ ไม่งั้นคราวหน้าเฮียจะขังไว้ในอู่ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยจริงๆ ด้วย" ไทลุกขึ้นยืนแล้วลูบหัวขิมเบา ๆ
"ค่ะเฮีย ขิมไม่ไปแล้ว ขิมเข็ดแล้วจริงๆ"
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
อู่เฮียไท... ไทที่กำลังนั่งตรวจเช็คอะไหล่รถอย่างอารมณ์ดี เขามองนาฬิกาเป็นระยะ รอเวลาเมียกลับมาจู๋จี๋กันตามที่นัดไว้ติ๊ง!เสียงข้อความเข้า ไทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เพราะนึกว่าเป็นขิม แต่พอเปิดดู รอยยิ้มของไทกับหายวับไปกับตา ตัวแข็งค้างราวกับหินที่ถูกสาปภาพที่ส่งมาจากเมสเสจภาค คือภาพ ขิมท
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ความรักของไทและขิม ยังคงหวานชื่นจนใครๆ ก็ต่างที่จะอดอิจฉาไม่ได้ ลูกน้องทุกคนต่างยินดีกับไทที่สมหวังกับความรักในครั้งนี้ พวกเขาเห็นขิมที่อยู่ในอู่และคอยช่วยไทคิดบัญชีจนชินตากัน เธอแทบไม่ได้กลับไปนอนคอนโดตัวของเองเลย เพราะไทประเคนทั้งเงิน ทั้งทอง ทั้งตัว (ที่ขยันทำการบ้าน…)
ไทวางขิมลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือแต่แววตากับฉายแววพลุ่งพล่านไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ รีบตามขึ้นมาคร่อมร่างบางไว้ทันที"เฮีย! พอแล้ว ขิมเหนื่อย เมื่อกี้ก็ทำกันไปในห้องน้ำเอง" ขิมประท้วงพลางเอามือดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว"เหนื่อยอะไรนี่มันพึ่งเริ่มเอง เมื่อกี้ในห้องน้ำมันแค่
ขิมและไทอยู่ใต้ฝักบัว น้ำอุ่น ๆ เปิดใส่ตัวเปียกโชกไปทั่วทั้งสองร่าง ไทก้มลงมาจูบปากขิมอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นสลับกันไปมาเปียกปอนไปด้วยน้ำลาย ไทครางออกมาเมื่อลิ้นเล็ก ๆ เป็นฝ่ายแทรกลึกเข้ามาในอุ้งปากของเขาเสียเอง ขิมตวัดลิ้นหวาน ๆ นั้นกับลิ้นใหญ่ของเขา ก่อนจะดูดกลืนมันคล้ายกับลิ้นของไท ไม่ต่างจากขนมหวา







