LOGINบนลานจอดรถหน้าโรงแรมหรูระดับห้าดาว ผู้คนที่เดินสัญจรผ่านไปมาต่างหันมามองรถซูเปอร์คาร์เปิดประทุนสีดำที่มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ทว่าท่อนบนเปลือยเปล่ากำลังนั่งมองหญิงสาวที่นั่งข้างกันนอนหลับใหลไม่ได้สติ
คามินทนสายตาของชาวบ้านไม่ไหว และกลัวว่าใครต่อใครจะเข้าใจผิด เขาจึงรีบเอื้อมมือไปกดปุ่มปิดหลังคา จากนั้นก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบสมาร์ตโฟนออกมากดต่อสายหาใครบางคน
“เฮ้ย มึงเอาเสื้อกับรองเท้าลงมาให้กูหน่อย กูอยู่ในรถหน้าโรงแรม” กล่าวจบคามินก็กดตัดสายโดยไม่สนใจคนปลายสายที่ร้องโวยวาย
ทันทีที่สิ้นเสียงทุ้ม ร่างเล็กข้างกายก็เกิดการเคลื่อนไหว
“อือ เสียงดังอ่ะ ใครมาคะแม่”
คามินเอียงคอมองเฌอริตาที่เริ่มรู้สึกตัวขึ้นทีละน้อย ขนตางอนยาวกระพือถี่ เปลือกตาของเธอค่อย ๆ เผยอขึ้นเผยให้เห็นดวงตาคู่สวยสุกสกาว
เขาเพิ่งได้มองหน้าเธอชัดถนัดตาครบองค์ประกอบ และวินาทีนั้นเองเขาเพิ่งรู้ว่าเธอนั้นงดงามมากเพียงใด และเมื่อยิ่งได้มองเขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก ราวกับเคยเจอกันมาก่อน
นัยน์ตาคู่หวานจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความฉงน ทว่าเมื่อไล่สายตาลงมาพบกายกำยำท่อนบนล่อนจ้อน ดวงตาของเธอก็พลันเบิกโพลง
ร่างเล็กผุดลุกขึ้นมานั่งตัวตรง ก่อนหันมองไปรอบกาย และก้มลงสำรวจร่างกายตนเองพร้อมยกมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นบดบังร่องอกอวบอิ่ม
และเมื่อเฌอริตาเงยหน้าขึ้นมามองคนข้างกายอีกครั้ง เธอก็แผดเสียงร้องออกมา
“กรี๊ด!”
คามินตกใจทำอะไรไม่ถูก เขาจึงโถมกายเข้าไปใช้ฝ่ามือหนาปิดปากเธอเอาไว้ เพราะกลัวว่าใครที่เดินผ่านไปผ่านมาจะได้ยินเข้า จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
“เงียบเดี๋ยวนี้เลยนะคุณ”
เฌอริตาหวาดกลัวจนตัวสั่น เธอจำต้องยอมตามน้ำแสร้งพยักหน้ารับ ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ คลายฝ่ามือออกและปล่อยเธอเป็นอิสระ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเองเธอตัดสินใจกำหมัดซัดเข้ากลางใบหน้าคมเข้มจนเต็มแรง
“โอ๊ย”
หญิงสาวอาศัยจังหวะนั้นหันมาทางประตูหมายจะเปิดหนีออกไปให้พ้นจากสถานการณ์อันตราย
“ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ เลยกู ไม่น่าเข้าไปเสือกเลย”
ร่างบางที่กำลังจะก้าวลงจากรถพลันชะงักงันก่อนหันกลับมา
“คุณว่าอะไรนะ”
“คุณไปเถอะ ผมไม่อยากซวยซ้ำซวยซ้อน” คามินก้มหน้ายกมือขึ้นกุมจมูกโด่ง ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นโบกไล่ให้เธอออกไป
“เอ่อ” เฌอริตาได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งแปลกใจ เธอจึงลองนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทว่านึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
กระทั่งดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตและรองเท้าราคาแพงที่วางกองอยู่บนพื้นคอนกรีตด้านนอกรถ ซึ่งเต็มไปด้วยคราบอาเจียนเปรอะเปื้อนจนน่าสะอิดสะเอียน เพียงเท่านั้น ภาพความทรงจำก็หลั่งไหลออกมาตอกย้ำความผิดที่เธอได้ก่อเอาไว้
ร่างเล็กนั่งห่อไหล่จนตัวลีบ ก่อนหันไปหาคามินช้า ๆ
“คุณคะ ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้วค่ะ”
ใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ เงยขึ้น ก็ยิ่งทำให้เฌอริตาตกใจจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นของเหลวสีแดงไหลออกมาจากจมูกโด่งเป็นสัน
“ตายแล้ว เลือดไหลเต็มเลย” เธอโน้มตัวเข้าไปเอื้อมมือซับเลือดที่ไหลออกมาอย่างลืมตัว “ฉันขอโทษนะคะ”
เสียงหวานกล่าวออกมาเจือสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
คามินเห็นดวงหน้าสวยเศร้าสร้อยก็ใจอ่อน เขากำลังจะเอ่ยปากบอกเธอให้ใจเย็น เขาไม่ได้เป็นอะไรหนักหนา ทว่าประตูรถซูเปอร์คาร์กลับเปิดออก พร้อมกับใบหน้าหงุดหงิดของเกริกพลโผล่เข้ามา
วินาทีนั้นเกิดความเงียบขึ้นในบัดดล เกริกพลตกใจจนพูดอะไรไม่ออก เพราะภาพที่เห็นนั้นคือเพื่อนรักอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนกำลังใกล้ชิดกับสาวสวยที่อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไรนัก
“เชี่ยคิน นี่มึงเรียกให้กูมาดู...”
“เฮ้ย!ไม่ใช่ มึงเข้าใจผิดแล้ว พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย มึงเอาเสื้อกับรองเท้ามาให้กูก่อน”
เกริกพลยื่นเสื้อกับรองเท้าส่งให้เพื่อนรัก ก่อนหันไปมองสาวสวยที่นั่งข้าง ๆ ด้วยความข้องใจ แต่ก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากถาม และเธอเองก็ก้มหน้างุด ๆ ด้วยความเขินอาย
ทว่าเกริกพลรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสาวสวยคนนี้เป็นอย่างมาก แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้าง
เขาเพ่งมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโพล่งออกมาด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง
“น้องเฌอร์!”
เฌอริตาเงยหน้าขึ้นมองเกริกพลจนเต็มตา เพียงไม่นานก็ยิ้มกว้างออกมา
“พี่เกริก!”
“อ้าว รู้จักกันเหรอ” คามินเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“น้องเฌอร์ไงมึง มึงจำไม่ได้เหรอ เด็กแถวบ้านยายกูที่ชอบเดินตามมึงต้อย ๆ สมัยก่อนน่ะ” คำกล่าวของเกริกพลทำให้ทั้งคามินและเฌอริตาต่างหันมามองหน้ากัน สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “แล้วนี่เรื่องมันเป็นไงมาไง ทำไมถึงมาอยู่ในสภาพนี้กันได้”
“เรื่องมันยาวเดี๋ยวกูเล่าให้ฟังทีหลัง” คามินพูดกับเพื่อนรักจบก็หันมาทางคนตัวเล็กที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ “คุณกลับไปก่อนเถอะ”
“แต่ว่า...ฉัน...”
“คุณพักที่นี่ใช่ไหม” เฌอริตาพยักหน้ารับ “เอาไว้เราค่อยคุยกันโอเคไหม วันนี้มันดึกมากแล้วคุณไปพักผ่อนเถอะ” คามินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จึงทำให้ใบหน้าสวยเริ่มผ่อนคลายลง
“ก็ได้ค่ะ”
เฌอริตาหันไปผลักประตูรถเปิดกว้างขึ้น ก่อนก้าวขาลงจากรถ
เมื่อได้ออกมาสัมผัสอากาศเย็นยะเยือกด้านนอก แขนเล็กทั้งสองข้างจึงรีบยกขึ้นโอบกอดตัวเองด้วยความหนาวเหน็บ
คามินเห็นแบบนั้นก็รีบก้าวลงจากรถตามลงมา
“เดี๋ยวคุณ” ว่าจบชายหนุ่มก็หันมาหาเกริกพล “ถอดเสื้อมึงมา”
เกริกพลก็ทำตามอย่างงง ๆ ถอดเสื้อแจ็กเกตที่สวมทับชุดนอนออกมายื่นให้คามิน
คามินรับเสื้อคลุมตัวโคล่งได้ก็เดินตรงไปหาคนตัวเล็ก ก่อนสะบัดเสื้อขึ้นคลุมร่างบาง
“ไม่เป็นไรค่ะ” เฌอริตายกมือขึ้นทำท่าจะถอดเสื้อคลุมออก
“ใส่เอาไว้ อากาศมันเย็น ชุดคุณมันก็บางด้วย” เฌอริตายิ้มแหยออกมาด้วยความกระดากอาย ทั้งที่ก่อเรื่องไว้มากมาย เขาก็ยังอุตส่าห์หวังดีต่อเธอ
“ขอบคุณค่ะ ฉันขอตัวนะคะ”
เฌอริตาโค้งศีรษะให้ชายหนุ่มก่อนหันหลังเดินกลับเข้าไปในโรงแรม โดยมีคามินมองตามจนกระทั่งร่างบางเดินหายเข้าไปในอาคาร
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนโคลงศีรษะเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก
“มึงยิ้มอะไร” เกริกพลเห็นเข้าก็รีบกล่าวดักคอ ทำเอาคามินต้องรีบดึงหน้ากลับมาดังเดิม
“ยิ้มเชี่ยไร”
“ก็เมื่อกี้มึงยิ้มชัด ๆ”
“กูบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ไม่ได้ยิ้ม กูจะไปนอนแล้ว ง่วงเว้ย”
คามินแสร้งทำหงุดหงิดกลบเกลื่อนเพื่อเป็นการตัดบทและรีบเดินหนีออกไปโดยมีเกริกพลมองตามอย่างรู้ทัน
“ไอ้คินนะไอ้คิน เสียอาการเชียวนะมึง”
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ
เฌอริตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว และเธอเข้ามาด้วยความสามารถของเธอล้วน ๆ โดยที่คามินไม่กล้ายื่นมือเข้าไปวุ่นวายตามคำขอร้องของแฟนสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไปยืนส่งสายตากดดันกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็ตามทีในวันที่เฌอริตาเริ่มงานวันแรก คามินก็ตั้งใจว่าจะมารับแฟนสาวเข้าไปบริษัทพร้อมกัน ทว่าเธอกลับยืนกรานปฏิเสธ อีกทั้งยังขอร้องให้คามินปฏิบัติต่อเธอเฉกเช่นพนักงานทุกคนในบริษัท และเธอก็ยังไม่พร้อมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ เพราะเธออยากให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในความสามารถที่แท้จริง โดยไม่มีตำแหน่งแฟนสาวของท่านประธานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคามินเองก็เข้าใจในเหตุผลของเธอดี และเคารพในการตัดสินใจของเธอก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ก่อนที่บานประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดอ้าออก ตามมาด้วยใบหน้าคมเข้มของเกริกพลที่ยื่นเข้ามาด้านในทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับไม่ได้สนใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปไม่วางตา“นั่งทำหน้าเป็นตูด คิดถึงแฟนล่ะสิมึง ทำงานที่เดีย
ในช่วงบ่ายแก่ หลังจากฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงสาย เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเบาบาง พอให้ดวงอาทิตย์ได้ทอแสงลงมาบ้างรถมินิแวนสีดำคันงามขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบ้านเช่าหลังน้อยของเฌอริตาเท่าไรนักเมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้แก่ผู้เป็นนายคามินก้าวลงมา ก่อนหันมายื่นมือหนาให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างกันมาตลอดทางเฌอริตาส่งยิ้มหวาน ก่อนวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปยังทางเดินขนาดเล็กข้างวัดด้านในเป็นตรอกซอกซอยของชุมชนซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ จะมีเพียงรถมอเตอร์ไซต์ และรถจักรยานที่พอจะสัญจรได้อย่างสะดวกเมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบ้าน ก็เป็นจังหวะที่คุณนงเยาว์กำลังยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่หน้าบ้านด้วยความทุลักทุเลคามินเห็นเข้าก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยหญิงสูงวัยในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวทักทายกันแต่อย่างใด“ว้าย!ตาเถร”คุณนงเยาว์ที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้เข้าประชิดตัวก็ตกใจจนร้องอุทานออกมา พอมองเลยไปก็เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เฌอร์ นี่มันอะไรกันลูก แล้วนี่...







