เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา โชคดีที่เป็นวันหยุดพักผ่อน เฌอริตาจึงตื่นแต่เช้าออกมานั่งรอที่ล็อบบี้โรงแรมพร้อมกับเสื้อแจ็กเกตราคาแพงที่เธอให้รูมเซอร์วิสช่วยซักอบรีดให้จนหอมกรุ่น
เธอแทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของคามิน
สิบปีที่ไม่ได้เจอกัน เขาเปลี่ยนไปมากจนเธอแทบจำไม่ได้
สิบปีที่แล้วเกริกพลย้ายมาอยู่บ้านคุณยาย ซึ่งอยู่ในละแวกบ้านของเธอ เนื่องจากอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย จึงทำให้เธอได้พบกับคามินเป็นครั้งแรก
คามินชอบมาขลุกอยู่ที่บ้านริมน้ำกับเกริกพลเป็นประจำ และมักจะมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้เธอเสมอ
ส่วนคุณนงเยาว์นั้นก็เอ็นดูสองหนุ่มอยู่ไม่น้อย เจอหน้ากันเป็นไม่ได้ ท่านจะต้องเรียกทั้งคู่เข้าบ้านมากินข้าวกินปลาเป็นประจำ
ในตอนนั้นคามินเปรียบเสมือนพี่ชายที่เธอไม่เคยมี และเธอก็ติดพี่ชายคนนี้มาก
แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็หายไปจากชีวิตของเธอโดยไม่บอกกล่าว เธอได้ข่าวคราวจากเกริกพลว่าพ่อแม่ของคามินประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต นั่นจึงทำให้เขามีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ
เธอเคยคิดว่าสักวันหนึ่งคงได้พบพี่ชายคนนี้อีกครั้ง จนกระทั่งวันเวลาผ่านพ้นไป และเธอเองก็ค่อย ๆ ลืมเลือนไปจนหมดสิ้น
ใครจะไปคิดว่าจะได้พบกันอีกครั้ง...
คนตัวเล็กนั่งเหม่อมองไปทางลิฟต์โดยสารนานเกือบสองชั่วโมง ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคามินจะลงมา
“เฮ้อ ทำไมยังไม่ลงมานะ เมื่อวานก็ลืมถามว่าอยู่ห้องไหนด้วย” เฌอริตาว่าพลางยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา
“อ้าว น้องเฌอร์” เสียงเรียกทำให้เธอหันไปก็เห็นเกริกพลกำลังเดินเข้ามา
“พี่เกริก สวัสดีค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นทักทายเกริกพลพร้อมยกมือไหว้
“หวัดดีครับ มานั่งทำอะไรตรงนี้”
“เฌอร์เอาเสื้อมาคืนค่ะ เมื่อวานต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้วุ่นวาย แล้วก็ลืมทักทายพี่เกริกไปเลย ไม่เจอกันตั้งนานสบายดีไหมคะ”
เฌอริตายิ้มจนตาหยีให้กับหลานชายคุณยายที่เคยอาศัยอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง
หลังจากเกริกพลเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาก็ยังคงแวะเวียนมาเยี่ยมคุณยายอยู่เสมอ จนกระทั่งคุณยายของเขาเสียชีวิตด้วยโรคชรา มารดาของเกริกพลก็ขายบ้าน นับตั้งแต่นั้นเธอก็ไม่เคยเจอเกริกพลอีกเลย แต่ทว่าเกริกพลก็ยังคงมีข้อความส่งมาทักทายอยู่เนือง ๆ
“สบายดี แล้วเฌอร์ล่ะ”
“สบายดีค่ะ”
“วันก่อนพี่คุยกับมัท เห็นมัทบอกว่าเฌอร์มาทำงานที่เวียดนาม พี่ก็ว่าจะทักหาเฌอร์อยู่พอดี ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกัน”
“ค่ะ โลกกลมจังเลยนะคะ ว่าแต่พี่เกริกมาทำอะไรคะ”
“พี่ตามไอ้คินมาทำงาน พอดีมันมาตั้งโรงงานใหม่ที่นี่ นี่ก็อยู่กันมาเกือบสองเดือนแล้ว อยากกลับบ้านจะแย่”
“เฌอร์มาแค่ไม่กี่วันก็อยากกลับแล้วค่ะ คิดถึงแม่” เฌอริตาว่าพลางทำหน้าเศร้า ก้มลงมองต่ำก็เหลือบไปเห็นเสื้อแจ็กเกตในมือ “อุ๊ย เฌอร์ลืม นี่ค่ะ เฌอร์เอาเสื้อมาคืน ซักเรียบร้อยนะคะ แล้วก็...” เสียงหวานขาดหายไป เธอมองผ่านเลยไปด้านหลังเกริกพลเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง หนุ่มรุ่นพี่หรี่ตามองคนเป็นน้องด้วยความสงสัย “พี่เกริกมาคนเดียวเหรอคะ”
เพียงได้ยินเท่านั้น ชายหนุ่มก็ถึงบางอ้อ ก่อนยิ้มกริ่มออกมาราวกับคนมีแผนการ
“นี่เรามารอไอ้คินเหรอ”
“เปล่านะคะ” เฌอริตารีบปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าระรัว “คือ...เฌอร์...ก็มารอนั่นแหละค่ะ แต่ว่าไม่ได้มีอะไรแอบแฝงนะ เฌอร์น่ะอยากจะมาขอโทษเพื่อนพี่เกริกเท่านั้นเอง”
“อ้าว พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ร้อนตัวนะเรา แต่เฌอร์คงต้องรอเก้อแล้วล่ะ ไอ้คินมันออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว”
“หา ก็เฌอร์นั่งรอตั้งแต่เช้าไม่เห็นจะเจอเพื่อนพี่เกริกเลย” คิ้วเรียวสวยขมวดย่นด้วยความข้องใจ เธอลงมารอตั้งแต่ห้องอาหารยังไม่เปิดเสียอีก เพราะคิดว่าชายหนุ่มจะต้องลงมารับประทานอาหารเช้า จึงมาดักรอเพื่อจะได้ไม่คลาดกัน
“เช้าของมันน่ะ คือเช้ามืด” เกริกพลกล่าวไขความกระจ่าง ทำเอาใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“อ้าว...”
“เอางี้มั้ยล่ะ ถ้าวันนี้เฌอร์ว่างก็ออกไปพร้อมพี่ เดี๋ยวพี่พาไปหาไอ้คิน ไปเลี้ยงข้าวขอโทษมันสักหน่อย” เกริกพลยื่นข้อเสนอ ทว่าเฌอริตามีสีหน้าลังเล
“แต่ว่าพวกพี่จะไปทำงานกันไม่ใช่เหรอคะ เฌอร์รอที่นี่ดีกว่า ไม่อยากไปรบกวน”
“แต่วันนี้ไอ้คินมันทำงานทั้งวันเลยนะ ไม่รู้ว่าจะกลับกี่โมง ถ้าเฌอร์ไม่ไปพี่ก็ไม่รับรองนะว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่” เกริกพลพยายามหว่านล้อมให้รุ่นน้องคนสวยยอมไปด้วยกันทว่าเธอยังคงลังเล “พี่ขอแนะนำในฐานะพี่ชายที่หวังดีละกันนะ เมื่อคืนเฌอร์ก่อเรื่องไว้หนักมาก ไหนจะอ้วกเลอะเสื้อผ้ากับรถไอ้คิน ไหนจะต่อยหน้ามันซะดั้งเกือบหัก เฌอร์ควรแสดงความจริงใจโดยการรีบไปขอโทษมันซะ”
ทันทีที่เกริกพลกล่าวจบ เฌอริตาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม เธอแสดงสีหน้าท่าทางขึงขัง ไร้ความลังเลโดยสิ้นเชิง
“โอเคค่ะ เฌอร์จะไป”
“โอเค ตามพี่มา”
เกริกพลหมุนตัว ก่อนออกเดินนำเฌอริตาตรงไปยังประตูทางออก ร่างเล็กรีบก้าวตามไปติด ๆ เธอจึงไม่เห็นหน้าตากระหยิ่มยิ้มย่องของชายหนุ่ม
เกริกพลขับรถพารุ่นน้องคนสวยมุ่งหน้าสู่โรงงานอาหารทะเลแห่งใหม่ของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์
เมื่อรถซีดานคันงามมาถึงโรงงาน เกริกพลก็พาเฌอริตาขึ้นไปยังอาคารสำนักงานซึ่งแยกจากอาคารผลิต
เธอเดินตามเขาขึ้นไปยังชั้นสองของอาคาร ก่อนที่ชายหนุ่มจะพาเธอมาหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่ง ซึ่งไม่มีป้ายบอกว่าเป็นห้องอะไร ทว่าเมื่อเปิดเข้าไปก็พบว่าเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ ซึ่งมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ราวกับเป็นห้องของผู้บริหาร
“เฌอร์นั่งรอในนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่มา”
“เอ่อ เดี๋ยวค่ะพี่เกริก เพื่อนพี่เกริกทำงานตำแหน่งอะไรคะ”
“อ๋อ มันเป็นเจ้าของบริษัทน่ะ”
เกริกพลกล่าวจบก็เดินหายออกไปจากห้อง ปล่อยให้เฌอริตายืนเคว้งคว้างอยู่เพียงลำพัง ร่างบางยืนอยู่กลางห้อง พลางกวาดสายตาสำรวจความหรูหราภายในห้องทำงานแห่งนี้
หญิงสาวก้มลงสำรวจตัวเองที่มาในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนสีซีดขาดรุ่งริ่ง ไปจนถึงรองเท้าผ้าใบสุดเซอร์ไม่ต่างจากกางเกงเท่าไรนัก
“เซอร์ไปมั้ยเนี่ย” เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเอง เนื่องจากวันนี้เธอแต่งตัวสบาย ๆ เพราะคิดว่าจะมาดักรอขอโทษคามิน จากนั้นจะไปรับประทานอาหารเช้าและขึ้นไปนอนต่อ ทว่ากลับโดนเกริกพลลากมาที่โรงงานแห่งนี้
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก คนตัวโตที่เธอกำลังนึกถึงก้าวเข้ามาภายในห้อง
“เฮ้ย!นี่คุณเข้ามาได้ไง” คามินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนเอ่ยถามออกมา
“พี่เกริกพามาค่ะ”
“ไอ้นี่แม่ง ทำอะไรไม่บอกไม่กล่าว” คามินบ่นพร้อมโคลงศีรษะอย่างระอาในตัวเพื่อนรัก ทำเอาเฌอริตาหน้าเสีย เพราะคิดว่าชายหนุ่มไม่พอใจที่เธอเข้ามาโดยพลการ
“เอ่อ อย่าว่าพี่เกริกเลยนะคะ เป็นความผิดเฌอร์เอง เฌอร์ขอโทษค่ะ” คามินหันมาเห็นดวงหน้าสวยเศร้าสลดก็เกิดใจอ่อนขึ้นมา
“คุณไม่ต้องขอโทษหรอก ผมไม่ได้โกรธคุณหรือว่ามันเลย ผมกับไอ้เกริกด่ากันเป็นเรื่องปกติ คุณไม่ต้องคิดมากหรอก” คามินว่าพลางถอดเสื้อสูทสีดำพาดบนพนักโซฟา ก่อนหย่อนสะโพกลงบนโซฟาตัวยาว
“ค่ะ” เฌอริตาตอบรับทั้งที่ยังยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง
“อ้าว มานั่งสิคุณ จะยืนคุยกันให้ผมแหงนคอคุยกับคุณหรือไง”
เฌอริตารีบเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวเดี่ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างว่าง่าย
หญิงสาวหายใจเข้ารวบรวมความกล้าเพื่อที่จะกล่าวขอโทษคามิน ทว่าสมาร์ตโฟนเครื่องหรูของชายหนุ่มเกิดแผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
คามินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู ก็พบว่าไอ้เพื่อนตัวดีส่งข้อความมาหาเสียยาวเหยียด
KK-PHOL : มึง กูฝากดูแลน้องด้วย น้องตั้งใจมาขอโทษมึงเพราะรู้สึกผิดมาก กูหวังว่ามึงจะทำตัวดี ๆ ไม่เถื่อนสถุนเหมือนที่ผ่านมา มึงกรุณาอย่าไปกวนตีนน้อง มึงพาน้องไปกินข้าวให้เค้าเลี้ยงข้าวขอโทษด้วยนะ ส่วนงานทางนี้กูจัดการเอง เสร็จแล้วก็ไปส่งน้องที่โรงแรม
Kamin : เชี่ย!!!
คามินพิมพ์ตอบกลับไป พร้อมส่ายศีรษะด้วยความระอาใจ ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนตัวเล็กกำลังจ้องมองด้วยความสงสัย เขาก็เกือบเผลอยิ้มออกมา
หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงโทรไปด่าเกริกพลจนยับเยิน และไล่ผู้หญิงที่เพื่อนรักพยายามยัดเยียดให้กลับไป ทว่าน่าแปลกตรงที่เขาไม่ได้มีความรู้สึกนั้นเลยกับเฌอริตา
“ไอ้เกริกมันบอกว่าคุณจะเลี้ยงข้าวผมเหรอ”
“เลี้ยงข้าว อ๋อ ใช่ค่ะ เฌอร์อยากขอโทษคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืน”
สิ้นคำกล่าวของหญิงสาว คนตัวโตก็ลุกพรวดขึ้นก่อนหันไปคว้าเสื้อสูทที่พาดอยู่บนพนัก และสาวเท้าก้าวไปยังประตู
มือหนาหยุดชะงักที่ลูกบิดประตู ก่อนหันมาทางคนตัวเล็กที่นั่งมองด้วยความงุนงง
“ไปครับ”
“ไปไหนคะ”
“ไปกินข้าว”
ได้ยินแบบนั้นเฌอริตาก็ดีดตัวขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว และรีบเดินตามคามินไปติด ๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังกว้างเรื่อยลงมาถึงสองขาแกร่งที่เดินจ้ำอ้าวราวกับจะรีบไปไหน ทำให้เธอยิ่งต้องเร่งฝีเท้าตามไปเพื่อให้ทันชายหนุ่ม
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ
เฌอริตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว และเธอเข้ามาด้วยความสามารถของเธอล้วน ๆ โดยที่คามินไม่กล้ายื่นมือเข้าไปวุ่นวายตามคำขอร้องของแฟนสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไปยืนส่งสายตากดดันกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็ตามทีในวันที่เฌอริตาเริ่มงานวันแรก คามินก็ตั้งใจว่าจะมารับแฟนสาวเข้าไปบริษัทพร้อมกัน ทว่าเธอกลับยืนกรานปฏิเสธ อีกทั้งยังขอร้องให้คามินปฏิบัติต่อเธอเฉกเช่นพนักงานทุกคนในบริษัท และเธอก็ยังไม่พร้อมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ เพราะเธออยากให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในความสามารถที่แท้จริง โดยไม่มีตำแหน่งแฟนสาวของท่านประธานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคามินเองก็เข้าใจในเหตุผลของเธอดี และเคารพในการตัดสินใจของเธอก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ก่อนที่บานประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดอ้าออก ตามมาด้วยใบหน้าคมเข้มของเกริกพลที่ยื่นเข้ามาด้านในทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับไม่ได้สนใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปไม่วางตา“นั่งทำหน้าเป็นตูด คิดถึงแฟนล่ะสิมึง ทำงานที่เดีย
ในช่วงบ่ายแก่ หลังจากฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงสาย เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเบาบาง พอให้ดวงอาทิตย์ได้ทอแสงลงมาบ้างรถมินิแวนสีดำคันงามขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบ้านเช่าหลังน้อยของเฌอริตาเท่าไรนักเมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้แก่ผู้เป็นนายคามินก้าวลงมา ก่อนหันมายื่นมือหนาให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างกันมาตลอดทางเฌอริตาส่งยิ้มหวาน ก่อนวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปยังทางเดินขนาดเล็กข้างวัดด้านในเป็นตรอกซอกซอยของชุมชนซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ จะมีเพียงรถมอเตอร์ไซต์ และรถจักรยานที่พอจะสัญจรได้อย่างสะดวกเมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบ้าน ก็เป็นจังหวะที่คุณนงเยาว์กำลังยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่หน้าบ้านด้วยความทุลักทุเลคามินเห็นเข้าก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยหญิงสูงวัยในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวทักทายกันแต่อย่างใด“ว้าย!ตาเถร”คุณนงเยาว์ที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้เข้าประชิดตัวก็ตกใจจนร้องอุทานออกมา พอมองเลยไปก็เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เฌอร์ นี่มันอะไรกันลูก แล้วนี่...




![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


